บทความ


มวยไทย กับการ ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

มวยไทย กับการ ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

มวยไทย หรือ กีฬาต่อยมวยนั้น ถือเป็นกีฬา ที่ใช้ความสามารถ ในพละกำลัง มากเลยทีเดียว เพราะการ ต่อยมวย เราต้องขยับทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่ ศีรษะ ตลอดจน ขาของเรา ถ้าเราหมั่นฝึกซ้อม ต่อยมวยทุกๆวัน เราก็จะสามารถ ก้ามข้ามขีดจำกัดของตัวเราเองได้

 

กีฬามวย กับ การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

 

          กีฬามวยนั้น ถือ ว่าเป็นกีฬา ที่ เป็นกิจกรรม ใช้พลังงานค่อยข้างมาก เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการซ้อม การต่อย หรือว่าการแข่งขัน ก็เป็นการใช้ พลังงาน ที่มาก และ ใช้พละกำลังค่อยข้างสูง ทำไมถึง การต่อยมวยนั้น ใช้พลังงานสูง เพราะว่า การ ทำกิจกรรม ต่อยมวยนั้น เรา ต้องออกพละกำลัง ทั้งร่างกาย การออกท่าทาง ของ การต่อยมวยนั้น เราต้องใช้ ทุกส่วน ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น บริเวณ ศีรษะ ไปจน ถึงเท้าของเรา เพราะในแต่ละ ท่าของการ ต่อยมวย นั้น เราจำเป็นต้องออก ท่าทาง ที่ แรง และ รวมเร็ว ในแต่ละท่า ท่าการ ต่อยมวย นั้น จะมี ท่าที่ออกท่าทางง่าย ไปจนถึง ท่า ที่ออกท่าทางยาก ยกตัวอย่าง ท่าที่ง่าย และ ท่าที่ยาก เช่น ท่า วิรุฬหกกลับ เป็นท่า แม่ไม้ มวยไทย ที่ไว้ใช้โต้กลับ และเป็นท่าที่ป้องกันตัว ในขณะเดียวกัน การใช้ศอกขวา เหวี่ยง กลับ เข้าใส่คู่ต่อสู้ ใส่หน้าผาก เป็นการตอบโต้ เป็นท่าที่ไม่ยากนัก ในการฝึก ท่า พระเจ้าตากนั่งแทน เป็นถ้าที่ ใช้ในการป้องกัน เมื่อคู่ต่อสู้ เตะต่ำ ตรงบริเวณ ต้นขา เป็นท่าที่ ต้อง ป้องกันบริเวณ ขา ของเรา เพื่อที่จะหาจังหวะส่วนกลับ ไต่เขาพระสุเมรุ เป็นท่าแม่ไม้ มวยไทย ที่สามารถ ใช้ป้องกัน และ ตอบโต้ ได้รุนแรง เป็นการใช้ ศอกขวา ปัก ไปลงบนศีรษะ ของ ฝ่ายตรงข้าม และนี้คือ ท่ามวยไทย ที่เรา ยกตัวอย่างมา ให้สังเกต แต่ละท่า การต่อสู้ของมวยไทยนั้น ไม่ว่าจะเป็น การขยับ ร่างกายแบบไหน เราจำเป็นต้องใช้ทุกส่วนของร่างกายเราจริง ๆ ท่าเรา ฝึกซ้อม หรือ ทำกิจกรรม การต่อยมวย หรือ มวยไทย ไปทุกวันๆ จะทำให้เรา สามารถ ก้าวข้าม ขีดจำกัด ร่างกาย ของเราเองได้ เพราะ ท่าแต่ละท่า หรือ การต่อยมวย นั้น จำเป็นต้องใช้ ความเร็ว ใช้พลังในการ ออกท่า แต่ละท่า นั้นทำให้ ร่างกายของเรา ต้องมีความ สามารถ ในระดับหนึ่ง ทำให้เรานั้นมี มีความเร็ว เพิ่มขึ้น สมาธิที่ดี และ ไหวพริบในการทำกิจกรรมต่างๆ มากยิ่งขึ้น

 

การที่เราจะ ก้ามขีดจำกัด ของตัวเราเองนั้น ขึ้นอยู่ กับการ ฝึกซ้อม หรือ ความขยันในการ ซ้อม เพราะ ถ้ายิ่งเรา ฝึก หรือ เราทำกิจกรรม นั้นมากขึ้นเท่าไร ยิ่งจะทำให้เรา มีความสามารถ และ ความ เชียวชาญในเรื่อง นั้นๆ ได้ ไม่ใช่ แค่ กีฬา มวย กิจกรรม หรือ กีฬาอื่นๆ ก็จะช่วยให้เรา สามารถ เก่ง หรือ ก้าวข้ามขีดจำกัดของเราได้เช่น กัน เช่น การวิ่ง จากที่เราวิ่งไม่เร็ว หรือ เหนื่อย ง่าย ถ้าเราซ้อมทุกวัน หรือ ขยัน ในการฝึกซ้อม สักวัน เราจะ สามารถ วิ่งได้เร็วขึ้น เก่งขึ้น ดังนั้น การฝึกซ้อม จึงสำคัญในการที่เรา จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง การต่อยมวยนั้น จะช่วยให้เรา ก้าวข้ามขีดจำกัดได้หลายอย่าง เช่น ไหวพริบ สมาธิ ความแข็งแกร่ง ความอึดทน ความเร็ว เพราะ การฝึกการซ้อมมวยนั้น จะช่วยให้เรา สามารถ ทำอะไร ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เราจะมีสมาธิ ไหวพริบ มากกว่าคนปกติทั่วไป และ ยิ่งไปกว่านั้น เราจะมี สุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรง อีกด้วย

 

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น การออกำลังกาย หรือ การทำกิจกรรมอะไรไม่ใช่แค่ การต่อยมวย เราก็สามารถ ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเราเองได้ เพราะถ้าเรา ตั้งใจ หรือ ขยัน ฝึกซ้อมแล้ว อะไรที่เราเคยทำไม่ได้ เราก็จะสามารถทำได้ หรือ เก่งขึ้นนั้นเอง ดังนั้น สิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือ การชนะใจตัวเอง อย่าพึ่งคิดว่า เราทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลองทำ ตั้งใจ และ วันที่เรา เก่งขึ้นจะตามมาในไม่ช้า อย่างแน่นอน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

ความสำคัญของคุณค่าที่จะได้รับจาก มวยไทย

 

มวยทะเลคืออะไร

4 ละครไทย ที่มีการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับมวยไทย

4 ละครไทย ที่มีการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับมวยไทย

มวยไทย เป็นศาสตร์ศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับการยอมรับกันไปทั่วโลก ดังนั้น การนำเสนอมวยไทยผ่านรูปแบบของสื่อต่าง ๆ ก็ยิ่งทำให้ขับความมีเสน่ห์ของการต่อสู้แขนงนี้มากขึ้น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้ที่ได้รับชมอีกด้วย

 

เราน่าจะรู้จักมวยไทย ที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์หลายเรื่องใช่ไหมล่ะคะ แต่ถ้าหากว่าเป็นละครล่ะมีไหม ขอตอบว่ามีค่ะ และผู้เขียนก็ได้ไปทำการรวบรวมละครไทย ที่มีเนื้อหานำเสนอเรื่องของมวยไทยกันด้วย เชื่อว่ามีหลายคนคาดไม่ถึงเลยทีเดียวล่ะค่ะ

 

 

คาดเชือก ( สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 )

 

อย่างที่ทราบกันดีว่า ช่องเจ็ดสีคือช่องตัวแม่ ยืนหนึ่งในการผลิตละครโทรทัศน์ แนวดราม่าแอคชั่นมาแล้วมากมาย อย่างคาดเชือกนี่แทบไม่ต้องพูดอะไรมากเลย เพราะชื่อเรื่องมันก็บอกอยู่แล้ว  ว่านำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับมวยไทยด้วย

 

ความจริงแล้ว คาดเชือก เคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาก่อน เมื่อราว ๆ ปี 2527 นำแสดงโดย พระเอกตลอดกาลอย่าง คุณอาสรพงศ์ ชาตรี กับ คุณนิรุตติ์ ศิริจรรยา แต่แล้วเมื่อปี 2558 ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ก็ได้นำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ โดย บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

 

ซึ่งในด้านของเนื้อเรื่อง จะเล่าถึงสามหนุ่มตัวละครอย่าง ทองดี ( บิ๊ก กฤษฎา )  ปลัดธนู ( เคลลี่ ธนพัฒน์ ) และ บุญสม ( มิกค์ ทองระย้า ) ที่ต่างฝ่ายต่างก็มีวิชามวยใช้ต่อสู่ห้ำหั่นกัน  เราก็จะได้เห็นศาสตร์ศิลป์ของความเป็นมวยคาดเชือก ที่ตัวเอกได้รับการถ่ายทอดวิชาจากครูมวย เรียกได้ว่ากลิ่นอายความเป็นแขนงมวยไทยชัดเจน และดีงามมาก ๆ เรื่องหนึ่งเลย

 

Monkey Twins วายุเทพยุทธ์ ( ช่องวัน 31 )

 

เรื่องราวของนายตำรวจหนุ่ม ( รับบทโดย โตโน่ ภาคิน ) ที่ต้องแฝงตัวเพื่อจับกุมขบวนการยาเสพติด และได้มีโอกาสได้เรียนรู้ศาสตร์มวยใหม่จากบรรพบุรุษ นั่นคือปู่กล้า ( ครูมืด ประสาท ทองอร่าม ) จุดเด่นของเรื่องนี่เรียกได้เลยว่า ได้ทั้งความแปลกใหม่ และกลิ่นอายของการนำเสนอเรื่องของมวยได้อย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในเรื่องของ ‘ มวยลิง ’

 

คุณนนทกร ทวีสุข ผู้กำกับได้ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นศาสตร์แม่มวยมวยไทยที่มีอยู่จริง ในตำราของพระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งในเรื่องถือว่า เป็นมวยต้องห้าม โดยเป็นการออกแบบจากท่าโขนลิงที่มีแม่แบบอยู่ก่อนแล้ว มาสร้างสรรค์ดัดแปลงออกมาเป็นรูปแบบมวย รวมถึง ‘ มวยยักษ์ ’ ซึ่งก็นำมาจากกระบวนท่าโขน ของตัวยักษ์ ที่มีความขึงขัง เข้มแข็ง และหนักแน่นเช่นกัน ดังนั้นกระบวนท่าของมวยทั้งสองนี้ จะมีลักษณะ ที่คล้ายกับท่ารำตัวยักษ์และลิงในโขนนั่นเอง

 

 

ละครชุด พันท้ายนรสิงห์ ( ทางสถานีโทรทัศน์ Workpoint )

 

พันท้ายนรสิงห์ โดยฝีมือกำกับของปรมารย์ชั้นครู อย่าง หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หรือที่ค้นเคยในนามของ ท่านมุ้ย ซึ่งความจริงแต่เดิมเท่าที่ผู้เขียนไปสืบมา เคยเกือบจะได้ฉายกับทางช่องสามแล้ว แต่ก็จับผลัดจับผลู ได้นำมาฉายทางจอเงินก่อนซะอย่างนั้น และด้วยความปังขององค์ประกอบในหลาย ๆ ด้าน และมีดีเทลที่มากกว่านั้น ทำให้ละครชุด พันท้ายนรสิงห์ ได้ออกมาออนแอร์ กับทางเวิร์คพอยท์ในที่สุด

 

 

 

เรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ เชื่อว่าหลายคนจะต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน ในเรื่องของความซื่อสัตย์ และจงรักภักดีของพันท้ายนรสิงห์ ที่มีต่อกฎมณเฑียรบาลของบ้านเมือง โดยในละครชุดเรื่องนี้ เราก็จะได้เห็น สิงห์ ( รับบทโดย เต้ย พงศกร ) ปะทะฝีไม้ ลายแม่ไม้มวยไทยกับ พระเจ้าเสือ ที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน ในนามของ ทิดเดื่อ ( รับบทโดย เบิร์ด วันชนะ ) ต่อยมวยเพื่อชิงตัว นวล (มัดหมี่ พิมพ์ดาว พานิชสมัย ) นางเอกของเรื่อง แต่ใครจะได้ตัวของเธอไป ก็ต้องไปดูเรื่องเต็มกันเองนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผู้เขียนสปอยค่า

 

โดยในเรื่องก็มีจะมีหลายฉากเลยทีเดียว ที่นำเสนอฉากปะทะมวย ทั้งมวยแบบราชสำนัก และมวยตามแบบฉบับ ของชาววิเศษไชยชาญค่ะ จะเห็นได้ชัดจากในเรื่อง ในด้านของการแต่งกาย การคาดเชือก กฎกติกา หรือ การจับเวลาโดยวัดจากการที่กะลาจะจมลงไป ลองไปหาชมได้ในยูทูบเลยค่ะ กลิ่นอายมวยไทยในเรื่องนี้ดีมากเลยล่ะคุณ

 

 

บุพเพสันนิวาส ( สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 )

 

ละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ออเจ้าทั้งบ้านทั้งเมืองมาแล้ว เชื่อว่าสิ่งแรกที่น่าจะนึกถึง ก็คงไม่พ้นหมูโสร่ง กุ้งแม่น้ำเผา มะม่วงน้ำปลาหวาน รวมถึงตัวละครหลักอย่างพี่หมื่น กับการะเกดกันใช่มั้ยล่ะ แต่ความจริงแล้ว อีกตัวละครหนึ่งมี่หลายคนพูดถึงพอสมควร นั่นก็คือ หลวงสรศักดิ์ หรือ ที่รู้จักกันดีคือ พระเจ้าเสือ นั่นเอง ( นำแสดงโดย ก็อต จิรายุ ) ซึ่งจะมีฉากหนึ่ง ที่ตัวละครพระเจ้าเสือเนี่ย ได้โชว์ฝีไม้ลายมือของมวยไทย ได้ออกมาอย่างเทพและสง่างามมาก ๆ แถมยังระบุกระบวนท่าแม่ไม้มวยไทยไว้ให้ เสริมความรู้ไปอีก

 

ผู้เขียน จึงขอสรุปท่าแม่ไม้มวยไทย ที่เจอในบุพเพมาให้เลยละกัน ก็จะมีดังนี้ค่ะ

 

1. ท่าดับชวาลา

2. ท่านาคขนดหาง

3. ท่าหนุมานถวายแหวน

4. ท่าหักงวงไอยรา

5. ท่ายอเขาพระสุเมรุ

 

 

เรียกได้ว่าแต่ล่ะเรื่อง สามารถนำเสนอเนื้อหาความแม่ไม้มวยไทย ออกมาได้ดี และปังไม่แพ้กันเลยทีเดียวล่ะค่ะ ไว้ถ้าผู้เขียนเจอละครที่มีเรื่องของแม่ไม้มวยไทยเพิ่ม ก็จะรวบรวมมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ ถ้าสนใจก็ลองตามวาร์ปไปดูค่ะ มีให้ดูในยูทูบทุกเรื่องเลย

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

นาฏมวยไทย

 

5 ภาพยนตร์ เกี่ยวกับมวยไทย

คำศัพท์ วงการมวยไทย

คำศัพท์ วงการมวยไทย

หลายครั้งที่เราดูมวยไทย แล้วเกิดข้อสงสัย เพราะว่า เราอาจจะได้ยินคนพูดถึง คำศัพท์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับ “มวยไทย” แต่ยังไม่รู้จักความหมายว่าคำๆนั้น หมายความว่าอะไร

 

ในวงการกีฬา ทุกประเภท ทุกชนิด มักจะมีคำศัพท์ที่ใช้ในการเรียกชื่อ หรือใช้ในสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬานั้นๆ เช่น อย่างกีฬาอมเริกันเกมอย่าง บาสเกตบอล ก็จะมีคำศัพท์ที่ใช้เฉพาะ อย่างคำว่า Lay up ( เลย์ อัพ ) โดยจะเป็นการเข้าทำคะแนน ในรูปแบบของการเลี้ยงบอลเข้าหาห่วง แล้วจับสเต็ปขา สามารถก้าวได้ 2 จังหวะ กระโดดขึ้นไปปล่อยบอล หรือวางบอลในห่วง ซึ่งคำศัพท์อย่างนี้ ใครที่ไม่ได้เล่นกีฬาบาสเกตบอล เป็นแฟนกีฬาบาสเกตบอล หรือดูกีฬาบาสเกตบอลแบบจริงจัง ก็จะไม่รู้ ไม่เข้าใจว่า คำศัพท์แบบนี้คืออะไร

 

ในวงการมวยไทยก็เหมือนกัน มวยไทยก็จะมี คำศัพท์มวยไทย ที่ใช้ในวงการกีฬามวยไทยอยู่ ซึ่งคนที่จะรู้จักคำศัพท์พวกนี้ดี ก็คือเหล่านักกีฬามวยไทย มืออาชีพ และผู้ที่อยู่ในวงการมวยไทยนี่แหละ ที่จะรู้จักคำศัพท์พวกนี้กันเป็นอย่างดี ส่วนคนทั่วไปอย่างเราๆอะหรอ บางคำก็อาจจะเดาๆ เข้าใจได้ แต่บางคำนั้น งงกันเป็นไก่ตาแตกเลยจ้า

 

วันนี้ เราจึงขอรวบรวมคำศัพท์ ที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬาอย่าง มวยไทย ที่เป็นกีฬาประจำชาติของเรา มาฝากให้คนไทยอย่างเราๆ ได้รู้ ได้เข้าใจความหมายของคำศัพท์นั้นๆ กัน เพื่อที่จะได้ดูมวยไทยสนุกขึ้น ดูได้แบบเต็มอถรรส ดูแล้วรู้เรื่อง เข้าใจกีฬามวยไทย มากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

 

จด

หมายถึง การตั้งท่า เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ การชก

แม่ไม้

หมายถึง การใช้อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย 4 ส่วน เพื่อทำการต่อสู้ คือ หมัด ศอก เข่า และเท้า

ลูกไม้ 

หมายถึง การพลิกแพลงแม่ไม้ เพื่อใช้ในการต่อสู้ ในรูปแบบลักษณะต่าง ๆ

ไม้ตาย

หมายถึง การออกอาวุธ โดยใช้ไม้มวยที่คู่ต่อสู้ไม่สามารถแก้ไขได้ หรือ การโจมตีด้วยท่าเด็ดประจำตัวใส่คู่ต่อสู้ นั่นเอง

เดินมวย

หมายถึง การย่องเท้า เหมือนม้าในการบุก หรือ ใช้ตั้งรับคู่ต่อสู้ ในระหว่างการแข่งขัน

สืบเท้า 

หมายถึง การเคลื่อนตัวเ พื่อไปโจมตีคู่ต่อสู้

วงนอก 

หมายถึง การออกอาวุธ หรือ การใช้ลูกไม้ แบบห่างตัว หรือ แบบเหวี่ยง

วงใน 

หมายถึง การใช้ลูกไม้ หรือ การออกอาวุธ แบบประชิดตัว ที่เรียกกันว่า คลุกวงใน

เหลี่ยม 

หมายถึง การเบนตัว เพื่อหาจังหวะ ใช้ลูกไม้กับคู่ต่อสู้ การมีจังหวะในการออกอาวุธที่ดีกว่า

อัด

หมายถึง ลักษณะอาการดัน หรือ กด ด้วยไม้มวย

ตะแคง

หมายถึง อาการเอียงตัวไปทางขวา หรือ ทางซ้าย

เฉียง

หมายถึง มุมเฉียงของเหลี่ยมตัว

ที่หมาย

หมายถึง จุด หรือ เป้าหมาย ที่จะใช้ไม้มวยกับคู่ต่อสู้ ที่จะทำให้เป็นฝ่ายชนะ

ศอกหลัง

หมายถึง ลักษณะอาการการใช้ศอก ตีกระทุ้งออกไปทางด้านหลัง

เปิดว่าง 

หมายถึง ช่องว่างของคู่ต่อสู้ที่สามารถออกลูกไม้ สู้โจมตีใส่ได้โดยง่าย

ควง 

หมายถึง อาการใช้มือหมุนควง

จังหวะ 

หมายถึง โอกาสที่เหมาะสม ในการออกอาวุธใส่คู่ต่อสู้

เตะ 

หมายถึง การเหวี่ยงเท้า ด้วยแรงหมุนใส่คู่ต่อสู้

ดีด 

หมายถึง การสะบัดเท้าออกไปใส่คู่ต่อสู้ ในลักษณะจิ้งหรีดดีดเท้า

ฟัน 

หมายถึง การใช้แรงเหวี่ยงกระแทกไปยังคู่ต่อสู้

เฉือน 

หมายถึง การใช้แรงเสียดสีกับคู่ต่อสู้

การ์ด 

หมายถึง การยกมือ และแขนทั้งสองข้างขึ้น เพื่อป้องกันโจมตีจากคู่ต่อสู้

การเปิด 

หมายถึง การใช้มือตวัดขึ้น หรือลงไปที่การ์ดของคู่ต่อสู้ เพื่อให้เปิดออก

ลอยตัว 

หมายถึง การดีดตัวให้สูงขึ้นจากพื้น เพื่อหวังผลในการออกไม้มวย

พุ่งตัว 

หมายถึง การเคลื่อนตัว เข้าใส่คู่ต่อสู้ในลักษณะพุ่งอย่างแรง

 

และนี่ก็เป็น คำศัพท์ ที่ถูกใช้ในวงการมวยไทย กีฬาประจำชาติของเรา ที่เชื่อว่าหลายๆ คนคงต้องเคยดู เคยพบเห็นกันมาบ้างแหละ ซึ่งคำศัพท์มวยไทยเหล่านี้ ก็มีมาอย่างยาวนาน และมีิวัฒนาการ มีรากฐานคำศัพท์ จากภูมิปัญหา วัฒนธรรม ภาษา ที่กิดจากคนไทยเอง ซึ่งสามารถค้นหา ศึกษารายละเอียดประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับวงการมวยไทยได้จาก ข้อมูลประวัติศาสตร์ของมวยไทย และคิดว่าในอนาคตข้างหน้า ก็อาจจะมีคำศัพท์อื่นๆ ที่เกิดจากกระบวนท่าอื่นๆ ท่าใหม่ๆ หรืออาจะเกิดจากวิวัฒนาการในการใช้ภาษาไทย ของคนรุ่นใหม่ ที่อาจจะทำให้มีการเรียกชื่อ ใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับวงการกีฬามวยไทย มาเพิ่มใหม่ และมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นอีกแน่ๆ

 

แล้วที่นี้ เราก็จะสามารถ ดูกีฬามวยไทย เชีนร์กีฬามวยไทย ได้อย่างสนุกสุดมัน และยังได้เข้าใจคำศัพท์ที่เกี่ยวกับมวยไทยด้วย เราเชื่อว่า พอเรารู้จักคำศัพท์พวกนี้แล้ว เราจะอินกับการรับชมกีฬายอดฮิตของบ้านเรา อย่างกีฬามวยไทย เราจะได้นำไปพูดคุย กับคนที่เขาดู หรือเป็นแฟนกีฬามวยไทย แบบรู้เรื่อง 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม 

นาฏมวยไทย

มวยไทย 5 สาย มีอะไรบ้าง

นาฏมวยไทย

นาฏมวยไทย

นาฏมวยไทย

 

มวยไทย  ไม่เพียงแต่เป็นกีฬายอดฮิตที่คนให้ความสนใจกันทั่วบ้านทั่วเมือง  แต่  มวยไทย  ยังนำมาเป็นการแสดงที่ผสมผสานศาสตร์การต่อสู้ของมวยไทย  ให้เข้ากับจังหวะและดนตรี  จนมีความสวยงามน่าติดตาม  หลายคนอาจจะรู้นาฏมวยไทยมาบางแล้ว  แต่สำหรับใครที่ไม่รู้จัก  เราจะพาคุณไปรู้จักกัน

 

นาฏมวยไทย  เป็นการแสดงที่พัฒนารูปแบบมาจากศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของไทย  หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่ามวยไทย  โดยได้มีการผสมผสานเข้ากับศาสตร์มนด้านของศิลปะการแสดง  มีการนำเสนอในรูปแบบที่อิสระ  โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 องค์ประกอบคือ

  • องค์ประกอบหลัก  โดยก่อนการแสดง  จะต้องไหว้ครูมวยไทยเป็นลำดับแรก  ถือเป็นจารีตประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา  โดยใช้กระบวนท่ามวยไทย  ประกอบด้วย  ท่าหมัด  ท่าเท้า  ท่าเข่า  ท่าศอก  และท่าแม่ไม้ลูกไม้มวยไทยต่าง ๆ
  • องค์ประกอบรอง  คือเครื่องแต่งกาย  ที่เน้นความเป็นไทย  และถูกต้องตามหลักของมวยไทย  สวมมงคลศีรษะ  ผ้าพันมือ  และสวมประเจียด  มีท่ามวยสร้างสรรค์  เช่น  กระโดดโยนตัวก่อนการออกอาวุธ  ท่ามวยแสดงทั้งแนวดิ่งและแนวราบ  ท่ามวยที่ผสมผสานการโยนตัว  อีกทั้งความแข็งแรงในการทำท่ามวย  และได้มีการผสมผสานเรื่องราวในท้องถิ่น  วรรณคดี  และวรรณกรรมไทย  มาเป็นแนวคิดในการนำเสนอ  เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบ  และดนตรีที่ใช้  เป็นทำนองไม่มีเนื้อร้อง  จังหวะสนุกสนาน

 

เครื่องแต่งกายของนาฏมวยไทย

เสื้อ - จะเป็นเสื้อกั๊ก  แขนกุด  คอตั้ง  ผ่าบริเวณด้านหลัง  ช่วงตัวสั้น 

โจงกระเบน  กางเกง – มีรูปแบบการตัดเย็บเป็นกางเกงที่หน้าตาเหมือนโจงกระเบน  ต้องมีความกระชับ  เพราะการออกท่ามวยต้องมีการกระโดดต่อตัว  ถีบ  ถ้าหากออกแบบให้รัดรูปจนเกินไป  อาจทำให้กางเกงขาดระหว่างการแสดงได้

ผ้าผูกเอว – เครื่องแต่งกายของนาฏมวยไทย  นากจากอุปกรณ์บังคับ  อย่างมงคลศีรษะ  ประเจียดแขน  ผ้าพันมือ  เสื้อ  และกางเกง  ผ้าผูกเอว  ถือเป็นอีกสิ่งที่สำคัญในการแต่งกาย  โดยผ้าผูกเอวสามารถผูกได้หลายแบบ  ตามการออกแบบของชุดนั้น ๆ อีกทั้งยังมีการผูกผ้าผืนเดียวและสองผืนคู่เพื่อให้เกิดสีสัน  เช่น  สีดำตัดสีแดง  สีขาวตัดสีดำ  สีทองตัดสีแดง  เพื่อเสริมให้เครื่องแต่งกายนั้นดูสมบูรณ์สวยงามยิ่งขึ้น 

 

ดนตรี

ในการแสดงนาฏมวยไทย  ดนตรีนับว่ามีความสำคัญรองลงมาจากท่ามวยไทย  รูปแบบเพลงสำหรับประกอบการแสดง  จะใช้เพลงที่มีแต่ทำนองบรรเลง  ไม่มีเนื้อร้อง  เครื่องดนตรีจะใช้เป็นเครื่องดนตรีไทยหรือสากลก็ได้  แต่ถ้าเป็นเครื่องดนตรีสากล  จะต้องมีเครื่องดนตรีไทยแทรกอยู่ด้วยเป็นส่วนหนึ่งของเพลง  เช่น  ปี่มวย  กลอง  เปิงมาง  เพื่อให้เพลงมีลักษณะที่สื่อความหมายถึงความเป็นไทย  นิยมใช้ทำนองที่สนุก  เร็ว  ให้ความรู้สึกในเชิงต่อสู้  สามารถนำดนตรีพื้นบ้านมาดัดแปลง  หรือปรับโน้ตได้  เช่น  การใช้ทำนองเชิด  แต่แปลงโน้ตในบางช่วงของเพลง  ให้เข้ากับการแสดง  และสามารถใส่เสียงประกอบ  ประเภทเสียงเลียนแบบธรรมชาติ  เช่น  ฟ้าผ่า  ฟ้าร้อง  เสียงสัตว์  หรือเสียงของัวละครนั้น ๆ เพื่อให้การดำเนินเรื่องมีความสนุก  เร้าใจ  น่าติดตาม  ทำให้การแสดงมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น

 

การนำเสนอ

การแสดงนาฏมวยไทยส่วนใหญ่  มักจะนำเสนอเรื่องราวในท้องถิ่น  หรือวรรณคดีไทยมานำเสนอ  เช่น  พรานบุญจับกินรี  หรือการนำเอาเรื่องราวประวัติศาสตร์  เช่น  ตำนานการต่อสู้ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  มาเป็นรูปแบบในการนำเสนอ  ทั้งนี้  เพื่อให้การแสดงดูแล้วมีความเข้าใจ  สามารถใช้ฉากและอุปกรณ์อื่น ๆ มาประกอบการแสดงได้  โดยยังคงรูปแบบของมวยไทยเอาไว้

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ ตรีวัฒน์ มีสมศักดิ์

 

อ่านบทความเพิ่มเติม


มวยไทย 5 สาย มีอะไรบ้าง

ศิลปะการรุกและรับ

มวยไทย 5 สาย มีอะไรบ้าง

มวยไทย 5 สาย มีอะไรบ้าง

มวยไทย 5 สาย มีอะไรบ้าง

 

หลายคนก็คงจะรู้จักมวยไทยกันดี  แต่รู้หรือไม่  ว่ามวยไทยนั้นมีทั้งหมด 5 ด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นมวยไทยสายไชยา  มวยไทยสายโคราช  มวยไทยสายลพบุรี  มวยไทยสายท่าเสา  และมวยไทยสายพละศึกษา  แต่ละสายนั้นมีประวัติความเป็นมายังไง  เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย

 

มวยไทยสายไชยา

ประวัติความเป็นมา

กำเนิดมวยไชยา – มีวัดเก่าแก่อรัญญิกชื่อวัดทุ่งจับช้าง  เป็นวัดรกร้างอยู่ในป่าริมทางด่านเดิมที่จะไปอำเภอไชยา  วัดนี้มีชื่อเสียงเพราะสมภารซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พ่อท่านมา” เป็นชาวกรุงเทพฯ  ได้หลบหนีไปอยู่เมืองไชยาด้วยเรื่องใดไม่ปรากฏ “พ่อท่านมา”ได้ฝึกสอนวิชามวยไทยแก่ชาวไชยาจนขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองมวย  แม้ทุกวันนี้นักมวยที่ปรารถนาความสวัสดีมีชัย  ต้องร่ายรำมวยเป็นการถวายคารวะหน้าที่บรรจุศพก่อนที่จะผ่านไป  มวยสุราษฎร์ฯ  หรือมวยไชยาจึงมีชื่อเสียงตลอดมา 

มวยไทยไชยา จากหลักฐานและคำบอกเล่านั้นเริ่มต้นที่  พ่อท่านมา  ไม่มีใครทราบว่าท่านมีชื่อจริงว่าอย่างไร  ทราบแต่เพียงว่าท่านเป็นครูมวยใหญ่จากพระนคร  บ้างก็ว่าท่านเป็นขุนศึกแม่ทัพแห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ชาวเมืองจึงเรียกเพียงว่า พ่อท่านมา ท่านได้เดินทางมาที่เมืองไชยา  และได้ถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ไว้ให้แก่ชาวเมือง  และศิษย์ที่ทำให้  มวยเมืองไชยา  เป็นที่รู้จักมากที่สุดในยุค ร.5 คือ  พระยาวจีสัตยารักษ์ (ขำ ศรียาภัย)

ปรมาจารย์ เขตร ศรียาภัย  เคยกล่าวไว้ว่า  ท่าย่างสามขุมของหลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร) อาจารย์โรงเรียนสวนกุหลาบฯ พ.ศ. 2464 (ซึ่งเป็นศิษย์เอกของ ปรมาจารย์ พระไชยโชคชกชนะ (อ้น)  เจ้ากรมทนายเลือกครูมวยและครูกระบี่กระบองผู้กระเดื่องนาม  ในรัชสมัย ร.5 และปรมาจารย์ ขุนยี่สานสรรพยากร (ครูแสงดาบ) ครูมวยและครูกระบี่กระบอง  ลือชื่อ ในสมัย ร.6 นั้นมีความกระชับรัดกุม  ตรงตามแบบท่าย่างสามขุมของ ท่านมา (หลวงพ่อ) ครูมวยแห่งเมืองไชยา  ท่านนับเป็นต้นสายของมวยไชยา  มรดกอันล้ำค่าของคนไทย

ศาลาเก้าห้อง - หลังจากที่กำเนิดมวยไชยาขึ้นแล้ว  กิจการด้านนี้ก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับการชกมวยจึงเป็นกีฬาสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับเทศกาล  งานฉลองหรือสมโภชต่าง ๆ  และมาเจริญสูงสุดครั้งหนึ่งคือสมัยศาลาเก้าห้อง  ซึ่งศาลาเก้าห้องนี้ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลพุมเรียง  สร้างโดยพระยาวจีสัตยารักษ์  สร้างขึ้นเป็นสาธารณสมบัติ  ศาลานี้สร้างขนานกับทางเดิน (ทางด่าน) มีเสาไม้ตำเสา 30 ต้น  เสาด้านหน้าเป็นเหลี่ยม แถวกลางและแถวหลังเป็นเสากลม  ระหว่างเสาสองแถวหลังยกเป็นพื้นปูกระดานสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร  ส่วนระหว่างแถวหน้ากับแถวกลางเป็นพื้นดิน  ยาวจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก  ยาวประมาณ 13 วา 2 ศอก ส่วนกว้างประมาณ 3 วา หลังคาลิลา  มุงสังกะสี  มีบ่อน้ำทางทิศตะวันตก 1 บ่อ

ปัจจุบันศาลาเก้าห้องเดิมได้ถูกรื้อถอนโดย  นายจอน ศรียาภัย  ลูกคนที่สามของพระยาวจีสัตยารักษ์  เมื่อออกจากราชการกรมราชทัณฑ์  และกลับไปอยู่บ้านเดิมที่ไชยา  คงเหลือไว้แต่พียงบ่อน้ำซึ่งแต่เดิมกรุด้วยไม้กระดาน  และต่อมาราษฎรได้ช่วยกันสละทรัพย์หล่อซีเมนต์เสร็จ เมื่อปี 2471  และสร้างศาลาใหม่ขึ้นที่ด้านตะวันออกของศาลาเดิมแต่มีขนาดเล็กกว่ายังคงมีอยู่กระทั่งปัจจุบัน  นอกจากจะใช้เป็นที่พักคนเดินทางแล้ว  ศาลาเก้าห้องแห่งนี้ยังใช้เป็นที่สมโภชพระพุทธรูป  เนื่องในงานแห่พระพุทธทางบกในเดือน 11 ของทุกปีประจำเมืองไชยาอีกด้วย  และในงานแห่พระพุทธรูปทางบกและงานสมโภชนี้  ที่ขาดไม่ได้คือการชกมวยเป็นการสมโภชเป็นประจำทุกปีด้วย

 

มวยไทยสายโคราช

ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมาของมวยไทยสายโคราช  มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์  เพราะชาวไทยมีการฝึกการต่อสู้ด้วยอาวุธสั้นประกอบกับศิลปะมวยไทย  โดยมีเป้าหมายในการปกป้องประเทศชาติ  อีกทั้งโคราชเป็นเมืองหน้าด่านชั้นเอก  ที่ต้องทำการรบกับ ผู้รุกรานอยู่เสมอ จึงทำให้ชาวโคราชมีความเป็นนักสู้โดยสายเลือดมาหลายชั่วอายุคน  เมื่อบ้านเมืองสงบ  มวยไทยจึงพัฒนามาเป็นศิลปวัฒนธรรมทางการต่อสู้ป้องกันตัวประจำชาติไทย  ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นช่วงเวลาที่มวยคาดเชือกรุ่งเรือง  มีการจัดการแข่งขันมวยคาดเชือกหน้า  พระที่นั่งพลับพลาทรงธรรม  สวนมิสกวัน  ในงานศพของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ในวันที่ 18 - 21 มีนาคม ร.ศ.128 (พ.ศ.2452) โดยให้หัวเมืองทั่วประเทศ  คัดเลือกนักมวยฝีมือดีเข้ามาแข่งขัน  นักมวยฝีมือดีชนะคู่ต่อสู้หลายคนจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย  ทรงโปรดฯ พระราชทานยศและบรรดาศักดิ์  ให้กับนักมวยจากมณฑลนครราชสีมา  เป็นขุนหมื่นครูมวย  ถือศักดินา 300 ไร่  คือ นายแดง ไทยประเสริฐ  ลูกศิษย์ลูกศิษย์ของพระเหมสมาหาร  เจ้าเมืองโคราช  เป็นหมื่นชงัดเชิงชก  นอกนี้ยังมีนักมวยจากโคราชอีกหลายคน  ที่มีฝีมือดีที่เดินทางเข้าไป ฝึกซ้อมมวยกับกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ วังเปรมประชากร

เอกลักษณ์ของมวยไทยสายโคราช  มีการสวมกางเกงขาสั้น  ไม่สวมเสื้อ  สวมมงคลที่ศีรษะขณะชกและที่พิเศษที่แตกต่างไปจากมวยภาคอื่น ๆ คือ การพันหมัดแบบคาดเชือกตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก  เพราะมวยไทยสายโคราช  เวลาต่อย  เตะ  จะเป็นวงกว้าง  และใช้หมัดเหวี่ยงควาย

 

มวยไทยสายลพบุรี

ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมาของมวยไทยสายลพบุรี  มีวิวัฒนาการและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายอย่าง  ทำให้มวยไทยสายลพบุรี  แบ่งช่วงเวลาต่าง ๆ ตามความสำคัญเป็น 4 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 อยู่ระหว่าง ปีพุทธศักราช 1200–2198 นับเป็นช่วงเริ่มต้นของมวยไทยสายลพบุรี มีปรมาจารย์สุกะทันตะฤๅษี เป็นผู้ก่อตั้งสำนักขึ้นที่เทือกเขาสมอคอน เมืองลพบุรี มีลูกศิษย์ชุดสุดท้ายคือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

ช่วงที่ 2  อยู่ระหว่างปีพุทธศักราช 2199 – 2410 ถือเป็นช่วงสืบทอดของมวยไทยสายลพบุรี  ซึ่งมวยไทยสายลพบุรีเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในสมัยนี้  สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  เป็นพระมหากษัตริย์ที่ส่งเสริมมวยลพบุรี   อย่างกว้างขวาง  มีการจัดการแข่งขัน  กำหนดขอบเขตสังเวียนและมีกติกาการชก  โดยมีพระเจ้าเสือ  พระมหากษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งที่สนับสนุนมวยไทย  และชอบต่อยมวย  ถึงขั้นปลอมพระองค์ ไปแข่งขัน ชกมวยกับชาวบ้าน

ช่วงที่ 3 อยู่ระหว่างปีพุทธศักราช 2411 – 2487 เป็นช่วงพัฒนาของมวยไทยสายลพบุรี  ช่วงนี้มวยไทยสายลพบุรีโด่งดังและเฟื่องฟูจนถึงขีดสุด  โดยเฉพาะในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  พระองค์เรียนวิชามวยจากปรมาจารย์หลวงพลโยธานุโยค  พระองค์โปรดมวยมาก  เสด็จทอดพระเนตรบ่อยครั้ง  ครั้งสำคัญที่สุดคือการแข่งขันชกมวยในงานพระราชทานเพลิงพระศพพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช เมื่อวันที่ 19 – 22 มีนาคม พุทธศักราช 2452 ณ เวทีมวยสวนมิสกวัน มีนักมวยไทยสายลพบุรีที่เก่งกล้าสามารถ  จนได้รับการกล่าวขานว่า “ฉลาดลพบุรี” คือ นายกลึง โตสะอาด ซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นมือแม่นหมัด  และต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีนักมวยดังของลพบุรีอีกหนึ่งคนคือ  นายจันทร์ บัวทอง 

ช่วงที่ 4 อยู่ระหว่างพุทธศักราช 2488 จนถึงปัจจุบัน  ถือเป็นช่วงสมัยใหม่ของมวยไทยสายลพบุรี  มีนักมวยไทยสายลพบุรีที่เก่งมากเกิดขึ้น  อีกสองคนคือ  นายทวีศักดิ์ สิงห์คลองสี่  และนายอังคาร ชมพูพวง  ซึ่งมีลีลาท่าทางการชกมวยคล้ายหมื่นมือแม่นหมัด คือ ถนัดในการใช้หมัดตรงและหลบหลีกได้คล่องแคล่วว่องไว นับเป็นความหวังใหม่ของมวยไทยสายลพบุรี  ที่จะช่วยพัฒนาและฟื้นฟูมวยไทยสายลพบุรีขึ้น  โดยได้มี การแข่งมวยในเวทีมวยค่ายนารายณ์เป็นประจำและมีนักมวยเป็นจำนวนมาก

 

มวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัย

ประวัติความเป็นมา

พระยาพิชัยดาบหัก  เดิมมีชื่อว่า  จ้อย  เกิดที่บ้านห้วยคา  เมืองพิชัย  ปัจจุบันคืออำเภอพิชัย  จังหวัดอุตรดิตถ์  เมื่ออายุ 8 ปี  บิดานำตัวไปฝากเรียนกับท่านพระครูวัดมหาธาตุเมืองพิชัย  จากนั้นได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์เรียนมวยกับครูเที่ยงและเปลี่ยนชื่อเป็นทองดี  ครูเที่ยงเรียกว่า  ทองดี ฟันขาว  เรียนมวยสำเร็จ  ได้ออกเดินทางขึ้นเหนือต่อเพื่อไปเรียนมวยกับครูเมฆแห่งบ้านท่าเสาได้ไปพักอยู่ที่วัดวังเตาหม้อ (วัดท่าถนนปัจจุบัน)  และได้ฝึกหกคะเมนตีลังกาเรียนแบบงิ้วแสดงและนำมาฝึกผสมผสานกับท่ามวย  จากนั้นได้เดินทางต่อไปจนถึงสำนักมวยครูเมฆแห่งบ้านท่าเสา  และได้ฝากตัวเป็นศิษย์ครูเมฆ  เรียนมวยอยู่กับครูเมฆจนเก่งกล้า  ครูเมฆจึงได้นำไปเปรียบมวยในงานประจำปีวัดพระแท่นศิลาอาสน์  ได้ชกชนะครูนิลและนายหมึกศิษย์ครูนิล  ได้ลาครูเมฆเดินทางต่อไปเพื่อเรียนดาบกับครูเหลือที่เมืองสวรรคโลก  พร้อมทั้งได้เรียนมวยจีนหักกระดูกที่เมืองสุโขทัย  จากนั้นได้เดินทางผจญภัยต่อไปยังเมืองตากและได้ชกมวยในงานถือน้ำพิพัฒน์สัตยาเอาชนะครูห้าวครูมวยดังของเมืองตาก  จนเป็นที่โปรดปราณของพระยาตาก  พระยาตากได้ชักชวนให้อยู่รับราชการเป็นทหารองครักษ์ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงพิชัยอาสา”  ได้ร่วมกับพระยาตากกอบกู้เอกราช  ตั้งกรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวงและเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินและโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ เป็นหมื่นไวยวรนาถ เป็น พระยาสิหราชเดโช  และเป็น  พระยาพิชัย  โดยลำดับ พ.ศ.2316  โปสุพลา แม่ทัพพม่า  ได้มาตีเมืองพิชัยท่านได้นำทหารออกรบและต่อสู้กับโปสุพลาจนดาบหักไปข้างหนึ่ง  ท่านได้สมญานามว่า “พระยาพิชัยดาบหัก” ตั้งแต่นั้นมา  เมื่อสิ้นสมเด็จพระเจ้าตากสินแล้ว สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  ได้ทรงเสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2325  ท่านไม่ยอมอยู่เป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย  จึงได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  ขอถวายความจงรักภักดีถวายชีวิตตาม  สมเด็จพระเจ้าตากสิน  แต่ขอฝากบุตรชายให้รับราชการสนองพระเดชพระคุณสืบไป  พระยาพิชัยดาบหักจึงเป็นที่เคารพรักของคนจังหวัดอุตรดิตถ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  จังหวัดอุตรดิตถ์จึงได้จัดงานฉลองวันชัยชนะให้กับท่านระหว่างวันที่ 7–16 มกราคม ของทุกปี

 

มวยไทยสายพละศึกษา

ประวัติความเป็นมา

มวยไทยสายพลศึกษา  ได้ก่อกำเนิดมาพร้อมกับการจัดตั้งสามัคยาจารย์สมาคม  เพื่อจัดเป็นสถานที่การออกกำลังกาย สำหรับประชาชนทั่วไป  ปี พ.ศ.2497 โรงเรียนพลศึกษากลาง  ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรใหม่  การเรียนการสอน  ยังคงมีการเรียนมวยไทยเหมือนเดิม  โดยมีมวยไทยเป็นหมวดวิชาไม่บังคับ  หลังจากนาวาเอกหลวงศุภชลาศัยได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษา  ได้ของบประมาณสร้างสนามกีฬาแห่งชาติขึ้นที่บริเวณตำบลวังใหม่  อำเภอปทุมวัน  กรุงเทพมหานครฯ  และเรียกว่าสนามกีฬาแห่งชาติ  ในขณะเดียวกัน  โรงเรียนพลศึกษากลางมีการจัดการเรียนการสอนเต็มเวลา 5 ปี โดยเป็นนักเรียนทุนจากจังหวัดต่าง ๆ  ซึ่งมีหลักสูตรมวยไทยในการเรียนการสอนมวยไทยด้วย
ต่อมาหลักสูตรทางด้านพลศึกษา  วิทยาลัยพลศึกษายกฐานะเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาพลศึกษา  และต่อมาปี พ.ศ.2517 ได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒพลศึกษา  และกรมพลศึกษาได้เปิดวิทยาลัยพลศึกษา ทั้งกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 17 แห่ง   มวยไทยสายพลศึกษา  มีการสืบทอดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด  ซึ่งมีปรมาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชามวยไทยสายพลศึกษาที่มีชื่อเสียงนั้นคือ อาจารย์สุนทร ทวีสิทธิ์ หรือ อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์  อีกคนหนึ่งคือ อาจารย์แสวง ศิริไปล์  ปรมาจารย์มวยไทยสายพลศึกษา  นอกจากนี้ยังมีอาจารย์ที่สอนในสายพลศึกษาซึ่งเกี่ยวกับมวยไทยอีกมากมาย ซึ่งทำหน้าที่สืบทอดมวยพลศึกษาต่อ ๆ กันมารุ่นสู่รุ่น
บุคคลที่มีชื่อเสียงในมวยไทยสายพลศึกษา  อาทิเช่น  อาจารย์สืบ จุณฑะเกาศลย์,  อาจารย์ผจญ
เมืองสนธ์, อาจารย์ณัชพล บรรเลงประดิษฐ์, อาจารย์นบน้อม อ่าวสุคนธ์, รองศาสตราจารย์ระดม ณ บางช้ามง ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมบูรณ์ ตะปินา, อาจารย์นอง เสียงหล่อ, อาจารย์จรัสเดช อุลิต, ผู้ช่วยศาสตราจารย์โพธิ์สวัสดิ์ แสงสว่าง, ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรัจฺน์ เสียงหล่อ, อาจารย์สงวน มีระหงส์,  และอาจารย์จรวย แก่นวงษ์คำ  ผู้มีชื่อเสียงในการไหว้ครูและร่ายรำท่าสาวน้อยประแป้ง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กติกามวย รู้ไว้ก่อนขึ้นชก

ทำไมคุณควรฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ที่กรุงเทพ

ศิลปะการรุกและรับ

ศิลปะการรุกและรับ

มวยไทย ศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในการออกกำลังกาย หรือฝึกเพื่อเรียนรู้วิธีการต่อสู้แบบมวยไทย หลายคนคงเคยดูมวยมาบ้าง แล้วเห็นเขาสู้กันอย่างดุเดือด ได้ยินคำว่าฝ่ายรุกฝ่ายรับต่าง ๆ อยากรู้ว่ามันคืออะไร เรามาดูกันเลยดีว่า

 

ศิลปะการรุกและรับ หมายถึง การเลือกใช้ไม้มวยไทย และกลวิธีต่าง ๆ ผสมผสานกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม้มวยไทยที่ใช้ในการชกมวยไทย ได้แก่ หมัด เท้า เข่า และศอก การใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ เรียกว่า "ไม้หมัด" การใช้เท้าเตะคู่ต่อสู้เรียกว่า "ไม้เตะ" การใช้เท้าถีบเรียกว่า "ไม้ถีบ" การใช้เข่าเรียกว่า "ไม้เข่า" การใช้ศอกเรียกว่า "ไม้ศอก" และยังมีการแบ่งตามลักษณะความสั้น - ยาวของการใช้ไม้มวยไทยด้วย โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ไม้สั้น และไม้ยาว เช่น การใช้หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดงัด ศอกและเข่า เรียกว่า "ไม้สั้น" การใช้เท้าเตะ ใช้เท้าถีบ หมัดเหวี่ยงยาว เรียกว่า "ไม้ยาว"

การเตะ ถีบ เข่า และศอก จะเรียกว่า "แม่ไม้" ส่วนการต่อย หมัดงัด หมัดเหวี่ยงสั้น - ยาว การเตะตรง เตะตัด เตะตวัด เตะเฉียง เตะกลับหลัง ถีบตรง ถีบข้าง ถีบกลับหลัง เข่าตรง เข่าเฉียง เข่าตัด เข่าลอย ศอกตี ศอกตัด ศอกกลับหลัง ศอกพุ่ง เหล่านี้เรียกว่า "ลูกไม้"

 

ศิลปะการรุก

ไม้รุก หมายถึง หลักวิชาการในการใช้ไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบกันเพื่อเป็นการรุกโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไปไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถใช้ไม้อื่นต่อไปได้ เช่น การถีบตรง การเตะเฉียง เตะลิด ส่วนไม้ตามนั้นจะเป็นไม้ยาวหรือไม้สั้นก็ได้ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีประการใด ดังนั้นจึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือส่วนล่างอย่างเดียวจะง่ายต่อการป้องกันแก้ไขโดยทั่วไปไม้รุกมีตั้งแต่จังหวะเดียวขึ้นไปจนไม่จำกัดจำนวน แต่นิยมใช้และได้ผลดี รวมไปถึงการฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

  • ไม้รุก 1 จังหวะ หมายถึง การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยเพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา เตะขวา โยนเข่าขวาหรือด้านที่ถนัดที่สุด เรียกว่า "ไม้รุกจังหวะเดียว"
  • ไม้รุก 2 จังหวะ หมายถึง การรุกเข้าไปใช้ไม้มวย ๒ จังหวะ โดยในจังหวะที่ ๑ เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วตามไปใช้ไม้จริงในจังหวะที่ ๒ ต้องตามกันไปอย่างรวดเร็ว เรียกว่า "ไม้รุก 2 จังหวะ"
  • ไม้รุก 3 จังหวะ หมายถึง การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ หมัดตรง แล้วเตะตาม ถ้าฝึกจนเกิดความชำนาญแล้ว ก็สามารถใช้ไม้สั้น เช่น ศอก เข่า หมัดตวัด หมัดงัด เป็นไม้นำได้เช่นกัน
  • ไม้รุก 4 จังหวะ หมายถึง การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน และไม้รุกที่ออกไปต่างก็หวังผลทั้งหมด แล้วแต่โอกาส ส่วนมากจังหวะที่ 1 และ 2 เป็นไม้หลอก จังหวะที่ 3  และ 4 เป็นไม้จริง

 

ศิลปะการรับ

ไม้รับ หมายถึง หลักวิชาการในการนำเอาไม้มวยต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย แก้การเตะ แก้การถีบ แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริง ๆ ไม่ได้ชกหรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด เช่น ต่อยนำ เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือต่อยตามเข่าความหมายรวมไปถึงการทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้ การหลบหลีก การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

ไม้รับในที่นี้จะกล่าวถึงการรับไม้มวยของคู่ต่อสู้ทีละชนิดตามลำดับ เริ่มตั้งแต่รับการต่อย รับการเตะ รับการถีบ รับการเข่า และรับการศอก โดยอาศัยการถอย หลบหลีก ปัดป้อง และตอบโต้ด้วยไม้มวยต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • การหลอกล่อ หมายถึง การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด หรือเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางเราได้ แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวอวัยวะต่าง ๆ โดยไม่เคลื่อนที่ไปจากที่เดิม คือหลอกด้วยสายตา คือ มองสูงแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่ต่ำ หรือมองต่ำแต่ใช้ไม้มวยไปสู่เป้าหมายที่สูงหลอกด้วยศีรษะ คือ การเคลื่อนไหวศีรษะไปมาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้หลงทางหลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหวลำตัว คือ การอาศัยความอ่อนตัว เช่น การโยกเอวหรือโยกลำตัวไปทางซ้ายและขวา
  • การถอยให้พ้นระยะ หมายถึง การถอยให้ห่างจากคู่ต่อสู้ อาจกระโดดเคลื่อนเท้าถอยหลัง หรือก้าวถอยหลัง แต่ต้องให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ ในการถอยเมื่อพ้นระยะแล้ว จะต้องอยู่ในท่าที่พร้อมจะตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที
  • การโยกตัวหรือการเอนตัวให้พ้นระยะ หมายถึง การโยกตัวหรือเอนตัวออกให้พ้นระยะคู่ต่อสู้
  • การหลบหลีก หมายถึง การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกไม้มวยของคู่ต่อสู้ที่จู่โจมมา อาจใช้วิธีก้มตัวหลบด้านซ้ายและขวา
  • การปัดให้เบี่ยงออกไป หมายถึง การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น
  • การปัดป้อง หมายถึง การใช้ส่วนต่าง ๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย เช่น การใช้เข่าปัดป้องท้อง รวมถึงบริเวณลำตัว การใช้ศอกและเข่าบริเวณหน้าอก
  • การบังเกาะจับ หมายถึง การบังไม่ให้ไม้มวยของคู่ต่อสู้ปะทะกับตัวเรา การบังนั้นจะต้องอาศัยการผ่อนแรงให้ถูกจังหวะและเหมาะสมจึงจะได้ผลดี เมื่อบังเกาะจับได้แล้ว ก็สามารถใช้ไม้มวยตอบโต้ได้ทันที
  • การทำให้ล้ม ในมวยไทยมีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกาคือ ใช้วิธีการบังเกาะจับแล้วผลักให้ล้ม หรือการกอดรัดแล้วเหวี่ยงให้ล้ม

 

ศิลปะการตอบโต้

ศิลปะการตอบโต้ หมายถึง การใช้ไม้มวยตอบโต้คู่ต่อสู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ได้แก่

  • ถอยแล้วตอบโต้ หมายถึง การถอยให้พ้นระยะไม้มวยที่จู่โจมมา แล้วจึงใช้ไม้มวยตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที
  • การหลบหลีกแล้วตอบโต้ หมายถึง การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ เช่น การก้มตัว การเอนตัว การย่อขา การเคลื่อนไหว
  • การชิงทำแล้วตอบโต้ หมายถึง การใช้ไม้มวยตอบโต้คู่ต่อสู้ที่ใช้ไม้รุกมายังเรา โดยให้ไม้มวยของเราออกไปให้ถึงเป้าหมายก่อน
  • การปัดป้องแล้วตอบโต้ หมายถึง การใช้ส่วนต่าง ๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องเป้าหมายที่คู่ต่อสู้จะจู่โจม ซึ่งส่วนมากเป็นบริเวณจุดอ่อนของร่างกาย เช่น ปลายคาง ใบหน้า คอ หน้าอก ลำตัว ลิ้นปี่ ท้อง ขาพับ
  • การปัดให้เบี่ยงออกจากไม้มวยของคู่ต่อสู้ หมายถึง การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น
  • การทำให้ล้ม ในมวยไทยมีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกา โดยใช้วิธีการบังเกาะจับ หรือทุ่มด้วยสะโพก

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ต่อย มวยไทย สร้างกล้ามหน้าท้อง V. ผู้หญิง

ความดุเดือดของ กีฬา มวยไทย ที่มาพร้อม คุณค่า ทาง จิตใจ

5 ภาพยนตร์ เกี่ยวกับมวยไทย

5 ภาพยนตร์ เกี่ยวกับมวยไทย

มวยไทย  ศิลปะการต่อสู้ของไทยที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ไม่เพียงแต่จะเป็นกิจกรรมสำหรับออกกำลังกายเพียงเท่านั้น แต่มวยไทยยังได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์อีกด้วย มวยไทย เป็นอาวุธที่ฮีโร่ฉบับบไทยใช้ในการต่อสู้กับเหล่าคนร้าย วันนี้เราก็มีหนังที่เกี่ยวกับมวยไทยมานำเสนอ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

 

องค์บาก (2546)

ผู้กำกับ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ชัดเจนมากในการนำเสนอความยิ่งใหญ่ของ “ศิลปะแม่ไม้มวยไทยโบราณ” ผ่านนักแสดงนำอย่าง “จา พนม (ทัชชกร ยีรัมย์)” หรือ “โทนี จา” ผู้รับบทเป็น บุญทิ้ง หนุ่มบ้านหนองประดู่ที่ออกตามหา องค์บาก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกขโมยตัดเศียรไป

ฉากแอ็กชันทั้งหมดในเรื่องโดดเด่นด้วยการไม่ใช้สลิงและตัวแสดงแทน ทำให้ จา พนม กลายเป็นนักแสดงชายยอดนักบู๊แถวหน้าระดับโลกที่โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน และบทบาทใหม่เพิ่มเติมคือนั่งแท่นกำกับเองในภาคต่อมา โดยตัวหนังมีทั้งหมด 3 ภาค

เรื่องย่อ

องค์บาก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของหมู่บ้านหนองประดู่ ได้ถูกขโมยตัดเศียรไป บุญทิ้ง (ทัชชกร ยีรัมย์) หนุ่มบ้านหนองประดู่ จึงอาสาออกตามหามาจนถึงกรุงเทพฯ จนได้เจออ้ายหำแหล่หรือ จอร์จ (หม่ำ จ๊กมก) ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่ทิ้งท้องนาและกลิ่นโคลนสาปควายบ้านนอก มาร่วมทีมกับ หมวยเล็ก (ภุมวารี ยอดกมล) มาเป็น 18 มงกุฎ ต้มตุ๋นชาวบ้านเพื่อเลี้ยงปากท้อง

บุญทิ้งจึงไม่วายเป็นเหยื่อเพราะความซื่อ แต่ด้วยความที่เป็นคนดีและเคยช่วยเหลือชีวิตทั้งสองไว้ ภายหลังเขาจึงได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองในการตามหาองค์บาก พร้อมถูกดึงเข้าสู่การต่อสู้กับเจ้าพ่อมาเฟียอิทธิพลมืดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด บุญทิ้งจึงขอต่อสู้ทั้งชีวิตด้วยศิลปะมวยไทยโบราณตลอดจนการเดินทางตามหาองค์บากเพื่อนำกลับคืนสู่หมู่บ้านให้ทันพิธีอุปสมบทหมู่ซึ่งจะจัดขึ้นในอีก 7 วันให้ได้

 

ต้มยำกุ้ง (2548)

ต่อยอดความสำเร็จกันอีกครั้งของผู้กำกับและนักแสดงคู่บุญ อย่าง “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” และ “ทัชชกร ยีรัมย์” ยังคงนำเสนอ “ศิลปะแม่ไม้มวยไทยโบราณ” ผ่านเรื่องราวที่เข้มข้นและซับซ้อนขึ้น

การต่อสู้ข้ามชาติเพื่อเอาชีวิตรอดของเด็กหนุ่มและเพื่อนพ้อง เพื่อช่วยเหลือช้างพ่อลูก จนได้ค้นพบกับ “ตำนานมวยคชสาร” มีทั้งหมด 2 ภาค

เรื่องย่อ

การเดินทางข้ามโลกของ ขาม (จา พนม ยีรัมย์) เด็กหนุ่มบ้านป่าที่ชีวิตต้องพลิกผันโดยเงื้อมมือของผู้มีอิทธิพลระดับประเทศที่ลักพาช้างพลายสองพ่อลูก ซึ่งเด็กหนุ่มและพ่อของเขารักดั่งชีวิต และมีความมุ่งหมายอันสูงสุดที่จะมอบเป็นคชบาทแด่ในหลวง ไปขาย ณ ประเทศออสเตรเลีย ทางเดียวที่จะช่วยเหลือและรักษาชีวิตของช้างอันเป็นที่รักของเขาได้ นั่นก็คือ การบุกตะลุยถึงถิ่นเสือ โดยการเดินทางข้ามโลก

เรื่องไม่ง่ายอย่างใจคิด แม้เขาจะได้รับความช่วยเหลือจาก จ่ามาร์ค (หม่ำ จ๊กมก) นายตำรวจไทยและปลา (บงกช คงมาลัย) สาวไทยที่ถูกหลอกมาขายตัวในซิดนีย์ก็ตาม แต่ที่นั่น เขากลับต้องไปพัวพันกับการไล่ล่าของแก๊งค์มาเฟียที่นำโดย มาดามโรส (จิน ซิง) ที่มีลูกสมุนต่างชาติที่เต็มไปด้วยฝีมือทางการต่อสู้อย่าง จอห์นนี่ (จอห์นนี่ เหงียน) และ ทีเค (นาธาน โจนส์) อย่างไม่ได้ตั้งใจ

ณ วินาทีนี้ การต่อสู้ข้ามชาติเพื่อเอาชีวิตรอดของเด็กหนุ่มและเพื่อนพ้อง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพื่อตามหาและช่วยเหลือ พ่อใหญ่ และ ขอน ช้างพ่อลูก ที่เปรียบได้กับญาติพี่น้องของเขา นำไปสู่บททดสอบและการต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาให้โลกได้ล่วงรู้ถึง อานุภาพของ "แม่ไม้มวยไทยโบราณ" ที่หนักหน่วง รุนแรง และยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยมาก่อน โดยเฉพาะ "ตำนานมวยคชสาร"

 

ทองดีฟันขาว (2560)

ภาพยนตร์ปฐมบทก่อน พระยาพิชัย จะดาบหัก จากฝีมือการกำกับของนักแสดงรุ่นใหญ่ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ดัดแปลงจากอัตชีวประวัติของ พระยาพิชัยดาบหัก หรือ จ้อย หรือ นายทองดีฟันขาว ทหารเอกใน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

นำแสดงโดยนักมวยไทยชื่อดัง “บัวขาว บัญชาเมฆ” เรื่องราวก่อนที่ตัวละคร ทองดีฟันขาว จะได้จับดาบปกป้องพระเจ้าตากฯ เขาคือนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ และใช้ “ศิลปะแม่ไม้มวยไทย” พิสูจน์ตนจนกลายเป็นวีรบุรุษ

เรื่องย่อ

ในสมัยอโยธยาตอนปลาย โรงมวยเปรียบเหมือนสถาบันที่รวมเหล่ายอดนักสู้ไว้ด้วยกัน ภายใต้การดูแลและฝึกสอนของครูมวยที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายศาสตร์แตกต่างกันไป แต่กว่าจะได้รับการยอมรับเป็นศิษย์ของแต่ละสำนักนั้น ก็ต้องมีความอดทนและเก่งกาจไม่แพ้ใคร

“ทองดี” เป็นหนึ่งในนักสู้ที่เชื่อมั่นในฝีมือของตนจนไม่เคยรู้ว่าการฝึกการต่อสู้นั้น ครูเป็นเรื่องจำเป็นแค่ไหน จนกระทั่งได้พบกับความพ่ายแพ้แบบที่ยากจะยอมรับ การเดินทางเพื่อค้นหาครูมวยในศาสตร์ต่างๆ ของชายที่ชื่อ “ทองดีฟันขาว” จึงเริ่มขึ้น เพื่อไปสู่จุดที่เขาจะกลายเป็นนักมวยเลื่องชื่อคนสำคัญของอโยธยา

 

ไชยา (2550)

ไชยา เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2550 เป็นเรื่องเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้มวยไชยา ซึ่งเป็นมวยคาดเชือกแบบเก่าแก่โบราณของ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

กำกับโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ ซึ่งเคยมีผลงานกำกับเรื่อง ลองของ และเขียนบทภาพยนตร์ เปนชู้กับผี ได้รับคัดเลือกเป็นภาพยนตร์ฉายปิด เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ ประจำปี 2550 ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

เรื่องย่อ

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2520 เปี๊ยก (อัครา อมาตยกุล) สะหม้อ (สนธยา ชิตมณี) และเผ่า (ธวัชชัย เพ็ญภักดี) เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสามเป็นนักมวยไทยไชยา ซึ่งวันหนึ่งค่ายมวยที่สังกัดอยู่เกิดเลิกกิจการลง ทั้งสามจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตามหาความฝัน ที่จะได้เป็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงซึ่งเปี๊ยก ไม่ประสบความสำเร็จในการชกมวย จึงตัดสินใจไปแข่งมวยเถื่อนหลังจากนั้นเปี๊ยกและสะหม้อได้เข้าไปเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพล ส่วนเผ่าได้ไปเข้าค่ายมวยและขึ้นชกที่เวทีราชดำเนินก่อนโด่งดังในเวลาต่อมา เปี๊ยกและสะหม้อได้ร่วมมือกันฆ่าครูของเผ่าที่ป่าช้าก่อนที่เปี๊ยกจะโดนตำรวจจับในเวลาต่อมาและระหว่างที่จะย้ายเปี๊ยกไปคุมขังที่อื่นสะหม้อได้เข้ามาช่วยเปี๊ยกหนีและหลังจากที่เปี๊ยกขับรถหนีไปสะหม้อได้โดนฝรั่งกลุ่มที่เป็นนายหน้านักมวยฆ่าแต่สะหม้อเอาระเบิดติดกับตัวแล้วรถก็ระเบิด ในวันนี้เผ่าต้องลงชิงแชมป์กับนักมวยฝรั่งซึ่งเปี๊ยกได้มาที่สนามและฆ่าผู้มีอิทธิพลลงหลังจากนั้นจึงโดนตำรวจยิงก่อนตายเผ่าซึ่งได้แชมป์มาได้เข้ามาหาเปี๊ยกโดยศรีไพร ซึ่งเป็นภรรยาของเปี๊ยก

 

9 ศาสตรา (2561)

ภาพยนตร์แอนิเมชัน เนื้อหาว่าด้วยแฟนตาซีผสมผสานกับมวยไทย อำนวยการสร้างโดยบริษัท เอ็กซ์ฟอร์แมท ฟิล์มส์ และจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งใช้เวลาในการสร้างถึง 4 ปีเต็ม และได้ออกฉายตรงกับสัปดาห์ วันเด็กแห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2561 มีกำหนดฉายวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ทางเน็ตฟลิกซ์

เรื่องย่อ

9 ศาสตรา เป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ชะตาลิขิตให้มากอบกู้อาณาจักรรามเทพนคร แผ่นดินปิตุภูมิของเขาให้รอดพ้นอำนาจทมิฬของยักษา ผู้ก่อความทุกข์เข็ญให้ประชาราษฎร์ เป็นการเดินทางที่ต้องอาศัยทั้งโชคชะตาและวิชายุทธอย่างมีคุณธรรม อ๊อด ชายหนุ่มแห่งโพ้นทะเล คือ ผู้ที่ถูกลิขิตมาให้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้อาณาจักร พร้อมกับพลพรรคเพื่อนพ้อง ที่มีทั้งอาวุธและยุทธวิธีตามวิถีตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ยวหลาน”โจรสลัดอากาศชาวจีน เธอเป็นสาวงามนักแม่นปืนจากกองเรือเหาะทะยานเมฆ พร้อมด้วยลิงทโมน นามว่า วาตะ รวมถึง อสูรสีชาด ยักษ์สีแดงร่างใหญ่ใจดี ส่วนอ๊อดนั้นได้ร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้มวยไทย ที่เคยหายสาบสูญจากครูมวยอันดับหนึ่งของแผ่นดิน และได้ฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนักมาโดยตลอด เพื่อเตรียมต่อสู้กับหมู่มวลอธรรม

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เอกลักษณ์ มวยไทย โบราณ ทั้ง 4 ภาค

ความดุเดือดของ กีฬา มวยไทย ที่มาพร้อม คุณค่า ทาง จิตใจ

มวยทะเลคืออะไร

มวยทะเลคืออะไร

มวยทะเลคืออะไร

มวย เป็นกีฬาและศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ และเฉพาะอย่างยิ่งคือชาวต่างชาติ เพราะมวยนั้นนับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ มวยนั้นช่วยลดน้ำหนักได้ดี ช่วยให้มีรูปร่างที่สวยงาม สามารถใช้ป้องกันตัวได้ นอกจากจะเป็นกีฬาที่นิยมออกกำลังกายกันแล้ว มวยยังเป็นการละเล่นพื้นบ้านอีกด้วย อย่างเช่น มวยทะเล ที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้

 

มวยทะเล

มวยทะเล เป็นกีฬาพื้นเมืองภาคใต้ในสมัยก่อน เล่นแพร่หลายในแทบทุกจังหวัด เช่น พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา เป็นต้น แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเริ่มเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พบว่ามีการเล่นกันในปี พ.ศ. ๒๔๔๙ โดยจัดให้เป็นกีฬาที่มีการสอนแก่นักเรียนนายร้อยในสมัยนั้น (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, ๒๕๑๐: ๓๙ – ๔๐) มวยทะเล มีการสันนิษฐานว่า ดัดแปลงมากจากการชกมวยไทยที่เป็นที่นิยมกันมานานแล้ว นำมาเล่นกันบริเวณชายหาดหรือในทะเล แล้วชกต่อยกันให้ฝ่ายใดตกทะเล จึงเรียกว่า มวยทะเล ทหารเรือนิยมจัดให้มีการแข่งขันกีฬามวยทะเล เนื่องจากได้ฝึกการต่อสู้และยังฝึกการว่ายน้ำเอาตัวรอดด้วย ชาวบ้านในภาคใต้นิยมเล่นสนุกสนานกันในเทศกาลตรุษจีน สงกรานต์ หรืองานรื่นเริงต่าง ๆ เล่นกันเฉพาะในหมู่ผู้ชายทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ในปัจจุบันยังมีการเล่นกีฬาชนิดนี้อยู่บ้าง

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น

  • นวมคนละคู่
  • ไม้หมากหรือเสากลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 – 7 นิ้ว ยาวประมาณ 3 – 4 เมตร 1 ต้น สำหรับใช้เป็นเสาไม้พาด
  • ไม้หมากหรือเสากลมขนาดเท่ากับไม้พาดแต่สั้นกว่า คือ ยาวประมา เมตรครึ่ง ถึง ๓ เมตร สำหรับเป็นขารองรับไม้พาด จำนวน 4 ต้น

 

สถานที่

นิยมเล่นกันบริเวณหาดทราย หรือเล่นกันในน้ำ ที่เป็นน้ำตื้น โดยปักเสา 2 ต้นไขว้กัน เป็นขาสำหรับรองไม้พาดจำนวน 2 ขา ให้ขาทั้งสองห่างกันประมาณ 3 เมตร แล้วนำเสาไม้พาดหรือไม้หมากกลมวางพาดระหว่างเสาไขว้ที่เป็นขาทั้ง 2 ข้าง ให้เสาไม้สูงจากพื้นดินประมาณ 100 – 200 เซนติเมตร แล้วใช้น้ำมันหมูหรือน้ำมันมะพร้าวทาเสาไม้พาดให้ลื่น ตรงกึ่งกลางเสาไม้พาดทำสัญลักษณ์ไว้ บางท้องถิ่นนิยมเล่นกันในลาดวัดโดยรองพื้นด้วยทรายนุ่ม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการตกลงมาจากไม้พาด

 

วิธีการเล่น

  • เล่นครั้งละ 2 คน โดยให้ผู้เล่นทั้ง 2 คนสวมนวมที่มือ แล้วปีนขึ้นไปนั่งคร่อมในลักษณะขี่ม้าบนเสาไม้พาด ให้แต่ละคนนั่งห่างจากจุดกลางไม้พาดคนละ 1 เมตร นั่งหันหน้าเข้าหากัน โดยผู้เล่นจะต้องพยายามนั่งทรงตัวอยู่บนเสาไม้พาดที่ลื่นให้ได้
  • เมื่อทั้งผู้เล่นพร้อมแล้ว กรรมการจะให้สัญญาณเริ่มเล่น ผู้เล่นจะต้องเขยิบตัวเข้าหากัน แล้วก็ชกต่อยเหมือนกับชกมวยทั่ว ๆ ไป ต้องทำให้อีกฝ่ายตกจากไม้ให้ได้
  • ผู้เล่นคนไหนสามารถชกให้อีกฝ่ายตกจากเสาไม้พาดได้ก่อนถือว่าเป็นผู้ชนะ

 

กติกา

  • ใช้การชกหรือต่อยด้วยหมัดเท่านั้น ห้ามตบหรือผลัก
  • ผู้เล่นคนไหนที่เสียการทรงตัว ไม่สามารถคร่อมอยู่บนเสาไม้ได้ ปล่อยให้ตัวพลิกไปอยู่ใต้เสาไม้พาด แต่ไม่ตกลงสู่พื้น จะไม่ถือว่าตกจากเสาไม้พาด อนุญาตให้เล่นต่อไปได้
  • ถ้ามือหรือเท้าของผู้เล่นถูกพื้นดินหรือพื้นน้ำใต้เสา จะถือว่าตกจากเสาไม้พาดแล้ว ถือว่าแพ้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ยืดกล้ามเนื้อ ก่อนขึ้นชก ดียังไง

เคารพ กฏ กติกา ในการ ต่อย มวยไทย

เลือกนวมชกมวยยังไงดี

เลือกนวมชกมวยยังไงดี

เลือกนวมชกมวยยังไงดี

มวย เป็นกีฬาที่คนหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นกีฬาที่ช่วยลดน้ำหนักได้ดี ใช้ป้องกันตัวได้ และไอเทมสำคัญอย่างหนึ่งของมวยก็คือ นวมมวย ซึ่งเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่นักมวยจะต้องใส่ไว้ที่มือ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บในขณะที่ชกอยู่ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นเบาะกระจายพลังของหมัดในขณะชกมวยและยังช่วยป้องกันอาการกระดูกฝ่ามือร้าวหรือหัก เพื่อเป็นการปกป้องนักกีฬาทั้งสองฝ่าย

 

นวมมวยมี 2 แบบ

หนังแท้  นวมชกมวยที่ทำจากหนังแท้ จะมีความทนทานสูง และไม่ขาดง่าย แต่ผิวสัมผัสจะค่อนข้างแข็ง หากนำไปชกโดยที่คู่ซ้อมไม่สวมเฮดการ์ด อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ รวมไปถึงยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร

หนังเทียม นวมชกมวยที่ใช้หนังเทียมในการผลิตจะมีฟองน้ำเพื่อเพิ่มความหนา ทำให้นวมนุ่มกว่าแบบแรก และมีราคาถูกกว่า แต่คุณภาพของหนังเทียมก็จะไม่ทนทานเท่าหนังแท้ และอายุการใช้งานอาจจะอยู่ด้ไม่นานเท่าหนังแท้

 

ขนาดของนวม

ขนาดของนวมชกมวยนั้นจะใช้หน่วยเป็น ออนซ์ (Ounce หรือ Oz) โดยมีตั้งแต่ขนาด 4 ออนซ์ ถึง 16 ออนซ์ หรืออาจจะมากกว่า เรื่องน้ำหนักของนวมนั้นส่งผลต่อการออกหมัด เพราะยิ่งนวมมีน้ำหนักเยอะ ก็ยิ่งต้องใช้แรงในการออกหมัดมากขึ้นตามมาด้วย

 

ประเภทของนวม

1 Boxing Gloves คือนวมชกมวยอเนกประสงค์ ที่ใช้ชกกระสอบทรายหรือชกกับคู่ซ้อมก็ได้ และเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มหรือหัดชกมวยใหม่ ๆ

2 Bag Gloves คือนวมต่อยกระสอบ เป็นนวมสำหรับใช้ในการซ้อมชกกับกระสอบทรายคนเดียว ออกแบบมาเพื่อป้องกันมือของผู้สวมใส่โดยเฉพาะ

3 Sparring Gloves เป็นนวมที่ใช้ในการซ้อมชกกับคู่ซ้อม โดยตัวนวมนั้นสามารถป้องกันอาการบาดเจ็บที่มือของผู้สวมใส่และคู่ซ้อมได้เป็นอย่างดี

4 Muay Thai Gloves หรือนวมมวยไทย เหมาะสำหรับใช้ในการลงแข่งมวยไทย มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับ Boxing Gloves แต่ผู้สวมใส่สามารถกางมือออกได้ มีให้เลือกทั้งแบบเชือกและตีนตุ๊กแก ซึ่งช่วยให้สวมใส่ได้กระชับยิ่งขึ้น

5 Mexican Style Boxing Gloves เป็นนวมที่ใช้สำหรับการแข่งขันมวยสากล บริเวณข้อมือของนวมประเภทนี้จะยาวกว่านวมมวยไทยพอ ซึ่งช่วยซัพพอร์ตข้อมือได้ดีเลยทีเดียว

6 Mixed Martial Arts Gloves คือนวมที่ใช้เพื่อแข่งมวย MMA ลักษณะของนวมประเภทนี้จะแตกต่างจากนวมแบบอื่นอย่างเห็นได้ชัด คือส่วนของนิ้วมือจะเปิดออก

 

เราควรที่จะเลือกนวมให้เหมาะกับการใช้งาน และเหมาะกับขนาดมือของตัวเอง โดยน้ำหนักของนวมที่นิยมใช้กันจะอยู่ที่ 6 – 10 ออนซ์ เพราะไม่เบาหรือหนักจนเกินไป

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

นักมวยแห่งยุค ในวงการ UFC ศิลปะการต่อสู้ผสม

อย่า ชั่งใจ ที่จะ ชั่งน้ำหนัก ของตัวเอง

เรียนมวยที่ไหนดี

เรียนมวยที่ไหนดี

เรียนมวยที่ไหนดี

ในปัจจุบัน มวยไทย นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ชาวไทย หรือชาวต่างชาติ ล้วนแล้วแต่ให้ความสนใจกับกีฬามวยกันอย่างแพร่หลาย เพราะมวยนั้นเป็นกีฬาที่จะทำให้เราได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายอย่างเต็มที่ เป็นกีฬาที่ช่วยลดน้ำหนักได้ดี และยังใช้ป้องกันตัวได้ดีอีกด้วย สำหรับคนที่อยากเรียนมวย เราขอแนะนำที่ เจริญทอง มวยไทยยิม

 

ที่เจริญทองมวยไทยยิม เป็นยิมมวยที่ยังคงรักษากลิ่นอายและเอกลักษณ์ของมวยขนานแท้เอาไว้ มีบรรยากาศการเรียนการสอนที่เป็นกันเอง ทำให้ผู้ที่มาเรียนสามารถปรับตัวไปเร็ว และไม่รู้สึกเกร็ง ที่เจริญทอง มวยไทยยิม ยังมีครูสอนมวยที่มีความสามรถ และเก่งกาจ อุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อยมวยเรียนมวย ก็มีครบครัน และที่ยิมมวย ยังมีการรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด ให้ผู้ที่เข้ามาเรียนหรือใช้บริการมั่นใจในความสะอาดและความปลอดภัยต่อสุขภาพได้ ส่วนใหญ่ผู้ที่มาเรียนมวยจะเป็นผู้หญิงซะเยอะ คิดเป็นประมาณ 70% ได้ เพราะฉะนั้น สาว ๆ ที่อยากมาเรียนมวยก็ไม่ต้องกลัวไปว่าจะไม่มีเพื่อนสาว ๆ อยู่ด้วยกัน มาเรียนมวยกับที่ เจริญทอง มวยไทย คุณจะได้ทั้งความรู้เกี่ยวกับมวย ได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่ และได้ความสนุกในทุก ๆ ครั้งที่มาเรียนแน่นอน

 

เจริญทองมวยไทยนั้นมีหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น สาขาเหม่งจ๋าย สาขารัชดา สาขาข้าวสาร สาขาศรีนครินทร์ สาขาสนามบินน้ำ สาขาสมุย สาขาเขาหลัก พังงา สาขาหาดใหญ่ และสาขาภูเก็ต

 

การเรียนมวยไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ถ้าใครที่กำลังลังเลว่าจะเรียนดีหรือไม่เรียนดี เราขอบอกเลยว่า ไม่ต้องลังเลแล้ว เพราะการเรียนมวยนั้นจะทำให้คุณได้ออกกำลังกาย สำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วน มวยเป็นตัวเลือกที่ดีมากเลยทีเดียว นอกจากคุณจะได้สุขภาพที่แข็งแรงขึ้น กล้ามเนื้อที่สวยงามขึ้น คุณยังสามารถใช้ในการป้องกันตัวได้อีกด้วย ทั้งสนุกทั้งได้ประโยชน์ขนาดนี้ ไม่ต้องคิดเยอะเลย มาเรียนมวยกันเถอะ!

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

นักมวยแห่งยุค ในวงการ UFC ศิลปะการต่อสู้ผสม

Check In 5 ยิม มวยไทย ( Muay Thai ) ย่านศรีนครินทร์

ยืดกล้ามเนื้อ ก่อนขึ้นชก ดียังไง

ยืดกล้ามเนื้อ ก่อนขึ้นชก ดียังไง

ยืดกล้ามเนื้อ ก่อนขึ้นชก ดียังไง

 

ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม ในทุก ๆ เช้าเราควรจะยืดกล้ามเนื้อ ยืดเส้นยืดสายของเราให้พร้อมรับมือกับในวันนั้น ๆ โดยปกติแล้วเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรจะรู้และทำความเข้าใจ ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงด้วยแล้วล่ะก็ ร่างกายของคุณต้องการการยืดหยุ่นสูงมาก ๆ เพราะฉะนั้นการยืดร่างกายในทุก ๆ เช้าถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่เพียงแค่คุณผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายก็ต้องการกล้ามเนื้อที่ยืดหยุ่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะนักกีฬา นักมวย ยิ่งต้องมีร่างกายที่ยืดหยุ่นเพื่อให้ไม่บาดเจ็บนั่นเอง

 

การยืดกล้ามเนื้อทุกเช้าดียังไง

  • อันดับแรกเลย การยืดกล้ามเนื้อทุกเช้าทำให้เรารู้สึกว่าร่างกายได้รับการยืดหยุ่น ช่วยให้เราทำกิจกรรมในวันนั้น ๆ ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือแม้กระทั่งการเดินไปไหนมาไหน คุณจะไม่มีอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ ถ้าไม่ได้ใช้งานหนักจนเกินไป
  • ทำให้สุขภาพดี การยืดกล้ามเนื้อ ฝึกลมหายใจของเราทำให้สุขภาพดีขึ้นจริง ๆ นอกจากเราจะได้ยืดหยุ่นร่างกายแล้วเนี่ย ร่างกายของเรายังได้รับการเผาผลาญพลังงาน เผาผลาญไขมันส่วนเกินในตอนเช้าอีกด้วย
  • ระบบขับถ่ายดีขึ้น การที่เรายืดกล้ามเนื้อหรือสียเหงื่อในตอนเช้า ทำให้ร่างกายของเราปรับสมดุลได้ดีขึ้น ระบบในร่างกายทำงานได้เป็นอย่างดี รวมทั้งระบบขับถ่ายอีกด้วย
  • สุขภาพจิตดีขึ้น การที่เราได้ตื่นเช้ามาทำอะไรหลาย ๆ อย่างในตอนเช้า อย่างเช่นการยืดกล้ามเนื้อหรือออกกำลังกายเบา ๆ จะทำให้เราได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ในยามเช้า และสุขภาพที่ดีตั้งแต่เริ่มวันใหม่ พาให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้นด้วยนั่นเอง

 

ก่อนขึ้นชกทำไมต้องยืดกล้ามเนื้อ

การยืดกล้ามเนื้อของนักกีฬาทุกประเภทถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะนักมวย ถ้าเกิดนักมวยได้รับการยืดหยุ่นร่างกายที่ถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยให้รับมือกับคู่ชกได้ดีมากขึ้น เมื่อร่างกายยืดหยุ่น ไม่ว่าจะ ล้ม โดนชก หรือออกหมัด ก็สามารถมั่นใจได้เต็มที่ เพราะกล้ามเนื้อของเราจะไม่บาดเจ็บ แถมประสาทสัมผัสใจการรับรู้ การควบคุมลมหายใจยังดีขึ้นอีกด้วย

 

ในการยืดกล้ามเนื้อสามารถยืดส่วนไหนได้บ้าง

  • กล้ามเนื้อคอ
  • กล้ามเนื้อหลังและสะโพก
  • ต้นขาด้านหน้าและด้านหลัง
  • กล้ามเนื้อน่อง
  • กล้ามเนื้อแขน
  • กล้ามเนื้อ ไหล่ สะบัก หน้าอก

 

ในเมื่อทุกคนเห็นข้อดีของการยืดกล้ามเนื้อแล้ว เราก็อย่าลืมปฏิบัติตัวตามที่ร่างกายของเราต้องการ ด้วยการยืดกล้ามเนื้อทุกเช้าให้มีความยืดหยุ่น เพราะนอกจากสุขภาพร่างกายจะดีแล้วเนี่ย ในตอนเช้าการที่เราได้ออกกำลังกายสามารถทำให้สุขภาพจิตของเราดีอีกด้วยนะทุกคน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เริ่มต่อยมวยยังไงดีนะ

มวยไทยกับการเตะ

กติกามวย รู้ไว้ก่อนขึ้นชก

กติกามวย รู้ไว้ก่อนขึ้นชก

กติกามวย รู้ไว้ก่อนขึ้นชก

 

ทุกกีฬาย่อมมีกติกา ไม่เว้นแม้กระทั่งมวยไทย ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับกติกามวยที่ควรรู้เบื้องต้น ทั้งในเรื่องของการชกและการลงคะแนนหมัดของนักมวย ซึ่งมีหลักเกณฑ์ละวิธีการให้คะแนนอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของสนามมวยของแต่ละพื้นที่อีกด้วย โดยเราจะพูถึงการให้คะแนนต้องให้ตามหลักเกณฑ์ก่อนเป็นอันดับแรก

 

การชก หมายถึง อวัยวะ (อาวุธ) ที่ใช้ในการต่อสู้ คือ หมัด เท้า เข่า ศอก การชกที่ได้คะแนนมีดังนี้

  • นักมวยฝ่ายใดใช้อาวุธมวย (หมัด-เท้า-เข่า-ศอก) โดยถูกต้องตามกติกา กระทำถูกคู่แข่งขันได้มากกเป็นผู้ชนะ
  • นักมวยฝ่ายใดที่ใช้อาวุธมวยไทยตามลักษณะแบบแผนมวยไทย โดยถูกต้องตามกติกากระทำคู่ต่อสู้ได้หนักหน่วง ชัดแจ้ง รุนแรง และถูกเป้าหมายที่สำคัญได้มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ
  • ฝ่ายใดใช้อาวุธมวยไทย กระทำคู่ต่อสู้ให้เกิดบอบช้ำ บาดแผลที่เป็นอันตรายมากกว่า เป็นฝ่ายชนะ
  • นักมวยฝ่ายใดเป็นผู้เดินเข้ากระทำ (ฝ่ายรุก) มากกว่าเป็นฝ่ายชนะ
  • นักมวยฝ่ายใดเป็นผู้ รุก – รับ – หลบหลีก - ตอบโต้ ตามลักษณะและชั้นเชิงมวยไทยได้ดีกว่า เป็นฝ่ายชนะ
  • นักมวยฝ่ายใด ที่มิได้กระทำฟาล์วหรือกระทำฟาล์วน้อยกว่า เป็นฝ่ายชนะ

การชกที่ไม่ได้คะแนนมีดังนี้

  • การชกที่ละเมิดกติกาข้อหนึ่งข้อใด
  • อาวุธที่กระทำไปถูก แขน, ขา ของคู่แข่งขัน อันเป็นลักษณะของการป้องกันของคู่แข่งขัน
  • อาวุธที่กระทำถูกคู่แข่งขัน แต่เบา คือไม่มีน้ำหนักส่งจากร่างกาย เช่น ตัว ลำตัว หรือไหล่

การฟาล์ว

  • ระหว่างการชกแต่ละยก ผู้ตัดสินต้องคำนึงถึงความสำคัญของการฟาล์ว และตัดคะแนนตามที่ผู้ชี้ขาดสั่งให้ตัดคะแนน
  • ถ้าผู้ตัดสินเห็นการฟาล์วอย่างชัดเจน โดยกรรมการไม่ได้สังเกตและตัดคะแนนผู้แข่งขันที่กระทำฟาล์วนั้น ผู้ตัดสินจะต้องประเมินดูความรุนแรงของการฟาล์ว และตัดคะแนนไปตามความเหมาะสม พร้อมทั้งระบุไว้ด้วยว่า ทำฟาล์วด้วยเหตุใด

หลักการให้คะแนน

  • ในยกหนึ่ง ๆ มีคะแนนเต็ม 10 คะแนน และให้คู่แข่งขันลดลงไปตามส่วน คือ 9 – 8 – 7 คะแนน
  • ในยกที่เสมอกันจะได้ฝ่ายละ 10 คะแนน
  • ผู้ชนะในยกนั้น จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้แพ้ได้ 9 คะแนน
  • ผู้ชนะในยกที่ชัดเจนมาก จะได้คะแนน 10 คะแนน ผู้แพ้ได้ 8 คะแนน
  • ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้แพ้ได้ 8 คะแนน
  • ผู้ชนะชัดเจนมากในยกนั้น และได้นับ 1 ครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้แพ้ได้ 7 คะแนน
  • ผู้ชนะในยกนั้น และได้นับสองครั้ง จะได้คะแนน 10 ผู้แพ้ได้ 7 คะแนน
  • นักมวยที่กระทำฟาล์ว ต้องไม่ได้คะแนนเต็มในยกที่ถูกตัดคะแนน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประวัติมวยไทย

เอกลักษณ์ มวยไทย โบราณ ทั้ง 4 ภาค

 

ประวัติมวยไทย

ประวัติมวยไทย

ประวัติมวยไทย

ปัจจุบันมวยไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในไทยและในต่างประเทศ ยังเป็นกีฬาที่ช่วยส่งเสริม อนุรักษ์ และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย และมวยไทยยังเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่สามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ในยามคับขันได้

 

มวยไทยเริ่มมีและใช้กันในการสงครามในสมัยก่อน ในปัจจุบันมีการดัดแปลงมวยไทยมาใช้ในกองทัพโดยเรียกว่า "เลิศฤทธิ์" ซึ่งแตกต่างจากมวยไทยในปัจจุบันที่ใช้เป็นการกีฬา โดยมีการใช้นวมขึ้นเพื่อป้องกันการอันตรายที่เกิดขึ้น มวยไทยยังคงได้ชื่อว่า ศาสตร์การโจมตีทั้งแปด ซึ่งรวม สองมือ สองเท้า สองศอก และสองเข่า (บางตำราอาจเป็น นวอาวุธ ซึ่งรวมการใช้ศีรษะโจมตี หรือ ทศอาวุธ ซึ่งรวมการใช้บั้นท้ายกระแทกโจมตีด้วย)

 

มวยไทยสืบทอดมาจากมวยโบราณ ซึ่งแบ่งออกเป็นแต่ละสายตามท้องที่นั้น ๆ โดยมีสายสำคัญหลัก ๆ เช่น มวยท่าเสา (ภาคเหนือ) มวยโคราช (ภาคอีสาน) มวยไชยา (ภาคใต้) มวยลพบุรีและมวยพระนคร (ภาคกลาง) มีคำกล่าวไว้ว่า "หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา"

 

กีฬามวยไทยได้รับความนิยมมากในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ยุคที่นับว่าเฟื่องฟูที่สุดคือ รัชกาลที่ 5 พระองค์ได้ศึกษาฝึกฝนการชกมวยไทย และโปรดให้จัดการแข่งขันชกมวยหน้าพระที่นั่ง โดยคัดเลือกนักมวยฝีมือดีจากภาคต่าง ๆ มาประลองแข่งขัน และพระราชทานแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ ทั้งยังโปรดให้กรมศึกษาธิการ บรรจุการสอนมวยไทยเป็นวิชาบังคับ ในโรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษา มีการชกมวยถวายหน้าพระที่นั่งเป็นประจำจนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ที่วังสวนกุหลาบ ทั้งการต่อสู้ประลองระหว่างนักมวย กับครูมวยชาวไทยด้วยกัน และการต่อสู้ระหว่างนักมวยกับครูมวยต่างชาติ ในการแข่งขันชกมวยในสมัยรัชกาลที่ 6 ระหว่างมวยเลี่ยะผะ (กังฟู) ชาวจีนโพ้นทะเล ชื่อนายจี่ฉ่าง กับ นายยัง หาญทะเล ศิษย์เอกของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีท่าจรดมวยแบบมวยโคราช ซึ่งเน้นการยืดตัวตั้งตระหง่านพร้อมที่จะรุกและรับโดยเน้นการใช้เท้าและหมัดเหวี่ยง และต่อมาได้เป็นแบบอย่างในการฝึกหัดมวยไทยในสถาบันพลศึกษาส่วนใหญ่ สมัย รัชกาลที่ 7 ในยุคแรกการแข่งขันมวยไทยใช้การพันมือด้วยเชือก จนกระทั่ง นายแพ เลี้ยงประเสริฐ นักมวยจากท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อยนายเจียร์ นักมวยเขมร ด้วยหมัดเหวี่ยงควายถึงแก่ความตาย จึงเปลี่ยนมาสวมนวมแทน ต่อมาเริ่มมีการกำหนดกติกาในการชก และมีเวทีมาตรฐานขึ้นแห่งแรกคือเวทีมวยลุมพินีและเวทีมวยราชดำเนินจัดแข่งขันมวยไทยมาจนปัจจุบัน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทยมาจากไหน

เครื่องรางของขลังในมวยไทย

ต่อยกันป่าว!!

ต่อยกันป่าว!!

ต่อยกันป่าว!!

ปัจจุบันมวยไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในไทยและในต่างประเทศ  นอกจากจะเป็นกีฬาที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อทุกส่วนให้กับผู้เล่นแล้ว  มวยไทยยังเป็นกีฬาที่ช่วยส่งเสริม  อนุรักษ์  และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย  และมวยไทยยังเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว  ที่สามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ในยามคับขันได้   นอกจากนี้การฝึกมวยไทยยังสามารถนำไปใช้ในการแสดงศิลปะมวยไทย  หรือนำไปเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเองอีกด้วย

 

มวยไทยไม่ได้เป็นแค่กีฬาหรือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นไทยเพียงเท่านั้น  แต่สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือการใช้ท่าทางของมวยไทยมาเป็นอาวุธในการป้องกันตัว  ช่วยให้คลายเครียด  และช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 1,000 กิโลแคลลอรี่  ต่อ 1 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว 

 

คลายเครียดได้ยังไง

เพราะว่าสารเอ็นโดรฟินที่หลั่งออกมาในระหว่างและหลังการเล่นกีฬาจะช่วยลดความเครียด  และสร้างสปิริตให้ตัวของคุณได้   มันจะช่วยกระตุ้นการปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่งในประสาทที่ช่วยให้คุณรู้สึกสบาย  ลดความเจ็บปวด  และมีความรู้สึกดีกับตัวเอง  นอกจากนั้นยังช่วยลดความรู้สึกหงุดหงิด  ความเฉื่อยชา  และความวิตกกังวล  ทำให้คุณสมองที่ปลอดโปร่ง  และเมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้กายและใจของคุณผ่อนคลาย  เมื่อเรารู้สึกผ่อนคลายก็จะทำให้เราสมารถทำงานได้ดีขึ้น

 

มวยไทยช่วยลดความอ้วน

การต่อยมวยทำให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน   นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว  การต่อยมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะท่าด้านร่างกายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทรงตัว  การทำงานประสานกันของอวัยวะ  ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว 

การชกมวยยังเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ  High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง )  เพราะการชก 1 ยกทำให้เราใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด  และการพักระหว่างยกทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น  เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานโดยการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน  การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง  ความรวดเร็ว  และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย  เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาที่น้อยลง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai) เพลิน เบิร์น 1,000 Kcal

ประโยชน์ มวยไทย ที่ช่วยพัฒนาชีวิตทำงานให้ดีขึ้น

เอกลักษณ์ มวยไทย โบราณ ทั้ง 4 ภาค

เอกลักษณ์ มวยไทย โบราณ ทั้ง 4 ภาค

มวยไทย เป็น ศิลปะป้องกันตัว ของไทย เป็นที่นิยมกันมากขึ้น เพราะ การต่อยมวย ถือว่าเป็น การออกกำลังกาย แต่หลายคนคงไม่รู้ว่า มวยไทย โบราณ ของบ้านเรา มีทั้ง 4 ภาค ซึ่งมี เอกลักษณ์ ที่แตกต่างกันออกไป

มวยไทย (
Muay Thai ) เป็น ศิลปะการต่อสู้ ป้องกันตัว ที่สามารถนำไปใช้ได้ ทั้งเชิง กีฬา และ การต่อสู้จริง ศิลปะประเภทนี้มีมาตั้งแต่โบราณ วันนี้เราเลยจะมาดูกันว่า ศิลปะการต่อสู้โบราณ ทั้ง 4 ภาค จะมี เอกลักษณ์แบบใดบ้าง

ภาคกลาง มวยลพบุรี

มวยลพบุรี หรือ มวยไทยภาคกลาง โดยมี เอกลักษณ์ คือการ พันข้อเท้า และ พันมือ มาถึงข้อแขน ซึ่งจะเป็น เอกลักษณ์ที่ชัดเจนของ มวยลพบุรี เป็นมวยที่ไม่เน้นความดุดัน ไม่เน้นกำลัง แต่เน้นใช้ควาดคิด ใช้ความฉลาดในการชก มีความเร็วในจังหวะรุก และ จังหวะรับ รุกรับคล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ

เรียนลักษณะการ ต่อยมวย แบบนี้ว่า มวยเกี้ยว ซึ่งหมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย จะมีการเคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อหลบลีกได้ดี สายตาดี รุกรับ และออกอาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก ได้อย่างรวดเร็ว

 

ภาคเหนือ มวยท่าเสา

มวยท่าเสา หรือ มวยภาคเหนือ โดยครูมวย ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จักในนามว่า ครูเมฆ เป็น ครูมวยท่าเสา ที่มีลีลาการฉกสวยงาม มาพร้อมกับ ความอันตราย และ ความคล่องแคล่ว ตามประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า ทองดี หรือ พระเจ้าพิชัยดาบหัก ก็คือ ลูกศิษย์ของ ครูเมฆ

เอกลักษณ์ ของ มวยท่าเสา จะไหว้พระแม่ธรณีก่อนทำพิธีไหว้ครู การไหว้ครูมวยท่าเสาจะไหว้บรมครูก่อนคือ พระอิศวร การกราบพระรัตนตรัย จะกราบในทิศหรดี ซึ่งเป็นทิศที่ผีฟ้าไม่ข้าม การนับหน้าไหว้ครูไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นไปตามประเพณีของพราหมณ์ ในการเห็นหน้าโบราณสถาน หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

หรือ นักมวย ก่อนกราบจะหันหน้าเข้าหาดนตรี ปี่ กลอง เพราะถือว่า ดนตรี ปี่ กลอง ได้ไหว้ครูหรือพระอิศวรแล้ว เมื่อตั้งมวยได้ถูกต้อง และย่างแปดทิศ ได้คล่องแคล่วแล้ว นักมวย จะต้องฝึกท่ามือสี่ทิศพร้อม ๆ กัน กับการจดมวย และย่างแปดทิศ ท่ามือมีสัญชาตญาณเพื่อให้เกิดการ หลบหลีก ปัด ป้อง ปิด
 ในการป้องกันตัว การคาดเชือกสายมวยท่าเสา ต้องเอาเชือกด้านตราสังผีมาลงคาถาอาคม แล้วบิดให้เขม็งเกลียง  หลังจากนั้น เอามาขดก้นหอย 4 ขด แล้วมาเคียนทำเป็นวง 4 วง รองข้างล่างก้นหอยอีกทีหนึ่ง เพื่อสวมเป็นสนับมือ

เมื่อสวมนิ้วมือแล้ว ก็เอาด้ายตราสังมาเคียนทับอีกทีหนึ่ง จากนั้นเชือกที่คาดจะต้องลงรัก และคลุกน้ำมันยาง แล้วก็คลุกแก้วบดอีกทีหนึ่ง เป็นอันเสร็จพิธีคาดเชือก

 

ภาคใต้ มวยไชยา

มวยไชยา หรือ มวยใต้ เป็น มวยไทยโบราณ ที่มีเอกลักษณ์พิเศษ คือ ท่ารำมวย การตั้งท่า ท่าไหว้ครู พันมือคาดเชือก มีความโดดเด่น ของกระบวนท่า 7 ด้าน ประกอบด้วย ท่าเสือลากหาง ท่าย่างสามขุม ท่าปั้นหมัด ท่าเต้นแร้งเต้นกา ท่าพับแขนพันหมัด ท่าพันหมัดพลิกเหลี่ยม และ ท่ากระโดดตบศอก

 

ภาคอีสาน มวยโคราช

มวยโคราช ถือกำเนิดมาจาก จังหวัดนครราชสีมา มีความโด่งดัง โดยเฉพาะช่วงสมัย รัชกาลที่ 5-6 มวยไทยโคราช มีเอกลักษณ์ คือ สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก การพันหมัดแบบคาดเชือก ตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก เพราะมวยโคราช เป็นมวยต่อยวงกว้าง และใช้หมัดเหวี่ยงควาย การพันเชือกเช่นนี้ เพื่อป้องกันการเตะ ต่อยได้ดี การฝึกฝึกจากครูมวย      

 

โดยเป็น ครูมวย ในหมู่บ้าน ต่อจากนั้น จึงได้รับการฝึกจาก ครูมวย ในเมือง เมื่อเกิดความคล่องแคล่วแล้วทำพิธียกครู แล้วให้ย่างสามขุมและฝึก ท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่ไม้สำคัญ ประกอบด้วย ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า และท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า แล้วมีโคลงมวยเป็นคติสอนนักมวยด้วย พร้อมคำแนะนำ เตือนสติไม่ให้เกรงกลัวคู่ต่อสู้  

 

มวยไทย ทั้ง 4 ภาคของ ไทย มี เอกลักษณ์ ที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ถือว่าเป็น มวยไทย ที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพราะเป็น ศิลปะการต่อสู้ สมัยโบราณ ที่เป็นจุดเริ่มของ มวย ในปัจจุบันนี้

บทความเพิ่มเติม
ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ แบบเจ้าสังเวียน
ศิลปะการต่อสู้ ( Martial arts ) กับการออกกำลังกาย

เคารพ กฏ กติกา ในการ ต่อย มวยไทย

เคารพ กฏ กติกา ในการ ต่อย มวยไทย

กฏ กติกา ในการ ต่อย มวยไทย สำหรับ นักมวย แล้ว จะต้อง เคารพในกฏเกณฑ์ ที่ได้ตั้งไว้ เรียกได้ว่า การ ต่อยมวยไทย เป็น ศิลปะ ที่เป็น เสน่ห์ อีกอย่าง ของคนไทย ดังนั้น เราจะต้อง เรียนรู้ ฝึกฝน ให้ได้ดีที่สุด

 

1. เสริมสร้าง สมาธิ ด้วยการ ต่อย มวยไทย ( Muay Thai )

     การ ออกกำลังกาย สามารถช่วยในเรื่องอารมณ์ได้ดี เพราะระหว่างที่ออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอนโดรฟิน ทำให้เรารู้สึกดี มีความสุข

 

     นอกจากนี้สิ่งที่คุณควรรู้ คือ การออกกำลังกาย ด้วยการ ซ้อมมวย เป็น การออกกำลังกาย แบบที่เข้มข้นสูงและ ต่ำสลับกันไป ช่วงที่มีความเข้มข้นสูง คือ ช่วงที่ออกอาวุธ ได้เตะ หรือ ได้ปล่อยหมัด ส่วนช่วงที่มีความเข้มข้นต่ำ ก็คือ ช่วงที่เราฟุตเวิร์ค เตรียมพร้อมที่จะออกอาวุธ

 

 

2. ตอบโต้เร็ว ได้เปรียบกว่า

     การ ซ้อมมวย เป็นการฝึกให้ร่างกายมีความสัมพันธ์ระหว่าง ตา สมอง และ กล้ามเนื้อส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว หากต้องการเป็นคนที่มีความแอ็คทีฟ กระฉับกระเฉง ทำได้เพียงแค่ ซ้อมมวย เพราะสามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ทุกส่วนของร่างกาย ระหว่าง ฝึกมวย จะต้องมี สมาธิ ตาต้องไว ต้องมีการออกอาวุธที่รวดเร็ว เคลื่อนที่ว่องไว หลบหลีกการโจมตีได้

 

 

 3. ฝึกฝน ต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อ ความแข็งแกร่ง

       มวย เป็น กีฬา ที่โหดมาก จำเป็นต้องอาศัยการ ฝึกร่างกาย ให้ แข็งแกร่ง ทุกสัดส่วนทั้งช่วงบน ช่วงกลาง และ ช่วงล่าง ซึ่ง ช่วงกลางลำตัว ที่ แข็งแกร่ง สามารถรับการ โจมตี จากการออกอาวุธของคู่ต่อสู้ได้ พร้อม แขน ทรงพลัง เพื่อเอาไว้ออกอาวุธ

 

 

4. เสริมสร้างการทำงานของ หัวใจ และ หลอดเลือด

     มวย ช่วยให้เรามีปอดที่ใหญ่ขึ้น กระตุ้นการทำงานของ หัวใจ และ หลอดเลือด นักมวย รู้กันดีว่า การเป็นนักกีฬา ต้องเอาจริงเอา เพราะถ้าเกิดขึ้นว่า ต่อยมวย ไปวันๆ  แล้วไม่เอาจริงเอาจัง ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ไป

 

       ส่งผลเสียให้กับ ค่ายมวย รวมถึง พี่เลี้ยงอีกด้วย จะเห็นได้ว่า บนสังเวียน จะมีกรรมการอยู่  ก็พอจะรู้แล้วว่าจะทำอะไรบ้าง นักมวย มีหน้าที่เล่นให้เต็มที่

 

 

มารยาท ในการชก มวยไทย ( Muay Thai )

1. เคารพในกฎกติกา ในการ ชก มวยไทย โดยเคร่งครัด

2. เคารพ เชื่อฟัง ปฏิบัติตามคำแนะนำ และคำตักเตือน ของ ผู้ตัดสิน อย่างเคร่งครัด

3. ไม่แสดงกิริยาอาการอันไม่สุภาพต่อคู่แข่งขัน หรือ ผู้ชม

4. ไม่แสดงปฏิกิริยาคัดค้านไม่พอใจในการตัดสิน ของ ผู้ตัดสิน ทุกกรณี

5. ไม่ซ้ำเติมคู่แข่งขันที่ด้อยกว่า

6. น้ำใจ นักกีฬา

7. ให้เกียรติ และ เคารพนั กมวย รุ่นพี่ก่อน และ หลังการต่อสู้

8. ก่อนการแข่งขันนั กมวย ต้องทำการ ไหว้ครู ร่ายรำตาม ศิลปะมวยไทย

 

 

Don't do this มวยไทย

      นักมวย ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตัดสิน ฝ่าฝืนกระทำผิดโดยเจตนา โดยใช้เล่ห์กลต่างๆ ถือว่าเป็นการชกที่น่ารังเกียจและไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ผิดวิสัยของลูกผู้ชาย

1. ใช้ศีรษะกระแทก กัด ควัก หรือกดลูกตา จิกผม ถ่มน้ำลายใส่คู่ต่อสู้

2. ปล้ำโดยแกล้งล้มทับ กดศอกหรือเข่าซ้ำคู่ต่อสู้ขณะคู่ต่อสู้ลม หรือเหวี่ยงทุ่มในลักษณะของยูโดหรือมวยปล้ำ

3. ล๊อคคอหรือแขนขา ขัดขา เกี่ยวขา ปัดขา หนุนขา หรือยกทุ่มคู่ต่อสู้

4. จับ โหนพิงเชือกแล้วชก เตะ ถีบ ฯลฯ

5. ซ้ำเติมคู่ต่อสู้ขณะล้ม

6. แกล้งล้ม โดยเจตนาชกในลักษณะสมยอมเพื่อสินจ้างรางวัล

7. แสดงกิริยาหรือกล่าววาจาไม่สุภาพขณะแข่งขัน

8. ตีเข่าที่บริเวณกระจับคู่ต่อสู้

9. ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลบหลีกการกระทำของคู่ต่อสู้โดยมิชอบ เช่น แกล้งล้มมุดออกนอกเชือก สอดขาออกนอกเชือกหรือหลบอยู่หลังผู้ตัดสิน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

มวยไทย สุดยอดศิลปะการรุกและรับ

ความเหมือนที่แตกต่าง MMA VS มวยไทย

ศึกเจ้าสังเวียน กับกระบวนการ ท่าไม้ตาย

ศึกเจ้าสังเวียน กับกระบวนการ ท่าไม้ตาย

แม่ไม้มวยไทย เป็น มวย ที่ต้องใช้ทักษะ และความอดทนเป็นอย่างมาก กว่าจะได้ขึ้นสู่ เวทีมวย เป็น ศึกเจ้าสังเวียน อย่างทุกวันนี้ แต่ นักมวย จะมี กระบวนการ ท่าไม้ตาย ท่าไหนบ้าง ที่เอาไว้ใช้กับ คู่ต่อสู้

มวยไทย เป็น ศิลปะการต่อสู้ ที่มีมากันอย่างยาวนาน กว่าจะมาเป็น การต่อสู้ ที่นำมาขึ้น สังเวียน จนถึงทุกวันนี้ แถมการ ฝึกฝนมวย ก็ต้องใช้ทักษะหลายด้านกว่าจะพร้อมสำหรับขึ้น เวทีมวย ไม่ว่าจะเป็น ด้านร่างกายแข็งแรง หรือจิตใจเข้มแข็ง และมีสมาธิสูง กว่าจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้

ทุกวันนี้ มวยไทย เป็น กีฬา ชนิดหนึ่ง ที่นำมาประกอบอาชีพ และ ฝึกฝน เพื่อป้องกันตัว จากอันตรายรอบ ๆ ด้าน แต่สำหรับนักมวยอาชีพ ที่ต้องเวลาฝึกฝนยาวนานกว่าจะได้ขึ้น สู่สังเวียน นั้นจะมี ท่าไม้ตาย อะไรบ้าง เพื่อเอาชนะ คู่ต่อสู้ ของตน เราจะมาดูกันค่ะ

กระบวนการท่าไม้ตาย


สลับฟันปลา
เป็นไม้หลัก ใช้รับ และหลบหลีกอาวุธของ คู่ต่อสู้ ที่ชกอย่างรุนแรง และหนักหน่วง หลบออกวงนอก นอกลำแขน ทำให้หมัดตรงของ คู่ต่อสู้ เลยหน้าไป
ก. ฝ่ายรุกชกด้วยหมัดตรงซ้ายทิ่มเข้าหน้าคู่ต่อสู้ พร้อมกับตัวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า ชกเข้าไปบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ
ข. ฝ่ายรับ เบี่ยงตัวมาทางขวา พร้อมทั้งโน้มตัวเอนไปทางขวา น้ำหนักตัวอยู่บน เท้าขวา ขาขวางอเล็กน้อย ศีรษะ และตัวหลบหมัดของฝ่ายรุก ใช้มือขวาจับกำคว่ำที่แขนท่อนบน ของฝ่ายรุก มือซ้าย จับ กำ หงาย ที่ข้อมือของฝ่ายรุก ( ท่าคล้ายจับหักแขน )

ปักษาแหวกรัง
เป็น ไม้มวย ที่ใช้ป้องกัน และตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เข้าปล้ำ และกอดรัด
ก. ฝ่ายรุกเคลื่อนตัวเข้าหาฝ่ายรับ และใช้แขนทั้งสองจะเข้ากอดรัด
ข. ฝ่ายรับ ยกแขนทั้งสองสอดเข้ากลาง ระหว่างแขนของฝ่ายรุก
ก. ฝ่ายรุก ใช้แขนท่อนล่างกันไว้ ไม่ให้ฝ่ายรับโอบแขนเข้ามาได้ เป็นการป้องกัน และโต้กลับด้วยการใช้เข่า ยัด หรือแทงเข่า เข้าไปลำตัวของ คู่ต่อสู้

ชวาซัดหอก
เป็น ไม้มวย ใช้ป้องกันหมัดคู่ต่อสู้ และตอบโต้ด้วยศอก

ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดตรงซ้ายยังบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า
ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าเอนตัวไปทางขวา พร้อมกันนั้นก็ใช้ ฝ่ามือซ้าย กันแขนซ้ายของฝ่ายรุกออกไปทางซ้าย เป็นการป้องกัน และรีบงอแขนซ้าย ใช้ศอกกระแทก ชายโครงใต้แขนซ้ายของฝ่ายรุก

ยกเขาพระสุเมรุ
เป็นไม้มวยใช้ป้องกันคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง และตอบโต้ด้วยการจับทุ่ม
ก. ฝ่ายรุก ใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งสูงเข้าบริเวณลำคอด้านซ้ายของฝ่ายรับ
ข. ฝ่ายรับ หลบลำตัวต่ำ พร้อมทั้งสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า แล้วใช้ฝ่ามือขวากันขาขวาฝ่ายรุกไว้ เป็นการป้องกัน และ ใช้มือซ้ายโอบขาขวา ฝ่ายรุกไว้ยกขึ้นใส่บ่า แล้วยกขึ้นสูง พร้อมกับดันไปข้างหน้า ทำให้เสียหลักล้มลงได้ เป็นการตอบโต้

จระเข้ฟาดหาง
เป็น ไม้มวย ที่ใช้ตอบโต้คู่ต่อสู้ ด้วยการเหวี่ยงแข้ง
ก. ฝ่ายรุก ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า
ข. ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าขวากระโดดไปทางขวา ให้พ้นหมัดฝ่ายรุก ฝ่ายรับหมุนตัวกลับหลังไปทางขวา ด้วยขาซ้าย โน้มตัวลงต่ำ และใช้ขาขวาเหวี่ยงสูงเข้าใส่บริเวณ ท้อง หรือคอของฝ่ายรุก เป็นการตอบโต้กลับ

ขุนยักษ์จับลิง

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันหมัดของคู่ต่อสู้ และตอบโต้ด้วยการกอดคอ
ก. ฝ่ายรุก พุ่งหมัดซ้ายทิ่มเข้าตรงหน้าฝ่ายรับ
ข. ฝ่ายรับ ใช้แขนขวาท่อนล่างกันไว้ เป็นการป้องกัน แล้วเข้าประชิดตัว ด้วยการเอาแขนซ้ายกอดคอ คู่ต่อสู้ ไว้ข้างตัวด้านซ้าย เป็นการตอบโต้

มณโฑนั่งแท่น
เป็น ไม้มวย ใช้ป้องกัน และตอบโต้ด้วยการนั่ง และสับศอก
ก. ฝ่ายรุก ยกเท้าขวาใช้แข้งเหวี่ยงไปที่ลำตัวฝ่ายรับ
ข. ฝ่ายรับ กระโดดขึ้นนั่งบนหน้าขาขวาของฝ่ายรุก เป็นการป้องกัน และใช้ศอกซ้ายสับเข้าที่บริเวณศีรษะของฝ่ายรุก เป็นการตอบโต้

มุดบาดาล
เป็น ไม้มวย ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้ก้าวทิ่มหมัดหลัง
ก. ฝ่ายรุก ใช้หมัดขวาทิ่มเข้าใส่ ฝ่ายรับทางด้านหลัง
ข. ฝ่ายรับ โน้มตัวลงต่ำไปทางด้านหลัง เป็นการป้องกัน และใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งเข้าที่ลำตัวของฝ่ายรุก เป็นการตอบโต้

เถรกวาดลาน
เป็น ไม้มวย ใช้ป้องกัน และตอบโต้เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง
ก. ฝ่ายรุก ใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งเข้าใส่ที่ลำตัวฝ่ายรับ
ข. ฝ่ายรับ หันตัวไปทางขวาพร้อมเอนตัวลง เป็นการป้องกัน และใช้ขาซ้ายเหวี่ยงแข้งเข้าที่ขาพับซ้ายของฝ่ายรุก เป็นการตอบโต้

ด้วย ท่าไม้ตาย ทั้งหมดที่เรานำมาฝากกันนั้น เป็นท่าไม้ตาย สำหรับ เจ้าสังเวียน ที่เคยใช้กันบน เวทีมวย หากเป็นการฝึกฝน เพื่อเป็น การออกกำลังกาย สามารถฝึกได้ แต่ท่าจะไม่หนักขนาดเท่ากับ นักมวยมืออาชีพ 

หากต้องการเรียนมวย ก็สามารถหาสถานที่ และ ครูฝึก ดี ๆ ได้ เพราะครูที่ฝึกให้ส่วนมาก ก็เคยเป็น นักมวย ที่อยู่บน สังเวียน มาก่อน หรือเราอยากฝึก เพื่อเป็น ทักษะการป้องกันตัว ก็ได้เหมือนกัน


บทความเพิ่มเติม
อย่า ชั่งใจ ที่จะ ชั่งน้ำหนัก ของตัวเอง
ลีลาแม่ไม้มวยไทย สู่สังเวียนเดือด

นักมวยแห่งยุค ในวงการ UFC ศิลปะการต่อสู้ผสม


 

ต่อย มวยไทย สร้างกล้ามหน้าท้อง V. ผู้หญิง

ต่อย มวยไทย สร้างกล้ามหน้าท้อง V. ผู้หญิง

หุ่นเราจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเลือกทาน การออกกำลังกายก็ควรควบคู่ไปด้วย และการสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ดี ควรออกกำลังกายแบบใด ขอแนะนำ การต่อยมวยไทย ตัวช่วยในการสร้างกล้ามหน้าท้องให้สุดปัง

 

กล้ามหน้าท้อง สร้างมันอย่างไรดีนะ

1. ปริมาณเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย ( BODY FAT PERCENTAGE )

      เริ่มจากการตรวจดูร่างกาย สัดส่วนของตัวเอง ว่ามีปริมาณไขมันในร่างกายเท่าไหร่ หากไม่แน่ใจว่า คำนวณ ถูกต้องตามหลักหรือเปล่า แนะนำให้เข้ามาสอบถาม ที่ เจริญทองมวยไทย ศรีนครินทร์ ซึ่งให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการต่อย มวยไทย ซึ่งสามารถสร้างกล้ามหน้าท้องได้ง่ายๆ เช่นกัน

 

2. รูปทรงกล้ามเนื้อ เรื่องกรรมพันธุ์

เพราะร่างกายของคนเรา แตกต่างกัน ดังนั้น หากใครที่รู้ตัวเองว่า เป็นคนที่มีรูปร่างกล้ามเนื้อเช่นไร ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของกรรมพันธุ์เช่นกัน อาจจะตอบสนองต่ออินซูลิน ( High Insulin Sensitivity ) ดีมาก แสดงว่า อาหารที่ทานเข้าไป จะถูกเผาผลาญไปใช้เป็นพลังงานทันที เหลือเก็บไว้น้อยมาก คนกลุ่มนี้ จึงมีไขมันในร่างกายน้อย หุ่นดี กล้ามหน้าท้อง ซิกแพคสวยสุด

 

3. ความหนาแน่นของกล้ามเนื้อหน้าท้อง ( MUSCLE MASS )

     เมื่อเคลียร์ปัญหาเรื่องไขมันแล้ว ท่าที่เน้นบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องต่างๆ จะช่วยให้ซิกแพคเด่นยิ่งขึ้นหน้าท้องแข็งแรงขึ้น

 

4. การสะสมไขมัน ของแต่ละคนย่อมต่างกัน ( FAT DISTRIBUTION )

      ทุกคนจะสะสมไขมันตามจุดต่างๆ ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่มีเนื้อ มีนวล จะสะสมไขมันที่หน้าท้อง  มากกว่าส่วนอื่นๆ เรียกได้ว่า เป้นงานหินเลย สำหรับการสร้างกล้ามหน้าท้อง แต่ไม่ใช่ว่าจะเป้นไปไม่ได้ หากเราตั้งใจทำ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

 

     Recommend แทนที่เราจะมุ่งมั่นทำท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง เช่น Plank หรือ Sit -up ทุกวัน เน้นไปที่การเผาผลาญไขมันทั้งร่างกาย Overall Fat Loss  ดีกว่า เมื่อมีไขมันน้อยลงจนเห็นซิกแพค เราค่อยมาโหมเล่นท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องจะดีกว่า

 

 

การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามหน้าท้อง ซิกแพค ( Exercises For Abs )

     ถ้าอยากมีกล้ามหน้าท้องอันสวยสด งดงาม  อย่าเพิ่งเล่นท่าบริหารหน้าท้อง แต่สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ การเผาผลาญไขมันให้ได้มากที่สุดถ้าอยากเล่นจริงๆ มากสุดไม่ควรเกินอาทิตย์ 1 - 2 ครั้ง เท่านั้น

 

     กล้ามเนื้อท้อง พร้อมที่จะออกมาอวดต่อสายตาทุกคนอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องลดไขมันให้ได้ต่ำกว่า 20% ด้วยการออกกำลังกาย และควบคุมอาหารที่ถูกวิธี

 

สร้างกล้ามหน้าท้อง

1. การออกกำลังกายแบบออกแรงดัน ( Metabolic Resistance Training )

- เวท เทรนนิ่ง ( Weight Training ) แนะนำท่า Squat Pull-ups และ Push-ups

 

2. คาร์ดิโอแบบ HIIT ( High Intensity Interval Training )

 

     เวทเทรนนิ่ง ( Weight Training ) เน้นบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วน และ คาร์ดิโอ เร่งการเผาผลาญไขมัน การทำแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อแบบไร้ไขมัน ( Lean Muscle Mass ) มากขึ้น ซึ่งตอนเรานอนหลับ ก็ยังทำหน้าที่เผาผลาญไขมัน  ส่วน คาร์ดิโอ ( cardio ) ช่วยในการเพิ่มความทนทาน ( Endurance ) และเผาผลาญไขมันในเวลาเดียวกันด้วย

 

    Trick : เวทเทรนนิ่ง และ คาร์ดิโอแบบ HIIT เป็นวิธีกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้มากที่สุด สำหรับคนที่ชอบบริหารกล้ามท้องจริงๆ  แนะนำให้ทำแค่อาทิตย์ละ 1 -2 ครั้ง หรือ ครั้งละ 10-15 นาที ทำหลังจากออกกำลังกาย

 

Warm up ( วอร์มอัพ )

     อบอุ่นร่างกายให้พร้อมก่อนทำการออกกำลังกายทุกประเภท เริ่มจากท่าวิ่งอยู่กับที่ โดยยืนตัวตรง ฝ่าเท้าแยกออกจากกันเล็กน้อย จากนั้นยกเข่าข้างขวาขึ้นเสมือนท่าวิ่ง ยกเข่าให้สูงกว่าการวิ่งแบบปกติ งอข้อศอก แล้วเหวี่ยงแขนขึ้นลงสลับข้างกัน พร้อมกับยกเข่าสลับข้างกัน  30 วินาที

 

Sit up ( ซิทอัพ )

     Sit -up ( ซิทอัพ )  จะช่วยให้ได้ออกแรงเกร็งหน้าท้อง เริ่มจากการนอนหงาย เหยียดขาตรง ยกมือประสานกันไว้ที่ท้ายทอย จากนั้นเกร็งหน้าท้องไว้แล้วดันตัวขึ้นมา พร้อมเอนตัวลงนอนสู่ท่าเดิม ซ้ำแบบนี้ 15 ครั้ง เอาที่ร่างกายของเราทำไหว อย่าฝืน และต่อด้วย ต่อย มวยไทย ให้ลอง Sit -up ( ซิทอัพ ) เสร็จแล้ว มาต่อด้วยการ ชกมวย จะสามารถใช้ กล้ามเนื้อแกนกลาง ได้อย่างคุ้มค่า เพราะมีการ บิดสะโพก เพื่อเป็นการส่งหมัดออกไป ในแต่ละครั้ง แนะนำ เจริญทองมวยไทย ค่ายมวยครบวงจร ย่านศรีนครินทร์

 

เกร็งหน้าท้อง

     นอนหงายราบไปกับพื้น ( รองด้วยเบาะสำหรับออกกำลังกาย )  วางแขนทั้งสองแนบลำตัว ออกแรงดันตัวขึ้น พร้อมเกร็งหน้าท้องเอาไว้ ยกขาขึ้นอยู่เหนือหน้าอก งอเข่าเล็กน้อย จากนั้นวางขาราบไปกับพื้น ทำแบบนี้ซ้ำท่าเดิม 15 ครั้ง

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

Check In 5 ยิม มวยไทย ( Muay Thai ) ย่านศรีนครินทร์

สร้างหุ่นดีให้สวยเป๊ะ ได้ด้วย มวยไทย

 

ความดุเดือดของ กีฬา มวยไทย ที่มาพร้อม คุณค่า ทาง จิตใจ

ความดุเดือดของ กีฬา มวยไทย ที่มาพร้อม คุณค่า ทาง จิตใจ

ความรุนแรงของ กีฬา มวยไทย ใช่ว่าจะมีแต่ ความดุเดือด ที่ทำให้เห็นแต่ความสนุก ของการชกต่อยกัน เพียงเท่านั้น การเล่น กีฬา มวยไทย ก็เป็นดั่งอีกวิธีที่สามารถช่วยให้คุณมี คุณค่า ทาง จิตใจ ได้ด้วย เช่นกัน

 

     แน่นอนว่าการต่อสู้ เป็นอะไรที่มีแต่ ความรุนแรง ดังภาพที่เราเห็น โดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการ ทะเลาะวิวาท การชกต่อย ตีกัน ย่อมต้องแสดงออกให้เห็นถึง ความรุนแรง ที่ไม่ค่อยจะโอเค เท่าไหร่นัก เพราะความรุนแรง ไม่เคยช่วยให้อะไร ที่ดีขึ้นได้ แต่ ความรุนแรง ของ กีฬา มวยไทย คือความดุเดือด ที่มาพร้อมกับเรื่องของ ความสนุก และ สุขภาพ ที่ดี กลับไป จากการซ้อม ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย

 

     หากคุณคิดอยากจะ ออกกำลังกาย สักอย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้คุณสามารถ เผาผลาญร่างกาย ได้ดีที่สุด เชื่อเถอะว่าการ ออกกำลังกาย ด้วยการเล่น กีฬา มวยไทย เป็นอะไรที่คุณจะได้ ประโยชน์ กลับไปอย่างมากที่สุด เพราะทุกหยาดเหงื่อที่ไหลริน จากการ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย สามารถให้อะไรให้คุณ ได้ มากกว่าที่คุณคาดคิดมากนัก

 

ประโยชน์ และ คุณค่า ที่คุณจะได้รับจากการ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย

     สำหรับเรื่องของ ประโยชน์ ที่คุณจะได้จากการ ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย หากมองโดยภาครวมของ กีฬา มวยไทย  ต้องยอมรับว่าเรื่องของ ความสำคัญ คุณค่า และเรื่องของ ประโยชน์ ที่คุณจะสามารถได้ไปมากกว่า การ ออกกำลังกาย แบบปกติ โดยทั่วไป

    

     ร่างกาย ของคุณ จะมีพัฒนาการได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าการที่คุณ ออกกำลังกาย ไม่ว่าคุณจะเล่น กีฬา หรือ ออกกำลังในแบบใด การเคลื่อนไหว ด้วย กีฬา มวยไทย สามารถช่วยคุณให้สามารถ ใช้ร่างกาย ให้มี ประโยชน์ ได้สูงสุด โดยอาจจะสามารถใช้ กำลัง เพื่อเอาชนะ คู่แข่งขัน ได้ เพราะผู้เล่นต้องมีการ เตรียมตัว ให้ร่างกาย พร้อมทุกเมื่อ กับผู้เล่นได้เสมอ นั่นเท่ากับว่า ผู้ออกกำลังกาย จะต้องทำตัวให้ ร่างกาย มีความแข็งแรงอยู่เสมอ อีกทั้งยังช่วยให้มี สุขภาพที่ดี พร้อมบุคลิก อันสง่างาม ช่วยป้องกัน โรคภัยต่างๆ

 

     สามารถช่วยส่งเสริมให้เรามี ความสามัคคี สง่างาม แน่นอนว่าการที่เรามี ความสามัคคี กันเป็นหมู่คณะ นั่นสามารถช่วยให้เรา ทำกิจกรรมที่เราชื่นชอบได้ อีกทั้งยังได้รับทั้ง ความสนุกสนาน เพิ่มเติม ร่วมกัน อย่างคุ้นเคย เสมือนได้เพื่อนใหม่ ที่มีแนวคิด ในการ ออกกำลังกาย คล้ายๆ กัน

 

     สามารถช่วย เสริมสร้าง ให้ สุขภาพจิต ดีขึ้น เชื่อได้อย่างแน่นอนว่า มวยไทย เป็น กีฬา มวยไทย ที่สามารถช่วยให้ทั้งการเล่น กีฬา และเหล่า กิจกรรม สันทนาการ เป็นไปได้อย่าง สนุกสนาน เพื่อประกอบต่อกิจกรรม ที่เรามีความชื่นชอบ อีกทั้งยังส่งผลให้เรา มีจิตใจ และอารมณ์ ที่เบิกบาน ผ่อนคลาย ความเครียด ได้เป็นอย่างดี นั่นเอง

 

     มวยไทย ก่อให้เกิด จิตใจแห่งน้ำใจ นักกีฬา เดิมที กีฬา มวยไทย เป็นมวยการต่อสู้ ที่มีการให้เกียรติ และให้ความเคารพที่เหมือนๆ กัน มีความนอบน้อม ทั้งก่อนชก และหลังชก เพราะ น้ำใจ ของนักสู้ ที่มีการแสดงออก บ่งบอกได้ถึง พื้นฐาน ในเรื่องของ ความถูกต้อง และความยุติธรรม เปรียบเสมือนได้เหมือนกับ การล่อรวม ของความสมหวัง และเป็นการฝึก จิตใจ ให้ผู้ ออกกำลังกาย ได้มีความกล้าหาญ อดทน รู้แพ้ รู้ชนะ ให้อภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ สังคมไทย เราต้องการคนแบบนี้ อย่างมาก ในตอนนี้

 

     และนี่คือ ประโยชน์ ที่คุณจะได้รับ จากการเล่น กีฬา มวยไทย ที่นอกเหนือจากการ ความดุเดือด บนจอทีวี หรือบนเวที สิ่งสำคัญที่คุณจะได้แน่นอน ก็คือ ประโยชน์ ที่ส่งผลต่อค่าทางจิตใจ ที่มิอาจมีให้สอน และได้รับ โดยทั่วๆ ไป จากที่อื่น และนี่คือ คุณค่า ที่คุณจะได้รับ มากกว่าเรื่องของ ความแข็งแกร่งของ ร่างกาย อย่างแน่นอน และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- เสน่ห์มวยใต้ มวยไชยาในตำนาน

- ความเหมือนที่แตกต่าง MMA VS มวยไทย

อย่า ชั่งใจ ที่จะ ชั่งน้ำหนัก ของตัวเอง

อย่า ชั่งใจ ที่จะ ชั่งน้ำหนัก ของตัวเอง

ความมั่นใจ ความอาย ที่จะเห็นตัวเลขน้ำหนักของตัวเอง อย่า ชั่งใจ ที่ต้องรู้การ ชั่งน้ำหนัก ของตัวเอง เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก รู้ข้อมูลตัวเองเป็นสิ่งที่ต้องทราบ เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงกับร่างกาย จะได้เป็นเครื่องมือเตือนโรค

พวกเราหลายคนมีความสัมพันธ์ ที่ยุ่งยากกับ เครื่องชั่ง แต่ถ้าคุณต้องการใช้ เครื่องชั่งระหว่างการลดน้ำหนัก หรือการเดินทางเพื่อสุขภาพ โดยรวมคุณ ควรชั่งน้ำหนักตัวเองบ่อยแค่ไหน

เราได้รวบรวมข้อเท็จจริงบางประการ ไว้ด้วยกันเพื่อให้เวลา ที่คุณใช้ไป กับเครื่องชั่งนั้นคุ้มค่า

 

การชั่งน้ำหนักตัวเอง มีประโยชน์อย่างไร

การชั่งน้ำหนักตัวเอง มักมีข้อดีหลายประการ เมื่อเทียบกับการขึ้นเครื่องชั่ง ระหว่างการตรวจสุขภาพประจำปี

ประโยชน์ของการชั่งน้ำหนักตัวเองเป็นประจำ ได้แก่

  • ตระหนักถึงน้ำหนัก เพราะเป็นสิ่งบ่งชี้สุขภาพ โดยรวมของคุณ
  • ตระหนักถึง ความผันผวน ตามธรรมชาติ ของน้ำหนัก
  • ช่วยในการ ลดน้ำหนัก
  • ความสามารถ ในการระบุความผันผวนของน้ำหนัก ที่อาจส่งสัญญาณ ถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง

แต่ถึงแม้ จะมีสิทธิประโยชน์ในการเพิ่มขนาด แต่ก็มีความสัมพันธ์ ที่ไม่ดี กับเครื่องชั่งได้ การหมกมุ่นอยู่ กับน้ำหนักของคุณ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต และความนับถือตนเอง

 

  • คุณไม่จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักตัวเองเพื่อให้แข็งแรง

เป็นเพียงตัวเลข ในระดับที่ผันผวนตลอดทั้งวัน หากคุณไม่ชอบชั่งน้ำหนักตัวเอง เพราะรู้สึกอย่างไรคุณ ก็ไม่ต้องทำ มีหลายวิธีในการวัดสุขภาพของคุณ มากกว่าตัวเลขไม่กี่หลัก

  • เวลาลดน้ำหนักควรชั่งน้ำหนักตัวเองบ่อยแค่ไหน

หากคุณรับประทานอาหารที่ดี ต่อสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของแผน การลดน้ำหนักการ ให้ความสำคัญ กับน้ำหนักของคุณ จะช่วยให้คุณตัดสินใจ ได้ว่าคุณบรรลุเป้าหมายหรือไม่

การขึ้นเครื่องชั่งเป็นประจำ จะช่วยให้คุณรู้ว่า คุณกำลังลดน้ำหนักอยู่หรือไม่ แต่บ่อยแค่ไหนที่ดีที่สุด สิ่งที่จะเกิดขึ้นมีดังนี้

 

รายวัน

หากคุณต้องการลดน้ำหนักงาน วิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า การชั่งน้ำหนักตัวเอง ทุกวันอาจเป็นประโยชน์
การศึกษาตลอดทั้งปี พบว่าผู้ใหญ่ ที่ชั่งน้ำหนักในแต่ละวัน จะลดน้ำหนักได้ เพราะพวกเขายังใช้กลยุทธ์อื่น ๆ เช่น เป้าหมายจำนวนก้าวประจำวัน และอาหารที่มีแคลอรี่ลดลง
ในทำนองเดียวกันการศึกษา ค้นพบ เช่น เดียวกันขณะที่นักวิจัย พบว่าการชั่งน้ำหนักทุกวัน เปลี่ยนพฤติกรรมระยะยาว ที่นำไปสู่การลดน้ำหนัก

รายสัปดาห์

การกระโดดขึ้นเครื่องชั่งทุกสัปดาห์ เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ ในการรับรู้น้ำหนักของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในระดับที่ต้องการ และหวังว่าจะรักษาน้ำหนักไว้ การวิจัยพบว่าสิ่งนี้อาจเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณ เพิ่งบรรลุเป้าหมายตามน้ำหนัก ใช้เวลาเดียวกันในการชั่งน้ำหนัก แต่ละครั้งเพื่อความแม่นยำสูงสุด

รายเดือน

การขึ้นเครื่องชั่งเดือน ละครั้งไม่มีประโยชน์จริง ๆ หากคุณกำลังพยายามลดน้ำหนัก มันดีกว่าไม่มีอะไรเลย อาจทำให้เกิดการรับรู้ในระดับที่หลวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณพึ่งพาปัจจัยอื่น ๆ เพื่อวัดสุขภาพของคุณ

ไม่ทำเลย

ไม่ต้องการก้าวขึ้นไปบนเครื่องชั่งเลยหรือ ก็ใช้ได้เช่นกัน ตัวเลขบนเครื่องชั่ง อาจหลอกลวงได้ เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อ อาจมีน้ำหนักมากกว่าไขมันในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้คุณคิดว่า คุณไม่ก้าวหน้า

 

ในกรณีนี้คุณอาจประสบความสำเร็จมากขึ้นในการพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ แทนที่จะตรวจสอบเครื่องชั่งอย่างต่อเนื่องรวมถึง

  • การวัดเทปร่างกาย
  • คำนวณเปอร์เซ็นต์ ไขมันในร่างกายของคุณ
  • พิจารณาความสูง และโครงสร้างกระดูกของคุณ
  • การวัดความรู้สึกของเสื้อผ้า และระดับพลังงานของคุณ

 

ไม่เข้าใจ ว่าเหตุผลที่ไม่ควร ชั่งน้ำหนักตัวเอง

การกระทำแบบ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เหมาะสำหรับทุกคน สำหรับบางคนการชั่งน้ำหนักบ่อยเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ทำให้ภาวะสุขภาพจิต ที่มีมาก่อนแย่ลง หรือกระตุ้นหรือทำให้การรับประทานอาหารที่ไม่เป็นระเบียบแย่ลง

 

ควรทราบประวัติ ก่อนชั่งน้ำหนักตัวเอง หากคุณมีประวัติ

  • อาการเบื่ออาหาร
  • โรคบูลิเมีย เนอโวซา (อาการล้วงคอ )
  • ความผิดปกติของการดื่มสุรา
  • โรคซึมเศร้า
  • ความวิตกกังวล

หรือหากคุณ เพิ่งสังเกตเห็นว่า ตัวเองถูกใช้ไปโดยตัวเลขบนเครื่องชั่ง ให้ปรึกษาแพทย์ของคุณ เกี่ยวกับความถี่ในการชั่งน้ำหนัก คุณอาจต้องการปรึกษานักโภชนาการ หรือนักบำบัด

 

เวลาที่ดีที่สุดในการชั่งน้ำหนัก คือช่วงไหน

ทุกอย่าง ตั้งแต่ปริมาณที่คุณดื่มไปจนถึงสิ่งที่คุณกิน และแน่นอนว่าฮอร์โมนของคุณ อาจส่งผลต่อความผันผวนของน้ำหนักของคุณ

ด้วยเหตุนี้จึงขอแนะนำให้ใช้ช่วงเวลาหนึ่งของวันเพื่อชั่งน้ำหนักตัวเอง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ช่วงเช้า เป็นเวลาที่ดีที่สุด นี่คือช่วงที่น้ำหนักของคุณ มีแนวโน้มน้อยที่สุดที่จะได้รับผลกระทบจากอาหาร และการออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้คุณมีน้ำหนักมากขึ้น และน้อยลงตามลำดับ ( ตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณฉี่ก่อน และทำก่อนกินอะไรด้วย )

 

สิ่งต่อไป หลังจากที่ ตัวเลขปรากฏขึ้น บนเครื่องชั่ง

ตัวเลขบนเครื่องชั่ง ก็แค่นั้น ตัวเลข สิ่งที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วย การลดน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพ หากคุณต้องการ แต่ก็ยังไม่ได้จัดอันดับคุณค่าของคุณ ในฐานะมนุษย์นั้น

การติดตามตัวเลข ดังกล่าวจะมีประโยชน์ในการติดตามเป้าหมาย การลดน้ำหนักของคุณ แต่การก้าวขึ้นไปบนเครื่องชั่งอย่างสม่ำเสมอเกินไป นั้นไม่ดีสำหรับพวกเราทุกคน

ท้ายที่สุดคุณสามารถใช้เป็นเครื่องมือ ในการติดตามสุขภาพโดยรวมของคุณได้ แต่ควรพูดคุยกับประวัติของคุณ เกี่ยวกับเป้าหมาย และความต้องการด้านสุขภาพของคุณ ก่อนที่คุณจะก้าวไปสู่ระดับ การมีชีวิตที่มีสุขภาพดี เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ยั่งยืน ที่ไม่ทำให้ความสุขของคุณพัง

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม
ลีลาแม่ไม้มวยไทย สู่สังเวียนเดือด
นักมวยแห่งยุค ในวงการ UFC ศิลปะการต่อสู้ผสม

เทควันโด VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้จากสองฝั่งประเทศ

เทควันโด VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้จากสองฝั่งประเทศ

ฮันยองฮาเซโย กับ สวัสดีค่ะ ศิลปะการต่อสู้ระหว่าง เทควันโด กับ มวยไทย มีความแตกต่างกันแบบใด แบบไหนที่เหมาะกับการออกกำลังกายของเรามากที่สุด เพราะในแต่ละประเทศย่อมชูความเป็นตัวเองมากที่สุด

 

เรียน เทควันโด ( Taekwondo ) กับใคร ?

     อาจารย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถมาสอนการเล่น เทควันโด อย่างถูกวิธีนั้น ต้องอยู่ระดับสายดำขึ้นไป ประกอบกับมีใบประกาศรับรองออกโดย คุกกิวอน, เกาหลี ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้สอน  ต้องอยู่ในขั้นที่ ดั้ง 4 - 10  ในไทย สามารถสอบถามข้อมูลได้ตาม สถานที่รับสอนเทควันโด ต่างๆ ได้ เพราะในการเล่น เทควันโด นั้น บางคนเรียนเพื่อ ดูแลสุขภาพ หรือ จะเป็นการป้องกันตัว รวมไปถึงคัดตัวเป็นนักกีฬา

 

ทำไมชาวเกาหลี ถึงนิยมเล่น เทควันโด ( Taekwondo )

     เทควันโด ( Taekwondo ) ศิลปะต่อสู้จากแดนกิมจิ โดยไม่ใช้อาวุธของชาวเกาหลี แท คือ เท้า  เป็นการโจมตีด้วยเท้า คว็อน  คือ มือ หรือ เป็นการโจมตีด้วยมือ โท คือ สติปัญญา ดังนั้น เทควันโด เป็นวิถีแห่งการใช้มือ และ เท้าในการต่อสู้ การป้องกันตัว โดยควบคุมโดยสติ

 

      เริ่มต้นจากเกาหลีที่ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่นในปี 1910 - 1945 เทควันโด ผสมผสานระหว่าง ศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นอย่าง คาราเต้ ผสมผสาน กับการละเล่นพื้นบ้านเกาหลีที่เรียกว่า Taekyon

 

     เทควันโด ( Taekwondo ) สามารถดูการแข่งขันผ่านได้ทางกีฬาโอลิมปิก ซีเกมส์ จากการดูสังเกตได้ว่า เทควันโด ( Taekwondo ) เป็นการป้องกันตัวที่ไม่รุนแรงจนเกินไป ต่างกับคาราเต้ ของญี่ปุ่น

 

เรียน เทควันโด ( Taekwondo ) ดีจริงหรือไม่

  • เสริมสร้างความเชื่อมั่น และ บุคลิกภาพ รวมทั้งพัฒนาเรื่อง การอยู่ร่วมกับผู้อื่น
  •  ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว มีความยืดหยุ่น ข้อต่อต่างๆ มีการเคลื่อนไหว
  •  พัฒนาเรื่อง การทรงตัว เพราะเมื่อกำลังยกขาเตะ เด็กจะยืนเพียงขาเดียว
  •  เทควันโด ( Taekwondo ) สร้างความคล่องตัว ยืดหยุ่น จากการเตะ ยืดขาเตะ เป็นเรื่องดีสำหรับระบบกล้ามเนื้อ
  •  ช่วยในการทำงานของระบบข้อต่อ ระบบกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เพราะในการเล่น เทควันโด ( Taekwondo ) มีการกระโดด ต่อย มือ เตะ  และเท้า ต้องกระทบเป้าเตะ ช่วยในระบบกล้ามเนื้อ ส่วนระบบข้อต่อได้จากการปัด หมุนตัว และ หมุนข้อมือ
  •  พัฒนาเรื่องระบบการหายใจ และ ช่วยพัฒนาระบบเผาผลาญอาหาร เพราะเป็นกีฬาที่ต้องการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เคลื่อนที่เร็ว
  •  เป็นการสร้างเสริมระะบบของร่างกาย ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

มวยไทย ( muay thai )

     มวยไทย ( Muaythai ) เป็นผู้สอนวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นบวกกับชื่อเสียง คนเคารพ คนรู้จัก ทั้งนี้เพราะต้องการถ่ายทอดวิชาไม่ให้สูญหายไปตามเวลา โดยมุ่งเน้นถ่ายทอดให้เฉพาะศิษย์ ที่มีความเหมาะสม ส่วน ค่ายมวย เป็นที่รวมของผู้ชื่นชอบในการชกมวย แลกเปลี่ยนวิชาความรู้ เพื่อนำไปใช้ ในการประลอง หรือ แข่งขัน  ในยุคนี้คนนิยมต่อยมวยมากขึ้น เป็นการออกกำลังอีกรูปแบบหนึ่ง มีการสอน เป็นคอร์ส โปรแกรมการเรียนอย่างถูกต้อง 

 

     มวยไทย ( muay thai ) สามารถแบ่งออกเป็น มวยโคราช ( ภาคอีสาน ) มวยท่าเสา ( ภาคเหนือ )  มวยไชยา ( ภาคใต้ )  มวยพระนคร และ มวยลพบุรี ( ภาคกลาง ) ดังคำที่ว่า หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา

 

     สำหรับใครที่กำลังหาค่ายมวย หรือ ยิม สำหรับการเรียน หรือ ออกกำลังต่อย มวยไทย ( muay thai ) นั้น เราขอแนะนำ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( jaroenthongmuaythaisrinakarin ) ค่ายมวยครบวงจร ย่านศรีนครินทร์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนกรุง เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ทุกวัน  ผ่านการฆ่าเชื้อ วางใจเรื่องความสะอาด บรรยากาศดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลตัวเอง ต้องการลดน้ำหนัก ลดหุ่น

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

ต่อย มวยไทย แบบต้นฉบับลพบุรี

ฝึกมวยไทยต่อยลมทำให้หมัดหนักจริงหรือไม่

ลีลาแม่ไม้มวยไทย สู่สังเวียนเดือด

ลีลาแม่ไม้มวยไทย สู่สังเวียนเดือด

แม่ไม้มวยไทย เป็นศิลปะอีกประเภทหนึ่งของประเทศไทย  เป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชาติ ที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน เพื่อเป็นศิลปะการป้องกันตัว จนได้นำมา สู่สังเวียน และเป็นเกมกีฬา ในปัจจุบัน

 

กีฬามวย เป็นการละเล่นพื้นบ้าน ที่คู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน หากเราย้อนกลับไปเมื่อสมัยก่อน มวยไทยได้นำมาฝึกซ้อมพร้อมกับอาวุธคู่กาย คือ ดาบหอกโล่ เพื่อป้องกันประเทศ มีลีลา การเคลื่อนไหวที่ดุดัน และแข็งแรง  ฝึกเพื่อป้องกัน และความแข็งแกร่งของร่างกายตนเอง ด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้ นำมาใช้งานอย่างชาญฉลาด


การฝึกมวยไทย ต้องอาศัยความอดทนกับความเจ็บปวด ความพยายาม และอารมณ์ จิตใจที่นิ่งสงบ เพื่อไม่ให้เสียเปรียบคู่ต่อสู้ ต้องใช้เวลาฝึกที่ยาวนาน การชกมวยไทย เป็นการชกด้วยหมัดเปล่า ๆ ต่อมาเมื่อมีการแข่งขัน ก็ได้มีการคาดเชือกที่มือ จนในปัจจุบันได้ใช้นวมแทน

 

ลักษณะของมวยไทย

มวยไทยใช้อวัยวะในร่างกายทั้ง 6 ชนิด ในการต่อสู้ ได้แก่ หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง และเข่า เพื่อเข้าปะทะผู้ต่อสู้ ด้วยการ ชก ต่อย เตะ ถีบ เหน็บ เหยียบ เหวี่ยง ปัก ทิ่ม เฉือน สับ กด ทุ่ม ฟาด รัด หักแขน หักขา หักคอ ฯลฯ โดยมีวิธีใช้อวัยวะทั้ง 6 ชนิด ดังนี้

1. หมัด ซึ่งมี 4 แบบ ได้แก่  การปล่อยหมัดตรง, หมัดตัด, หมัดตวัด และหมัดเสย โดยหมัดแต่ละแบบมีความแตกต่างกัน

     การปล่อยหมัดตรง คือ การใช้หมัดด้านใดด้านหนึ่งชกออกไปตรงหน้าคู่ต่อสู้ โดยแรงส่งจากไหล่ ลำตัว ใช้เพื่อรบกวนหรือทำลายจังหวะของคู่ต่อสู้

     การปล่อยหมัดแบบตัด หรือหมัดเหวี่ยง คือ การใช้หมัดด้านใดด้านหนึ่งเหวี่ยงเป็นแนวโค้ง เป็นลักษณะครึ่งวงกลมไปยังบริเวณศีรษะ

     การปล่อยหมัดตวัด คือ การใช้แขนข้างใดข้างหนึ่งเหยียดตรงออกไป แล้วใช้สันหมัดกดลงไปที่อวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ พร้อมกับชกตวัดเป็นวงแคบ

     การปล่อยหมัดเสย คือ การใช้หมัดด้านใดด้านหนึ่งชกคู่ต่อสู้ในลักษณะงอข้อศอก พร้อมทั้งหงายหมัดเข้าที่คู่ต่อสู้ ใช้ชกในระยะประชิดตัว หมัดจะพุ่งจากด้านล่างขึ้นด้านบน

 

2. ศอก โดยการใช้ศอกขึ้นพื้นฐานมีอยู่ 4 ลักษณะ ดังนี้

     ศอกตี หรือศอกสับ ใช้การตีศอกจากบนสู่ล่าง พับข้อกลางแขนข้างที่จะใช้ บิดไหล่ออกด้านข้างเล็กน้อย ยกศอกขึ้นด้านบน ศอกลงลากมาฟาดไปยังเป้าหมายบริเวณใบหน้าศีรษะ คาง โดยใช้แรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า

     ศอกตัด ลากข้อศอกที่พับนั้นขนานกับพื้นเข้าปะทะเป้าหมาย บริเวณโหนกแก้มคิ้วและปลายคาง

     ศอกงัด การตีศอกจากลาง งัดไปด้านบน

     ศอกกลับ การหมุนตัวตีศอกเข้าไปที่คู่ต่อสู้ กลับไปทางด้านหลัง ตามการเคลื่อนเท้า


3. แขนท่อนล่าง ใช้สับ เสียบ ปัด เหวี่ยง ผู้ต่อสู้
4. เท้า เป็นอวัยวะที่จู่โจมคู่ต่อสู้ได้ดี โดยเท้ามีไว้เพื่อใช้ เตะ และ
5. แข้ง ใช้สำหรับเหวี่ยงคู่ต่อสู้ จะมีทั้งเหวี่ยงสั้น และเหวี่ยงยาว

6. เข่า ใช้ยิงโยนยัด เหวี่ยง และกระตุกคู่ต่อสู้

 

องค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของนักมวย

- ขนาด และความสมส่วนของร่างกาย เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญมาก สำหรับนักมวย หากเรามีขนาดที่เล็ก หรือใหญ่จนเกินไปอาจจะทำให้เสียเปรียบคู่ต่อสู้ ในการ เคลื่อนไหว ร่างกายต้องอาศัยความคล่องแคล่ว ว่องไว เพื่อที่จะหลบหลีก
- ความแข็งแกร่งในด้านของ ร่างกาย และจิตใจ หากเรามีร่างกาย จิตใจ ที่พร้อมสำหรับการแข่งขันแล้ว เราจะเจอคู่ต่อสู้ที่เก่งแค่ไหน ก็จะรับมือไม่ยาก

- จิตวิญญาณของมวยไทย ( Spirit of muaythai ) ได้แก่ ความสง่างาม ( Smart ) ความแข็งแกร่ง ( Strenght ) ความมีน้ำใจไมตรี ( Smile ) และ ความเรียบง่าย ( Simply ) เมื่อเรามีครบทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว การจะเป็นนักกีฬามวยที่มีความสามารถก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม และการเล่นกีฬาอาจได้ เพื่อน มิตรภาพที่ดี ตามมาด้วย

- สมาธิ ปฏิภาณ ไหวพริบ การแข่งขันในแต่ละรอบ หากเรามีสมาธิอยู่กับการแข่งขันแล้วนั้น ปฏิภาณ ไหวพริบ ในการต่อสู้ แก้ไขปัญหา เมื่อต้องเจอกับผู้ต่อสู้ที่เก่ง เราก็จะผ่านมันมาได้

- ความมีอารมณ์สนุกสนาน นอบน้อม อดทน อดกลั้น การแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็ตาม อารมณ์ที่ต้องการเอาชนะมักจะเกิดขึ้นเสมอ แต่การมีความอดทน อ่อนน้อม ก็ทำให้เรามีชัยชนะไปมากกว่าครึ่งแล้ว

- ความไม่ประมาท และการประเมินสถานการณ์ที่เหมาะสม ในการต่อสู้ หากเราคิดว่าคู่ต่อสู้ดูด้อยกว่าเรา นั่นคือการประมาท ถ้าเรารู้จักประเมินสถานการณ์ทั้งก่อน และขณะขึ้นชก ได้ดี และไม่ประมาทคู่ต่อสู้ ไม่ว่าเขาจะเคยชนะมา หรือไม่ก็ตาม อาจทำให้เราชนะคู่ต่อสู้ได้ไม่ยาก

- การเห็นคุณค่าในความงามของศิลปะการป้องกันตัวแบบมวยไทย ถ้าเรารู้จักเห็นคุณค่าแล้วนั้น ทำให้เราภูมิใจในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ว่ามันคือศิลปะอย่างหนึ่งที่ทุกคนต่างชื่นชม

 

กีฬามวยไทย เป็นศิลปะ ลีลาแม่ไม้มวยไทย ที่ทุกคนต่างยอมรับกันทั่วโลก มีกฎ กติกา การเล่นอย่างชัดเจน มีกรรมการที่ชี้ชัด แพ้ ชนะ บนเวที นักมวยต้องแต่งกายตามกำหนด มีการสวมมงคลคาดผ้าประเจียด ก่อนการขึ้นชกในแต่ละครั้งต้องมีการไหว้ครูทุกครั้ง

บทความเพิ่มเติม
มวยไทย เมืองลิง สายลพบุรี (มวยไทยภาคกลาง)
ฝึกมวยไทยต่อยลมทำให้หมัดหนักจริงหรือไม่
 

นักมวยแห่งยุค ในวงการ UFC ศิลปะการต่อสู้ผสม

นักมวยแห่งยุค ในวงการ UFC ศิลปะการต่อสู้ผสม

วงการชกมวย อัลติเมท ไฟต์ติง แชมเปียนชิพ (ยูเอฟซี) (Ultimate Fighting Championship) เป็นสมาคมเกี่ยวกับ ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เหตุการณ์ยูเอฟซีครั้งแรกที่จัดขึ้นในปี ค.ศ. 1993 ที่เดนเวอร์ รัฐโคโลราโด วัตถุประสงค์ของการจัดงานคือ การระบุศิลปะการป้องกันตัว ที่มีประสิทธิภาพที่สุด ในการต่อสู้ที่แท้จริงระหว่างคู่แข่ง ของสาขาวิชาการต่อสู้ที่แตกต่างกัน  ได้แก่ มวยสากล บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู เทควันโด มวยปล้ำ มวยไทย คาราเต้ และลักษณะอื่น ๆ ในการแข่งขันในภายหลัง นักสู้เริ่มใช้เทคนิคที่มีประสิทธิภาพ มากกว่าหนึ่งของศิลปะ ในทางอ้อมซึ่งช่วยสร้างแบบ ที่แยกจากกันอย่างสิ้นเชิงของการต่อสู้ ที่เรียกว่าศิลปะการต่อสู้แบบผสมในปัจจุบัน

 

วันนี้เราจะขอ แนะนำประวัตินักมวย หรือนักต่อสู้ ในวงการ UFC
คอนเนอร์ แม็คเกรเกอร์ (Conor McGregor)
เป็นนักมวยสากล และนักศิลปะการต่อสู้แบบผสม ชาวไอริช เป็นแชมป์ไลฟ์เวท และแชมป์เฟเธอร์เวทของ Ultimate Fighting Championship (UFC) แม็คเกรเกอร์ ยังเป็นนักศิลปะการต่อสู้แบบผสม รุ่นเวลเตอร์เวท นักมวยสากล รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท แม็คเกรเกอร์ ติดอันดับ 2 จากการจัดอันดับปอนด์สำหรับปอนด์ของ UFC  อดีตแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวท และน้ำหนักเบา ในปี 2015 ที่การแข่งขันรายการ UFC ที่ 194 เขาเอาชนะในการแข่งขันชิงแชมป์ UFC
ในช่วงรุ่นเฟเธอร์เวต ผ่านเข้ารอบแรก ด้วยเวลา 13 วินาที ซึ่งเป็นชัยชนะที่เร็วที่สุด ในประวัติศาสตร์การชกชื่อ แข่งขันรายการ UFC และสามารถเอาชนะในการแข่งขันชิงแชมป์ยูเอฟซีไลต์เวตที่ แข่งขันรายการ UFC ที่ 205 แม็คเกรเกอร์กลาย เป็นนักชกคนแรกในประวัติศาสตร์ของ UFC ที่ครองตำแหน่งในสองดิวิชั่น
ในการแข่งขันชกมวยสากล ตอนเปิดตัว เขาพ่ายแพ้ให้กับ ฟลอยด์เมย์เวทเธอร์จูเนียร์ เขาเป็นผู้จ่ายต่อการดู ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
MMA โดยมีหัวข้อข่าว ในเหตุการณ์จ่ายต่อการชม UFC ที่ขายสูงสุด
พาดหัวข่าวการแข่งขัน กับการแข่งขันรายการ
UFC ที่ 229 ซึ่งราคามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา สำหรับงาน MMA การชกมวยของเขา ในอเมริกาเหนือ มีราคามากที่สุด เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์

ชีวิตในวัยเด็ก
เกิดที่ ครัมลิน เมืองดับลิน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เป็นบุตรของโทนี่ และมาร์กาเร็ตแม็คเกรเกอร์ [1] เขาเติบโต ในเมืองครัมลิน และเข้าเรียนที่ Gaelscoil และ Gaelcholáiste ทั้งในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาที่ Coláiste de hÍde ในเมือง Tallaght ซึ่งเขาได้พัฒนาความหลงใหล ในกีฬาการเล่นฟุตบอล ในวัยหนุ่ม เขาเล่นฟุตบอลให้กับ สโมสรฟุตบอลลูร์ดเซลติก ตอนอายุ 12 แม็คเกรเกอร์ เริ่มชกมวยที่ Crumlin Boxing Club ในปี 2549 แม็คเกรเกอร์ ย้ายไปอยู่กับครอบครั ที่ลูแคน เมืองดับลิน โดยเข้าเรียนที่ GaelcholáisteColáiste Cois Life หลังจากนั้นเขาก็เริ่มฝึกงานด้านการประปา ขณะอยู่ใน Lucan เขาได้พบกับ ทอม อีแกน นักสู้ UFC ในอนาคต และในไม่ช้าพวกเขาก็เริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ด้วยกัน

อาชีพศิลปะการต่อสู้ แบบผสมสมัครเล่น
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ตอนอายุ 18 ปี แม็คเกรเกอร์ได้เปิดตัวศิลปะการต่อสู้ แบบผสมผสาน ในการต่อสู้แบบสมัครเล่น กับคีแรนแคมป์เบล ในการโปรโมต ที่ชื่อ แหวนแห่งความจริงของชาวไอริช ในดับลิน เขาชนะด้วยการน็อคเอาท์ ทางเทคนิค TKO ในรอบแรก หลังจากการต่อสู้เขากลาย เป็นมืออาชีพ และได้รับการลงนาม โดยการเลื่อนตำแหน่งของ Irish Cage of Truth ในปี 2008 เขาเริ่มฝึก ที่โรงยิมสเตรทบลาสต์ ในดับลินภายใต้จอห์นคาวานอห์

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน
แม็คเกรเกอร์ เริ่มเป็นที่รู้จักส่วนใหญ่ ในฐานะแนวหน้า และชอบที่จะต่อสู้ยืนขึ้นเมื่อเทียบกับบนพื้นดิน แม็คเกรเกอร์เป็นคนถนัดซ้าย และส่วนใหญ่จะต่อสู้ โดยไม่ใช้ท่าทางที่มองไม่เห็น แต่มักจะเปลี่ยนไปใช้ท่าทางดั้งเดิม เขามักจะพยายาม เป็นสไตล์รุกรานในการแข่งขัน โดยทั่วไปแล้ว การชกมวยของเขา ถือเป็นทักษะที่ดีที่สุด ของเขาโดยชัยชนะ ส่วนใหญ่ของเขามาจากการน็อคเอาต์ หรือการทำให้แพ้ทางเทคนิคด้วยการชก ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า แบ็คซ้าย แบ็คซ้าย ของเขาเป็นการโจมตี ที่อันตรายที่สุดของเขา

แม็คเกรเกอร์ มักจะมีส่วนร่วม ในการพูดคุยด้วยใช้คำพูดไม่ดี และ สร้างสงครามจิตวิทยา กับฝ่ายตรงข้าม ของเขาซึ่งนำไปสู่การเปรียบเทียบ กับมูฮัมหมัดอาลี ซึ่งแม็คเกรเกอร์ อ้างว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ ในยุคแรก ๆ ของเขา
หลังจากอาลีเสียชีวิต ในเดือนมิถุนายน
2559 แม็คเกรเกอร์ให้ความเห็นว่า "จะไม่มีใครเข้าใกล้ความยิ่งใหญ่ของอาลีได้เลย แม็คเกรเกอร์ยังอ้างถึง บรูซลีเป็นอีกแรงบันดาลใจหนึ่ง และเปรียบเทียบตัวเองกับลี

ชีวิตส่วนตัว
แม็คเกรเกอร์ มีน้องสาวชื่อ เอริน และ อีฟา เขามีความสัมพันธ์ กับคู่หมั้นของเขา ดีเดฟลิน ตั้งแต่ปี 2551
ลูกคนแรกของพวกเขา คอนเนอ แจ็ค แม็คเกรเกอร์ จูเนียร์ เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
โครเอ่ แม็คเกรเกอร์ ลูกคนที่สอง เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2562 แม็คเกรเกอร์เข้าใจภาษาไอริช และพูดได้ในระดับหนึ่ง

แม็คเกรเกอร์ มักจะฝึก ที่โรงยิม Mjölnir ในเรคยาวิก ร่วมกับนักสู้ UFC Gunnar Nelson เขาบอกว่า เขาไม่ยึดติด กับพิธีกรรมก่อนการต่อสู้ หรือความเชื่อโชคลางใด ๆ เพราะเขาเชื่อว่ามันเป็น รูปแบบหนึ่งของความกลัวและเขาเป็นคาทอลิก

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม
ต่อย มวยไทย แบบต้นฉบับลพบุรี

ท่าออกกำลังกายฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

ต่อย มวยไทย แบบต้นฉบับลพบุรี

ต่อย มวยไทย แบบต้นฉบับลพบุรี

ศิลปะมวยไทย เป็นการสืบต่อกันมา สู่รุ่นต่อรุ่น ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน การต่อย มวยไทย ในแต่ละภาค ย่อมมีความแตกต่างกันตามภูมิภาค เรามาดุกันว่า มวยไทย ลพบุรี จะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว อย่างไรบ้าง

 

มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai ) เริ่มต้นจาก

     แรกเริ่ม เกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 1200 – 2198 เป็นการเริ่มต้นก่อตั้ง มวยลพบุรี ผู้ก่อตั้ง นามว่า ปรมาจารย์สุกะทันตะฤาษี สำนักอยู่ที่เขาสมอคอน เมืองลพบุรี ลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายคือ พ่อขุนรามคำแหง

 

     ช่วงที่ 2  เกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2199 – 2410 เป็นช่วงเวลา แห่งการถ่ายทอดศิลปะ มวยไทย ลพบุรี ( Muay Thai ) สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้ความกรุณา ส่งเสริมศิลปะ มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะเป็นการจัดแข่งขัน กติกาในการชกมวยไทย และ สังเวียน

 

เอกลักษณ์ของ มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai )

1. เป็นมวยที่ชกฉลาด รุกรับคล่องแคล่วว่องไว

2. ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มวยเกี้ยว

3. มวยที่ใช้ชั้นเชิง เข้าหาอีกฝ่ายโดยใช้กลลวง มักเคลื่อนตัว หลบหลีก หลอกล่อ ได้ดี

 

มวยไทย  ( Muay Thai ) กับ วัฒนธรรมไทย

     ท่า มวยไทย ลพบุรี ( Muay Thai ) เป็นการผสมผสาน ท่าทางของ ลิง และ ช้าง ในการออกหมัด เข่า ศอก และ เท้า เป็นการนำเอาลักษณะท่าทางของสัตว์ มาประยุกต์ใช้ในศิลปะมวยไทย ได้ดีทีเดียว

     สถานที่ หรือ แหล่งฝึก มวยไทย อยู่ในวัด

 

กระบวนท่าของ มวยไทย ลพบุรี  ( Muay Thai ) ทั้ง 16 กระบวนท่า

- ยอเขาพระสุเมรุ                        - หักงวงไอยรา

- ขุนยักษ์จับลิง                           - หักคอเอราวัณ

- เอราวัณเสยงา                         - ขุนยักษ์พานาง

- พระรามน้าวศร                        - กวางเหลียวหลัง

- หิรัญม้วนแผ่นดิน                     - หนุมานถวายแหวน

- ล้มพลอยอาย                           - ลิงชิงลูกไม้

- คชสารถองหญ้า                       - คชสารแทงงา

- ลิงพลิ้ว                                   - หนุมานถอนตอ

 

การฝึกสมาธิ กับ มวยไทย ( Muay Thai )

     การต่อย มวยไทย จะต้องมี สมาธิ กับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ห้ามละสายตาจากฝ่ายตรงข้าม อาจเกิดเป็นจุดอ่อนของเราได้ ดังนั้น ควรมีสมาธิ ไม่วอกแวก

 

ออกกำลังกาย กับ มวยไทย ( Muay Thai )

     การออกกำลังกาย ทำได้ง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายตรงข้าม มาเป็นคู่ซ้อม แต่สามารถฝึกซ้อมได้โดยตัวเอง โดยใช้การ ออกหมัด ใช้ศอก เท้า เตะ ต่อย สลับกันไป พักบ้าง อย่างหักโหมจนเกินไป

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ

     การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ด้วยการต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะเป็นการขยับร่างกายเกือบทุกส่วน ทำให้ระบบกล้ามเนื้อ ได้ ยืด หด ตัว เกิดการสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้งช่วยในเรื่อง ระบบไหลเวียนโลหิต รวมไปถึงการทรงตัวที่ดีขึ้น และ ความคล่องตัว

 

     เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ ศิลปะ มวยไทย ต้นกำเนิด มวยไทย ลพบุรี ได้ทราบถึงประวัติความเป็นมา เรียนรู้กระบวนท่า ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับ มวยไทย ลพบุรีแล้ว การต่อย มวยไทย ถือว่าเป็นการออกกำลังกายอีกประเภทหนึ่ง ที่สามารถช่วยเสริมสร้างระบบต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง การออกหมัด เข่า เท้า และ ศอก

 

     ทางเราแนะนำยิม มวยไทย ที่ครบวงจรที่สุดในย่านศรีนครินทร์ นั่นคือ jaroenthongmuaythaisrinakarin หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เปิดให้บริการทุกวัน

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

มวยไทยกับเครื่องแต่งกายในสมัยก่อน

ฝึก มวยไทย แล้วได้อะไร?

ทำความรู้จัก ลูกไม้มวยไทย

ท่าออกกำลังกายฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

ท่าออกกำลังกายฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

แน่นอนว่าการออกกำลังกายของหนุ่ม ๆ ต้องมีเป้าหมายที่จะหุ่นฟิตเฟริม และเอาเจ้าไขมันส่วนเกินออกไป วันนี้เรามี ท่าออกกำลังกายฉบับ มวยไทย ( Muay Thai ) มาฝากกันค่ะว่าจะมีท่าไหนกันบ้าง

 

ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราด้วย เพราะหากเราคิด 10 ลงมือทำ 1 แน่นอนมันเกิดได้ขึ้นหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ อย่ารอที่จะเริ่มทำอะไรให้กับตัวเอง วันนี้ทาง Jaroenthong GYM ได้นำเอาเทคนิคต่าง ๆ เบิร์นไขมัน กล้ามสวย สาวๆ ต้องกรี๊ดอย่างแน่นอน โดยสามารถทำได้เองที่บ้านแถมประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Shoulder Presses

 

ในการแข่งขันกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) นั้น หัวไหล่ที่แข็งแรง นั้นเป็นปัจจัยสำคัญ ในการชกเนื่องจากว่ากล้ามเนื้อมัดนั้นเป้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการใช้ปล่อยหมัดออกไปและยังช่วยเป็นการ์ดป้องกันจากการโจมตีของคู่ต่อสู้

 

ดังนั้นในท่า Shoulder Presses จะเป็นท่าเคล็ดลับในการสร้างกล้ามเนื้อของหัวไหล่อย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ใช้เป็นหลักก็คือ ดัมเบล แต่ถ้าหากไม่มีจริง ๆ สามารถใช้ขวด จับให้มั่นคงจากนั้นดันพื้น และลง อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับท่าบริหารร่างกายส่วนบนอื่นก็จะทำให้คุณมีหัวไหล่ที่สวยงามราวและแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Clap Press-Up

 

อีกหนึ่งวิธีออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่ใช้ได้ผลจริง และยังทำได้บ่อยครั้งตามใจต้องการอีกด้วย นั่นคือ Clap Press-Up โดยวิธีการก็แสนง่าย เพียงคุณใช้กำลังของมวลกล้ามเนื้อของร่างกายส่วนบนออกมาให้หนัก ท่านี้ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความเข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่มันยังช่วยมันยังช่วยปรับสัดส่วนของ Body Balance ซึ่งเป็นสิ่งที่นักมวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นสำหรับนักมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกคนด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Plank

 

เป็นหนึ่งในท่าที่ดูธรรมดา ๆ แต่ต้องบอกว่าหินมากกับการที่จะทำให้แกร่ง นับเป็นที่ทรมานที่สุดเนื่องจากต้องอาศัยความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อแทบจะทุกส่วนเพื่อที่จะสามารถทำท่า Plank ให้แกร่งและนาน อย่างไรก็ตามในการออกกำลังกายต้องออกอย่างเหมาะสม และคู่ไปกับท่า Crunches และ Sit Up จะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้ให้กลับร่างกายและช่วยให้หมัดหนักขึ้นอีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Skipping

 

ในการชกมวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากการชกแล้วก็ยังคงอาศัยความเร็วเพื่อนที่จะหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ที่ปล่อยออกมาดังนั้นความว่องไวของ Foot work การที่จะเพิ่มขีดความสามารถตรงจุดนี้สามารถทำได้โดยการเล่นท่าSkipping ใช้เพียงเชือก และที่โล่ง เท่านั้นคุณก็สามารถทำได้แล้ว Skipping ก็เป็นปัจจัยหลักของท่าฝึกฝนการเป็นมวยไทย ( Muay Thai ) อาชีพที่ใช้ แถมยังเป็นทำที่ใช้รักษาสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่เสมออีกด้วย

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Push Ups

 

ในส่วนของท่านี้ ค่อนข้างที่จะยากสำหรับคนที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยได้ออกกำลัง “ Push Ups ” น่าจะเป็นอุปสรรคในช่วงแรก เพียงแค่คุณตั้งใจและพร้อมที่จะเปลี่ยนตัววเอง ท่าง่ายๆท่านี้คง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอาจจะเริ่มจาก ทำที่ละน้อย ๆ ครั้ง แล้ว เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะท่านี้ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อหลายส่วน หัวไหล่ แผงอก จะเป็นที่นิยมของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกคน ถ้าหากมีเวลาว่าง เราก็ควรที่จะPush Ups เป็นประจำทุกวัน

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Sit-Ups

 

ท่าเบสิคที่หลายไคนน่าจะรู้จักดี แต่พื้นฐานของท่านี้ที่เป็นหัวใจหลักของความเข็งแรงของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ระดับโลกหลายๆคน เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องส่วนกลาง และมันจะสร้างความมั่นใจของนักมวยไทย ( Muay Thai ) ที่จะไม่ต้องค่อยพะวงกับการลดการ์ดลงป้องกันลำตัว และเพิ่มโอกาสเดินหน้าแลกหมดแบบไม่กลัว

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Squats

 

ท่านี้เสริมความแกร่งในช่วงล่วง ซึ่งสำคัญมากกับการเคลื่อนไหวและความมั่นคงกับการยืน นักมวยไทย ( Muay Thai ) ที่ดีจะต้องมีการยืนที่มั่นคง เพื่อเข้าวงในใช้เทคนิคต่างๆ ในการจัดการคู่ต่อสู้ได้ตลอดเวลา ในการ Squats จะช่วยเพิ่มความเข็งแรงและว่องไว และยังเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต้นขาด้านหน้า-หลัง

 

การใช้ Squats และออกกำลังกายที่ใช้ส่วนสะโพกอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณช่วงล่างที่มั่นคงและแข็งแรงไม่แพ้ใครแน่นอน

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Shadow Boxing

 

Shadow Boxing  เรียกง่ายๆเป็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา นับเป็นการสร้างเทคนิคการชกที่ดีที่สุดในการฝึกซ้อม รวมไปถึงการรักษาน้ำหนักความความฟิตของร่างกาย ในการทำ Shadow Boxing เรานั้นสามารถทำได้ในทุกสถานที่ แต่จะมีสถานที่นึงที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ “ในบ่อทรายหรือชายหาด ”  เนื่องจากเทคนิคนี้นักมวยไทย ( Muay Thai ) ได้เริ่มเรียนรู้เทคนิค จากการที่ดูนักฟุตบอลที่เล่นตามชายหาด ซึ่งทรายจะช่วยยึดเหนี่ยวช่วงล่างของลำตัวเราไว้ ทำให้ขยับลำตัวช่วงบนของเราได้อย่างอิสระระหว่างที่ทำอยู่ ดังนั้นมันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เทคนิคและการชกได้ดียิ่งขึ้น

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Chin Ups

 

ที่ขาดไม่ได้ไม่ได้เลยในการฟิตร่างกายช่วงบน หากท่านใดต้องการจะมีร่างกายช่วงบนที่แข็งแรงและสมส่วน  เน้นไปที่การเล่นท่า Chin up เพราะท่านี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ช่วงแขน อก และหัวไหล่ ในท่าเดียว

 

จะสังเกตได้ว่า ที่บ้านของเหล่านักมวยไทย ( Muay Thai ) มักจะมีบาร์ที่สามารถยึด ไม่ว่าจะ ประตูบ้าน หรือ แทนบาร์สำหรับโหน เพื่อที่จะบริการกล้านเนื้อส่วนนั้นเป็นกิจวัตรของชีวิต เราไม่จำเป็นต้องไปเร่งรีบที่จะทำให้หนักขึ้นอย่างรวดเร็วควรเริ่มจากจำนวนครั้งที่ทำไหวก็พอ หากเป็นไปได้หาคนคอยเซฟในการยกตัวในช่วงแรกก็จะดีกว่าการหักโหมมากเกินไป อาจจะทำให้อันตรายถึงขั้น กล้ามเนื้อฉีกขาดหรือเกิดอาการบาดเจ็บ ซึ่งมันส่งผลให้เราเสียโอกาสต่าง ๆ ในการออกกำลังกาย

 

มวยไทย ( Muay Thai )กับท่า Burpees

 

ท่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความ ยากและเหนื่อยแทบขาดใจ และ Burpee ยังคงเป็นท่าที่ยากที่สุดใน 10 ท่าที่กล่าวมา แต่ท่านี้ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นหัวใจ และเป็นเห็นผลดีที่สุดของการออกกำลังกาย เป็นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่ส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกายหากใครที่อยากจะมีรูปร่างที่สมส่วนอลองท่านี้เลย “Burpee” ต้องออกให้ถูกต้อง ลองดูท่าที่ถูกต้องในวิดีโอที่ถูกต้องใน Youtube ได้เลย ไม่ยากอย่างที่คิด

 

คงไม่ใช่เรื่องง่าย หากจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยในทันที การเริ่มต้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ วินัย ความอดทน สร้างpassion ให้กับตัวเอง  sixpack ของคุณก็จะผุดขึ้นมาในไม่ช้า

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทย เมืองลิง สายลพบุรี (มวยไทยภาคกลาง)

Check In 5 ยิม มวยไทย ( Muay Thai ) ย่านศรีนครินทร์

เสน่ห์ มวยไทย ที่ทำให้ชาวต่างชาติสนใจ ให้ความนิยม

เสน่ห์ มวยไทย ที่ทำให้ชาวต่างชาติสนใจ ให้ความนิยม

มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่คนให้ความสนใจกันมาก เป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของ ประเทศไทยและรู้จักกันมาถึงทุกวันนี้ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงความนิยม และเสน่ห์ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ทำให้ชาวต่างชาติสนใจ

 

 มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาต่อสู้ที่มีรูปแบบสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับหรือรุกก็มีท่าทีที่ดูสวยงาม ถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย  มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเราสามารถใช้ หมัด เท้า เข่า ศอกได้หมด ซึ่งอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรงได้เลย เพราะเป็นอาวุธที่สามารถฆ่าคนได้เลยทีเดียว อย่างเช่น ท่าฤาษีบดยา เป็นการเอาศอกจามไปบนหัวผู้ต่อสู้ หากโดนตรงจุด อาจทำให้สลบ หรือถึงขั้น เสียชีวิต ก็เป็นไปได้ นี่เป็นแค่ ท่าหนึ่ง ในแม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) และยัง มีอีกหลายท่า ที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะคงยาว แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) มันมีท่าเยอะมาก และแต่ละท่า ก็มีความสวยงาม มากแตกต่างกันไป และยังเป็นกีฬา ที่ดุเดือดมาก เพราะพลาดนิดหนึ่ง อาจหน้าแตก โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเหตุผลนี้ จึงทำให้มีผู้คนทั้งชาวไทย และต่างชาติ ที่รักการต่อสู้ มาสนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) กันมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมาก ในปัจจุบันเลย

 

ความนิยมของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

ในปัจจุบันนี้ พูดได้ไม่เต็มปาก ว่าคนไทย เป็นที่หนึ่งของ มวยไทย ( Muay Thai )  เพราะตอนนี้ ชาวต่างชาติที่เก่งกว่านัก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เริ่มมี ให้เห็นมากขึ้น เพราะกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ของเราไม่ปิดกันคนที่สนใจ ใครที่สนใจ ก็มาเรียนได้ ซึ่งเหตุนี้ จึงทำให้มีชาวต่างชาติ ที่รักการต่อสู้ มาสนใจเรียนกันมาก พอได้เรียน ก็อยากจะลองวิชา เลยไปขึ้นชก พอได้ขึ้นครั้งหนึ่ง ก็ทำให้ติดใจ ไม่ว่าผล จะแพ้ หรือชนะ คนที่รักการต่อสู้พอได้ขึ้นชก มวยไทย ( Muay Thai ) แล้ว เชื่อได้เลยว่า ต้องติดใจกันทุกคน ถึงแม้มันจะเจ็บมากและค่าตอบแทนก็น้อย แต่การได้สู้ กับคนที่เก่งกว่า หรือคนที่ชอบ อะไรแบบเดียวกัน มันคือความสุข ของคนที่รักการต่อสู้ซึ่ง ตอบได้เลยว่า คนที่ไม่ชอบ เขาก็จะมองพวกเราบ้า แต่กับคนคนที่ชอบ การต่อสู้ ถ้าถามว่าคุณชอบกีฬาอะไรมากที่สุด เขาจะตอบเป็นเสียงเดียวกันก็คือ “ มวยไทย ( Muay Thai ) ”

 

มวยไทย ( Muay Thai ) มีเอกลักษณ์ ที่เด่นก็คือ อาวุธ และท่าทาง ที่ใช้ในการต่อสู้ ซึ่งมีรูปแบบ ไม่เหมือนแบบอื่น ซึ่งอาวุธ แต่ละอย่าง ที่ออกมานั้น ล้วนแต่อันตราย โดนที มีหลับคาเวที ซึ่งปัจจุบันนี้ คนที่ใช้ ตอนนี้ก็ไม่ใช่ แค่คนไทยเท่านั้น ชาวต่างชาติ ก็เริ่มใช้ได้ เหมือนกันแล้ว แต่การใช้พิษ สงยังไม่เท่าคนไทย เพราะการศอก และเข่า ยังสู้คนไทยไม่ได้ ซึ่งอันนี้แหล่ะ คือไม้เด็ดของ มวยไทย ( Muay Thai )  เป็นอาวุธ ที่คนไทยใช้แล้ว มีประสิทธิภาพมาก เพราะชาวต่างชาติ ยังใช้ได้ไม่ดีเท่า ซึ่งสองอาวุธนี้ เป็นการใช้ ระยะประชิดซึ่ง ชาวต่างเป็นนักมวย ที่ใช้หมัด และเตะหนัก เวลาขึ้นชก ชาวต่างชาติ ก็พยายาม ให้อยู่ในระยะ ที่ตัวเองชกได้ แต่พอคนไทย ได้เข้าไปล็อกคอ ตีเข่า เมื่อไร เป็นอันเสร็จทุกหลาย ซึ่งสิ่งนี้ ชาวต่างชาติ ยังเลียนแบบไม่ได้ ถึงแม้ จะเรียนมาแต่ลักษณะ บางอย่าง ก็เลียนแบบไม่ได้ จึงทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นอาวุธที่คู่คนไทยตลอดไป

 

กฏข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

 

กฏข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )  จำนวนยกในการแข่งขันทั้งหมดมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที จะไม่มีการเพิ่มรอบโดยไม่ได้รับอนุญาต นักมวยจะต้อง ใช้นวมขนาดไม่น้อยกว่า 6 ออนซ์ (172 กรัม) ซึ่งนวมที่สวม ใส่จะต้องไม่ถูกบีบ หรือบดเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของนวม

 

ระเบียบการสำหรับการแข่งขันชกมวยไทย ( Muay Thai )

 

- ต้องสวมกางเกงขาสั้นเพียงครึ่งโคนขาให้เรียบร้อยไม่สวมเสื้อและรองเท้านักมวยมุมแดงให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาวที่มีแถบแดงคาด นักมวยมุมน้ำเงินใช้กางเกงสีน้ำเงิน และสีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง และต้องสวมเสื้อคลุมตามข้อบังคับสภาพ มวยไทย ( Muay Thai ) โลก

- ต้องสวมกระจับที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงทนทาน และได้รับการรับรองจากสภา มวยไทย ( Muay Thai ) โลก เมื่อถูกตีด้วยเข่าหรืออาวุธในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณอวัยวะเพศจะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

- ห้ามไว้ผมยาวรุงรัง และห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีปาก เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบและสั้น

- ต้องสวมมงคลผ้าประเจียด หรือรัดเกล้า เฉพาะเวลาร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาตให้ผูกที่โคนแขน หรือเอว แต่ต้องหุ้มผ้าให้มิดชิดเรียบร้อย เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่คู่แข่งขัน

- อนุญาตให้ใช้ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามมิให้เลื่อนปลอกรัดขึ้นไปเป็นสนับแข้งหรือม้วนพับลงมา และห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

- ห้ามใช้เข็มขัดหรือสิ่งที่เป็นโลหะ สร้อย ฯลฯ

- ห้ามใช้น้ำมันวาสลิน น้ำมันร้อน ไขหรือสมุนไพร หรือสิ่งอื่นที่ทำให้คู่แข่งขันเสียเปรียบหรือเป็นที่น่ารังเกียจทาร่างกายหรือนวม

- ฟันยาง ผู้แข่งขันต้องใส่ฟันยาง

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทย เมืองลิง สายลพบุรี (มวยไทยภาคกลาง)

Check In 5 ยิม มวยไทย ( Muay Thai ) ย่านศรีนครินทร์

มวยไทย เมืองลิง สายลพบุรี (มวยไทยภาคกลาง)

มวยไทย เมืองลิง สายลพบุรี (มวยไทยภาคกลาง)

มวยภาคกลาง หรือ มวยไทยสายลพบุรี ขึ้นชื่อเรื่อง ความฉลาด ทั้งรุกและรับ แถมยังมีความคล่องแคล่วว่องไว เมื่อเริ่มต่อย เข้าเป้าอย่างแม่นยำ และรวดเร็ว ลูกเล่นเยอะ ทั้งกลลวง ลูกหลอก จึงมวยที่มีความดุร้าย

ด้วยลักษณะ การต่อยของ มวยลพบุรี นั้นจึงถูกเรียกว่า มวยเกี้ยวโดยคำว่า เกี้ยว มีความหมายว่า รัด พันแน่น ติดแน่น ตัวมวย เลยมีการใช้ชั้นเชิง เข้าหาคู่ต่อสู้ ใช้เล่ห์อุบาย กลต่าง ๆ มีจังหวะทั้งเข้า และออก อย่างรวดเร็ว หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี

 

คนที่ฝึกจะสามารถฝึก มวยไทยสายลพบุรี

ได้นั้น ต้องมีสายตาดี เพื่อสร้างความได้เทียบ ด้านรุกและรับ ในจังหวะเดียวกัน ออกอาวุธไม่ว่าจะเป็นหมัด ศอก เท้า เข่า ต้องคิดไว้เสมอ เมื่อโจมตี ต้องเตรียมพร้อมป้องกันตัว ในช่วงเวลาเดียวกัน ด้วยความที่ต้องใช้ความคิด และความแข็งแกร่ง ในครั้งเดียว จึงได้ ฉายาฉลาดลพบุรีอย่างไม่ต้องสงสัย หากเคยได้เห็น มวยไทยสายลพบุรี จะเห็นชัดอีก หนึ่งอย่างก็คือ มีการพันข้อมือครึ่งแขน แต่ที่เด่น และแปลกกว่า มวยสายอื่น ๆ คือ การพันคาดทับข้อเท้า เป็นมวยสายเดียวเท่านั้น ที่จะมีลักษณะแบบนี้ หรือเรียกว่า เอกลักษณ์เฉพาะของมวยไทยสายลพบุรี

 

การเรียนรู้ มวยไทย ก็ต้องควรรู้ถึงเรื่อง ประเพณีของมวยไทย

ซึ่งมวยไทยสายลพบุรีนั้น จะมีระเบียบประเพณี แสดงถึงความเป็นมา ทั้งหมด 3 เหตุผล      

1. มวยไทยสายลพบุรี มีความสอดคล้อง และความสัมพันธ์ กับศาสนาพุทธ อย่างแนบแน่น สืบเนื่องมาจาก พื้นที่ของการฝึกมวยนั้น เริ่มต้นมาจากที่ พระสงฆ์ ภายในวัด           

2. ด้วยตัวจังหวะของ ลพบุรี มีสัตว์ถิ่นอาศัย ที่มีอยู่จำนวนมาก เช่น ลิง และช้าง แสดงถึงความเป็นมา ของกระบวนท่า ศิลปะมวยไทยสายลพบุรี ที่ผสมกลมกลืน จากการหล่อหลอม และเลียนแบบท่าทาง ของสัตว์ต่าง ๆ ตลอดจน จากตำนานการสร้าง เมืองลพบุรี

3. ดั่งเดิมนั้น มวยไทยสายลพบุรี มาจากหลายพื้นที่ ทั้งสำนัก และความรู้บางตระกูล เพราะบรรพบุรุษ หรือบรรพชนของ มวยไทย ที่กระจัดกระจาย ในแต่ละท้องถิ่น รากเหง้าที่มาจึงไม่ชัดเจน แต่พอวิเคราะห์ได้ว่า เป็นศิลปะ การต่อสู้ที่มาจากหลาย องค์ความรู้ ที่หลากหลายในแต่ละ พื้นที่ ในท้องถิ่นแถวนั้น ซึ่งมีแนวทาง แบบเฉพาะ การแข่งขัน มวยไทยสายลพบุรี มีกติกาการชก กำหนด 5 ยก โดยใช้ยกเวียน การหมดในแต่ละยก จะต้องใช้ กะลาเจาะรู ใส่ในโอ่ง จนกว่ากะลาจมจะน้ำ จะนับเป็นว่าหมดยกในยกนั้น ด้านการต่อสู้ใช้ อวัยวะของร่างกาย ใช้ได้ทุกส่วน การเปรียบมวยหรือขึ้นชก จะอยู่ที่ความ สมัครใจของผู้ชก ไม่เกี่ยงน้ำหนัก หรืออายุ ส่วนการไหว้ครู เหมือนการไหว้ ครูสายอื่น ๆ โดยทั่วไป

 

วิวัฒนาการของ มวยไทยสายลพบุรี เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง มีช่วงเวลาต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งหมด 4 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 ประมาณ ปีพุทธศักราช 1200 – 2198 (ราว ๆ เกือบ 1,000 ปี)

นับเป็นช่วงแรก หรือจุดเริ่มต้นของ มวยไทยสายลพบุรี โดยมี ปรมาจารย์สุกะทันตะฤาษี เป็นผู้ริเริ่ม ก่อตั้งสำนักขึ้นมาที่ เขาสมอคอน อยู่ในเมืองลพบุรี มีลูกศิษย์รุ่นสุดท้าย คือ พ่อขุมรามคำแหงมหาราช

ช่วงที่ 2 ประมาณ ปีพุทธศักราช 2199 – 2410 ( 211 ปี )

เป็นช่วงเวลาของการ สืบทอดของ มวยไทยสายลพบุรี ในช่วงนั้น มีการส่งเสริมจาก สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พระมหากษัตริย์) จึงเริ่มมีการรู้จัก อย่างกว้างขวาง มีการจัดการแข่งขัน โดยกำหนดขอบสังเวียน และมีกติกาการแข่งขัน โดยมี พระพุทธเจ้าเสือ (พระมหากษัตริย์) อีกพระองค์หนึ่ง ที่สนับสนุนมวยไทยสายลพบุรี ด้วยความชื่นชอบส่วนหนึ่ง เมื่อมีเวลาว่าง มักปลอมตัวไป ชกมวย กับชาวบ้านอยู่เป็นประจำ

ช่วงที่ 3 ประมาณ ปีพุทธศักราช 2411 – 2487 ( 288 ปี )

อยู่ในช่วงพัฒนา ของมวยไทยสายลพบุรี ถือว่าเป็นยุคทอง เพราะมีชื่อเสียง โด่งดัง และเฟื่องฟูอย่างสุดขีด อยู่ในยุครัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุมจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ตัวพระองค์เรียนวิชามวย จากปรมมาจารย์หลวงพลโยธานุโยค มีความโปรดมวยมาก หากมีมีโอกาส จะเสด็จทอดพระเนตรบ่อยครั้ง และเป็นช่วงนี้ที่ได้รับฉายา “ฉลาดลพบุรี” จากการแข่งขันชกมวย ในงานพระราชทานเพลิงพระศพพระเจ้าลูกยาเธอ บุคคลที่ได้รับฉายาคือ นายกลึง โตสะอาด เป็นนักมวยไทยสายลพบุรี ที่เก่งกล้า ความสามารถรอบด้าน จนได้รับ บรรดาศักดิ์เป็น “หมื่นมือแม่นหมัด”

ช่วงสุดท้าย ช่วงที่ 4 เริ่มต้นประมาณ ปีพุทธศักราช 2488 – ปัจจุบัน

มวยไทยสายลพบุรี ถูกพัฒนา จนมีนักมวยไทยสายลพบุรี เก่งมากเกิดขึ้น อีก 2 คน ซึ่งมีลีลาทาง ลูกเล่น ในการชก คล้ายกับ ‘หมื่นมือแม่นหมัด’ ที่ถนัดในการใช้หมัดตรง และหลบหลีกได้ อย่างคล่องแคล่วว่องไว เป็นดาวดวงใหม่และความหวังของ มวยไทยสายลพบุรี

 

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

Check In 5 ยิม มวยไทย ( Muay Thai ) ย่านศรีนครินทร์

ความเหมือนที่แตกต่าง MMA VS มวยไทย

Check In 5 ยิม มวยไทย ( Muay Thai ) ย่านศรีนครินทร์

Check In 5 ยิม มวยไทย ( Muay Thai ) ย่านศรีนครินทร์

ใครที่ชื่นชอบ การต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) เรามี 5 ยิม มานำเสนอ ใครที่อยู่แถว ถนนศรีนครินทร์ ปักหมุดไว้เลยค่ะ แต่ละที่ ผ่านการคัดมาแล้ว ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ ตามไปดูกันว่า มียิม ที่ไหนบ้าง

 

1. The Motif Boxing BKK ( ติดกับ แม็คโคร ศรีนครินทร์ )

Check In : โครงการ Premier Place Srinakarin  618 ถ. ศรีนครินทร์

Open

Monday – Friday          9 am. – 9 pm.

Saturday                      9 am. – 8 pm.

Sunday                        9 am. – 3 pm.

Call : 093 621 6333

 

2. ค่ายมวย ศิษย์สารวัตรเสือ

Check In : ถ. บางนา – ตราด

Open : 24 / 7

Call : 095 147 6688

 

3. โรงเรียนมาสเตอร์ท้อดดี้ มวยไทย ( แบริ่ง 22 )

Check In : 55 / 103 - 109 ถนน สุขุมวิท 107

Open

Monday – Friday          7.30 am. – 7.30 pm.

Saturday                      7.30 am. – 4 pm.

Sunday                         CLOSE

Call : 02 743 3372

 

4. AT START Gym

Check In : ถ. ลาซาล บางนา

Open everyday             10 am. – 10 pm.

Call : 063 565 3963

 

5. เจริญทอง ( Jaroenthong Muaythai Srinakarin )

Check In : 887 ถ. ศรีนครินทร์

Open : 24 / 7

Call : 02 136 0966

    

     ค่าย มวยไทย ( Muay Thai ) ย่าน ถนนศรีนครินทร์ จัดสร้างขึ้นโดย นาย เจริญทอง เกียรบ้านช่อง การันตีดีกรีเข้มขัดแชมป์ จากสังเวียนลุมพินี รับรองถึงความ ชัดเจน แม่นยำ และ ความถูกต้อง ในการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) รับประกันถึงความมีประสิทธิภาพ ในการเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างแน่นอน

 

     แนะนำเลยค่ะ สำหรับ ค่ายมวย เจริญทอง ( Jaroenthong Muaythai Srinakarin )  เด็ดสุดในย่านนี้แล้วก็ว่าได้ ทั้งการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และ เปิดบริการทุกวัน เรียกได้ว่า เอาใจชาวออฟฟิศ และ คนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ในเวลาเร่งด่วน เรื่องความพร้อมในเรื่องของ อุปกรณ์ ทันสมัย ครบวงจร สถานที่ยิม ใส่ใจเรื่องความสะอาด บรรยากาศภายใน กว้างขวาง ความเป็นกันเองกับลูกค้า พลาดไม่ได้สำหรับ ค่ายมวย เจริญทอง มวยไทย ( Jaroenthong Muaythai Srinakarin )

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

ทำไมคุณควรฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ที่กรุงเทพ

มวยไทย ไม่ได้มีดีแค่ ป้องกันตัว

สร้างหุ่นดีให้สวยเป๊ะ ได้ด้วย มวยไทย

สร้างหุ่นดีให้สวยเป๊ะ ได้ด้วย มวยไทย

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังมีความสนใจ ใน กีฬา มวยไทย ที่เป็นเหมือนดั่งศิลปะการต่อสู้พื้นฐาน ที่น่าภูมิใจของ ประเทศไทย คุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน หากได้รู้ว่า กีฬาประเภทนี้ สามารถสร้างหุ่นคุณ ให้สวยเป๊ะได้

 

     ในยุคนี้ คุณอาจจะเคยเห็นคุณ ผู้หญิง หรือเหล่าดารา ผู้หญิง สวยๆ ทั้งหลาย เริ่มหันมา ออกกำลังกาย ด้วย กีฬา มวยไทย กันอย่างเนืองแน่น เพราะพวกเธอเล็งเห็นแล้วว่า กีฬา มวยไทย ไม่ได้มีดีแค่ สามารถสร้าง หุ่นสวย ให้ดีเป๊ะ ได้เพียงเท่านั้น กีฬา มวยไทย ยังสามารถสร้างให้พวกเขา มีศิลปะการต่อสู้ เอาไว้ใช้ ป้องกันตัว ได้อีกด้วย มวยไทย จึงเปรียบเสมือนดั่ง ศิลปะ ที่น่าภาคภูมิใจของ ประเทศไทย ที่เราทุกคน ควรตระหนัก และฝึกเอาไว้ สืบทอดกันต่อไปจากรุ่นสู่รุ่นได้

 

สร้างหุ่นดีให้สวยเป๊ะ ได้ด้วย มวยไทย

     สร้างหุ่นดีให้สวยเป๊ะ ได้ด้วย มวยไทย คุณสามารถสร้างได้ไม่ยาก หากคุณมีที่ๆ ฝึกซ้อมชั้นดี ที่สามารถให้คุณ ปล่อยพลัง มวยไทย ได้อย่างเต็มที่ และสถานที่ฝึก มวยไทย พร้อมครูมวยที่มี ประสบการณ์ สามารถสอนคุณ ให้คุณเป็นได้ไวที่สุด เราขอแนะนำให้คุณมาที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) ยิมฝึก กีฬา มวยไทย ที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ เพราะไม่เพียงมีแต่คนไทยที่เข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์ มวยไทย ยังมี ชาวต่างชาติ เข้ามาฝึกซ้อมอยู่สม่ำเสมอ อย่างไม่ขาดสาย เรียกได้ว่า เป็นสิ่งที่น่า ภาคภูมิใจ ของ กีฬา มวยไทย บ้านเราเสียจริงเชียว

 

     กีฬา มวยไทย ทำให้คุณ ออกกำลังได้เต็มทุกสัดส่วน กีฬา มวยไทย เป็น กีฬา ที่สามารถทำให้คุณ ออกกำลังได้เต็ม ทุกสัดส่วน ของร่างกาย นอกเหนือไปจากการกระตุ้น ความแข็งแกร่ง ยังดีต่อทุกๆ ระบบ การไหลเวียนเลือด ในกระแสโลหิต อีกทั้ง การ ชกมวย ยังสามารถช่วยเพิ่มให้คุณมี ทักษะ ในการทรงตัว และสามารถโต้ตอบได้ทุกๆ ปฏิกิริยา และความคล่องแคล้ว กีฬา มวยไทย จะเป็น กีฬาที่สามารถทำให้คุณ มีไหวพริบที่ดีขึ้น เพิ่ม กล้ามเนื้อ ให้คุณได้อย่างเต็มที่ ทุกสัดส่วน นับว่า เป็นตัวช่วยชั้นดี ที่สามารถทำให้คุณ ลดน้ำหนัก หรือจะเป็นการ เบิร์นไขมัน ก็ได้ทั้งนั้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่ม ความแข็งแกร่งของ กล้ามเนื้อ เพียงแค่คุณฝึกๆ ชก ครั้งล่ะ หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ใน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หุ่นคุณก็จะ เฟิร์มขึ้น จนสามารถรู้สึกได้แน่ชัด ถึงความเปลี่ยนแปลงได้นั่นเอง  

 

     กีฬา มวยไทย ช่วยทำให้หน้าท้องแบนราบได้ง่ายๆ หากคุณคิดอยากจะมี ซิกซ์แพค ( Six Pack ) คุณสามารถทำได้ หากคุณได้ลองมาเล่น กีฬา มวยไทย เพราะ มวยไทย เป็น กีฬา ที่คุณจะสามารถ ออกกำลังกาย ได้เต็มที่ ทุกภาคส่วนของ ร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่ช่วง หน้าท้อง ให้คุณลอง ซิทอัพ ( SIT UP ) เสร็จแล้ว มาต่อด้วยการ ชกมวย ดูสิ คุณจะสามารถใช้ กล้ามเนื้อ แกนกลาง ได้อย่างคุ้มค่า แน่นอน เพราะนั่นจำเป็นต้องมีการ บิดสะโพก ที่แรงมาก เพื่อเป็นการส่งหมัดออกไป ในแต่ล่ะครั้ง ทุกครั้งที่เราส่งหมัดออกไป จะมีการ เผาผลาญพลังงาน เกิดขึ้น แล้วเมื่อ แกนกลางลำตัว แข็งแรงขึ้น และมีการ เผาผลาญไขมัน กล้ามหน้าท้อง อันแบนราบ ก็จะมาหาได้ ในไม่ช้านั่นจึงเป็นอีกเหตุผลที่ ผู้หญิง มักมาออกกำลังกาย ด้วยกีฬา มวยไทย กันนั่นเอง

 

     ชกมวย แบบ มวยไทย ใช้แคลอรี่เยอะ ตัวเลข มักเป็นเรื่อง สำคัญ กับ ผู้หญิง เรารับประกันได้เลยว่า มวยไทย เป็น กีฬา ที่มีการเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการ ออกกำลังกาย เกือบทุกชนิด แม้กระทั่ง โยคะ, พิลาทิส สิ่งที่แตกต่าง อย่างสำคัญ อีกข้อคือการที่ ออกกำลังกาย ด้วย มวยไทย จะได้ใช้ กล้ามเนื้อ หลายส่วนพร้อมๆ กัน การเตะหนึ่งครั้ง จะได้ทั้ง กล้ามเนื้อไหล่ กล้ามท้องด้านข้าง ไปจนถึง กล้ามเนื้อขา เรียกว่าได้ทั้งตัว ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมในการ ลดน้ำหนัก ได้ถึง 2,000 แคลอรี่ เลยทีเดียว

 

     กีฬา มวยไทย จึงนับว่าเป็น กีฬา ที่สามารถช่วยให้คุณสามารถ ออกกำลังกาย ได้อย่างเต็มที่ ทุก สัดส่วน หากคุณกำลังต้องการ การ ออกกำลังกาย ที่ได้ผลลัพธ์ ที่ดีที่สุด กีฬา มวยไทย สามารถช่วยคุณได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- เสน่ห์มวยใต้ มวยไชยาในตำนาน

- ความเหมือนที่แตกต่าง MMA VS มวยไทย

ทำไมคุณควรฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ที่กรุงเทพ

ทำไมคุณควรฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ที่กรุงเทพ

กรุงเทพมหานคร ยังคงครองใจเป็นปลายทางหมายเลขหนึ่งสำหรับงาน มวยไทย ( Muay thai )  เนื่องจากเป็นแหล่งใจกลางของประเทศไทย มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันให้คุณได้เลือกสรรเข้ามา

 

สาเหตุผลสำคัญว่าทำไมคุณควรฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ในกรุงเทพมีดังต่อไปนี้

 

1. การฝึก มวยไทย ( Muay thai )

 

กรุงเทพไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวงของประเทศไทย แต่เป็นเมืองหลวง มวยไทย ( Muay thai ) ที่ไม่มีข้อโต้แย้งของโลก เมืองนี้เต็มไปด้วยยิมที่ยอดเยี่ยมที่สุดมากมาย กรุงเทพเป็นที่ที่มีการแข่งขัน มวยไทย ( Muay thai ) มากมาย หากคุณทำการค้นหาและพบว่าตัวเองเหมาะสมกับการไปโรงยิมที่ไหนตามความสะดวกหรือต้องการเทรนเนอร์ที่ดีมีชื่อเสียง (ซึ่งมีจำนวนมาก) คุณก็จะได้ฝึกฝนควบคู่ไปกับนักสู้ที่เก่ง  หรือแม้คุณอาจจะหรืออาจไม่ได้รับโอกาสในการฝึกอบรมกับพวกเขา แต่เพียงแค่ดูวิธีที่พวกเขาฝึกก็ถือเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม

 

2. การต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai )

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟน มวยไทย ( Muay thai ) การดูการต่อสู้แบบสดๆ ในสนามกีฬาของกรุงเทพเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด กรุงเทพเป็นที่ที่คุณจะพบกีฬาและนักกีฬาในระดับสูงสุด สนามกีฬาราชดำเนินและสนามบินลุมพินีที่มีชื่อเสียงนั้นมีการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุด หากคุณต้องการที่จะเห็นการต่อสู้ของ มวยไทย ( Muay thai ) ที่ดีที่สุดกรุงเทพเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

 

3. อุปกรณ์ มวยไทย ( Muay thai )

 

 มวยไทย ( Muay thai ) ในกรุงเทพมหานครคุณไม่ต้องโหลดขึ้นกระเป๋าที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เพื่อนำมาต่อยมวย เพราะราคาสำหรับอุปกรณ์ มวยไทย ( Muay thai ) นั้นถือว่าถูกและร้านขายอุปกรณ์ มวยไทย ( Muay thai ) ในกรุงเทพมหานครมีมากมาย รวมถึงมีแบรนด์ชั้นนำของไทยอยู่และในราคาที่ดีมากที่สุดเช่น Fairtex, Twins Special, Top King, Yokkao เป็นต้น

 

4. แหล่งช้อปปิ้ง

 

นอกจากอุปกรณ์กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) แล้วกรุงเทพยังเป็นแหล่งรวมของนักช้อปสำหรับแฟชั่นงานฝีมือและสิ่งแปลก ๆ มีราคาขายราคาส่งให้คุณได้ที่แพลตตินัมมอลล์ทุกแบรนด์ระดับไฮเอนด์ในย่านใจกลางเมืองสยามเครื่องประดับเล็ก ๆ ทำมือในตลาดกลางคืนและอีกมากมาย ในวันหยุดสุดสัปดาห์ตรงไปที่ตลาดนัดสวนจตุจักรขนาดใหญ่เพื่อหาอาหารเพิ่มมากขึ้นเสื้อผ้าวินเทจอยากรู้อยากเห็นและราคาที่เหนือชั้น คุณสามารถซื้อสินค้าเพื่อความสุขใจได้

 

5. การเดินทาง

 

การเดินทางในกรุงเทพมหานครถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกสบย มีทั้งรถแท็กซี่ รถตุ๊กๆ รถเมล์ แกร๊ปแท็กซี่ หรือแม้กระทั่งแต่ ซึ่งรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพส่วนใหญ่สามารถใช้บริการได้อย่างง่ายดาย มีหลากหลายสถานี ไม่ว่าจะรถไฟฟ้าลอยฟ้า หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน แถมราคาประหยัดอีกด้วย

 

6. สถานที่ท่องเที่ยว

 

กรุงเทพเสนอการผสมผสานที่ดีที่สุดของมนต์เสน่ห์ของโลกเก่ากับความสะดวกสบายของโลกใบใหม่ คุณสามารถเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกเช่นพระบรมมหาราชวัง วัดตลาดน้ำ ตลาดกลางคืนพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ และสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งให้คุณด้สัมผัส

 

7. อาหาร

 

กรุงเทพเป็นสวรรค์ของคนรักอาหาร มีร้านอาหารตั้งแต่อาหารริมถนนที่น่ารับประทานไปจนถึงร้านอาหารติดดาวตามภัตตาคาร คุณสามารดื่มด่ำด้วยอาหารและเครื่องดื่มแสนอร่อยในแต่ละมื้อ หลังจากออกกำลังกายด้วยการเผาผลาญแคลอรี่อย่าลืมเติมเชื้อเพลิงด้วยอาหารที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ฝึกมวยไทยต่อยลมทำให้หมัดหนักจริงหรือไม่

ประโยชน์มวยไทยที่ช่วยพัฒนาชีวิตทำงานให้ดีขึ้น

ฝึกมวยไทยต่อยลมทำให้หมัดหนักจริงหรือไม่

ฝึกมวยไทยต่อยลมทำให้หมัดหนักจริงหรือไม่

หลายคนไม่มีอุปกรณ์ หลายคนไม่มี ยิม ไม่มีที่ฝึก มวยไทย ( Muay thai ) การชกมวยฝึกแบบต่อยแบบชกลม เป็นการฝึกที่ทำให้มันของผู้ฝึกหนักจริงหรือไม่ วันนี้เรามาหาคำตอบกันว่าทำให้หมัดหนักจริงไหม

 

หมัดเป็นอาวุธหนึ่งที่ มวยไทย ( Muay thai ) ให้ความสำคัญมากในส่วนนี้เพราะหมัดเป็นอาวุธที่ถูกปล่อยมากที่สุดในสังเวียน หากเรามีหมดที่ไม่มีประสิทธิภาพ การปล่อยหมัดในแต่ละครั้ง อาจจะทำให้เราไม่ได้ส่งผลไรให้คู่ต่อสู้รู้สึกเจ็บหรือมึนกับหมัดของเราได้ ดังนั้นการฝึกแบบไหนที่เข้าใจกันที่ทำให้หมัดหนัก

 

ต่อยลมทำให้หมัดเราหนักหรือไม่?

คำถามที่ยอดฮิตมาก สำหรับ มวยไทย ( Muay thai ) การฝึกชกลมต่อยลม จะทำให้หมัดหนักไหม ตอบตรงนี้เลยนะครับ การต่อยลมทำให้เรามีหมัดที่เร็ว มากขึ้นมาก แต่จะไม่ทำให้หมัดของเราหนัก เพราะเราไม่ได้กระทบอะไรเลยด้วยซ้ำ จึงทำให้ไม่รู้ผลลัพธ์ ว่ามันของเรามีกำลังมากแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต่อยเป้า เราก็จะรู้น้ำหนัก เราต่อยไม้ ไม้หักหรือแตก เราก็จะรู้น้ำหนัก แต่ถ้าเรา ชกลมต่อยลม เราไม่รู้น้ำหนักว่าหมัดของเราจะไปได้หนักแค่ไหน

 

แล้วทำอย่างไรให้หมัดของเราหนัก

การฝึกอย่างไรที่ทำให้ เราหมัดหนัก อย่างแรก ท่ายืนต้องดีมั่นคง เท้าและเอวสามารถ ส่งแรงบิดไปยังกับแขนเพื่อให้การส่งของหมัดออกไปได้แรง และก็หมัดชกที่ล่อเป้า บ่อยๆ จะทำให้เรารู้แรงของหมัดเราว่าเราสามารถออกแรงได้แค่ไหน อย่าพยายามชกแบบไม่ใส่แรงเราต้องใส่ให้หนัก

หากเรามีหมัดหนักแล้วหมัดที่เร็วแล้ว แต่ถ้าเราไม่มีความแม่นย้ำเลยสักครั้ง เราจะมาเสริมเทิคนิค การต่อยให้แม่นโดนเป้าแบบจุดตายเลยนะครับ

 

สายตาต้องชัดเจน

การเล็งการมองสายตาต้องชัดเจนมั่นใจและสามารถตัดสินใจปล่อยหมัดออกไปได้อย่างเร็วและแรงจนทำให้คู่ต่อสู้ของเราสลบไปได้

 

ฝึกจิตใจให้อยู่ในจุดต้องบังคับ

พื้นฐานด้านจิตใจคือเรื่องสำคัญ คนเราจะเลือกตัดสินใจทำสิ่งใดก็ตามหากใจรักมันก็ทำออกมาได้ดี ดังนั้นการฝึกพื้นฐานของสำหรับ มวยไทย ( Muay thai ) จิตใจคือสิ่งจำเป็น ต่อให้เจอความยากลำบากแค่ไหนห้ามท้อ คิดเอาไว้เสมอว่าไม่มีใครสามารถสำเร็จวิชาได้ด้วยเวลาเพียงน้อยนิด ต้องมุ่งมั่นในการเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้แต่การฝึกมวยไทยไม่ใช่การฝึกเพื่อทำร้ายร่างกายคู่ต่อสู้

 

เป็นไงบ้างครับสำหรับการชก มวยไทย ( Muay thai ) อย่างไรให้แรงและเราก็ให้คำตอบด้วยว่าการชกลม ทำให้เราหมัดหนักหรือไม่ ก็ตอบไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การหาประสบการณ์ จากการ ฝึกมวย ก็สามารถติดต่อมาหาเราได้ มีครูมวยที่เก่งมากและเปิดประสบการณ์ให้ทุกคน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประเภทของกีฬา มวยไทย Muay thai

กีฬาที่ออกกำลังกายแล้วเอาไขมันออกมาที่สุด

มวยไทย กับการต่อสู้แบบโดนรุม

ประโยชน์ มวยไทย ที่ช่วยพัฒนาชีวิตทำงานให้ดีขึ้น

ประโยชน์ มวยไทย ที่ช่วยพัฒนาชีวิตทำงานให้ดีขึ้น

เราเชื่อว่าหลายคนใช้เวลาในที่ทำงานเกินกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จนคุ้นหน้ากับเพื่อนร่วมงานมากกว่าคนในครอบครัวเสียอีก ด้วยเหตุผลนี้คุณจึงควรรักษาความสัมพันธ์อันดีกับพวกเขาเอาไว้ เพราะการที่คุณต้องเจอหน้ากันทุกวัน มิตรภาพดีๆ ที่มีต่อกันจะช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี รวมถึงบรรยากาศในการทำงานก็ดีตามไปด้วย และศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) นี่แหละจะมีส่วนช่วยให้คุณพัฒนาไปสู่การเป็นเพื่อนร่วมที่ดี และการทำงานที่ราบรื่น ซึ่งเราได้รวบรวม 5 คุณประโยชน์จากศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) ที่จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์และชีวิตในการทำงานของคุณให้ดีขึ้นได้

 

1 สุขภาพที่ดีขึ้น

 

ในตอนแรกคุณอาจจะคิดถึงแค่เรื่องสุขภาพของตัวเอง แต่ประโยชน์ของศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) นั้นมีทุกด้านของชีวิต แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องของการทำงานได้อย่างไร? เรื่องสำคัญประการหนึ่งเลยคือ การทำให้ตัวคุณแอ็กทีฟและฟิตอยู่เสมอจะช่วยให้มีสุขภาพที่ดี ยิ่งคุณต้องอยู่ติดกับโต๊ะทำงานนานๆ การไปออกยืดเส้นสาย ปล่อยหมัดเท้าเข่าศอกที่ยิมหลังเลิกงานจะช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายในแบบที่ร่างกายควรจะเป็น หากคุณไม่มีกิจกรรมออกกำลังกายเสียบ้าง โรคภัยหรือความเจ็บไข้ได้ป่วยบางอย่างอาจจะถามหา จนทำให้มาทำงานไม่ไหว ซึ่งนอกจากจะเกิดผลเสียต่อร่างกายของคุณเองแล้ว ยังอาจส่งกระทบต่องานที่ทำอีกด้วย

 

2 คลายความเครียด

 

ฮอร์โมนเอ็นโดรฟินที่หลั่งออกมาในระหว่างและหลังการเล่นกีฬา จะช่วยลดความเครียด และสร้างสปิริตให้ตัวของคุณได้ มันจะช่วยกระตุ้นการปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่งในประสาทที่ช่วยให้คุณรู้สึกสบาย ลดความเจ็บปวด และมีความรู้สึกดีกับตัวเอง นอกจากนั้น มันยังช่วยบรรเทาความหงุดหงิด ความเฉื่อย และความวิตกกังวล ทำให้คุณมีโฟกัส สมองที่ปลอดโปร่ง และจิตใจที่มีความสุขมากขึ้น ซึ่งเมื่อคุณมีอารมณ์ที่ดีก็ช่วยให้คุณเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานที่อยู่รอบข้าง เพราะเขาได้รับพลังบวกนั้นจากคุณด้วยเช่นกัน

 

3 เสริมสร้างความรับผิดชอบ

 

เมื่อต้องทำงานเป็นทีม การที่จะปัดความรับผิดชอบสำหรับบางคนนั้นทำได้ง่าย เพราะคิดว่าถึงอย่างไรก็ต้องมีคนรับผิดชอบงานจนสำเร็จอยู่แล้ว แต่นั่นมันส่งผลต่อบุคคลดังกล่าวในทางลบ และส่งผลเสียกับเพื่อนร่วมงาน รวมถึงมิตรภาพภายในทีมอีกด้วย การฝึกศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) จะช่วยเพิ่มความรับผิดชอบส่วนบุคคลเพื่อให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง เพราะไม่มีใครที่จะช่วยคุณในการฝึกซ้อมหรือเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ได้ หากคุณไม่ลงมือทำเอง แต่เมื่อคุณรับผิดชอบตัวเองจนเป็นความเคยชิน ไม่ว่าจะทำงานเดี่ยว หรืองานเป็นทีม คุณก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีและชัดเจนได้ทีเดียว

 

4 สร้างความเคารพต่อผู้อื่นโดยไม่เกี่ยงสถานะ

 

หลายครั้งหลายหนที่ลำดับชั้นเข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นประธาน, ฝ่ายบริหาร, หัวหน้างาน, ผู้ปฏิบัติงาน หรือแม้แต่พนักงานฝึกหัด ซึ่งมีหลายคนยึดติดกับเรื่องนี้ จนลืมไปว่าทุกคนนั้นต้องทำงานร่วมกัน ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) ทำให้คุณรู้จักการให้ความเคารพ เริ่มจากโค้ชของคุณที่นอกจากจะให้ความรู้และดึงศักยาภาพในตัวคุณออกมา ไม่เพียงเท่านั้น คู่ซ้อมของคุณก็สำคัญด้วยเช่นกัน เพราะในศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai ) คนที่หนุ่มหรือแก่กว่าสามารถทำซับมิชชั่นได้ ผู้หญิงสามารถแนะนำผู้ชายอกสามศอกที่ยังติดขัดในเทคนิคบางอย่างได้ ทุกคนล้วนมีของดีอยู่ในตัว และสามารถช่วยเหลือแก้ปัญหาของคนอื่นๆ ได้ การให้ความเคารพและรับฟังคำแนะนำของผู้อื่น จะทำให้ทุกคนได้ประโยชน์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

5 เพิ่มความมั่นใจ

 

การฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ มวยไทย ( Muay thai )ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความมั่นคงในตัวเองมากขึ้น ยังช่วยในเรื่องของความอ่อนน้อมถ่อมตน และวางอัตตาของตัวเองลงอีกด้วย ซึ่งความมั่นใจนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากความสามารถทางร่างกายที่พัฒนา รวมถึงบทเรียนทางจิตวิทยาอีกด้วย เมื่อคุณรู้ว่า คุณสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในการต่อสู้ คุณก็สามารถนำวิธีการเดียวกันมาใช้กับหน้าที่การงานได้ เนื่องจากทุกสิ่งในตัวคุณดีขึ้น สิ่งที่เคยเป็นปัญหาในอดีตก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ไม่เพียงเท่านั้น คุณยังสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยความเชื่อมั่น ซึ่งจะช่วยในการนำเสนองาน รวมถึงการสนทนากลุ่มเพื่อสนับสนุนแนวคิดอีกด้วย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก onefc

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทย ( Muay Thai) เพลิน เบิร์น 1,000 Kcal

จิตวิญญาณ มวยไทย กับประโยชน์อันล้ำค่า

มวยไทย ( Muay Thai) เพลิน เบิร์น 1,000 Kcal

มวยไทย ( Muay Thai) เพลิน เบิร์น 1,000 Kcal

หลายคนมีคำถามว่าชกมวยแต่ละครั้งเบิร์นพลังงานเราไปเท่าไหร่ มวยไทย ( Muay Thai ) แทบจะเป็นกีฬาที่เบิร์นได้สูงที่สุดเลยทีเดียว เพราะการชกมวยแบบครบคอร์สในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งนั้น เบิร์นไปกว่า 1,000 Kcal

 

สุดยอดการเบิร์นยอดฮิตในตอนนี้คงหนีไม่พ้นวิธีออกกำลังกายด้วยการชก มวยไทย ( Muay Thai ) ทั้งเตะ ต่อย ศอก หมัด บอกเลยว่าทั้งสนุก สะใจ และคลายเครียดได้ดีมากๆ เครียดจากงานก็มาลงที่กระสอบทรายนี่แหละ ออกแรงให้เต็มที่ เรียกเหงื่อกันให้สะใจ ชั่วโมงเดียวก็เบิร์นกันได้ถึง 500 - 1,000 แคลอรี่เลยทีเดียว

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ออกกำลังได้ทุกส่วนของร่างกาย

 

เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

 

การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยกคือการใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยกคือการทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้หน้าท้องแบนราบ

 

อยากมีซิกซ์แพ็คชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้บุคลิกภาพดี

 

การชกมวยทำให้การใช้สมองและร่างกายทำงานสอดประสานกันได้ดีขึ้น กระตุ้นให้การรับรู้ทางร่างกายทำงานดีขึ้น มีความคล่องตัว เพราะต้องใช้การทำงานที่สอดประสานกันระหว่างตาและมือ ทุกครั้งที่ชกกระสอบทรายหรือชกกับเป้าล่อ ต้องใช้สมาธิในการพุ่งเป้าไปที่การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้เกิดการจดจำการเคลื่อนไหว ทั้งจังหวะการขยับเท้าและการออกหมัด ท้าทายการทำงานของกล้ามเนื้อและจิตใจไปพร้อมกัน ทำให้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว มั่นใจ บุคลิกก็ดีไปโดยปริยาย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก wongnai

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ ไปกับ มวยไทย

- สร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง

จิตวิญญาณ มวยไทย กับประโยชน์อันล้ำค่า

จิตวิญญาณ มวยไทย กับประโยชน์อันล้ำค่า

     กีฬาที่หลายคนเห็นตามทีวี และมีคนเชียร์กันเสียงดังสนั่น คงนี้ไม่พ้น กีฬา มวยไทย ที่สร้างความน่าเชื่อถือและเป็นกีฬาที่ดำรงไว้จวบจนปัจจุบัน ซึ่งกีฬาจะบอกเลยว่า ได้รับความนิยมมากขึ้น สามารถออกกำลังกาย เผาผลาญไขมัน บำรุงจิตใจ และ อารมณ์ได้ดี กีฬา มวยไทย มีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

 

ความสำคัญของ มวยไทย

            การฝึกมวยไทยก่อให้เกิดการพัฒนาทางด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม สร้างความมีระเบียบ วินัย และส่งเสริม อนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่สามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ในยามคับขันได้อีกด้วย นอกจากนี้การฝึกมวยไทยยังนำใช้ได้ในการแสดงศิลปะมวยไทย และยังนำไปเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเองอีกด้วย

 

ความสำคัญของมวยไทย

ความสำคัญของมวยไทยแบ่งออกได้ 6 ประการ ดังนี้

1. ความสำคัญต่อบุคคล บุคคลที่ฝึกมวยไทยจะมีการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจอารมณ์ สังคมและสติปัญญา สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

2.ความสำคัญต่อชุมชนและสังคม กิจกรรมของมวยไทย เป็นกิจกรรมร่วมกันหลาย ๆคน เมื่อมีการจัดการแข่งขันในโอกาสต่าง ๆ มวยไทยยังสามารถฝึกเด็ก เยาวชน เพื่อไปแสดงศิลปะมวยไทย เป็นกิจกรรมการออกกำลังกายและนันทนาการสร้างความสนุกสนาน

3. ความสำคัญต่อประเทศ มวยไทยมีส่วนสำคัญในการดำรงเอกราชของชาติไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพราะมวยไทยช่วยในการรบของทหาร ทหารและตำรวจจึงได้รับการฝึกมวยไทยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มวยไทยแพร่หลายเป็นที่นิยมกันในต่างประเทศทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักคนไทย นิยมยกย่องความสามารถด้านมวยไทย โดยจ้างให้ไปเป็นผู้ฝึกสอนมวยไทยช่วยทำให้มีงานทำ ทำรายได้เข้าประเทศอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

4. ความสำคัญต่อนานาชาติ มวยไทยมีความสำคัญต่อชาวโลก เนื่องจากนานาประเทศ หันมาสนใจศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย และนิยมฝึกซ้อมเพื่อการออกกำลังกาย เพื่อการแสดงและเพื่อการแข่งขัน มีการตั้งชมรม และองค์กรมวยไทยในต่างประเทศกันมากมาย ซึ่งล้วนแต่นำกิจกรรมการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการแสดงศิลปะมวยไทย เป็นสื่อ ทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจในวัฒนธรรม ประเพณีของคนไทยมากขึ้น ทั้งชื่นชมและหวงแหนศิลปะมวยไทยเหมือนเป็นศิลปะที่สร้างขึ้นมาสำหรับชาวโลกทั้งมวล

 

ประโยชน์ของมวยไทย

มีผู้ให้ทัศนะเกี่ยวกับประโยชน์ของมวยไทยในแง่มุมต่างๆ ไว้ดังนี้

มีความมั่นใจในตนเอง

ทำให้เกิดความกล้าหาญ

มีอำนาจบังคับจิตใจดีขึ้น

มีความสุขุม รอบคอบ และเยือกเย็น

มีความพินิจ พิเคราะห์ รู้จักเหตุผล

มีสมรรถภาพทางกายดี

มีความมานะอดทน

มีเชาวน์ไว ไหวพริบดี ตัดสินใจได้ฉับพลัน

มีความเข้มแข็ง อดทน

มีความสุจริต ยุติธรรม

มีความสนุกสนาน ร่าเริง เบิกบาน

มีความสามัคคี

มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

มีวินัย ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผน

มีความโอบอ้อมอาร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

เป็นพลเมืองดีของชาติ

มีรูปร่างทรวดทรงสง่างาม

สร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย

สามารถป้องกันตนเองและคุ้มครองผู้อื่นในยามมีอุบัติภัยต่างๆ

 

     ผู้ที่ฝึกมวยไทยจะได้รับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมด้านต่างๆ นับตั้งแต่การครอบครู การสาบานตน และหลักการของการฝึกมวย โดยหลักการฝึกมวยนั้น มิได้มุ่งเพียงฝึกฝนให้มีสมรรถภาพในด้านกำลังกาย ความว่องไว ความมีปฏิภาณเท่านั้น แต่มุ่งฝึกจิตใจให้สุภาพ และมีศีลธรรมอันดีด้วย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก saranukromthai

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิถีมวยไทย สร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง

ศิลปะการต่อสู้ใด อันตรายที่สุด

มวยไทย ไม่ได้มีดีแค่ ป้องกันตัว

เสน่ห์มวยใต้ มวยไชยาในตำนาน

เสน่ห์มวยใต้ มวยไชยาในตำนาน

รู้หรือไม่ว่า มวยไทย ไม่ได้มีเพียงแบบเดียวที่เราเห็นกันโดยทั่วไป เพราะในประเทศไทย มี มวยไทย อยู่มากมายหลากหลายสาย แบ่งแยกรูปแบบกันไป และ มวยไชยา คือมวยไทยสายหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ

 

     มวยไชยา หรือมวยใต้ เป็นมวยไทยโบราณของภูมิปัญญาไทย บรรพบุรุษไทย กษัตริย์ไทย ที่ได้สืบทอดกันมาจากอดีต จนถึงปัจจุบัน เพื่อสืบสานต่อไปยังอนาคต

 

     มวยไชยา มิใช่เป็นเพียงมวยใต้ที่ก่อกำเนิดจากเมืองไชยา แท้จริงแล้ว มวยไชยา เป็นมวยในกองทนายเลือกของวังหลวง เป็นกองมวยรักษาพระองค์หน่วยที่สำคัญที่สุด ใกล้ชิดองค์พระประมุข กว่าทหารหรือตำรวจ เหล่าอื่นใด ประมาณช่วงรัชกาลที่ 3 จึงได้ไปสู่เมืองไชยา เป็นสิ่งสูงสุดแล้วที่ได้ไป สูงสุดในทุกมิติทั้งมือเปล่าและอาวุธ หมายถึง เมื่อพระมหากษัตริย์ออกรบ หน่วยนี้ก็ต้องติดตามใกล้ชิดที่สุด เป็นทั้งหน้าช้าง เป็นทั้งรักษาพระองค์ และอีกหลายๆ ชั้น เป็นรัศมีรอบทิศ สภาพการรบ คือการรุกตลุมบอนแบบโบราณย่อมสั่งสมเคี่ยวกรำวิชาแห่งชีวิตนี้ มาอย่างเอกอุ ในทุกมิติ ทุกสถานการณ์ ทุกสภาพภูมิประเทศ ทุกๆ จำนวนศัตรูที่รุมล้อมพร้อมรบ ไทย มิเคยมีกำลังมากกว่าผู้รุกราน จะใหญ่หรือจะเล็ก ก็ไม่มีโอกาสหลบลี้หลีกหนีไป

 

     ศักดิ์ศรีแห่งทนาย เลือกที่เป็นมวยหลวง ปรมาจารย์เขตร และครูทอง ท่านแรงมากในเรื่องนี้ ครูแปรงเองก็ได้รับอิทธิพลให้รู้สึกหยิ่งในศักดิ์ศรี แห่งสายวิชาของตน มิให้ปนกับวิชาใด ( มิได้หมายถึงหยิ่งยโส ) ทั้งนี้เพื่อส่งต่ออย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ ในเรื่องเคล็ดวิชา หลักวิชา มีครบมาแต่เดิม ไม่ว่าจะเป็น “เหยาะ ย่าง ยัก เยื้อง” , “ป้อง ปัด ปิด เปิด” , “ล้ม ลุก คลุก คลาน” , “ทุ่ม ทับ จับ หัก” ซึ่งก็มีครบทุกเคล็ดอย่างสมบูรณ์ อยู่แล้ว ทุกเคล็ดวิชา มีเคล็ดซ้อนเคล็ดมากมาย เนื่องเพราะมวยไชยาเป็นศาสตร์ การคุมมวยแบบไชยาเป็นแม่บทปฐมหลักอันสำคัญ ที่บูรพาจารย์ท่าน กำหนดด้วยปัญญาอันลุ่มลึกแหลมคม แล้วว่า นี่ดีเลิศที่สุด เท่าที่มนุษย์พึงมี เพราะได้รับยกย่องว่า มวยไชยา เป็นมวยที่จรดมวยรัดกุมที่สุดในประเทศ เท่าที่เคยมีมาตั้งแต่อดีตจวบปัจจุบัน ( เป็นคำกล่าวของปราชญ์ในอดีต ) อนาคตมวยต่างๆ โดยเฉพาะมวยที่มีมิติการเข้าทุ่ม จรดมวยแบบไชยา ก็มีให้เห็นกันบ้างแล้ว

 

     กระบวนท่ามวยไชยามีทั้งหมด 5 ชุด คือ แม่ไม้มวยไทยไชยา 7 ท่า ได้แก่ ปั้นหมัด, พันแขน, พันหมัด,  กระโดดตบศอก, พันหมัดพลิกเหลี่ยม, เต้นแร้งเต้นกา, ย่างสามขุม, ท่าที่สำคัญคือท่า เสือลากหาง เคล็ดมวยไชยาที่ใช้ป้องกันได้ดีที่สุดคือ ป้อง, ปัด, ปิด, เปิด

 

     ลักษณะของ มวยไชยา เป็นการรับด้วยมุมแหลมของอวัยวุธ ที่มาจากการจรดมวย ทุกมุมและทุกมิติของท่าคุม มวยไชยา จะเต็มไปด้วยเหลี่ยม ด้วยมุมรอบตัว คอยส่ายรับการจู่โจม เป็นเส้นสายลวดลายของวิชา จึงมีเอกลักษณ์ และอัตลักษ์ในการจรดมวยอย่างที่เห็น อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้เคล็ดหลักวิชาที่มีทั้งหมดให้สอดประสานร่วมกันจนเป็นหนึ่งเดียวดั่งสายน้ำ จึงนับว่าเป็นศาสตร์การต่อสู้โบราณที่ยังคงเป็นตำนานหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ ตำนานมวยไทย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก muaychaiya

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ความเหมือนที่แตกต่าง MMA VS มวยไทย

- ความสำคัญของคุณค่าที่จะได้รับจาก มวยไทย

ความเหมือนที่แตกต่าง MMA VS มวยไทย

ความเหมือนที่แตกต่าง MMA VS มวยไทย

ศิลปะการต่อสู้แบบฉบับ MMA สำหรับนักต่อสู้ทั่วโลกแล้ว คงไม่มีใครไม่รู้จัก ในวันนี้ เราจะมาว่าถึง การต่อสู้ MMA กับ กีฬาต่อสู้แห่งชาติของ มวยไทย ถึงความเหมือนที่แตกต่าง จะเป็นอย่างไร เราไปติดตามกันเลย

 

     หากคนที่ได้รู้จักการต่อสู้สังเวียนใต้ดิน ต้องยอมรับว่าในระยะหลายปีมานี้ การต่อสู้ใต้ดิน มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้และที่นิยมมากขึ้น คือการต่อสู้แบบ MMA แท้จริงแล้ว การต่อสู้แบบ MMA อาจไม่ได้เรียกว่าเป็นศาสตร์ศิลปะการต่อสู้เสมอไป แล้วมีความเหมือนที่แตกต่างกับ มวยไทย อย่างไร วันนี้ เราไปหาคำตอบกันเลย

 

     ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม Mixed martial art ( MMA ) คือ การต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย, มวยสากล, ยูโด, มวยปล้ำ, คาราเต้, แซมโบ, บราซิลเลี่ยน,  ยูยิตสู มีทั้งการ เตะ ต่อย และการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้

 

     ในทวีประแวกเอเชีย คือ ถิ่นกำเนิดของศิลปะการป้องกันตัวหลายแขนงมานานกว่า 5,000 ปี ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้, มวยกัมพูชา, มวยไทย, กังฟู, ยูยิตสู, ยูโด, มวยกาลี, มวยปล้ำซุยเจียว, ไอคิโด ตลอดจนศาสตร์การป้องกันตัวอื่นๆ โดยศิลปะการป้องกันตัวแบบผสม ถือเป็นวิวัฒนาการศาสตร์การป้องกันตัวรูปแบบใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจของศตวรรษนี้ และยังเป็นอนาคตใหม่ของศาสตร์การป้องกันตัวที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นการหลอมรวมการฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวที่ครบถ้วนทั้งเทคนิคการปะทะและการจับยึด ทั้งการป้องกันตัวแบบยืนและการนอน ซึ่งต้องใช้แบบแผนของศาสตร์การป้องกันตัวหลากหลายชนิด นับเป็นเกมกีฬาที่มีทั้งรางวัลล่อใจแก่ผู้ชนะ

 

เงื่อนไขของการชี้ผลแพ้ชนะของการแข่งขัน MMA ในยุคปัจจุบัน

 

1. การน็อคเอ้าท์

2. การยอมแพ้

3. การยอมแพ้ด้วยวาจา

4. การยุติการแข่งขันโดยผู้ตัดสิน

5. การยอมแพ้โดยพี่เลี้ยงนักกีฬา

6. การตัดสินของคณะกรรมการ

 

     เรื่องความแตกต่างระหว่าง การต่อสู้แบบ MMA และ กีฬามวยไทย แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องการใช้อาวุธ ถึงแม้ว่า มวยไทย กับ MMA จะสามารถใช้ หมัด, เท้า, เข่า, ศอก ได้ทุกอย่าง แต่มวยไทย ไม่มีการต่อสู้ในรูปแบบท่านอน ซึ่งหากให้เปรียบเทียบ การต่อสู้แบบวงกว้าง แน่นอนว่า กีฬามวยไทย ต้องได้เปรียบแน่นอน สามารถพองัดสูสีกับ MMA และมีสิทธิ์พลิกล็อคชนะได้ แต่ถ้าถูกตะครุบเข้าวงใน ถูกเปลี่ยนรูปแบบต่อสู้ให้เป็นท่านอน มวยไทยเรา จะเสียเปรียบทันที เพราะเหตุนี้ นอกจากจะต้องรู้ศาสตร์มวยไทยแล้ว ศาสตร์การต่อสู้แบบท่านอน เราก็จำเป็นต้องศึกษาและใช้ให้ได้เช่นกัน เพื่อสามารถแก้ทางและพลิกล็อคให้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะได้ และเมื่อหากคุณ เรียนรู้ท่านอนและใช้เป็นแล้ว รูปแบบการต่อสู้ของคุณ ก็จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นการต่อสู้รูปแบบ MMA ไปเลยโดยปริยาย ฉะนั้นแล้ว กีฬามวยไทย คือศิลปะการต่อสู้พื้นฐาน ที่ควรเป็นวิชาติดตัวมากๆ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ศิลปะการต่อสู้ใด อันตรายที่สุด

- มวยไทย สุดยอดศิลปะการรุกและรับ

มวยโคราช (มวยไทยภาคอีสาน)

มวยโคราช (มวยไทยภาคอีสาน)

มวยไทย ( Muay thai ) โคราช เป็นการต่อสู้แบบมือเปล่าที่พันด้วยเชือกหรือด้ายดิบของชนชาติไทยในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 – 6

 

มวยไทย ( Muay thai ) โคราช เป็นมวยที่มีมาในประวัติศาสตร์ไทยมาช้านานเป็นศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีชื่อเสียงตลอดมาเท่ากับมวยลพบุรี มวยอุตรดิตถ์ มวยไชยา ซึ่งมีนักมวยจากหัวเมืองคือเมืองโคราชได้สร้างชื่อเสียง

 

จากการไปแข่งขันชกมวยในพระนครโดยชกชนะนักมวยภาคอื่น ๆ นับไม่ถ้วน ซึ่งล้วนแต่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งสิ้น โดยเริ่มตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงครองราชย์ พ.ศ.2411 พระองค์ทรงโปรดกีฬา มวยไทย ( Muay thai ) มาก การฝึกหัด มวยไทย ( Muay thai ) แพร่หลายไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศทรงจัดให้ทีการแข่งขันชกมวยหน้าพระที่นั่งในงานศพของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์อุรุพงษ์รัชสมโภช ในวันที่ 18 – 21 มีนาคม ร.ศ.128 (พ.ศ.2452) ณ ทุ่งพระรุเมรุ นักมวยที่เจ้าเมืองต่าง ๆ นำมาแข่งขันล้วนแต่คัดเลือกคนที่มีฝีมือดีจากทั่วประเทศ การแข่งขันครั้งนี้ได้นักมวยที่สามารถชกชนะคู่ต่อสู้หลายคนเป็นที่พอพระราชหฤทัยของพระองค์ และโปรดเกล้า ฯ พระราชทานยศและบรรดาศักดิ์ให้กับนักมวยมณฑลนครราชสีมาเมืองโคราชเป็นขุนหมื่นครูมวย คือ “ หมื่นชงัดเชิงชก ” ถือศักดินา 300 คือ นายแดง ไทยประเสริฐ ลูกศิษย์คุณพระเหมสมาหารเจ้าเมืองโคราช มีชื่อเสียงในการใช้ “ หมัดเหวี่ยงควาย ”

 

อีกทั้งยังมีนักมวยโคราชที่มีความสามารถจนได้เป็นครูสอนพลศึกษา ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จนถึงเกษียณอายุราชการ รวมเวลาถึง 28 ปี คือ ครูบัว นิลอาชา (วัดอิ่ม) และยังมีมวยโคราชที่มีฝีมือดี เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ถึงกับเป็นครูสอน มวยไทย ( Muay thai ) ให้กับนักมวยจากเมืองโคราชที่วังเปรมประชากร เช่น นายทับ จำเกาะ นายยัง หาญทะเล นายตู้ ไทยประเสริฐ นายพูน ศักดา เป็นต้น

 

มวยโคราชคาดเชือกยุคฟื้นฟูอนุรักษ์ สมัยรัชกาล 9 ถึงปัจจุบัน ไม่มีการฝึกซ้อมที่เมืองโคราช แต่ยังมีลูกศิษย์ครูบัว วัดอิ่ม (นิลอาชา) คือ พันเอกกำนาจ พุกศรีสุข ทำการถ่ายทอดมวยโคราชคาดเชือกให้กับผู้ที่สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสาน อยู่ที่ สยามยุทธ์ กรุงเทพ ฯ ทุกวัน ครูเช้า วาทโยธา ที่ยังอนุรักษ์ สืบสาน ถ่ายทอด มวยโคราช ให้กับลูกศิษย์ และผู้ที่สนใจเป็นประจำที่โรงเรียนบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งเปิดสอนในวิชาเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ปีละ 450 คน

 

เอกลักษณ์ มวยไทย ( Muay thai ) โคราช

 

เอกลักษณ์ มวยไทย ( Muay thai ) โคราช พบว่า สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก การพันหมัดแบบคาดเชือก ตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก เพราะมวยโคราช เป็นมวยต่อยวงกว้าง และใช้หมัดเหวี่ยงควาย การพันเชือกเช่นนี้ เพื่อป้องกันการเตะ ต่อยได้ดี การฝึกฝึกจากครูมวยในหมู่บ้าน ต่อจากนั้นจึงได้รับการฝึกจากครูมวยในเมือง ขั้นตอนการฝึกโดยใช้ธรรมชาติ เมื่อเกิดความคล่องแคล่วแล้วทำพิธียกครู แล้วให้ย่างสามขุมและฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่ไม้สำคัญ ประกอบด้วย ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า และท่าแม่ไม้สำคัญ โบราณ 21 ท่า แล้วมีโคลงมวยเป็นคติสอนนักมวยด้วย พร้อมคำแนะนำ เตือนสติไม่ให้เกรงกลัวคู่ต่อสู้

 

การฝึกฝน มวยไทย ( Muay thai ) ที่ดี ควรฝึกหลายรูปแบบ แม้ว่าจะใช้เวลายาวนานและใช้ความอดทนมหาศาล แต่หากได้ฝึกหัดติดต่อกันจะทำให้ มีระบบและมีทักษะที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน  สนใจเรียนมวยไทย เจริญทอง มวยไทย ยิม (Jaroenthong Muay Thai)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก muaythaionlines

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ลีลาของมวยไทย

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

 

วิถีมวยไทย สร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง

วิถีมวยไทย สร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง

     ถ้าพูดถึงพื้นฐานวิธีต่อยมวย หลายคนอาจจะยากที่จะเข้าใจและนำไปปฏิบัติใช้ได้ยาก เพราะว่าพื้นฐานท่าต่อยมวยนั้นมีหลายท่า ทักษะแต่ละทักษะต้องใช้ความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง

 

มวยไทย

     มวยไทยเป็นการเล่นพื้นบ้าน ที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัว ด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้ มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง เช่น หมัด ศอกแขน เท้า แข้ง และเข่าเป็นต้น นับเป็นศิลปะประจำชาติ และเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นประการหนึ่งของคนไทย ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังในหมู่ทหาร เพราะในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ต้องผจญกับศึกสงครามมาโดยตลอด

 

เราได้รวบรวมหลักการและท่าที่สำคัญในการฝึกมวยไทยมาให้ได้ฝึกกันดังนี้

การก้าวย่าง

     การก้าวย่าง คือ การเดินหรือลากเท้านั่นเอง ใช้ในโอกาสทั้งรุกและถอย ลักษณะการก้าวย่างในมวยไทยนั้น คือ การยกเข่าขึ้นสูงพร้อมทั้งยกแขนขึ้นเป็นแนว การยกเข่าขึ้นให้ติดกับศอกหรือเกือบติดกับศอก เข่าที่ยกนั้น อาจยกก่อนแล้วลากเท้า การเคลื่อนที่ลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า “การก้าวย่าง” บางครั้งอาจลากเท้าไปข้างหน้าก่อนยกเข่าขึ้น

 

     ในบางโอกาสอาจถอยแล้วยกเข่าเกือบติดศอกก็ได้ การที่ยกเข่าขึ้นติดศอกเป็นการป้องกันคู่ต่อสู้ บางครั้งอาจทำสลับกันได้ ทั้งด้านซ้ายนำและขวานำ

 

     การย่างสามขุม คือ การเดินจุด 3 จุด โดยการเปลี่ยนตำแหน่งของเท้า การเดินให้กำหนดจุดที่ใช้ในการเปลี่ยนตำแหน่งของเท้า เช่น เท้าซ้ายอยู่ข้างหน้า ให้เปลี่ยนไปเป็นอยู่ข้างหลัง กล่าวคือ เป็นการเปลี่ยนเหลี่ยมของร่างกายนั่นเอง การย่างสามขุมให้ชำนาญนั้นจะต้องฝึกการย่ำ การก้าวย่าง และการย่างสามขุม ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวอาจป้องกัน หลบหลีก บางครั้งใช้ในการรับหรือการรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      การย่างสุขเกษม คือ การก้าวย่าง หรือการเคลื่อนที่ โดยการก้าวเท้าออกไปด้านนอกตัว พร้อมกับการยกตัวใช้มือปัดลงมาข้างล่าง ในขณะที่อีกมือหนึ่งยกขึ้นระดับใบหน้า เพื่อป้องกันอาวุธ ส่วนที่ปัดลงมา ใช้ในกรณีที่คู่ต่อสู้ถีบมาหาเรา ให้ใช้มือปัดป้องกัน ส่วนมือที่อยู่ข้างบน ก็ใช้ป้องกันอาวุธได้ ทั้งนี้ ในการกระทำนั้นจะต้องบิดสะโพกตามไปด้วย พร้อมกับปัดมือล่างให้ผ่านลำตัว ส่วนเท้าเคลื่อนที่ก้าวไปพร้อมกับการปัดมือผ่านลำตัว การย่างสุขเกษม

 

ศิลปะการรุกและรับ

    ศิลปะการรุกและรับ คือ การเลือกใช้ไม้มวยไทยและกลวิธีต่างๆ ให้ผสมผสานกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม้มวยไทยที่ใช้ในการชกมวยไทย ได้แก่ หมัด เท้า เข่า และศอก การใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ เรียกว่า “ไม้หมัด” การใช้เท้าเตะคู่ต่อสู้เรียกว่า “ไม้เตะ” การใช้เท้าถีบเรียกว่า “ไม้ถีบ” การใช้เข่าเรียกว่า “ไม้เข่า” การใช้ศอกเรียกว่า “ไม้ศอก” และยังมีการแบ่งตามลักษณะความสั้น-ยาวของการใช้ไม้มวยไทย โดยแบ่งออกเป็น2 ลักษณะ คือ ไม้สั้น และไม้ยาว เช่น การใช้หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดงัด ศอกและเข่า เรียกว่า “ไม้สั้น” การใช้เท้าเตะ ใช้เท้าถีบ หมัดเหวี่ยงยาว เรียกว่า “ไม้ยาว”

 

     ดังนั้นการเตะ ถีบ เข่า และศอก เรียกว่า “แม่ไม้” ส่วนการต่อย หมัดงัด หมัดเหวี่ยงสั้น-ยาว การเตะตรง เตะตัด เตะตวัด เตะเฉียง เตะกลับหลัง ถีบตรง ถีบข้าง ถีบกลับหลัง เข่าตรง เข่าเฉียง เข่าตัด เข่าลอย ศอกตี ศอกตัด ศอกกลับหลัง ศอกพุ่ง เหล่านี้เรียกว่า “ลูกไม้”

 

1)ศิลปะการรุก

      ไม้รุก คือ หลักวิชาการในการใช้ไม้มวยต่างๆ มาประกอบกันเพื่อเป็นการรุกโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไปไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถใช้ไม้อื่นต่อไปได้ เช่น การถีบตรง การเตะเฉียง เตะลิด ส่วนไม้ตามนั้นจะเป็นไม้ยาวหรือไม้สั้นก็ได้

 

     ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีประการใด ดังนั้นจึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือส่วนล่างอย่างเดียวจะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข

 

2) ศิลปะการรับ

     ไม้รับ คือ หลักวิชาการในการนำเอาไม้มวยต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย แก้การเตะ แก้การถีบ แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริงๆ ไม่ได้ชกหรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด เช่น ต่อยนำ เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือต่อยตามเข่า

 

    ความหมายรวมไปถึงการทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้ การหลบหลีก การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ ไปกับ มวยไทย

นักมวยสายตาต้องไวและเฉียบคม

มวยไทย ไม่ได้มีดีแค่ ป้องกันตัว

นักมวยสายตาต้องไวและเฉียบคม

นักมวยสายตาต้องไวและเฉียบคม

มวยไทย ( Muay thai ) เป็นกีฬาที่คู่ต่อสู้ต้องสู้กันด้วยหมัดเท้าเข่าศอก แต่เหนือสิ่งอื่นได้คือเชิงมวย สายตาและสมองในการต่อสู้ วันนี้เรามาดูกันว่าจะทำอย่างไรให้สายตาของเราไวตอบสนองส่งกลับได้ไว

 

มวยไทย ( Muay Thai ) อาวุธที่หน้ากลัวก็คงเป็นศอก แต่เหนือยสิ่งอื่นใดก็คือสมาธิสายตาที่เร็วสามารถใช้ได้เร็วหลบหลักศัตรูได้อย่างง่าย นักมวย ที่เห็นๆเลย ที่สายตาดีมาก สมรักษ์ และสามารถ เป็นนักมวยไทย ที่บอกได้เลยว่าหลบดีหลีกดีสายตาหมัดไม่สามารถทำอะไรเค้าได้เลย

การฝึกที่ช่วยให้สายตาไว มองการเคลื่อนไหวได้เร็ว

สำหรับมวยไทย (Muay Thai) ของเรา มีวิธีการฝึกสายตา เพื่อพัฒนาไปให้ได้ไกลแต่ทำให้ศัตรูกลัว ด้วยการ ฝึกสายตาแบบนี้

 

ฝึกต่อยลูกมะนาว

เนื่องจากในอดีตไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ จึงใช้ลูกมะนาวมาฝึก โดยการผูกลูกมะนาวหลายๆ ลูกไว้ แล้วต่อยแรงๆ จะฝึกสายตาได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญร่างกายจะเป็นการฝึกหลบในตัวด้วย ฝึกบ่อยๆ ก็สามารถโยกหลบหมัดได้อย่างสบาย ร่างกายท่อนบนจะสามารถหลบหลีกได้เอง

 

วิธีการฟันน้ำ

วิธีการฟันน้ำ เป็นการฝึกสายตาไม่ให้กระพริบตา เวลาที่น้ำกระเด็นใส่หน้าขณะฟันน้ำ วิธีนี้จะทำให้สายตานิ่ง ไม่กระพริบ หากในการต่อยจริง แม้จะโดนหมัดก็ไม่มีการหลับตา

 

ปัดแท่นไม้

เคยดูหนังจีน หรือพวกกังฟูไหมครับ นั้นแหละครับเป็นแท่นไม้ที่ปัดเพื่อหลบอีกอันไปอีกอันเป็นวิธีการฝึกสายตาทำให้สายตาเราเร็วขึ้น สามารถใช้ได้ในสนามจริง จำเป็นมากสำหรับ มวยไทย ( Muay thai ) เพราะไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้จะต่อยมาทางไหนและจะหลบทางไหนเราก็ต้องรู้

การฝึกสายตานอกจากจะฝึกสายตาแล้วก็ยังต้องฝึกช่วยในเรื่องของ ร่างกายของเราดีขึ้นนอกไปเหนือไปกว่านั้นก็คือ

 

สร้างสมดุลให้กับร่างกาย

เพราะเป็นกีฬาที่ต้องใช้ทุกสัดส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสายตา สมาธิ และปัญญา ทำให้นอกจากจะทำให้ห่างไกลโรคร้ายแล้ว ร่างกายยังมีความสมดุลซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังสร้างกล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี รับรองว่าออกกำลังกายด้วยการชกมวย สามารถทำให้ผอมและตอบสนองความไวได้ดี

 

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับการฝึกสายตาของ มวยไทย ( muay thai ) หากใครอยากสายตาไวสามารถเข้ามาเรียนมาสมัครเรียนมวยไทยกับเราได้เลยนะครับ ยังไงก็ตามแต่ขอให้เราได้เปิดประสบการณ์ มวยไทย ( Muay thai ) กับทุกท่านนะครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ ไปกับ มวยไทย

สร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง

ศิลปะการต่อสู้ใด อันตรายที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก siamebook

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ ไปกับ มวยไทย

ฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ ไปกับ มวยไทย

     เบื่อหน่ายกับการออกกำลังเพื่อฟิตหุ่นในรูปแบบเดิมๆ กันบ้างไหม ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การเข้า Fitness เล่นเวท วิดพื้น ซิกอัพ ฯลฯ ถ้าคุณเป็นอีกคนที่รู้สึกเบื่อ ลองเปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายกันใหม่ดีกว่า กีฬาชนิดนี้คือ "มวยไทย" นั้นเอง

 

      ประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วยมวยไทยและ Kick Boxing นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินทำให้คุณสามารถฟิตหุ่นได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ทำให้คุณดูเป็นคนที่คล่องแคล่วฉับไว ช่วยในเรื่องของระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบการทำงานของหัวใจ ปอด ระบบการหายใจ และยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองอีกด้วย

 

     หนุ่มๆ ที่กำลังมีอาการ Hang เนื่องจากผ่านศึกหนักยามราตรีมาหนักจนสมองเริ่มมึนงง การออกกำลังกายด้วยกีฬาชนิดนี้ช่วยได้แน่นอครับ ดังนั้นตอนนี้อย่ารอช้า ไปหานวมมาสวม หาสนับแข้งมาใส่ แล้วมาดูท่าง่ายๆ ที่สามารถทำได้ที่บ้าน แบบไม่ต้องไปพึ่งค่ายมวยไหนๆ กันเลย

 

หมัดตรง

     เริ่มต้นด้วยท่าง่ายๆ อย่างการปล่อยหมัดตรง เริ่มแรกให้ยืนปลายเท้าห่างพอประมาณ กำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับหน้าอก เก็บศอกแนบลำตัว ตามองตรง ก้าวเท้าซ้ายพร้อมชกหมัดขวาไปด้านหน้าให้แขนขนานไปกับพื้น เปิดส้นเท้าขวาทิ้งน้ำหนักไปทางเท้าซ้าย จากนั้นให้กลับมาอยู่ในท่าเตรียม ทำต่อแต่สลับด้านกันจากซ้ายมาเป็นขวา ทำสลับไปมาแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซักประมาณ 5 - 10 นาที

 

ศอกตัด

     อีกท่าสุดฮิตของมวยไทย เริ่มต้นท่าเตรียมด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างไว้ที่ระดับหน้าอก จากนั้นก้าวเท้าขวาไปด้านขวา ตามด้วยการเหวี่ยงแขนซ้ายให้ข้อศอกตั้งฉากกับหมัดขวา บิดลำตัวนิดหน่อย บิดส้นเท้าซ้าย แล้วกลับมาที่ท่าเตรียม ทำสลับไปมาทั้งซ้ายและขวา ประมาณ 5 -10 นาที

 

ศอกเสย

     ยังอยู่กับท่าศอกแต่คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นท่าศอกเสยกันบ้าง เริ่มต้นด้วยการยืนหน้าตรง กำหมัดทั้งสองข้างไว้ใต้คาง เก็บแขนให้แนบชิดติดลำตัว จากนั้นให้ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า เปิดส้นเท้าซ้ายพร้อมยกศอกขวาขึ้น แล้วกลับมาสู่ท่าเริ่มต้น ทำสลับไปมาซ้ายขวาเหมือนเดิมครับ ใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

 

ถีบ

     คราวนี้เปลี่ยนจากการใช้หมัดมาเป็นการใช้เท้ากันบ้าง เริ่มจากท่าเริ่มต้น กำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับระดับของหน้าอก แนบแขนชิดติดลำตัว ตามองตรงไปข้างหน้า จากนั้นให้งอเข่าเล็กน้อยพร้อมกับเตะขาออกไปข้างหน้า แต่ปลายเท้าต้องตั้งฉากเท่าที่จะทำได้ กลับมาสู่ท่าเริ่มต้น แล้วทำสลับซ้ายขวา ใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาที

 

ตีเข่า

     ยังอยู่กับช่วงล่างของร่างกายเหมือนเดิมครับ คราวนี้มาตีเข่ากันบ้าง เริ่มต้นด้วยการกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากกับหน้าอก แนบแขนให้ชิดลำตัวเช่นเดิม แล้วจากนั้นให้ยกเข่าขวาขึ้นสูงเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย กลับมาที่ท่าเริ่มต้น แล้วทำทำซ้ำสลับเข่าซ้ายขวา 5 -10 นาที

 

เตะ

     ท่าสุดท้าย เริ่มด้วยท่าเริ่มต้นเหมือนเดิมคือกำหมัดทั้งสองข้างให้ตั้งฉากที่ระดับหน้าอก จากนั้นก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้าพร้อมๆ กับการเตะขาขวาขึ้นในลักษณะเหวี่ยง ให้ปลายเท้าชี้มาทางซ้าย บิดตัวเล็กน้อย แล้วกลับมาที่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำสลับซ้ายขวาใช้เวลาประมาณ 5 -10 นาทีเช่นเดิม

 

     นอกจากการออกกำลังกายด้วยกีฬามวยไทยจะให้ผลลัพท์ในด้านบวกต่างๆ กับร่างกายดังบอกข้างต้นไป ท่าทั้งหมดนี้ยังถือว่าเป็นการฝึกศิลปะป้องกันตัวชั้นเยี่ยมอีกด้วย สนใจอยากเรียนรู้หรืออยากฝึกกีฬาอย่าง มวยไทย สามารถติดต่อได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ที่จะช่วยฝึกกล้ามเนื้อให้สมดั่งใจคุณ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะการต่อสู้ใด อันตรายที่สุด

มวยไทย ไม่ได้มีดีแค่ ป้องกันตัว

มวยไทย สุดยอดศิลปะการรุกและรับ

สร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง

สร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง

นัก มวยไทย ( Muay thai ) อาวุธที่สามารทำให้ศัตรูจุกและหยุดชกก็คือลูกเตะเนี่ยะแหละลูกเตะจะแรงไม่แรง ก็ขึ้นอยู่กับขาและน่องของเราเอง วันนี้เรามาดูวิธีการสร้างกล้ามขาให้แข็งแรงกันเถอะ

 

ออกกำลังต้นขาด้วยการยกบาร์เบลในท่าสควอท

นี้เป็นท่าออกกำลังกายที่สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อต้นขาได้ดี เราจะต้องแบกบาร์เบลซึ่งน้ำหนักมากพอที่จะสามารถยกได้ 8-10 ครั้งโดยไม่ต้องวางลง ใช้มือยกบาร์เบลขึ้นเหนือไหล่ (ถ้าชอบใช้ดัมเบล จะใช้ดัมเบลแทนก็ได้

 

ยืนขาเดียวและยืนด้วยปลายเท้า

ยืนห่างจากผนังให้ไกลพอที่จะใช้มือยันผนังได้และออก

ยกขาข้างหนึ่งแล้วงอไว้ ใช้มือขวายันผนัง ยืนด้วยปลายเท้าซ้าย พยายามทำตัวให้ตรงไว้งอขาทั้งสองข้างราวกับว่าเราจะกระโดดสูง ทำซ้ำไปเรื่อยๆ 10 ครั้งหรือ 20 ครั้ง ถ้าเราแข็งแรงพอ อย่าลืมทำซ้ำกับขาอีกข้างหนึ่ง พิ่มจำนวนครั้งในการยกตัวเมื่อเห็นว่าขาแข็งแรงขึ้น

 

ฝึกยกเวทที่มีน้ำหนักเบาก่อน

 การออกกำลังกายผิดวิธีหรือทำอะไรเกินกำลังของตนเองมากเกินไปอาจทำให้เข่าได้รับบาดเจ็บ กระดูกสันหลังถูกกด และทำให้หลังได้รับบาดเจ็บ ฝึกใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับการออกกำลังกายในแต่ละท่าด้วยเวทน้ำหนักเบา ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักของเวทเมื่อแน่ใจว่าตนเองพร้อมแล้ว

 

การยกน้ำหนักจะทำให้ขาแข็งมากกว่คาร์ดิโอ 

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอจะทำให้เรามีกล้ามเนื้อที่ไร้ไขมันและยืดแทนที่จะมีกล้ามเป็นมัดๆ อย่างไรก็ตามเราต้องใช้เวลาวิ่งหลายชั่วโมงถึงจะเทียบเท่าการยกน้ำหนักเป็นประจำและการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างหนักปานกลางเป็นเวลา 150 นาทีทุกสัปดาห์ทำให้เรามีสุขภาพดี และจะเห็นผลเลยว่าขาเราแข็งมาก

ออกกำลังกายอย่างหนัก

อย่าลืมกำหนดระยะเวลาในการออกกำลังกายด้วย เราไม่ควรออกกำลังกายเกิน 30 นาที และในช่วงเวลานี้ก็ไม่ควรรู้สึกสบาย เราจะต้องออกกำลังกายให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้จนกระทั่งเหนื่อยจริงๆ เราจะได้ใช้กล้ามเนื้อมากๆ จนเมื่อยล้าอย่างที่สุดและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น


ฝึกยกบาร์เบลขึ้นอย่างรวดเร็ว

 นักเพาะกายจะฝึกยกบาร์เบลขึ้น "อย่างรวดเร็ว" แต่การฝึกแบบนี้อาจทำให้เราได้รับบาดเจ็บได้ ถ้าฝืนตนเองมากเกินไปหรือใช้เทคนิคที่ผิด ถ้าสนใจอยากฝึกการยกบาร์เบลที่เร็วและทรงพลัง

 

นัก มวยไทย ( Muay thai ) ต้องการความแข็งแรงของขาเป็นพิเศษ ไม่งั้นแล้วละก็หลักในการชกก็ไม่มี เชิงมวยก็ไม่มีโดนต่อยโดนเตะแปปๆก็ล้มลงแล้ว

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะการต่อสู้ใด อันตรายที่สุด

อุปกรณ์กีฬามวยไทย

มวยไทย ไม่ได้มีดีแค่ ป้องกันตัว

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก th.wikihow

ศิลปะการต่อสู้ใด อันตรายที่สุด

ศิลปะการต่อสู้ใด อันตรายที่สุด

บรรดาหนังแอ็คชั่น ต่อสู้ ที่มีออกมาให้เราชมในปัจจุบัน มีออกมาหลากหลายวิชามากมายให้เราได้รู้จัก บางวิชาเราอาจรู้จักดี หรือบางวิชาเราอาจยังไม่ค่อยคุ้นชิน และยังมีการต่อสู้ใด ร้ายกาจกว่ามวยไทยอีกไหมนะ

 

     แน่นอนว่า เราเป็นคนไทย ต้องไม่ลืมที่จะสืบทอดศิลปะการต่อสู้ของศิลปะแม่ไม้มวยไทย ให้แพร่หลายออกไปให้ได้มากที่สุด แต่ในโลกนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่มวยไทยเท่านั้น ที่มีความร้ายกาจ ยังมีศิลปะการต่อสู้แบบอื่น หรือชนิดอื่น ที่เรายังไม่อาจรู้จักพิษสงของความน่ากลัวของศาสตร์นั้นเลย วันนี้ เราจะพาไปแนะนำให้รู้จักกับศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่น ที่รับรองได้ว่า ร้ายกาจไม่แพ้มวยไทยเลย

 

มวยหย่งชุน

     มวยหย่งชุน หรือวิงชัน เป็นศิลปะป้องกันตัวแบบประชั้นชิดที่ใช้การรุกและการรับอย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กัน ต้นกำเนิดของหย่งชุนมาจากเมืองจีนทางตอนใต้ ออกแบบมาเพื่อให้คนที่ตัวเล็กหรืออ่อนแอกว่า รับมือกับคนที่แข็งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แตกแขนงมาจาก กังฟู

 

     จุดหลักของมวยหย่งชุน คือการเน้นท่ายืนที่แข็งแรง คล้ายกับต้นไผ่ที่มีลำต้นที่แข็งแรง แต่มีความยืดหยุ่นและอ่อนไหวไปตามลม มีรากที่มั่นคง แต่โครงสร้างของแต่ละท่า สามารถหันเหและเปลี่ยนจุดมุ่งหมายตามแรงปะทะของคู่ต่อสู้ โดยที่เราไม่ต้องออกแรงมากในถ้ายืน แขนทั้ง 2 ข้าง ต้องอยู่ระหว่างกลางของลำตัว เพื่อป้องกันใบหน้า และอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย มวยหย่งชุนเป็นมวยที่อาศัยความแม่นยำ เรียบง่าย และรวดเร็ว ในการเอาชนะคู่ต่อสู้ภายในเวลาที่น้อยที่สุด

 

กังฟู

     กังฟู กายและใจรวมกันเป็นหนึ่งเดียว กังฟู เรียกได้ว่าเป็นศิลปะการต่อสู้จีนอย่างหนึ่ง สามารถแบ่งออกเป็นหลายพรรคและหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น หมัดใต้เท้าเหนือ, กระบองใต้หอกเหนือ และยังมีวิทยายุทธเส้าหลิน, อู่ตังเหมิน, กระบี่ไท้เก๊ก หรือมวยหย่งชุน เป็นต้น

 

มวยไท้เก๊ก

     มวยไท้เก๊ก เป็นศิลปะการต่อสู้อย่างหนึ่งของจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากมวยไท้เก๊ก เน้นการฝึกเพื่อบำบัดโรคและรักษาสุขภาพ ทั้งยังช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน จนทำให้เป็นที่ชื่นชอบและแพร่หลายกันในหมู่คนต่างชาติ รวมถึงคนไทย มวยไท้เก๊กนั้นมีทั้งหมด 108 กระบวนท่า เป็นท่ารำที่อ่อนช้อยและวิธีการหายใจ ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบการทำงานของปอดและหัวใจ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

 

MMA ( Mixed Martial Arts )

     ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม คือ การต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย, มวยสากล, ยูโด, มวยปล้ำ, คาราเต้, แชมโบ, บราซิลเลี่ยน, ยูยิสสู มีทั้งการเตะต่อย และการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ ถือว่าเป็นการต่อสู้แขนงรวมที่ร้ายกาจ แขนงหนึ่ง

 

มวยไทย

     คงไม่ต้องกล่าวให้มากเลยทีเดียว ถึงความร้ายกาจของกีฬามวยไทย เพราะต่อให้ต้องเจอกับศิลปะการต่อสู้ประเภทใด มวยไทย สามารถตั้งรับ และรุกได้ทั้งสิ้น มวยศาสตร์ MMA เอง ก็ยึดมวยไทยเป็นขาหลักเช่นกัน มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้จากประเทศไทย ที่ใช้หมัด, ศอก, แขนท่อนล่าง, เท้า, แข้ง, เข่า, ฝ่ามือ,  ฝ่าเท้า, ศีรษะ, ลำตัวในการต่อสู้ และยังมีประเทศเพื่อนบ้านที่ยึดต้นแบบการต่อสู้ของชาติเรา ให้คล้ายๆ กัน นั่นก็คือ ประเทศกัมพูชา พวกเขาเรียกกันว่า ประดั่ญเซเรีย ( Pradal Serey ) หรือขอมมวย ส่วนประเทศลาว เรียกกันว่า มวยลายลาว ( มวยเสือลากหาง ) นั่นเอง

 

     มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ที่ร้ายกาจและอันตรายที่สุด ที่เราควรสืบทอดและผลักดันให้แพร่หลายมากที่สุด หนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทยเรา

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sites

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ลดน้ำหนักไปกับมวยไทย

- มวยไทยกับเครื่องแต่งกายในสมัยก่อ

อุปกรณ์กีฬามวยไทย

อุปกรณ์กีฬามวยไทย

อุปกรณ์ มวยไทย ( Muay thai ) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกซ้อมและจัดการแข่งขันมีมากมายหลายชนิด  นับตั้งแต่อุปกรณ์เล็กๆ   จนถึงอุปกรณ์ขนาดใหญ่มีราคาแพง  เช่น เวทีมวย  เป็นต้น 

 

 

อุปกรณ์กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) ที่สำคัญและมีความจำเป็นมีดังนี้

 

1.  กระสอบทราย  ทำด้วยหนังหรือผ้าใบหรือผ้าใบผสมหนัง  ภายในบรรจุด้วยฟองน้ำหรือเศษผ้า  มี  2  แบ  คือธรรมดาและแบบสูง  ซึ่งแบบสูงนี้ใช้สำหรับการเตะโดยสามารถเตะได้ทั้งเตะสูงและเตะต่ำ

 

2.  ผ้าพันมือ  ทำด้วยผ้าอย่างอ่อน  ยาวข้างละไม่เกิน 6 เมตร  กว้างไม่เกิน 5  เซนติเมตร  ควรใช้เป็นอุปกรณ์ประจำตัว

 

3.  เป้าเล็กเป้าใหญ่  ทำด้วยหนังหุ้มฟองน้ำ  ใช้สำหรับฝึกซ้อมชกหมัด  และเป้าฝึกซ้อมการเตะ

 

4.  เครื่องป้องกันหน้าท้อง  ใช้หุ้มหน้าท้องเพื่อป้องกันการตีเข่าบริเวณหน้าท้อง

 

5.  นวมซ้อม  ขนาด 12 , 14, 16 ออนซ์

 

6.  นวมชกกระสอบ

 

7.  นวมแข่งขันขนาด 6 – 12 ออนซ์

 

8.  เครื่องป้องกันศีรษะ

 

9.  กระจับมี  2  ชนิด  คือ  ชนิดทำด้วยหนัง  และชนิดเหล็กหล่อ

 

10.  เชือกกระโดดเส้นใหญ่กว่าเชือกธรรมดา

 

11.  เมดดิชีนบอล  ใช้สำหรับฝึกกำลังแขนและใช้ทุบหน้าท้อง  เพื่อฝึกความทนทาน

 

12.  นากาจับเวลาแบบหยุดเวลาได้

 

13.  ดัมเบล  บาร์เบล  สำหรับยกน้ำหนักบริเวณกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

 

14.  กระจกเงาบานใหญ่เห็นได้ทั้งตัว

 

15.  เครื่องเสียง  บางครั้งการฝึกซ้อมต้องใช้เสียงเพลงกระตุ้นเพื่อความคึกคักในการซ้อม

 

16.  เวทีมวย  สำหรับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน

 

17.  ระฆัง

 

 

การบำรุงรักษาอุปกรณ์กีฬา มวยไทย ( Muay thai )

 

อุปกรณ์สำหรับการฝึกซ้อม

อุปกรณ์ทำด้วยหนัง  การเก็บรักษาต้องระมัดระวัง  ไม่ให้เปียกชื่น  หลังการฝึกซ้อมควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและผึ่งลมหรือแดดอ่อน ๆ  ห้ามผึ่งแดดจนหนังแข็งและกรอบอาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น

 

เชือกฝึกซ้อมการเต้น มวยไทย ( Muay thai )

การเก็บเชือกกระโดด  ควรจัดเก็บให้เรียบร้อย  ไม่ควรวางกองบนพื้นอาจทำให้สะดุดได้

 

กระจับนวมสำหรับการฝึกซ้อมและกระจับเหล็กใช้สำหรับการแข่งขัน

การใช้กระจับเล็กต้องเลือกบาร์หรือขนาดให้พอเหมาะกับอวัยวะของนักมวย  เพราะถ้าคับเกินไปกระจับอาจหนีบอวัยวะได้

 

ผ้าพันมือ

เมื่อฝึกซ้อมเสร็จแล้วให้ผึ่งแดดให้แห้ง  แล้วเก็บม้วนให้เรียบร้อยง่ายต่อการใช้ครั้งต่อไป

 

 

ประโยชน์ของ มวยไทย ( Muay thai )

 

ด้านร่างกาย

 

     เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง  ทำให้ร่างกายแข็งแรง การเคลื่อนไหวในอิริยาบถต่างๆ รวดเร็ว และว่องไว ทำให้ไม่เป็นเฉื่อยชา และสรีระที่สมส่วน ทำให้มีความทรหด อดทน

 

ด้านจิตใจ

 

     การออกกำลังกายทำให้จิตใจผ่องใส และทำให้มีจิตใจกล้าหาญ ทำให้มีความเข็มแข็ง อดทน และมีความเชื่อมั่นในตนเอง ทำให้มีไหวพริบ ความเฉลียวฉลาด  รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักการอภัยให้แก่กัน

 

คุณค่าด้านสังคม

 

     ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมให้มีระเบียบวินัย การเคารพในกฎ–กติกา เชื่อฟังผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสิน มีมารยาทที่ดี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา สุจริต ยุติธรรม เป็นนักสู้ที่ดีซึ่งสิ่งต่างๆเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคมไทย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mainstand

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทย ไม่ได้มีดีแค่ ป้องกันตัว

ทำไมต้องทาน้ำมันมวยเกิดขึ้นชกและตอนพักยก

มวยไทย ไม่ได้มีดีแค่ ป้องกันตัว

มวยไทย ไม่ได้มีดีแค่ ป้องกันตัว

     กีฬา “ต่อยมวย” ที่เคยถูกมองว่าเป็นกีฬาของผู้ชาย ทุกวันนี้กลายเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับการออกกำลังกายของสาวๆ ไปแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นการฝึกการป้องกันตัวแบบง่ายๆ แล้ว ยังเป็นกีฬาที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

     คุณเคยได้ยินคำว่า “มวยฟิต” ไหม มวยฟิตมาจาก มวยไทยกับฟิตเนส เป็นการออกกำลังกายด้วยการชกมวยไทย จัดอยู่ในการออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ (Cardio) หรือการออกกำลังกายให้เลือดสูบฉีดและเกิดการเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป ถ้าฝึกอย่างถูกต้องตั้งแต่ 30-60 นาที จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้แก่ ข้อมือ แขน ขา และข้อเท้า และช่วยกระชับสัดส่วนที่ต้องการได้ เช่น ต้นแขน ต้นขา ยังช่วยในด้านการฝึกสมาธิ เพราะขณะที่เตะ ต่อย หรือออกหมัด เท่ากับเป็นการฝึกประสานความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและสมอง

 

     ข้อสำคัญคือ ก่อนเริ่มฝึก ผู้เล่นไม่ควรรับประทานอาหารหนัก และควรทำการอบอุ่นร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อ นอกจากนั้น ควรเตรียมเสื้อยืดที่สวมใส่สบาย สะดวกต่อการเคลื่อนไหว ระบายความร้อน และซับเหงื่อได้ดี เพื่อให้การออกกำลังกายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

ประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบ ชกมวย

เพิ่มความแข็งแรง

      ด้วยความครบเครื่องของมวยไทยที่อวัยวะทุกส่วนสามารถนำมาเป็นอาวุธโจมตีคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมดจึงทำให้คนเรียนมวยไทยได้ออกแรงกล้ามเนื้อทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ตั้งแต่ ศอก หมัด เข่า ไปจนถึงฝ่าเท้าได้อย่างเต็มที่ ในระหว่างที่ร่างกายกำลังเคลื่อนไหวอยู่นั้น ผู้ชกยังจะได้ฝึกการจัดระเบียบร่างกายให้สามารถยืนได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้การเรียนชกมวยยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตและการหายใจทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ฝึกสมาธิ

     การฝึกสมาธิให้ผู้ชกนั้น สามารถจดจ่อกับสถานการณ์ที่อยู่เบื้องหน้าได้อย่างไม่ไหวติง นอกเหนือไปจากการฝึกสมาธิแล้ว การชกมวยยังฝึกให้เรารู้จักการรับสารจากสมองและสามารถตอบสนองต่อคำสั่งดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที

 

ปรับอารมณ์ให้ร่าเริง

     ประโยชน์ข้อนี้นับได้ว่าเป็นส่วนต่อยอดมาจากประโยชน์ของข้อก่อนหน้าว่าด้วยเรื่องการฝึกสมาธิ เพราะอย่างที่บอกไปว่าในระหว่างชกมวยนั้นเราจะต้องจดจ่อกับสถานการณ์ที่อยู่ข้างหน้าจนไม่มีเวลาให้มานึกถึงเรื่องอื่นๆ ที่กำลังกังวลใจอยู่ และทุกหมัดที่ได้ปล่อยไปนั้นยังกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารความสุขหรือเอ็นโดร์ฟินออกมาจนทำให้เราอารมณ์ดีและลดความเครียดสะสมที่มีก่อนหน้านั้นไปได้ปลิดทิ้ง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก posttoday

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย สุดยอดศิลปะการรุกและรับ

ลดหุ่น ด้วย มวยไทย

ความสำคัญของคุณค่าที่จะได้รับจาก มวยไทย

ทำไมต้องทาน้ำมันมวยเกิดขึ้นชกและตอนพักยก

ทำไมต้องทาน้ำมันมวยเกิดขึ้นชกและตอนพักยก

มี มวยไทย ( Muay thai ) ก็ต้องมีน้ำมันมวยเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมน้องมวยถึงต้องทาน้ำมันมวย ก่อนขึ้น ชกมวย วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันดีกว่าว่าทำไมต้องทาน้ำมัน และมันจะมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

 

อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับ กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) และน้ำมันมวย ที่เราเคยเห็น ไม่ว่าจะเป็นการต่อยมวยหรือเล่นกีฬาต่างๆ ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน

 

น้ำมันมวยคืออะไรผสมอะไรบ้าง

 

น้ำมันมวยเป็นภูมิปัญญาโบราณของคนไทยที่ประกอบไปด้วยตัวยาหลักๆ คือ เมทิลซาลิไซเลท เมนทอล และการบูร ทำงานออกฤทธิ์ส่งเสริมกันโดยเมทิลซาลิไซเลทจะออกฤทธิ์ร้อน  และเมนทอลจะเย็น น้ำมันมวยมีกลิ่นที่ว่าจะหอมก็หอม หรืออาจจะรู้สึกเหม็นฉุนต่อใครหลายคน อีกทั้งยังมีฤทธิ์ร้อนและเย็นในขวดเดียวกันโดยนิยมใช้ทาลงบนผิวหนังทั้งก่อนและหลังเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกาย

 

แล้วดีต่อ นัก มวยไทย (muay thai) ได้ยังไง

เมทิลซาลิไซเลทจะออกฤทธิ์ร้อน  และเมนทอลจะเย็น เมื่อเรานำน้ำมันมวยมาทาบนผิวหนังก็จะรู้สึกทั้งร้อนและเย็นไปพร้อมกัน ทำให้สมองรู้สึกสับสนแล้วเบี่ยงเบนความรู้สึกจากอาการเจ็บปวดได้

 

วิธีใช้น้ำมันมวย

 

เดิมนั้นน้ำมันมวยจะมีแบบน้ำเพียงชนิดเดียว แต่ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ทำให้มีผลิตภัณฑ์น้ำมันมวยรูปแบบใหม่ๆ แต่ทุกแบบจะใช้ทาหรือนวดบริเวณที่มีอาการปวดเมื่อย

 

ข้อควรระวัง

 

ถึงแม้ว่าน้ำมันมวยจะมีคุณสมบัติในการช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนการอบอุ่นร่างกายหรือยืดเส้นโดยตรง และไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นได้ ข้อสำคัญคือควรหลีกเลี่ยงการทาน้ำมันมวยบริเวณที่เป็นผิวหนังอ่อนๆ  เพราะจะทำให้ผิวหนังมีอาการไหม้หรือพองได้

 

ชนิดไหน เหมาะกับ กีฬาอะไร

ชนิดครีม เหมาะสำหรับการเล่นกีฬา มวยไทย ( Muay thai ) หรือการออกกำลังกายทุกประเภท รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่มีอาการปวดเมื่อยบริเวณกล้ามเนื้อ

 

ชนิดสเปรย์ เหมาะสำหรับการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายทุกประเภท รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่มีอาการปวดเมื่อยบริเวณกล้ามเนื้อ แต่ชนิดนี้จะพกพาง่าย ใช้งานได้สะดวกโดยไม่เลอะมือ

 

จากข้อมูลที่เอามาให้อ่านนั้น ก็ไม่ได้หนีไปไหนจาก มวยไทย (mauy thai) เลยทีเดียว เพราะน้ำมันมวยนั้น ก็มีประโยชน์ต่อทั้งนักมวยและ คนทั่วไปที่เกิดอาการปวดเมื่อย หากท่านใดสนใจ มาฝึก ต่อยมวย ก็สามารถมาหาเราได้ตลอดเวลา

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เรามารู้จักน้ำมันมวยกันเถอะ

สร้างร่างกายให้แข็งแรวด้วยซิทอัพถูกจุด

กระสอบทรายอุปกรณ์ ชกมวย เพิ่มกำลัง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook

สร้างร่างกายให้แข็งแรวด้วยซิทอัพถูกจุด

สร้างร่างกายให้แข็งแรวด้วยซิทอัพถูกจุด

การสร้างร่างกายให้แข็งแรง ด้วยท่าที่เรียกว่าซิทอัพ กับ มวยไทย ( Muay Thai ) ท่าซิทอัพถือว่าเป็นท่าที่เรียกได้ว่า เรียกกำลังและร่างกายที่แข็งแรง เรามาดูกันว่าทำท่าซิทอัพอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

 

ซิทอัพมีความเสี่ยงจริงหรือไม่

ถึงแม้ว่าการซิทอัพจะมีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แกนกลางของลำตัวหรือกล้ามเนื้อหน้าท้อง อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ที่ซิทอัพมักจะใช้กล้ามเนื้อสะโพกในการออกแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงกดทับหมอนรองกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังได้ และการซิทอัพมีความเสี่ยงทำให้เกิดการบาดเจ็บที่คอและหลังส่วนล่างได้เช่นกัน

 

ประโยชน์ของการซิทอัพ

ซิทอัพเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อได้หลายส่วน ได้แก่ คอ หน้าอก กล้ามเนื้อข้อต่อสะโพก และหลังส่วนล่าง ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหน้าท้องเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงช่วยให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวมีความแข็งแรง ซึ่งจะช่วยเสริมโครงสร้างร่างกาย ทำให้มีบุคลิกและรูปร่างที่ดูดีขึ้นโดยไม่ต้องลดน้ำหนัก

 

ซิทอัพอย่างถูกวิธีทำได้อย่างไร

ซิทอัพเป็นการออกกำลังกายแบบดั้งเดิมที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้หน้าท้อง แต่บางคนเมื่อซิทอัพมักจะเกิดอาการตึงและเกร็งที่กล้ามเนื้อคอ หรืออาการบาดเจ็บอื่น ๆ ตามมา ดังนั้น การซิทอัพในท่าที่ถูกวิธีจึงสำคัญเพราะจะช่วยลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น ท่าซิทอัพที่เหมาะสมควรปฏิิบัติ ดังนี้

นอนหงาย งอเข่าและวางเท้าอย่างมั่นคงบนพื้น เพื่อช่วยให้ร่างกายส่วนล่างมีความมั่นคง และ นำมือขวาแตะไหล่ซ้ายและมือซ้ายแตะไหล่ขวา แขนทั้ง 2 ข้างวางที่หน้าอก หรือนำมือมาแตะไว้หลังใบหู โดยต้องไม่วางมือแต่ให้ดึงช่วงลำคอ

ยกตัวขึ้นโดยงอตัวไปทางเข่า ในขณะที่กำลังยกตัว ให้ค่อย ๆ หายใจออก และควรสังเกตในขณะที่ซิทอัพว่าเป็นช่วงเอวที่งอ ไม่ใช่ช่วงคอ  ค่อย ๆ ลดตัวลงกลับสู่ท่าเริ่มต้น และในขณะที่ลดตัวลงให้หายใจเข้า ในขณะที่กำลังซิทอัพ ให้เอาเท้ามาเกี่ยวกันไว้ ซึ่งจะทำให้ขาช่วงล่างได้ออกแรงด้วย สำหรับผู้ที่เริ่มต้นควรซิทอัพให้ได้ 10 ครั้ง/1 เซ็ท

 

การชก มวยไทย ( Muay Thai ) จริงๆก็ไม่ได้แค่เรื่อง ซิทอัพ อย่างเดียว ต้องมีหลายอย่างมาเป็นองค์ประกอบ กว่าร่างกายจะแข็งแรงก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนนั้นแล้ว หากใครอยาก ฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ อยากเปิดประสบการณ์ มวยไทย ( Muay Thai )  ก็ให้ช่วยสอนได้ สามารถติดต่อเราได้ตลอดเลยนะครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย สุดยอดศิลปะการรุกและรับ

ลดหุ่น ด้วย มวยไทย

เข่า อาวุธวงในแห่งชัยชนะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก pobpad

มวยไทย สุดยอดศิลปะการรุกและรับ

มวยไทย สุดยอดศิลปะการรุกและรับ

ความอันตรายของ กีฬามวยไทย นั้น มากกว่าที่คุณจะคาดคิดนัก จะเป็นประโยชน์อย่างมาก หากเราเรียนรู้วิถีการต่อสู้ประจำชาติ ติดตัวไว้ป้องกันตัว มวยไทย นับว่าครบเครื่องทั้งเรื่องรุกและรับ อย่างแท้จริง

 

     มวยไทย สุดยอดศิลปะการรุกและรับ การเลือกใช้ไม้มวยไทย และกลวิธีต่างๆ ให้ผสมผสานกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ไม้มวยไทยที่ใช้ในการชกมวยไทย ได้แก่ หมัด, เท้า, เข่า และศอก การใช้หมัดชกคู่ต่อสู้ เรียกว่า "ไม้หมัด" การใช้เท้าเตะคู่ต่อสู้เรียกว่า "ไม้เตะ" การใช้เท้าถีบเรียกว่า "ไม้ถีบ" การใช้เข่าเรียกว่า "ไม้เข่า" การใช้ศอกเรียกว่า "ไม้ศอก" และยังมีการแบ่งตามลักษณะความสั้น - ยาว ของการใช้ไม้มวยไทย โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ไม้สั้น และไม้ยาว เช่น การใช้หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดงัด ศอกและเข่า เรียกว่า "ไม้สั้น" การใช้เท้าเตะ ใช้เท้าถีบ หมัดเหวี่ยงยาว เรียกว่า "ไม้ยาว"

 

     ดังนั้นการเตะ, ถีบ, เข่า และศอก เรียกว่า "แม่ไม้" ส่วนการต่อย หมัดงัด หมัดเหวี่ยงสั้น - ยาว การเตะตรง, เตะตัด, เตะตวัด, เตะเฉียง, เตะกลับหลัง, ถีบตรง, ถีบข้าง, ถีบกลับหลัง, เข่าตรง, เข่าเฉียง, เข่าตัด, เข่าลอย, ศอกตี, ศอกตัด, ศอกกลับหลัง, ศอกพุ่ง เหล่านี้เรียกว่า "ลูกไม้"

 

ศิลปะการรุก

     ไม้รุก คือ หลักวิชาการในการใช้ไม้มวยต่างๆ มาประกอบกันเพื่อเป็นการรุกโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไป ไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถใช้ไม้อื่นต่อไปได้ เช่น การถีบตรง, การเตะเฉียง, เตะลิด ส่วนไม้ตามนั้นจะเป็นไม้ยาวหรือไม้สั้นก็ได้

 

     ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีประการใด ดังนั้นจึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข โดยทั่วไป ไม้รุก มีตั้งแต่จังหวะเดียวขึ้นไป จนไม่จำกัดจำนวน แต่นิยมใช้และได้ผลดี รวมไปถึงการฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

 

     ไม้รุก 1 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปแล้วใช้ไม้มวยเพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา, เตะขวา, โยนเข่าขวา หรือด้านที่ถนัดที่สุด เรียกว่า "ไม้รุกจังหวะเดียว"

 

     ไม้รุก 2 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวย 2 จังหวะ โดยในจังหวะที่ 1 เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วตามไปใช้ไม้จริงในจังหวะที่ 2 ต้องตามกันไปอย่างรวดเร็ว เรียกว่า "ไม้รุก 2 จังหวะ"

 

     ไม้รุก 3 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ, หมัดตรง  แล้วเตะตาม ถ้าฝึกจนเกิดความชำนาญแล้ว ก็สามารถใช้ไม้สั้น เช่น ศอก, เข่า, หมัดตวัด, หมัดงัด เป็นไม้นำได้เช่นกัน

 

     ไม้รุก 4 จังหวะ คือ การรุกเข้าไปใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน และไม้รุกที่ออกไปต่างก็หวังผลทั้งหมด แล้วแต่โอกาส ส่วนมากจังหวะที่ 1 และ2 เป็นไม้หลอก จังหวะที่ 3 และ 4 เป็นไม้จริง

 

ศิลปะการรับ

     ไม้รับ คือ หลักวิชาการในการนำเอาไม้มวยต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย, แก้การเตะ, แก้การถีบ, แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริงๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด เช่น ต่อยนำ, เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือต่อยตามเข่า

 

     ความหมายรวมไปถึงการทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้, การหลบหลีก, การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

 

     ไม้รับในที่นี้ จะกล่าวถึงการรับไม้มวยของคู่ต่อสู้ทีละชนิดตามลำดับ เริ่มตั้งแต่รับการต่อย, รับการเตะ,  รับการถีบ, รับการเข่า และรับการศอก โดยอาศัยการถอย, หลบหลีก, ปัดป้อง และตอบโต้ด้วยไม้มวยต่างๆ

 

     จะเห็นได้ว่ากีฬามวยไทย คือกีฬาที่มีความพริ้วเฉพาะตัว สุดยอดศิลปะป้องกันตัวทั้งรุกและรับ และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ความสำคัญของคุณค่าที่จะได้รับจาก มวยไทย

- มวยไทยกับเครื่องแต่งกายในสมัยก่อ

กระสอบทรายอุปกรณ์ ชกมวย เพิ่มกำลัง

กระสอบทรายอุปกรณ์ ชกมวย เพิ่มกำลัง

ตั้งแต่ผมจำความได้ มวยไทย ( Muay Thai ) เวลาฝึกซ้อมนอกจากต้นกล้วยแล้ว กระสอบทราย มวย ก็ยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการเสริมเพิมกำลังของนักมวยทุกคน วันนี้เจ้ากระสอบจะมีประโยชน์มากถ้านำมาฝึกให้ถูกรูปแบบ

 

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai )  เป็นการฝึกซ้อมก่อนลงสนามจริง ช่วยให้ร่างกายของเรามีความแข็งแรงมากขึ้น และเสริมสร้างกำลัง ให้เราออก อาวุธได้ดี แน่นอน หากเราออกอาวุธได้ดีแล้ว ความแม่นยำจะหาจากไหนได้ของจาก กระสอบทราย  ดังนั้นกระสอบทราย จึงเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่การฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต่อการออกอาวุธให้แม่นยำได้เป็นอย่างดี

 

ท่าแทงเข่า

 

เริ่มต้นจากการจับกระสอบทรายไว้ให้มั่น แล้วโน้มขาไปด้านหลัง แล้วกระโดดเข่าลอยไปที่กระสอบทรายทันที ทำสลับซ้าย ขวา การออกกำลังกายในท่านี้นอกจากจะเรียกเหงื่อได้ดีแล้ว ยังเป็นการสร้างกล้ามเนื้อขาทุกส่วนรวมถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วย

 

ท่าถีบ

 

เริ่มต้นจากการตั้งท่าให้มั่น โดยเอาขาที่จะถีบไว้ด้านหลัง เมื่อพร้อมแล้วให้ถีบเท้าออกไปที่บริเวณกลางกระสอบ ทำสลับซ้าย-ขวา ท่านี้เป็นการฝึกกล้ามเนื้อขาโดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่น่อง  

 

ท่าเตะ

 

เริ่มต้นจากท่าตั้งแบบเดิม ให้เอาขาข้างที่จะเตะไว้ด้านหลัง เมื่อพร้อมแล้วให้ออกแรงเตะ ด้วยการใช้หน้าแข้งไปจนถึงบริเวณข้อเท้า เหยียดขาให้เป็นเส้นตรงเตะไปที่กระสอบทราย การฝึกเตะเป็นท่าจำเป็นพื้นฐานของมวยไทยที่มีประโยชน์มาก เพราะเป็นท่าที่ใช้ในการตัดจังหวะและตอดกำลังคู่ต่อสู้

หมดจากท่าทางแล้วยังมี ความพิเศษของ กระสอบทราย ที่ช่วยเสริมพลังได้ด้วยคุณไม่รู้ตัวอีกด้วย

 

อาวุธมวยไทยที่แรงขึ้น

 

การปล่อยอาวุธ มวยไทย ( Muay Thai ) จะใส่แรงเท่าไรก็ได้กับ กระสอบทราย สามารถเตะต่อยแรงเท่าไหนก็ได้ ยิ่งแรงยิ่งทำให้รู้ว่า อาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ของเราก็แรงเช่นกัน

 

ระบายความโกรธ ความเครียด 

 

 อันนี้ก็อย่างที่บอก โกรธใคร อะไรมาก็ชก เตะ ถีบ ให้เต็มที่กันไปเลย 

 

รู้หลักในการเตะ

 

หากเราเตะไปไม่โดนเป้า ก็จะไม่ช่วยอะไร กระสอบ ทรายทำให้เราเตะโดนเป้าและแม่นยำถึงกับน็อคได้เลย

 

ได้สมาธิ

 

สมาธิในการเตะต่อย สมาธิเราต้องมีอยู่กับกระสอบทราย สามารถหาจุดที่เราต้องการจะเตะได้เป็นอย่างดี

 

เป็นไงกันบ้างละครับ สำหรับ กระสอบ ทราย ที่คนฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากนี้การเตะกระสอบทราย ก็มีหลายแบบ ทั้งแบบ กระสอบทรายตั้ง กระสอบทราย แขวน หากใครกำลังมองหา ยิมมวยไทย ( Muay Thai )  ก็สามารถติดต่อเรามาได้ตลอดเลยนะครับ มีทั้ง พี่เลี้ยงฝีมือดี และครูมวยที่ สอนได้ดีอีกด้วย ให้เราเปิดประสบการณ์ มวยไทย ( Muay Thai ) ของทุกคนนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ลดหุ่น ด้วย มวยไทย

เข่า อาวุธวงในแห่งชัยชนะ

ตามส่องวิธีลดน้ำหนักแบบนักมวยสุดเริ่ดสุดปัง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก timeout.siamsport

ลดหุ่น ด้วย มวยไทย

ลดหุ่น ด้วย มวยไทย

อย่างที่รู้กันว่า กีฬามวยไทย เป็นกีฬาที่นอกจากจะเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติแล้ว ยังเป็นกีฬาที่ให้ทั้งประโยชน์ ร่างกายแข็งแรง แล้วยังสามารถสร้างกล้ามเนื้อ ลดหุ่นให้มีรูปร่างที่สวยเพรียวได้อีกด้วย

 

     สำหรับกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้นที่สามารถต่อยมวยได้ ผู้หญิงเอง ก็สามารถต่อยมวยได้เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบัน กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ถูกนำมาประยุกต์ใช้เข้ากับการออกกำลังกาย จนได้รับความนิยม และยังสร้างให้คนได้รู้จักกับศิลปะแม่ไม้มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติกันมากขึ้นอีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่ดารา นักแสดง ก็หันมาออกกำลังกาย ดูแลหุ่นรูปร่างของตัวเองด้วย กีฬามวยไทย ( Muay Thai )

 

     การนำ มวยไทย ( Muay Thai ) มาผนวกเข้ากับการออกกำลังกาย สามารถช่วยสร้างหุ่นให้เฟิร์มและลดน้ำหนักได้เร็วกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ เนื่องจากการออกอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะหมัด, เท้า, เข่า, ศอก ก็ต้องอาศัยแรง พละกำลัง หรือแม้แต่การบิดตัว ระหว่างชกอย่างถูกวิธี ก็มีผลต่อการเผาผลาญไขมันด้วยกันทั้งนั้น

 

     คนที่ใช้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ในการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วยลดความอ้วนได้จริง สามารถสร้างหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มได้อีก เพียงแค่ฝึกมวยไทยแค่วันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 1,000 กิโลแคลอรี หากเปรียบเทียบกับกีฬาชนิดอื่นๆ มวยไทย ถือว่าเป็นกีฬาที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีมากเลยทีเดียว

 

     กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ไม่เหมือนกับการออกกำลังกาย ประเภทอื่นๆ เพราะการ ต่อยมวย จะเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาที แต่มีความต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวเน้นหนักเป็นจังหวะสั้นๆ เหมือนการออกกำลังกายแบบ HIIT ( High-Intensity Interval Training ) ที่ออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงเวลาสั้นๆ นั่นเอง ทำให้การต่อยมวย ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ได้พัฒนาพลังกล้ามเนื้อส่วนบนและล่าง โดยเฉพาะเวลาที่ขยับแขนและไหล่ จะเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายด้านบน และในขณะที่ใช้ขาเตะ จะเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อลำตัว กล้ามเนื้อขา และกล้ามเนื้อหลัง ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น จะช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานมากขึ้นไปด้วย ทำให้มีพละกำลัง และมีแรงมากขึ้นนั่นเอง

 

     การออกกำลังกายด้วย กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ไม่จำเป็นต้องมีคู่ซ้อม สามารถต่อยลม ชกลม ชกอากาศ ออกหมัดได้อย่างอิสระ โดยชกตามจังหวะและรูปแบบต่างๆ ที่ครูฝึกแนะนำ รวมทั้งการใช้ศอก การเตะ ทำให้ได้รู้จักกับท่าทางและลีลาของ มวยไทย ไปด้วยในตัว ซึ่งหากคุณได้ออกกำลังกายด้วยการ ต่อยมวย คุณจะสามารถได้ใช้ร่างกายเกือบทุกส่วน และช่วยเบิร์นไขมันได้กระจายเลยทีเดียว

 

     ลดหุ่น ด้วย มวยไทย สามารถทำได้จริง และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sites

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ความสำคัญของคุณค่าที่จะได้รับจาก มวยไทย

- เข่า อาวุธวงในแห่งชัยชนะ

เข่า อาวุธวงในแห่งชัยชนะ

เข่า อาวุธวงในแห่งชัยชนะ

หากหมัดเป็นอาวุธที่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ยาก ตามรูปแบบการตัดสินของ มวยไทย (Muay Thai) อาชีพบ้านเรา เข่า ก็ดูจะเป็นอะไรที่อยู่ตรงข้ามกัน เพราะนี่คืออาวุธแห่งชัยชนะโดยแท้จริง

 

ตามหลักฟิสิกส์ เข่า เป็นอาวุธ มวยไทย (Muay Thai)  ที่มีความหนักหน่วง เนื่องจากเป็นการใช้แรงส่งจากสะโพก โดยใช้ส่วนของหัวเข่าด้านหน้า หรือด้านข้างหัวเข่าที่เป็นมุมและแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนนิ่มของร่างกาย เช่น ต้นขา ท้อง ชายโครง ลำตัว หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

 

แม้ว่าการตีเข่าจะสามารถทำได้ในระยะกลางด้วยท่าเข่าลอยแต่ในชก ท่าดังกล่าวไม่นิยมถูกนำมาใช้ในปัจจุบันนัก เนื่องจากมีโอกาสผิดพลาดได้สูง และเสียทรงมวยไป ดังนั้นลักษณะของการตีเข่าใน มวยไทย (Muay Thai) จึงเน้น นักมวยที่ต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเพื่อเข้าไปคลุกวงใน โจมตีระยะประชิดตัวผ่านกอดลำตัว รัดคอ ปล้ำ เหนี่ยวรั้งให้ลำตัวของคู่ต่อสู้ โน้มลงมา ในจังหวะที่ตนเองงอเข่าให้เป็นมุมแหลม พุ่งเข้าปะทะบริเวณลิ้นปี่ ท้องน้อย หรือหน้าขา การตีเข่าแบบเข่าโหน จึงคล้ายกับหลักการของคานงัด ที่อาศัยแรงปะทะจาก 2 ส่วน คือ แรงจากการดึงคู่ต่อสู้ลงมา อัดกับแรงที่ยกเข่าสวนเข้าไป ซึ่งแรงในลักษณะนี้ มีมากน้ำหนักมากพอที่สามารถยกรถยนต์ได้เลย

 

ดังนั้นการตีเข่าได้ดี จึงสัมพันธ์การยืน การรักษาบาลานซ์ร่างกาย เริ่มตั้งแต่การไล่แขน การกอดคอ ถ้าฝ่ายโจมตี จัดระเบียบร่างกายได้ไม่ดีพอ ก็มีโอกาสที่ถูกฝ่ายรับใช้ความแข็งแกร่ง และบาลานซ์ที่ดีกว่าพลิกกลับมาเป็นฝ่ายตีเข่าใส่ได้ และในยุคหลัง เข่า กลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อการกำหนดทิศทางราคาต่อรอง รวมถึงมีผลต่อการตัดสินของกรรมการ ที่ดูว่านักมวยคนไหนทำได้ดีกว่ากัน จากการออกอาวุธวงใน นักมวยส่วนมาก จึงถูกฝึกมาให้ตีเข่าแข็งแรง เพื่อหวังชัยชนะ ทั้ง ในสนาม และนอกสนาม

 

ถึงแม้ว่า การตีเข่า จะดูเป็นอาวุธที่มีความหนักตามฟิสิกส์ จากแรงปะทะ 2 ทิศทาง และเหลี่ยมของเข่าที่กระแทกเข้าไปในส่วนลำตัวร่างกาย มีคำกล่าวหนึ่งของมวยไทยที่ว่า “มวยฝีมือแพ้มวยเข่า มวยเข่าแพ้มวยหมัด มวยหมัดแพ้มวยฝีมือ” วนเวียนอยู่อย่างนี้ สาเหตุที่เป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะว่า มวยฝีมือ เป็นสไตล์ที่ต้องการใช้พื้นที่โจมตีระยะกลางและไม่ไกล ไม่ชอบเล่นวงใน อาศัยการตั้งรับ ป้องกัน โดยใช้ ดักต่อย ดักเตะที่แม่นยำ หากเจอมวยเข่าชวนเล่นวงในเยอะๆ ก็อาจจะไม่สามารถออกอาวุธได้ถนัดถนี่เยอะนัก ขณะที่ปริมาณของมวยหมัดหนักในแวดวง มวยไทย  (Muay Thai) อาชีพก็เริ่มลดลง ทำให้ยุคนี้ มวยที่มีโอกาสชนะเยอะจึงเป็น มวยเข่า แม้ไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุดก็ตาม ถึงขั้นทำให้น็อคเอาท์ เว้นเสียแต่แทงเข้าจุดสำคัญที่ทำให้จุกเสียด ในจังหวะที่คู่ต่อสู้ไม่ได้เกร็งท้อง หรือเป็นจอมเสียบเข่า ที่ชำนาญเรื่องการใช้เข่าจริงๆ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mainstand

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ศอก อาวุธที่อันตรายที่สุดใน มวยไทย

ทำความรู้จัก สังเวียนมวยไทย

ตามส่องวิธีลดน้ำหนักแบบนักมวยสุดเริ่ดสุดปัง

ตามส่องวิธีลดน้ำหนักแบบนักมวยสุดเริ่ดสุดปัง

     เมื่อพูดถึงวิธีการลดน้ำหนักหลายคนอาจจะนึกถึงวิธีการออกกำลังกายในแบบเดิมๆ อย่างเช่น การวิ่ง ฟิตเนส ว่ายน้ำ หรือเต้นแอโรบิก แต่จะดีกว่าไหมหากมีวิธีการลดน้ำหนักที่ช่วยลดน้ำหนักได้จริง ลดได้ไว สนุก อย่าง มวยไทย

 

วิธีการลดน้ำหนักแบบนักมวยต้องทำอย่างไรบ้าง

     รู้หรือไม่ว่าสำหรับนักหนักตัวนั้นเป็นสิ่งที่นักมวยมักจะกังวลอยู่เสมอ เนื่องจากการแข่งขันชกมวยระดับโลกนั้นจะมีการจำกัดน้ำหนักตัวในแต่ละรุ่น นักมวยจึงต้องมีการควบคุมน้ำหนักให้เป็นการไปรุ่นชกของตนเอง ด้วยวิธีการลดน้ำหนักที่สามารถลดน้ำหนักลงได้อย่างรวดเร็วและได้ผลจริงอีกด้วย

 

วิธีที่ 1  คือ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 45 – 60 นาที ต่อวัน โดยจะเลือกออกกำลังกายหลายแบบในวันเดียวกัน

วิธีที่ 2 คือ การควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด วิธีนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลดน้ำหนักอย่างได้ผล

วิธีที่ 3 ต้องมีการเพิ่มขีดจำกัดให้กับตนเอง การลดน้ำหนักแบบนักมวยนั้นจะต้องมีการเพิ่มจำนวนรอบในการวิ่ง จำนวนยกในการล่อเป้า หรือจำนวนครั้งในการซ้อมกระสอบทราย เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย และยังสามารถดึงเอาพลังงานมาเผาผลาญได้สูงขึ้นอีกด้วย

วิธีที่ 4 พักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อออกกำลังกายมาอย่างหนักแล้วการพักผ่อนถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรนอนให้ถึง 7 – 8 ชั่วโมงและจัดตารางในการลดน้ำหนักแบบนักมวยให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน

 

ทำอย่างไรให้สามารถลดน้ำหนักแบบนักมวยให้ได้ผลมากที่สุด

     สิ่งที่สำคัญของการลดน้ำหนักแบบนักมวยนั้นคือการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ อย่าคิดว่าหากออกกำลังกาย 1 วันแต่พัก 2 วันจะทำให้น้ำหนักค่อยๆลดลงไป ดีไม่ดีอาจจะทำให้รับประทานอาหารมากขึ้นเสียแทน ฉะนั้นจะต้องทำการจัดเตรียมตารางและขั้นตอนการออกกำลังกายไว้อย่างชัดเจน ต้องมีใจสู้ ไม่ท้อ ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ หรือไม่ทิ้งก่อนจะประสบผลสำเร็จ เพื่อช่วยให้สามารถลดน้ำหนักแบบนักมวยให้ได้ผลมากที่สุด

     การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการออกกำลังกายที่ใช้อวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกาย ที่นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบ มีความอดทน กล้าหาญ และได้ทำความรู้จักกับศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปในตัว

 

 

 

     หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym) จะมาเดี่ยว มากลุ่มเราก็ยินดีค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ifit4health

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ต่อยมวยทางเลือกใหม่ของการฟิตหุ่น

- มวยไทยกับการใช้หมัด

ความสำคัญของคุณค่าที่จะได้รับจาก มวยไทย

ความสำคัญของคุณค่าที่จะได้รับจาก มวยไทย

กีฬามวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้เอกลักษณ์ประจำชาติไทย ความพริ้วไหวในชั้นเชิงการต่อสู้ที่มีเทคนิคเฉพาะ และเทคนิคการดึงเหลี่ยมที่ศาสตร์การต่อสู้แขนงอื่นหาได้ยาก นี่คือ กีฬาศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ "มวยไทย"

 

     กีฬามวยไทย อาจเป็นกีฬาที่คนทั่วไปรู้จักในเรื่องของความแข็งแรงและความดุดัน แต่แท้จริงแล้ว มวยไทย มีอะไรมากกว่าที่คิดมากนัก การเรียนมวยไทย ไม่ได้เพียงช่วยเพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่ง แต่ยังเป็นการเพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านจิตใจด้วย ความสำคัญของคุณค่าการเรียนมวยไทยจะมีอะไรบ้าง เราไปติดตามรายละเอียดกับบทความในวันนี้กันเลย

 

ความสำคัญของคุณค่าทางด้านจิตใจ

 

     สร้างความเชื่อมั่นในตนเองและตัดสินใจได้ดี กิจกรรมทุกประเภท ผู้เล่นที่จะเล่นได้ดีต้องมีความเชื่อมั่นในตนเองว่ามีความสามารถที่จะกระทำได้ และตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว โดยเฉพาะเกี่ยวกับกิจกรรมประเภทต่อสู้เป็นรายบุคคลด้วยแล้ว ยิ่งมีความสำคัญที่สุด

 

     สร้างความเข้มแข็ง การฝึกมวยไทยหรือการชกมวยต้องออกกำลังอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายได้รับความเหน็ดเหนื่อยและอ่อนเพลีย ถ้าหากจิตใจไม่เข้มแข็ง ไม่มีความ  ทรหดอดทนแล้ว ย่อมเป็นหนทางที่จะทำให้เลิกล้มได้ง่าย

 

     สุขภาพจิตดี เนื่องจากการเล่นมวยไทยนั้นเป็นทั้งการเล่นกีฬา และกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งส่งผลให้จิตใจและอารมณ์เบิกบาน ผ่อนคลายความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี

 

ความสำคัญของคุณค่าทางด้านร่างกาย

 

     สร้างเสริมสมรรถภาพทางร่างกาย การฝึกซ้อมอยู่เสมอๆ จะทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ และพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกายทุกด้าน เช่น ความแข็งแรง ความคล่องแคล่ว, ว่องไว, ความอดทน เป็นต้น

 

     ช่วยบริหารร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดการพัฒนาการที่สมบูรณ์ เพราะในขณะที่ฝึกมวยไทยนั้น ร่างกายจะต้องใช้การเคลื่อนไหว และพละกำลังอย่างมาก เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการชก และขณะชก ซึ่งเท่ากับว่าผู้เล่นได้ออกกำลังกายไปในตัว ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี บุคลิกภาพสง่างาม และยังเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกายอีกด้วย

 

     สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต และการรู้จักนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การเล่นมวยไทย เปรียบได้กับการเลียนแบบ ซึ่งผู้เล่นจำเป็นต้องเพิ่มพูนประสบการณ์ของตนเองไปเรื่อยๆ จนเกิดความชำนาญ ต่อจากนั้นจึงนำความชำนาญเหล่านั้นไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจะถูกฝังมาจากการเล่นและประยุกต์ไปสู่กิจกรรมด้านต่างๆ นั่นเอง

 

ความสำคัญของคุณค่าทางด้านสังคม

 

     ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา การต่อสู้บนเวทีแต่ละครั้งจะต้องต่อสู้กันอย่างจริงจัง ครั้นสิ้นสุดการต่อสู้แล้ว ต่างฝ่ายก็ควรแสดงความยินดีและให้อภัยต่อกันโดยมิได้มีใจพยาบาทต่อกัน

 

     การอนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปะมวยไทย มีประเพณีปฏิบัติการไหว้ครูร่ายรำเป็นการรักษาไว้ซึ่งระเบียบประเพณีอันดีงาม เป็นกีฬาประจำชาติที่พรั่งพร้อมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมของชาวไทย จึงทำให้เป็นผู้มีจรรยา มารยาทดีงาม เมื่อแข่งขันกันบนเวทีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการขอขมาซึ่งกันและกัน จึงถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมที่งดงามและเป็นเสน่ห์ของ  กีฬาประจำชาติไทย

 

ความสำคัญของคุณค่าด้านการเพิ่มศักยภาพตนเอง

 

     สมาธิในการฝึกมวยไทย สมาธิเกิดจากความมุ่งมั่นในการฝึก ซึ่งในขณะร่ายรำหรือต่อสู้ จิตใจจะไม่คิดมุ่งร้าย พยาบาท หรืออาฆาต เพียงแต่ตั้งสมาธิอยู่กับการรุก - รับ ในชั้นเชิงแม่ไม้และลูกไม้มวยไทยเท่านั้น  และต้องมีจิตใจที่เคารพคู่ต่อสู้ ไม่ประมาทหรือเหยียดหยามคู่ต่อสู้ เพราะแพ้ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือมีความยิ่งใหญ่อย่างใด เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ ของตนให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด ผู้แข่งขันต้องเคารพคู่ต่อสู้ เคารพกรรมการผู้ตัดสิน และเคารพผู้ชม เป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน มวยไทยจึงเป็นกีฬาที่มีความรุนแรง รวดเร็ว แต่แฝงไว้ด้วยทักษะ ลีลาที่งดงาม ดังนั้น ก่อนการฝึกพละกำลังจึงจำเป็นที่จะต้องฝึกสมาธิ ให้พลังจิตอยู่เหนือกำลังกาย และต้องให้พลังจิตควบคุมพลังกายให้ได้ดีที่สุด

 

     ความสำคัญของคุณค่าที่จะได้รับจาก มวยไทย นั้นมีมากมายนัก คนที่จะเรียนมวยไทยแล้วกลัวว่าสิ่งที่ได้จะไม่เป็นไปอย่างคิด เรารับรองได้ว่า การเรียนมวยไทย คุณค่าที่คุณจะได้รับนั้น ต้องได้มากกว่าความแข็งแกร่งของร่างกายอย่างแน่นอน และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sites

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ลดน้ำหนักไปกับมวยไทย

- มวยไทยกับเครื่องแต่งกายในสมัยก่อน

มวยไทยกับเครื่องแต่งกายในสมัยก่อน

มวยไทยกับเครื่องแต่งกายในสมัยก่อน

การแต่งกายของมวยไทยในอดีตถือว่ามีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนกับชาติไหน ซึ่งแตกต่างกับการแต่งกายของมวยไทยในปัจจุบัน

 

เครื่องแต่งกายของมวยไทยในสมัยก่อนที่นิยม มีดังต่อไปนี้

 

กางเกง มวยไทย ( Muay Thai )

     เครื่องแต่งกายที่เป็นส่วนปกปิดร่างกาย ได้แก่ กางเกง ในสมัยก่อนจะไม่มีกางเกงที่ใช้สวมใส่เฉพาะเวลาขึ้นชกมวยเท่านั้น ส่วนมากนักมวยจะสวมกางเกงขาสั้นยาวประมาณแค่เข่า ซึ่งเป็นกางเกงที่ใช้กันโดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงจะใหญ่ไม่มีขอบกางเกงใช้ผ้าขาวม้าผูกคาดเอวไว้กันหลุด

 

ผ้าขาวม้า มวยไทย ( Muay Thai )

     เป็นผ้าที่ทอด้วยด้ายฝ้าย หรือผ้าไหม รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้างประมาณ 1 เมตรยาวประมาณ 1 เมตรครึ่ง ทอเป็นตาหมากรุกบ้าง เป็นลายอื่นบ้าง ผู้ชายไทยส่วนมากจะมีผ้าขาวม้าใช้ทุกคน ซึ่งเป็นของใช้ที่ทำขึ้นเองในครอบครัว ใช้สำหรับนุ่ง คาดเอว เช็ดหน้าเช็ดตัวในการแข่งขันชก มวยไทย ( Muay Thai ) นักมวยจะใช้ผ้าขาวม้าพันให้หนาคาดทับระหว่างขาใช้แทนกระจับ และคาดเอวเพื่อให้กางเกงไม่หลุดลุ่ยเวลาขึ้นชกมวย

 

 ผ้าพันมือ มวยไทย ( Muay Thai )

     เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ มวยไทย ( Muay Thai ) อีกประการหนึ่งคือ การคาดเชือกที่มือ โดยใช้ด้ายดิบที่จับเป็นไจ (รวมเส้นด้าย) ขนาดโตเท่าดินสอต่อกันเป็นเชือกยาวประมาณ 20–25 เมตรม้วนแยกไว้ 2 กลุ่ม ใช้พันสันหมัดและข้อมือ ความยาวต่างกันตามความต้องการของประเภทนักมวย

 

     บางท้องถิ่นพันรอบแขนจดข้อศอกสอดด้ายดิบขดเป็นปม เรียกว่า ก้นหอยเรียงบนสันหมัด คล้ายหนามทุเรียน เมื่อพ่นน้ำลงบนหลังหมัด ด้ายที่พันเป็นก้นหอยก็จะพองแข็งสร้างความเจ็บปวดให้คู่ต่อสู้ได้

 

     การคาดเชือก จะช่วยให้กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่ายและทำให้หมัดแข็ง น้ำหนักหมัดมีความหนักแน่นกว่าหมัดธรรมดา แต่ถ้าพันหนามากจะทำให้ชกอืดอาด บางสำนักครูอาจารย์จะเป็นผู้พันด้ายดิบให้นักมวยพร้อมกับบริกรรมคาถาพร้อมกันไป บางแห่งก็จะทำพิธีปลุกเสกลงคาถาอาคมในด้ายดิบ บางอาจารย์ก็ใช้ด้ายตราสังศพมาใช้พันมือของนักมวย ด้ายดิบที่ใช้คาดหมัดมักจะเก็บไว้ใช้นานปี จึงมีเลือด เศษเนื้อของคู่ต่อสู้ติดเกรอะกรังที่ด้าย ทำให้ด้ายแข็งคมเหมือนกระดาษทราย

 

    คุณลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของการคาดเชือกคือ วิธีการคาดเชือกสามารถบอกภูมิลำเนาของสำนักมวยได้ว่าเป็นนักมวยมาจากถิ่นใดและบอกถึงลักษณะการใช้หมัดและการใช้ศอกว่าเป็นอย่างไร เช่น มวยโคราช เป็นมวยเตะและต่อยวงกว้างจะคาดหมัดถึงข้อศอกเพื่อป้องกันการเตะ ส่วนมวยลพบุรีเป็นที่เลื่องชื่อว่ามวย“หมัดตรง” ไม่กลัวเตะเพราะรู้เชิงป้องกัน การคาดเชือกจึงเพียงครึ่งแขน ส่วนมวยภาคใต้มวยไชยาถนัดใช้ศอกและแขน การคาดเชือกจึงเลยข้อมือไม่มากนักเพื่อกันซ้นหรือเคล็ดเท่านั้นเพราะจะใช้ศอกรับและใช้ศอกในการกระแทกลำตัว หากบางคนต้องการพันด้ายขนาดยาว เพราะต้องการใช้หมัดบังหน้าด้วย

 

     เมื่อนักมวยแต่งตัวด้วยเครื่องรางของขลัง ผ่านพิธีกรรมด้วยเวทมนตร์คาถาแล้ว จะต้องระมัดระวังตัว ไม่เดินลอดของต่ำหรือแตะต้องของที่เชื่อว่าจะทำให้เวทมนตร์คาถาเสื่อมคลายลง เวลาขึ้นเวทีมวยจะกระโดดข้ามเชือกสังเวียนทุกคน เพราะเชื่อว่าการลอดเชือกที่มีคนอื่นเคยข้ามแล้วหรือมีการนำของตำข้ามผ่านแล้ว เช่นรองเท้า กางเกง ของใช้บางอย่างอาจจะทำให้ของขลังและเวทมนตร์คาถาเสื่อมลง ดังนั้นเรามักจะเห็นกันบ่อยโดยเฉพาะนัก มวยไทย ( Muay Thai ) อาชีพระมัดระวังเรื่องนี้กันมาก

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก siamsporttalk

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ทำความรู้จัก ลูกไม้มวยไทย

ทำความรู้จัก สังเวียนมวยไทย

 

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

    การฝึกมวยไทยในบ้านเราอาจเป็นประสบการณ์ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะภายใต้อากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่มีความชื้น การซ้อม และอาหาร ล้วนมีความแตกต่าง แม้แต่วิธีการสอนก็ยังไม่เหมือนกันวันนี้จะมาตีแผ่การฝึกมวยไทยที่หลายคนอาจถูกมองข้ามไป

 

     ก่อนที่จะเริ่มต้น คุณต้องมั่นใจว่าคุณพร้อมเต็มที่ ไม่เช่นนั้นการฝึกมวยไทยของคุณอาจล้มไม่เป็นท่า

เตรียมร่างกายให้พร้อม

     หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในการฝึกมวยไทยอย่างแท้จริง คุณต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมและออกกำลังกายก่อนเสมอ คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิ่งบนถนน นักมวยไทยจะวิ่งวันละสองรอบ ระยะทางมากกว่า 12 กิโลเมตร โดยปกติการวิ่งในตอนเช้าจะใช้เวลานานกว่าการวิ่งในช่วงบ่าย ดังนั้น คุณต้องเตรียมร่างกายให้ดีก่อนเริ่มวิ่ง

 

ปรับตัวเพื่อรับการฝึกซ้อม

     นักมวยไทยมักกระโดดเชือกในช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนฝนตก อาจใช้เวลานานถึง 30 นาที ฝึกกระโดดเชือกเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าของคุณด้านขึ้น แต่ถ้าหากเกิดแผลแล้ว ให้ปิดด้วยผ้าพันแผล นอกจากนี้คุณจะต้องซิตอัพเยอะมาก ผิวหนังที่เต็มไปด้วยเหงื่อ จะไปสัมผัสกับพื้นผิวอันขรุขระและพื้นผ้าใบ หรือเสื่อออกกำลังกาย ถ้าผิวหนังแห้ง ให้ใช้วาสลีนทาเพื่อลดแรงเสียดทาน

 

เลือกค่ายมวยที่เหมาะสม

     ขณะที่คุณเตรียมตัวและปรับสภาพร่างกาย ให้เริ่มหาค่ายมวยที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง ขั้นตอนนี้จะทำให้คุณได้รู้จักค่ายมวยไทยที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณมีจุดประสงค์ในการเรียนมวยไทยเพื่ออะไรก็ตาม คุณต้องหาค่ายที่สามารถช่วยคุณในเรื่องนั้นได้

 

หาทักษะมวยไทยที่คุณชื่นชอบ

     ค่ายมวยทุกค่ายในประเทศไทยล้วนมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป บางค่ายมีชื่อเสียงในการปล้ำ บางค่ายเก่งเรื่องการเตะ และบางค่ายขึ้นชื่อในการฝึกนักกีฬาอย่างรอบด้าน ควรเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละค่าย และตัดสินใจจากสิ่งที่คุณอยากซ้อมมากที่สุด และดูว่าค่ายนั้นตอบโจทย์คุณได้หรือไม่

 

อย่าหักโหมเกินไป

     คุณอาจรู้สึกว่าซ้อมได้เต็ม 100 ในวันแรกของการฝึกฝน แต่ในวันที่สองและสาม ความเมื่อยล้าและความเจ็บปวดจะมาเยือน แต่หากคุณเป็นกรณีที่ตรงกันข้าม ก็อย่าหักโหม ขอให้ฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าคุณฝืนตัวเอง คุณอาจได้รับบาดเจ็บและไม่ได้ซ้อมอย่างต่อเนื่อง

 

     หากท่านอยากฟิตร่างกายกับมวยไทย ขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก onefc

ฟิตร่างกายไปกับ มวยไทย

ฟิตร่างกายไปกับ มวยไทย

     หากพูดถึง ‘มวยไทย’ ภาพในหัวของคนส่วนมากจะนึกถึงกีฬามวยไทยที่มีการแข่งขัน แต่ในปัจจุบันมวยไทยได้กลายเป็นเทรนด์การออกกำลังกายยอดฮิตของคนรักสุขภาพ เราจึงชวนคุณผู้อ่านมารู้จัก มวยไทย ไปพร้อมกัน

 

     ‘มวยไทย’ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทยที่มีมาอย่างช้านาน จนได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้มีชาวต่างชาติมากมายที่ตั้งใจมาเรียนรู้มวยไทย รวมถึงคนไทยเองก็เริ่มหันมาออกกำลังด้วยการชกมวยเพิ่มมากขึ้นจนเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และได้ถูกนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับการออกกำลังกาย ทั้งการชกมวยกับกระสอบทรายหรือผู้ฝึกสอน ชกมวยแอโรบิกที่เอาท่าเต้นแอโรบิกมาผสมผสานกับการชกมวย

 

     โดยการชกมวยนั้นเราจะได้เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน ครบทุกกระบวนท่า ทั้งออกหมัด เตะ ต่อย ศอก และตีเข่า เร่งการเผาผลาญได้ดี และเป็นการใช้พลังงานในร่างกายได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการฝึกสมาธิและป้องกันตัวได้อีกด้วย ทั้งนี้ควรชกมวยครั้งละ 1-2 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งจะทำให้ร่างกายทั้งฟิตและเฟิร์มไปพร้อมกัน

 

ความสำคัญและประโยชน์ของมวยไทย

     การฝึกมวยไทยก่อให้เกิดการพัฒนาทางด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม สร้างความมีระเบียบ วินัย และส่งเสริม อนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่สามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ในยามคับขันได้อีกด้วย นอกจากนี้การฝึกมวยไทยยังนำใช้ได้ในการแสดงศิลปะมวยไทย และยังนำไปเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเองอีกด้วย

 

ประโยชน์สำคัญของการออกกำลังกายด้วยมวยไทย

1. มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เป็นหัวใจหลักของการออกกำลังกาย เพราะการที่เราหันมาออกกำลังกายนั่นก็เพื่อที่จะให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ช่วยในการไหลเวียนโลหิต และระบบการทำงานของหัวใจ

2. ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก การชกมวยเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ได้ผลเพราะต้องเคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลา ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันในร่างกาย เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการลดน้ำหนักและอยากให้ร่างกายกระชับทุกสัดส่วน การชกมวยจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง

3. เป็นการฝึกสมาธิและความอดทน ในขณะที่ชกมวยต้องมุ่งมั่นจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พร้อมใช้ไหวพริบในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เหมือนเป็นการช่วยฝึกให้เรามีสมาธิ และมีความอดทนที่มากขึ้น

 

     หากรู้อย่างนี้แล้ว ผู้อ่านที่สนใจอยากฟิตร่างกายให้เฟิร์มไปกับมวยไทย ขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thg-life

คุณค่าของมวยไทย

คุณค่าของมวยไทย

กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ในสมัยก่อนอาจใช้เพื่อต่อสู้ ป้องกันตนเอง แต่ในปัจจุบันถูกนำมาประยุกต์เป็นการออกกำลังกาย ที่สร้างสรรค์และเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่งกีฬามวยไทยมีคุณค่าและความสำคัญ

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) มีคุณค่าทางด้านร่างกาย

     มวยไทย ( Muay Thai ) มีคุณค่าทางด้านร่างกาย ตรงที่ช่วยบริหารร่างกาย ให้ร่างกายเกิดพัฒนาการที่สมบูรณ์ เพราะมีทั้งการเคลื่อนไหว ใช้พละกำลัง ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอทั้งก่อนการชกและขณะชก ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี และบุคลิกภาพดี

 

     ในการชกมวยแต่ละครั้ง ระบบประสาทจะต้องควบคุมการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ จึงเป็นการช่วยเสริมความสัมพันธ์ระหว่างระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อให้มีประสิทธิภาพ หากฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอจะทำให้สมรรถภาพทางร่างกายดีขึ้นในทุกด้าน มีความแข็งแรง ความคล่องแคล่ว  ว่องไว ความอดทน

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) มีคุณค่าทางด้านจิตใจ

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นทั้งการเล่นกีฬา และกิจกรรมนันทนาการ ส่งผลให้จิตใจและอารมณ์เบิกบาน ผ่อนคลายความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี จึงไม่ได้มีประโยชน์แค่กับร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีค่าในด้านจิตใจอีกด้วย แถมยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเองและตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดี่ยว จิตใจมีความเข้มแข็ง อดทนมากขึ้น

 

     สมาธิ เป็นสิ่งที่ได้แฝงเข้ามาแบบไม่รู้ตัว เนื่องจากในการฝึกมวยไทย สมาธิเกิดจากความมุ่งมั่นในการฝึก ในการต่อสู้ การรุก-รับ ในชั้นเชิงแม่ไม้และลูกไม้มวยไทย ผู้ฝึกจะต้องมีจิตใจแน่วแน่ เคารพคู่ต่อสู้ ไม่ประมาทหรือเหยียดหยามคู่ต่อสู้ ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด แต่ก่อนจะฝึกพละกำลังได้จำเป็นต้องฝึกสมาธิ เพื่อให้พลังจิตอยู่เหนือกำลังกาย และต้องให้พลังจิตควบคุมพลังกายให้ดีที่สุดอีกทีหนึ่ง

 

3. มวยไทย ( Muay Thai ) มีคุณค่าทางด้านสังคม

     มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้มีระเบียบวินัยมากขึ้น ซึ่งมาจากการต้องมีวินัยในการฝึกซ้อม ตรงต่อเวลา ความอดทน ความพยายาม โดยสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณกลายเป็นคนที่เข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ อีกสิ่งที่หลายคนได้ไปจากการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) คือ ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ที่รู้จักแสดงความยินดีและให้อภัยต่อกัน

 

     นอกจากทั้งหมดที่กล่าวมา คุณค่าที่สำคัญที่สุดคือ การได้อนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปะมวยไทย ในคงอยู่สืบต่อไป เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาประจำชาติที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมของชาวไทย เป็นวัฒนธรรมที่งดงามและเป็นเสน่ห์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ชาวต่างต่างชื่นชอบ

 

     เมื่อเราได้มีโอกาสสัมผัสกับ มวยไทย ( Muay Thai ) จะรู้สึกหลงรักในศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ศิลปะที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธไม่ว่าจะ หมัด เท้า เข่า ศอก บวกด้วยลีลาที่มีชั้นเชิงที่น่าอนุรักษ์และคงสืบไว้ ให้เป็นสมบัติของชาติ หากใครสนใจอยากเรียนมวยไทย สามารถเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย (Jaroenthong Muay Thai Gym) นะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sites.google

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ศอก อาวุธที่อันตรายที่สุดใน มวยไทย

- ทำความรู้จัก สังเวียนมวยไทย

ฝึก มวยไทย แล้วได้อะไร?

ฝึก มวยไทย แล้วได้อะไร?

“มวยไทย” ( Muay Thai ) กลายเป็นเทรนด์การออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม ทุกคนสามารถเล่นได้ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย แถมยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มาดูกันดีกว่าว่ามวยไทยให้อะไรกับเราบ้าง ?

 

1. มวยไทย ( Mauy Thai ) ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย

     การฝึก “มวยไทย” ( Muay Thai ) จะทำให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อในหลายส่วน จากการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ทุกอย่างในการออกอาวุธต้องอาศัยพลังงานและความแข็งแกร่งของร่างกายในการทำซ้ำหลายๆ ครั้ง เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) มีจุดประสงค์ คือ ชกกับคู่ต่อสู้จนกว่าอีกฝ่ายจะน็อค แต่ถ้าไม่น็อคจะมีการนับคะแนนและตัดสินว่าคุณทำได้ดีแค่ไหนเมื่อจบการแข่งขัน

 

     ทำให้การชกมวย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและทำให้กล้ามเนื้อกระชับ โดยเน้นทั้งร่างกายช่วงบน ช่วงล่าง และแกนกลางในเวลาเดียวกัน ทำให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน แถมยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น เพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่างเรื่อง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้ และความคล่องตัวอีกด้วย

 

2. มวยไทย ( Mauy Thai ) ช่วยให้หุ่นดีขึ้น

     อย่างที่ได้บอกไปว่า การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Mauy Thai ) เป็นการใช้ทุกส่วนของร่างกาย ทั้งช่วงบน ช่วงล่าง และแกนกลาง หากใครอยากมีซิกซ์แพค ต้องลองต่อยมวยดูค่ะ รับรองมาแน่ๆ เพราะ มวยไทยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูง ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้นด้วยซ้ำไป เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรงและเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วค่ะ

 

3. มวยไทย ( Mauy Thai ) ช่วยเรื่องการเผาผลาญ

     มวยไทย ( Mauy Thai ) ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training (การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยก การใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยก คือ การทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน

 

4. มวยไทย ( Mauy Thai ) ช่วยคลายเครียด

     การได้ต่อยมวย ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือ ชกกระสอบทราย สามารถช่วยระบายอารมณ์ได้ อะดรีนาลีนและฮอร์โมนต่างๆ จะหลั่งออกมาระหว่างการใช้แรง ส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ ไม่เดือนร้อนใครอีกด้วย ถือเป็นทางออกที่ดี

 

      ปัจจุบัน มวยไทย ( Mauy Thai ) กลายเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้ในยิม และมีประโยชน์หลายอย่างตามที่เราได้บอกไป หากใครสนใจอยากลองฝึกมวยไทย สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ( Jaroenthong Muay Thai Gym )

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- สุดยอดศิลปะป้องกันตัวที่ดีที่สุด

- ลดน้ำหนักไปกับมวยไทย

ลดน้ำหนักไปกับมวยไทย

ลดน้ำหนักไปกับมวยไทย

การเตะ ต่อย ฟัดกระสอบทราย ปล่อยกำลัง บ้าระห่ำ คงเป็นสิ่งที่คนนึกถึงหากพูดถึง "มวยไทย" แต่ในปัจจุบัน มวยไทย ( Muay Thai ) ถูกนำมาใช้เป็นการออกกำลังกายจนสามารถลดน้ำหนักกันได้แล้วจ๊ะ

 

     ในตอนนี้ ยุคนี้ ไม่น่าเชื่อว่า มวยไทย ( Muay Thai )  จะถูกนำมาประยุกต์ใช้เข้ากับการออกกำลังกายจนได้รับความนิยม แม้แต่ดารา นักแสดง ก็ยังเลือกดูแลรูปร่าง ลดน้ำหนักด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้คนส่วนใหญ่ได้ทำความรู้จักกับศิลปะแม่ไม้มวยไทยกันมากขึ้นไปในตัว

 

     มวยไทย ( Muay Thai )  ในสมัยก่อนเป็นของผู้ชาย ที่ใช้ฝึกเพื่อป้องกันตัว แต่ในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้นที่จะฝึกมวยไทยได้ เพราะผู้หญิงก็สามารถต่อยมวยได้เช่นกัน ไม่มีเส้นอะไรมากีดขวางได้อีกต่อไป

 

     การนำ มวยไทย ( Muay Thai )  มาผนวกเข้ากับการออกกำลังกาย สามารถช่วยลดน้ำหนัก ทำให้หุ่นเฟิร์มได้เร็วกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ ไม่ได้อวยนะคะ แต่นั่นเป็นเพราะการออกอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะหมัด เท้า เข่า ศอก ต้องอาศัยแรง พละกำลังอย่างมหาศาลทั้งสิ้น แม้แต่การบิดตัวระหว่างชกอย่างถูกวิธีก็มีผลต่อการเผาผลาญไขมันทั้งนั้น

 

     การที่ มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถช่วยลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้นั้น เกิดจากการออกกำลังในส่วนต่างๆ เช่น ออกหมัดอย่างการใช้ ‘หมัดตรง’ สามารถช่วยกระชับต้นแขน ลดไขมันบริเวณท้องแขนได้ ‘หมัดฮุค’ การบิดลำตัวซ้าย-ขวาเล็กน้อย สามารถช่วยกระชับสัดส่วนช่วงลำตัว ทำให้รูปร่างเรียวขึ้น ‘หมัดอัปเปอร์คัต’ เป็นหมัดต่อยขึ้นข้างบน

 

     หากคุณออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างเป็นประจำ จะช่วยลดความอ้วน ลดน้ำหนักได้ แถมยังมีหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เพียงแค่ฝึกวันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้กว่า 1,000 กิโลแคลอรี หากเปรียบเทียบกับกีฬาชนิดอื่นๆ มวยไทยถือว่าเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างมาก

 

     ไม่น่าเชื่อว่า เพียงแค่ออกหมัดในรูปแบบที่แตกต่างกัน ก็ช่วยสร้างกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้าจากการพับแขนและสร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่จากการยกแขนได้แล้ว ส่วนการเตะมวย ถ้าออกแรงเตะเยอะและเร็ว จะยิ่งช่วยสลายไขมัน ทำให้ขาเล็กลง กระชับขา สะโพก แถมช่วยลดเซลลูไลท์ได้ด้วย

 

     การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการออกกำลังกายที่ใช้อวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกาย ที่นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบ มีความอดทน กล้าหาญ และได้ทำความรู้จักกับศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปในตัว

 

     หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym) จะมาเดี่ยว มากลุ่มเราก็ยินดีค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ฝึกมวยไทยอย่างถูกวิธีต้องทำอย่างไร

- ท่าออกกำลังกายสไตล์นักมวย

ศอก อาวุธที่อันตรายที่สุดใน มวยไทย

ศอก อาวุธที่อันตรายที่สุดใน มวยไทย

หากพูดถึงการออกอาวุธในศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) มีทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก แต่ ‘ศอก’ เป็นอาวุธที่อันตรายที่สุดในอาวุธมวยไทย หากโดนเข้าอย่างจังอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

มาทำความรู้จักกับการ ‘ตีศอก’ ตามแบบฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

     การตีศอก หรือ การฟันศอก เป็นแม่ไม้ มวยไทย ( Muay thai ) หนึ่ง ที่มีความอันตราย ยิ่งหากโดนศอกเข้าอย่างจังอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ วันนี้เราจึงได้รวบรวมเคล็ดลับการ ตีศอก ฟันศอก ให้แรงเพื่อฝึกฝนไว้เป็นศิลปะป้องกันตัวในยามฉุกเฉิน

 

     การตีศอก หรือ ฟันศอก มีความคล้ายคลึงกับการต่อยให้แรง ให้หมัดหนัก เพราะการตีศอก ฟันศอกให้แรงไม่ได้ขึ้นกับความแข็งแรงเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการประสานกันตั้งแต่การบิดเอว การใช้ปลายเท้าส่งแรง ทำให้เกิดโมเมนตัมที่ดี รวมถึงการเลือกตำแหน่งของข้อศอกในการจู่โจมคู่ต่อสู้

 

     หากทำความรู้จักกับประเภทของการตีศอก ฟันศอก จะมีข้อดีในเรื่องของการเลือกท่าได้ถูกต้องตามสถานการณ์ ซึ่งนักมวยไทยที่เก่งๆ จะสามารถผสมผสานท่าได้อย่างสวยงามและมีชั้นเชิง

- ศอกตี : ใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า

- ศอกตัด : เป็นการตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย

- ศอกงัด : เป็นการตีศอกจากกลางงัดขึ้นไปข้างบนตรงเป็นมุมฉาก

- ศอกกระทุ้ง : เป็นการใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง มักใช้แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง

- ศอกกลับ : เป็นการหมุนตัวตีศอกกลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า

- ศอกคู่ : เป็นการตีศอกด้วยแขนส