บทความ


หุ่นกระชับกับ มวยไทย

หุ่นกระชับกับ มวยไทย

หุ่นดี หรือ หุ่นเฟิร์ม เป็นหุ่นที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันอยากจะมี เพราะหลังจากที่ ลดน้ำหนักได้แล้ว หรือ ที่อยากมีหุ่นที่ดี ก็อยากที่จะ มีหุ่นที่ดี แต่ก็ไม่อยากเข้าฟิตเนส หรือ ยกเวท ซึ่งการที่จะ กระชุบหุ่นนั้น ก็สามารถทำได้ ด้วยกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )  

หุ่นดี หุ่นกระชับ ถือว่าเป็นหุ่นที่หลาย ๆ คนนั้นใฝ่ฝัน อยากจะมี เนื่องจาก มีบางคนที่ลดน้ำหนัก ลดความอ้วนมาแล้ว ก็อาจจะไม่เพียงพอ หรือ อาจจะไม่ใช่หุ่นที่ ใครหลาย ๆ คนต้องการ จึงต้องมีการ ออกกำลังกาย เพื่อให้ หล้ามเนื้อ และ หุ่นมีความกระชับมากขึ้น เพื่อให้ได้ หุ่นที่สวยถูกใจ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหน ที่ลดน้ำหนัก ด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) ก็อาจจะคิดว่า ถ้าอยากหุ่นกระชับ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนสาย ไปเล่นเวท แต่จริง ๆ แล้ว มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ช่วยให้คุณ มีหุ่นที่ดีได้ เพราะฉะนั้น เราไปดูกันว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้หุ่นของเรา มีความกระชับ ได้อย่างไร ไปดูกันเลยครับ 

 

มวยไทย ( Muay Thai ) กระชับหุ่นได้อย่างไร

 กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้เป็นกีฬา ที่ช่วยลดน้ำหนัก ได้อย่างเดียว นะครับ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬา ที่ช่วยในการ กระชับหุ่น กระชับกล้ามเนื้อ เป็นเพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ใช้ร่างกายได้ทุกส่วน ว่าจะเป็นแขน ขา หลัง เอว สะโพก เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ คนไหนที่มีการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) อยู่ก็ให้ฝึกต่อไปนะครับ ไม่จำเป็นที่จะต้อง ย้ายไปเวทเทรนนิ่งก็ได้นะครับ

ข้อดีของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

1. ลดน้ำหนัก ลีนไขมัน

เพื่อน ๆ หลายคนที่ ก็อาจจะรู้อยู่แล้วว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยในเรื่องของการ ลดน้ำหนัก เนื่องจาก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่มีการเผาผลาญไขมัน เผาผลาญ พลังงานในร่าง ได้ดี จึงทำให้ กล้ามเนื้อ มีความลีนขึ้น และ รีดน้ำหนักได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากลีกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ

 

2. เพิ่มกล้ามเนื้อ

อีกหนึ่งข้อดี ของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็คือ การสร้างมวลกล้ามเนื้อ แม้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะมองว่า การเตะ การต่อ ช่วยอะไรได้ จริง ๆ แล้ว การเตะ การต่อยนั้น ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ได้เป็นอย่างดี เพราะการออกกำลังกาย แบบออกแรงกระแทก ก็ช่วยสร้างมวลก้ามเนื้อได้ ด้วยนะครับ

 

3. เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นประจำ ทำให้กล้ามเนื้อ ของผู้ซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น แข็งแรงไม่ต่าง ไปจากการออกกำลังกาย แบบเวทเทรนนิ่ง ( Weight Training ) เพื่อน ๆ ก็ลองสังเกตได้ง่าย ๆ จากนักมวย ที่มีกล้าม เหมือนกับ คนที่ออกกำลังกาย แบบ เวทเทรนนิ่ง ( Weight Training ) เลยนะครับ

 

การที่จะ มีหุ่นที่ดี มีหุ่นที่กระชับได้นั้น ต้องเกิดจากการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นประจำทุกวันนะครับ และ ที่สำคัญ หลังจากฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ควรที่จะ เลือกทานอาหารที่ดี ต่อสุขภาพ นะครับ ที่สำคัญ ควรที่จะทานอาหาร ที่ไม่ไขมันต่ำ เพื่อลดการสะสมไขมันในร่างกาย นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ช่วยเรื่องการนอนหลับ

ทักษะ มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้น

มวยไทย

ทักษะ มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้น

ขั้นตอน การสอน เพื่อเรียนรู้ ทักษะ มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้น ถือเป็น สิ่งพื้นฐาน ที่นักมวย ทุกคน ต้องเรียนรู้ และ รับรู้ไว้ เพื่อเป็นการ เข้าใจ อย่างดี ในการ เริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อเรียนรู้ อย่างถูกต้อง และ เข้าใจ อย่างดี

การสอน ทักษะ มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้น มีขั้นตอน การสอน เพื่อการ เรียนรู้ ดังต่อไปนี้

1) การพันมือ

มีความสำคัญ อย่างมาก ต่อการ ฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) และ การแข่งขัน การชก มวยไทย ( Muay Thai ) การพันมือ เป็นการ ป้องกัน กระดูกนิ้วมือ ข้อมือ และ กล้ามเนื้อ เอ็น เกิดอันตราย เช่น เกิดการซ้น แตก หรือ หักได้

 

2) วิธีการ กำหมัด

ให้กำนิ้วชี้ นิ้วกลาง และ นิ้วก้อย เข้าหา ทางฝ่ามือ กำฝ่ามือ ให้แน่นขึ้น ให้นิ้วทั้งสี่ เรียงชิดติดกัน และ ทับหัวแม่มือ ลงบน ระหว่าง นิ้วชี้ และ นิ้วกลาง กำหมัด ให้แน่น ส่วนตรงข้อมือ ต้องเกร็ง เป็นแนว เดียวกัน ไม่งอ หรือ ปล่อยสบาย เพราะอาจเกิด อันตราย เมื่อชก หรือ กระแทกเป้าหมาย โดยให้สันหมัด เพียงเท่านั้น ถูกเป้าหมาย สันหมัด ก็คือ ข้อดัน หรือ ข้อแรก ของนิ้วมือ ทั้งสี่ คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง และ นิ้วก้อย

3) ท่าคุม และ ตำแหน่ง ของมือ

ควรยืน ด้วยปลายเท้า เท้าทั้งสอง ให้ชิดกัน แยกเท้าหน้า และ แยกเท้าหลังออก ตั้งฉาก กับส้นเท้า ให้ปลายเท้า เฉียงออก ด้านข้างเล็กน้อย ห่างกัน ระดับ ช่วงไหล่ ส้นเท้าทั้งสอง เปิดเล็กน้อย น้ำหนักตัว อยู่บน เท้าทั้งสอง เข่างอเล็กน้อย เพื่อให้ การเคลื่อนไหว ได้คล่องตัว หมัดหลัง กำหลวม ปิดคาง งอแขน  ให้ศอกนั้น ติดกับ ช่วงลำตัว ก้มหน้า เพียงเล็กน้อย มือหน้า ให้อยู่ในแนวเดียวกับ หัวไหล่ หรือ สูงกว่า เพียงเล็กน้อย ส่วนสันหมัดหน้า ห่างจากไหล่ ให้พอควร โดยให้หัวแม่มือ หันเข้าหาไหล่ งอแขน ให้ศอก ห่างกับลำตัว แบบพอประมาณ

 

4) การเคลื่อนที่

4.1) ตรงไปด้านหน้า

การเคลื่อนเท้าหน้า ไปข้างหน้า สืบเท้าหลังตาม รักษา ระยะห่าง ประมาณช่วงไหล่ งอเข่าเล็กน้อย อยู่ในท่าคุม

4.2) ไปด้านหลัง

การเคลื่อนเท้าหลัง ถอยหลังไปก่อน แล้วตามด้วย เท้าหน้า อยู่ในท่าคุม

4.3) ไปทางด้านขวา

การเคลื่อนเท้า ไปทางขวามือ โดยสืบเท้าขวาก่อน แล้วสืบเท้าซ้ายตาม

4.4) ไปทางด้านซ้าย

การเคลื่อนเท้า ไปทางซ้ายมือ โดยสืบเท้าซ้ายก่อน แล้วสืบเท้าขวาตาม                

4.5) หมุนไปทางด้านขวามือ

ให้เท้าขวานำ แล้วสืบเท้าซ้ายตาม เท้าทั้งสอง ห่างกัน ระดับ ช่วงไหล่

4.6) หมุนไปทางด้านซ้ายมือ

ใช้เท้าซ้ายนำ สืบเท้าขวาตาม เท้าทั้งสอง ห่างกัน ระดับ ช่วงไหล่

ทั้งหมด เป็นทักษะ มวยไทย ( Muay Thai ) เบื้องต้น ที่ควรรู้ไว้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยไทย ช่วยเรื่องการนอนหลับ

ทำไมผู้หญิงควรเรียน มวยไทย

มวยไทย ช่วยเรื่องการนอนหลับ

มวยไทย ช่วยเรื่องการนอนหลับ

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ช่วยในการป้องกันตัว และ เป็นกีฬาที่หลาย ๆ คนใช้เพื่อลดน้ำหนัก ใช้เพื่อปั้นกล้าม อย่างไรก็ตาม กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้ช่วย แค่เรื่องของหุ่น หรือ การป้องหันตัวเท่านั้น มวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยได้อีกหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะ เรื่องของการนอนหลับ

กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) แม้ว่าจะเป็น กีฬาที่นิยม นำไปใช้ ในเรื่องของการ ลดน้ำหนัก ก็ตามแต่ มวยไทย ( Muay Thai ) มีส่วนช่วยในหลาย ๆ เรื่อง ที่ไม่ได้มีแค่ลดน้ำหนักเท่านั้น ซึ่ง ประโยชน์หลักของ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็คือ ได้ทักษะ โจมตี และ การป้องกันตัว ซึ่งทักษะ การป้องกันตัว ยังนำไปใช้เพื่อ ปกป้อง คนอื่น ได้อีกด้วยนะครับ จึงไม่แปลก ว่าทำไม มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงเป็นกีฬาที่ หลาย ๆ คนเลือกที่จะ ฝึกซ้อม ซึ่งประโยชน์ เด่น ๆ อีหนึ่งอย่าง ที่เพื่อน ๆ หลาย  ๆ อาจจะยังไม่รู้ ก็คือ มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยในเรื่อง การนอนหลับ ได้เป็นอย่างดี

 

ปัญหาการนอนไม่หลับ

ปัญหา การนอนไม่หลับ อาจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ จะมีสาเหตุอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยครับ

 

1. ปัญหาจากสิ่งแวดล้อม

ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ เสียงรบกวน อากาศ ที่ร้อน หรือว่า เย็นจนเกินไป หรือ ว่าจะเป็นเรื่องของแสงรอบข้าง ที่ทำให้การนอนหลับ หลับยาก

 

2. ปัญหาสุขภาพ

เรื่องของ ปัญหาสุขภาพ อาจจะมาได้จากหลายอย่าง ไม่ว่า จะเป็นอาการปวด ที่มาจากการเป็นโรค อาการต่าง ๆ ของโรคที่เป็น จึงทำให้ ผู้ป่วยนอนไม่หลับ หรือ บางราย ก็อาจจะต้อง พึงนานอนหลับ เพื่อให้สามารถหลับได้ อาการนอนไม่หลับ หากปล่อยไปนาน ๆ เข้า อาการนอนไม่หลับ อาจจะทำให้เกิด การนอนไม่หลับ เรื้อรัง ได้นะครับ เพราฉะนั้น ต้องหาวิธีป้องกัน สาเหตุอะไร ที่ทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยในเรื่อง การนอนหลับ

 

1. ร่างกายเหนื่อยล้าจากการซ้อม

เราเชื้อว่า หลาย ๆ คนก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่ากีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องใช้ พละกำลังใช้แรงที่เยอะ ในการซ้อม ทำให้หลังจากการซ้อมนั้น ผู้ที่ซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เหนื่อย จนอยากจะสลบ กันทุกราย ดังนั้น เพื่อน ๆ คนไหน ที่มีปัญหา เรื่องของการนอนหลับ หารซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้เพื่อน ๆ มีการนอนหลับ ได้เป็นอย่างดีเยี่ยมเลยครับ ยังไม่พอ ยังทำให้ เพื่อน ๆ หลับลึก หลับสนิทได้อีกด้วย นะครับ ที่สำคัญ ควรที่จะฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นประจำ นะครับ เพื่อให้ นอนหลับสนิททุกคน นะครับ

 

2. สมองได้รับการผ่อนคลาย

สิ่งสำคัญ สำหรับ ที่ทำให้นอนไม่หลับ ก็เป็นเพราะว่า ความเครียด หรือ สมองไม่ได้รับ การผ่อนคลาย เนื่องจากความเครียด หรือว่า ความกังวล เป็นตัวการที่รบกวน การนอนหลับ ดังนั้น การที่คุณ ได้ซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้สมองของคุณ ได้รับการผ่อนคลาย จากการออกกำลัง เนื่องจาก การออกกำลังกาย จะทำให้สมองปล่อย สารแห่งความสุขออกมา ที่มีชื่อว่า สารเอ็นโดร์ฟีนส์ ( Endorphins ) ออกมา ทำให้มีความสุข ทำให้รู้สึกสบายตัว

 

สารเอ็นโดร์ฟีนส์ ( Endorphins ) ช่วยคลายความเครียด อิ่มอกอิ่มใจ และ ทำให้รู้สึกอยากทานอาหาร อีกด้วยนะครับ ดังนั้น เพื่อน ๆ  ที่มีปัญหา เรื่องของ การนอนไม่หลับ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่าเป็น ตัวช่วยที่ดี เลยนะครับ 

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้ ช่วยแก้ปัญหา เรื่องของ ปัญหา การนอนไม่หลับได้อย่างเดียว นะครับ แต่ยังช่วย ทำให้ให้ มีความสุข ได้อีกนะครับ เพราะฉะนั้น เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และ มีสุขภาพที่ดี ก็ควรที่จะฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นประจำนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำความเข้าใจ การมวยไทยลดน้ำหนัก

ทำไมผู้หญิงควรเรียน มวยไทย

 

ทำไมผู้หญิงควรเรียน มวยไทย

ทำไมผู้หญิงควรเรียน มวยไทย

สาเหตที่ ผู้หญิงต้องเรียน หรือต้อง มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นเพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยในเรื่อง ของการป้องกันตัว เพราพื้นฐานของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ก็คือ การต้อสู้ นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลต่าง ๆ  อีกมากมาย จะมะอะไรบ้าง เราไปดูกัน เลยครับ

 

การเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) ในปัจจุบันนั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไป ที่ใคร ๆ ก็ต่างเรียนกัน ซึ่งกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ในปัจจุบันนั้น กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ถูกนำมาประยุกต์ ในการลดน้ำหนัก ทำให้หลาย ๆ คนให้ความสนใจ ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วเพราะเหตุใดกัน ทำไมผู้หญิง ถึงควรเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป้นเพราะอะไรกันนั้น เราไปดูกันเลยครับ

 

1. การป้องกันตัว

สิ่งแรก ที่ผู้หญิง ควรที่จะเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นเพราะว่า เรื่องของการป้องกันตัว ว่าอันตราย จะไม่เกิดบ่อยก็ตาม แต่ถึงอย่างไร ก็ควรที่จะมีการศึกษา มีการเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) เอาไว้นะครับ เผื่อมีเหตุจำเป็น จะได้มีวิชา ในการป้องกันตัว ซึ่งวิชาป้องกันตัว ไม่เพียงแต่ ใช้ป้องกันแค่ตัวคุณเอง เท่านั้นนะครับ แต่ยังช่วยป้องกันคนอื่น ได้อีกด้วย นะครับ เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ ที่จะเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ควรคำนึง ถึงสิ่งนี้ เป็นเรื่องแรกนะครับ

 

 

2. ลดน้ำหนัก

เหตุผลต่อมา ที่ผู้หญิง ควรเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นเพราะว่า เรื่องของการลดน้ำหนัก เนื่องจาก ในปัจจุบัน เทรนด์การดูแล สุขภาพกำลังมาแรง และ กำลังเป็นที่นิยมมาก ๆ โดยเฉพาะ เรื่องของแลหุ่น ดูแลรูปร่าง ดังนั้น จึงทำให้ผู้หญิง ควรที่จะเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) นะครับ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่เพียงแต่ ช่วยในการลดน้ำหนัก เท่านั้น นะครับ แต่ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยทำให้หุ่น รูปร่าง มีความกระชับ อีกด้วยนะครับ อีกทั้ง ยังช่วยให้ร่างกาย มีความแข็งแรง อีกด้วย นะครับ

 

3. ปรับสมดุลในร่างกาย

เนื่องผู้หญิง จะมีฮอรโมนที่เปลี่ยน อยู่เรื่อย ๆ และ เปลี่ยนบ่อยมากกว่าผู้ชาย เพราะฉะนั้น การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับผู้หญิง จึงถือว่า เป็นเรื่อง ที่จำเป็น ที่ควรเรียกมาก ๆ เลยครับ แต่อย่างไรก็ตาม การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับผู้หญิงนั้น ก็ไม่ควรหักโหม นะครับ เพราะไม่อย่างงั้น ก็อาจจะทำให้เกิดผลเสีย ต่อร่างกาย ของเราได้นะครับ

 

 

4. มีความอดทนที่ดี

การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้คุณนั้น มีความอดทนที่มากขึ้น และ ยังสามารถ รับแรงกดดัน จากสิ่งต่าง ๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น แรงกดดัน จากเรื่อง แรกกดดันจาก เรื่องเรียน หรือ ปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาใช้ชีวิตของคุณ เพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นไม่ได้สร้างอดทน ให้กับร่างกายของคุณเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้าง ความอดทน ทางจิตใจให้คุณผู้หญิงหลาย ๆ คนได้อีกด้วย นะครับ

 

นี่ก็คือ เหตุผล ว่าทำไมคุณผู้หญิง ต้องเรียน หรือ ต้องผฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ก็สามารถติดต่อได้ที่ Jaroeanthong Muay Thai Srinakarin หรือ สาขาอื่น ๆ ที่ใกล้คุณนะครับ เพราะคนสอนมืออาชีพ และ มีสถานที่ดี

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สุขภาพดี ด้วย มวยไทย Muay Thai

มวยไทย ได้อะไรมากกว่า การออกกำลังกาย

มวยไทย ทำไมต้องคุมอาหาร

มวยไทย ทำไมต้องคุมอาหาร

ทำไมหลังออกกำลังกาย ต้องคุมอาหาร ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนมีความสงสัย เป็นอย่างมาก ว่าทำไม หลังจากาการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ทำไมต้องคุมอาหาร

 

คำถามที่มักจะเจอบ่อย ๆ ก็คือ ทำไมหลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ทำไมต้องคุมอาหาร เหตุผลเป็นเพราะอะไร เนื่องจากหลาย ๆ คนเมื่อมีการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วก็มักจะนึกถึง การคุมอาหาร แต่เป็นเพราะเหตุใด สาเหตุที่ต้องคุมอาหาร หลังจากการฝึกซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจาก ลดน้ำหนักแล้ว การคุมมอาหาร หลังจากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ยังมีมากกว่านั้น วันนี้ เราไปดูกันครับ ว่าเหตุผล ที่ต้องคุมอาหาร เพื่อลดน้ำหนักนั้น เป็นเพราะ อะไรนั้น เราไปดูกันเลยครับ

 

 

1. ลดน้ำหนัก

เหตุผลแรก ที่หลาย ๆ คนเลือกคุมอาหาร หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นเพราะว่า ต้องการ ลดน้ำหนักให้เร็วขึ้น เพราะว่า การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นช่วยเผาผลาญพลังงาน ได้มากอยู่แล้ว ดังนั้น การคุมอาหาร จึงช่วยให้ลดน้ำหนัก ได้ดียิ่งขึ้น นั่นเองครับ และ การคุมอาหารนั้น ช่วยให้คุณ ลดน้ำหนักได้ดีมาก ๆ เลยนะครับ

 

 

2. เพิ่มประสิทธิภาพของร่างกาย

เนื่องจาก การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องใช้ร่างกายทุกส่วน จึงทำให้การคุมอาหาร เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่า การคุมอาหาร จะเป็นการทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ และ การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และ การทำงานของร่างกายได้ ก็เป็นเพราะว่า อาหาร 5 หมู่นั้น มีวิตามิน และ เกลือแร่ที่เป็นส่วนสำคัญ ของร่างกาย ทำให้ร่างกายของคุณ สามารถทำงานได้ดีขึ้น และ มีประสิทธิภาพ มากขึ้นนั่นเองครับ และนี่ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ หลังการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องคุมอาหาร นั่นเองครับ

 

 

3. ลดความล้า หลังจากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai )

หลังจากการ มวยไทย ( Muay Thai ) สิ่งที่จะต้องเจอ ก็คือ อาการล้า อาการเหนื่อย แต่ประเด็นคือ อาการล้าที่มาจากการซ่อม มวยไทย ( Muay Thai ) ส่งผลไปถึงตอนเช้า ทำให้ในตอนเช้ามีอาการอ่อนเพลีย ไม่แรง ไม่อยากอะไร ก็เป็นเพราะว่า ร่างกายของคุณ ได้รับการดูแล และ ได้รับการฟื้นฟู ที่ไม่เต็มที่ นั้นเองครับ และ ที่สำคัญ การที่คุณ มีอาการอ่อนเพลีย ล้านั่นก็เป็นเพราะว่า ร่างกายของคุณ ได้รับสารอาหาร ที่ไม่เพียงพอ ดังนั้น การคุมอาหาร หลังจากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) จึงเป็นเรื่อง ที่จำเป็น และ ควรทำมาก ๆ เพราะว่า การคุมอาหาร จะทำให้ ร่างกายของคุณนั้น ได้รับสารอารที่เต็มที่ และ ยังเป็นการทำให้ ร่างกาย มีการฟื้นตัวได้ดีอีกด้วย เพราะฉะนั้น เพื่อน ๆ คนไหน ที่ไม่อยากล้า หลังจากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ควรที่จะ มีการคุมอาหาร นะครับ

 

4. ดูแลสุขภาพ

เนื่องการ จาการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่การที่คุณ จะดูแล ให้สุขภาพแข็งแรงนั้น ก็จะต้องมีการทานอาหาร ที่ดี นะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องของ การคุมอาหาร จึงสำคัญมาก ๆ นะครับ หากคุณมีสุขภาพ ที่แข็งแรง การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็อาจจะไม่ได้ดี ตามไปด้วยนะครับ

 

เหตุผล 3 ข้อนี้ ก็เป็นเหตุผลหลัก ที่ควรที่จะรู้นะครับ เพราไม่อย่างนั้น การคุมอาหาร หลังการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็จะทำได้ไม่นาน แล้วก็เลิกไป เมื่อเพื่อน ๆ รู้แล้ว ก็อย่าลืม คุมอาหารกันด้วยนะครับ เพื่อให้มีสุขภาพ ร่างกาย ที่แข็งนั่นเองครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อาหารหลังซ้อมมวย

อาหารที่ควรทานก่อนซ้อมมวยไทย

สุขภาพดี ด้วย มวยไทย Muay Thai

สุขภาพดี ด้วย มวยไทย Muay Thai

 

ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ มวยสากล เป็นการ ออกกำลังกาย ที่ได้รับความนิยมในคนทุกเพศทุกวัยอย่างมาก และ มวย ก็ถูกนำมาใช้เป็นรูปแบบ การออกกำลังกายอย่างหนึ่ง เพราะด้วย ประโยชน์ที่ดี และ สุขภาพดี ของ ร่างกาย อีกด้วย

การ ชกมวย ( Muay Thai ) ในรูปแบบการ ออกกำลังกาย ที่มีทั้งการ ชกมวย แบบ มวยสากล ที่ใช้เพียงแค่หมัด หรือ มวย ที่ใช้ทั้งมือ และ เท้าประกอบกัน รวมถึง มวยไทย ที่เป็น มวย อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งใช้มือและเท้า และในขณะเดียวกันเราก็ใช้ส่วนอื่นๆ ของ ร่างกาย ด้วยเช่นกัน เช่น เข่า ศอก ซึ่งในขณะนี้การ ชกมวย ในรูปแบบของ คิกบ๊อกซิ่ง และ มวยไทย กำลังกลายมาเป็นรูปแบบการ ออกกำลังกาย ที่ได้รับความนิยมในคนหมู่มาก มากขึ้น เพราะด้วย ประโยชน์ ของ สุขภาพดี ในหลากหลายด้าน

 

การ ออกกำลังกาย ด้วย มวย ถือว่าเป็นการ ออกกำลังกาย ที่มีแรงกระแทกปานกลาง แต่เป็นการ ออกกำลังกาย ที่มีความหนักในระดับสูง การ ชกมวย จึงอาจจะไม่หมาะกับทุกคน และผู้ที่มีปัญหา สุขภาพ บางอย่างก็ควรที่จะปรึกษาหมอก่อนจะ ออกกำลังกาย ด้วย มวย แม้แต่ผู้ที่ไม่มีปัญหา สุขภาพ ในการเริ่มต้น ชกมวย ( Muay ) ก็ควรเริ่มต้น การชกต่อย อย่างช้า และสามารถปรึกษากับเทรนเนอร์ เพื่อที่จะปรับการ ออกกำลังกาย ให้เหมาะสมกับความ แข็งแรง และ สุขภาพดี ของ ร่างกาย เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บของ ร่างกาย ได้

 

ประโยชน์ที่ดี และ สุขภาพดี จาก มวย ( Muay Thai )

มวย ( Muay ) สร้างสมาธิ

การใช้ที่จะใช้ท่าทางที่หลากหลายของ มวย ทำให้ ลินดา อาร์สลันเนียน ซึ่งเป็นนักกายภาพบำบัด ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่งชี้แนะว่า การ ออกกำลังกาย ด้วย มวย นั้นไม่เพียงแต่ที่จะช่วยบริหาร ร่างกาย แต่ยังต้องใช้สมาธิกับการที่จะใช้ ท่าทาง และการวางตำแหน่ง ร่างกาย มวย จึงเป็นการ ออกกำลังกาย ที่ทำให้ได้ทั้งการบริหาร ร่างกาย และ สมองไปพร้อมกัน

มวย ( Muay ) ช่วย ลดน้ำหนัก

ปัจจุบันการ ชกมวย หรือ คิกบ็อกซิ่ง เป็นการ ออกกำลังกายแบบ แอโรบิค ซึ่งจะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และจะช่วย เผาผลาญ ไขมัน และ แคลอรี่ โดย American Council on Exercise บอกไว้ว่าการ ชกมวย แบบ คิกบ็อกซิ่ง 1 ชั่วโมง นั้นจะสามารถ เผาผลาญ ได้ 350 – 450 แคลอรี่ แต่ขึ้นอยู่กับขนาด ร่างกาย ของแต่ละคนด้วย ซึ่งการ ออกกำลังกาย ด้วย มวย จึงสามารถช่วยในการ ลดน้ำหนัก ได้ และการ ชกมวย ยังอาจจะ ช่วย ลด ไขมัน หน้าท้องได้ด้วย เพราะเนื่องจากในการออก หมัด และ การเตะ ต้องใช้กำลังจากลำตัว และหน้าท้อง ในการพยุงตัวเอง เพื่อที่จะทำท่าทางได้ถูกต้อง

มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถคลายเครียด ปลดปล่อยความโกรธได้

การชกมวย บางทีการปลดปล่อยความเครียดหลังจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน อย่างกิจกรรมทางร่างกายหนักๆ อาจช่วยได้ดีกว่า ซึ่งการ ออกกำลังกาย ด้วยการ ชกมวย สามารถลดความรู้วิตกกังวล ซึมเศร้า และความโกรธได้ และซึ่งการเคลื่อนไหวในท่าทางซ้ำๆ กัน นั้นยังช่วยในเรื่องของการพักผ่อน คลายความเคียด ในขณะเดียวกันนั้น การ ออกกำลังกาย อย่างหนัก เช่นนี้ ยังทำให้สมองของเรานั้นหลั่งสารเคมีหลายชนิด เช่น เอนเดอร์ฟิน เซโรโทนิน ที่ช่วยละลายความเครียดและจะทำให้ ร่างกาย ของเรารู้สึกดีขึ้น

มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถสร้างความยืดหยุ่น ความสมดุล ให้กับ ร่างกาย

การ ชกมวย การต่อย และ การเตะ เป็นท่าการ ออกกำลังกาย ที่ต้องใช้ความ แข็งแรง ของลำตัวอย่างมาก และในขณะเดียวกันก็ต้องการความสมดุลของ ร่างกาย เพื่อที่จะออก หมัด หรือ ยกขา เตะ ได้มั่นคง และ ร่างกาย ยังต้องเรียนรู้การทำงานที่สอดประสานกัน เพื่อที่จะทำท่าทางทุกอย่างได้ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ และยังรวมไปถึงยังต้องการความยืดหยุ่นของ ร่างกาย เพื่อที่จะใช้แขนในท่าชก และยกขาเตะ ในแบบต่างๆ มวยจึงเป็นกีฬา ที่ส่งเสริมสมรรถภาพของ ร่างกาย ทั้งสามได้ในหนึ่งเดียว

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การดูแลตัวเอง หลังฝึก มวยไทย

มวยไทยช่วยในการนอนหลับ ได้อย่างไร

เรื่องเล็ก ๆ ที่ควรระวังหลังฝึกมวยไทย

เรื่องเล็ก ๆ ที่ควรระวังหลังฝึกมวยไทย

หลังจากซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ทางเรา เชื่อว่า หลาย ๆ คนไม่รู้แน่ ๆ ว่าหลังจาก การซ้อมเสร็จนั้น ก็ไม่เรื่อง ที่ต้องห้าม และ ไม่ควรทำเช่นกัน ซึ่งเรื่องที่ไม่ควรทำ หลังจากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนมักจะมองข้าม ซึ่งเรื่องเหล่านั้น จะเป็นเรื่องอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยครับ

 

หลังจากออกกำลังกาย หรือ มวยไทย ( Muay Thai ) เสร็จสิ่งที่หลาย ๆ คนทำก็จะเป็น การนั่งพักเหนื่อย การเตรียมตัวกลับบ้าน อาบน้ำ หรือ การหาข้าวทาน เพราะว่าความเหนื่อย หลังจากซ้อมทำให้ ต้องหาอะไรทำ เพื่อเป็นการแก้เหนื่อย แม้ว่าการ ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นการทำให้ร่างกาย แข็งแรง และ เป็นการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพ ไม่ใช่การซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างเดียวนะครับ โดยการดูแลสุขภาพนั้นหลังจาก ซ้อมเสร็จ เราก็ยังคงต้องดูแลอยู่ โดยเรื่องที่เรา ต้องดูแลนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่เรามักจะมองข้าม ซึ่งเรื่องเหล่านั้น จะมีอะไรบ้าง เราปดูกันเลยครับ

 

 

1. ขยี้ตา

แน่นอนครับว่า การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เหงื่อออก เหงื่อเข้าตา เป็นเรื่องธรรมตา ที่ไม่ว่า ใครต่อใคร ก็จะต้องเจออยู่แล้ว นะครับ เมื่อเหงื่อเข้าตา สิ่งที่คนเรา จะต้องทำก็คือ การขยี้ตา ซึ่งวิธี เป็นวิธี ที่เรา ไม่แนะนำให้ทำเป็นอย่างมาก เพราะว่า นวม หรือ มือของเรา ที่เราใช้ขยี้ตานั้น ไม่สะอาด และ ยังมีเชื้อโรค อีกต่างหาก ทำให้หาเราเอามือ ไปขยี้ตา แน่นอนครับ เชื้อโรคเข้าตาแน่นอน และ มากกว่านั้น อาจจะทำให้เกิด การระคายเคือง มากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้น หากเหงื่อเข้าตา ทางเราแนะนำให้ ใช้ผ้าขนหนู เช็ดหน้า หรือว่าเช็ดตา นะครับ เพื่อลดการละคาบเคือง และ ละลดการสะสมของเชื้อโรค

 

2. ทานขนม

เนื่องจากการที่เรา จะมีการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) หลาย ๆ คนก็อาจจะหาอะไรรองท้อง หรือ บางคนก็อาจจะหาอะไรทาน เพื่อให้ร่างกายมีแรง ในการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) แต่การที่ คุณนำอาหาร หรือ นำของว่างมาทาน แล้วทาไม่หมด ก็จะเกิดความเสียดาย พอหลังจากมวยไทย ( Muay Thai ) ก็คงต้องทาน เพราะว่า ไม่กล้าทิ้ง เนื่องจากเสียดาย สิ่งที่ทำให้คุณนั้น ไม่มีการเปลี่ยนของหุ่น ก็คือ เรื่องของ การทานขนม ที่มาจากความเสียดาย นี่แหละครับ เพราะฉะนั้น หลังจากซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เสร็จ ก็ควรที่ทานอาหาร ที่ไม่ประโยชน์ ครบ 5 หมู่ และ ไม่ควรทานขนมนะครับ ไม่อย่างงั้น คุณซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) หุ่นคุณ ก็จะเหมือนเดิม

 

 

3. การดื่มน้ำทีละมาก ๆ

ในขณะที่ซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) แนอนว่า อาการกระหายน้ำ ต้องมีอยู่แล้ว เนื่องจาก รร่างกายของเรา มีการเสียเหงื่อไปมาก เราจึงต้องการ น้ำเพื่อทดแทนน้ำ ที่ร่างกายเสียไป หาคุณมีอาการ กระหายน้ำมาก ๆ สิ่งที่ควรทำก็คือ การค่อย ๆ จิบน้ำ นะครับ เพื่อให้ร่างกาย ได้ดูดซึมน้ำ ไปใช้ในร่างกาย ได้อย่างครบถ้วน และ ไม่ควรดื่มน้ำ ทีละมาก ๆ หรือ อึกกใหญ่ เพราะการที่คุณ ดื่มน้ำอึกใหญ่ จะทำให้คุณนั้น มีอาการจุก เสียด และ แน่นท้องได้ หากกระหายน้ำ ทางเราแนะนำให้ ค่อย ๆ จิบน้ำนะครับ

 

4. เกลือแร่

 สิ่งที่หลาย ๆ คนพลาด ก็คือไม่ดื่ม เครื่องดื่มผสมอเกลือแร่ เหตุผลที่ควรดื่ม เครื่องดื่มผสมเกลือแร่ ก็เป็นเพราะว่า เหงื่อที่เสียไป ไม่ได้มีแค่น้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเหลือแร่ อยู่ด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการไม่ให้ร่างกาย ขาดน้ำ และ เกลือแร่ก็ควรที่จะ ดื่มเครื่องดื่ม ผสมอเหลือแร่เข้าไปด้วย นะครับ อีกทั้ง เครื่องดื่มผสมเกลือแร่ ยังมี ส่วนผสมของน้ำตาล จึงทำให้หลังจาก ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai )  ก็ร่างกายก็จะรู้สึกสดชื่น นั่นเองครับ และ สิ่งสำคัญ อย่าให้ร่างกาย ขาดน้ำนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประโยชน์ ที่ได้จากการฝึกมวยไทย

ก่อนซ้อมมวยไทย ต้องเตรียมตัวอย่างไร

 

อาหารที่ควรทานก่อนซ้อมมวยไทย

อาหารที่ควรทานก่อนซ้อมมวยไทย

กีฬา ที่ช่วยลด น้ำหนักได้ดี อย่างมวยไทย ( Muay Thai ) ก่อนซ้อม เราควรทาอาหาร หรือ ควรทานอะไร รองท้องก่อน ได้ไหม คำถ่มนี้ เป็นคำถามสุดฮิต ที่ใคร ๆ ต่อใครก็ต่างเกิดความสงสัย วันนี้เราจะพา เพื่อน  ๆไปหาคำตอบกัน

 

การทานอาหาร หรือ การหาอะไร รองท้อง ก่อนซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นเรื่อง ที่หลาย ๆ คนเกิดความสงสัย เป็นอย่างมาก ว่าก่อนซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเราควรที่ จะทานอาหาร หรือ หาอะไรรองท้องก่อนไหม เนื่องจาก จุดประสงค์หลัก ของการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็คือ มาซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อลดน้ำหนัก แล้วถ้าหากทานอาหาร เข้าไป น้ำหนัก จะลดไหม หรือ ถ้าทานได้ ควรที่จะทาน มากน้อย ขนาดไหน ซึ่ง เรื่องนี้ ถือว่าเป็น ปัญหา ระดับชาติเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปหาคำตอบ ว่าก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ทานอาหารได้ไหม และ ควรทานอาหารอะไร ก่อนซ้อม พร้อมแล้ว ไปดูกันเลยครับ

 

 

ก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ควรทานอาหารไหม

ก่อนอื่น ผู้ซ้อม ต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่าการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ของคุณมาซ้อมเพื่ออะไร บางคนก็อาจจะมาซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อเอาศิลปะการต่อสู้ หรือ บางคนตั้งใจมาซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อการลดน้ำหนัก ซึ่งจุดประสงค์ ของแต่ละคน ก็จะแตกต่างกัน ออกไป แต่จริง ๆ ก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อน ๆ สามารถ ทานอาหาร หรือ หาออะไร รองท้องมาก่อนได้นะครับ เนื่องจาก ร่างกายของคนเรา ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ก็ควรหาอะไร รองท้องมาก่อนนะครับ ย้ำว่า รองท้องนะครับ นอกจากนี้ การทาน อาหาร หรือ หาอะไร รองท้อง ก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยให้ คุณ สามารถ ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ได้ดีขค้นอีกด้วยนะครับ แล้วอาหารที่ควรทาน ควรจะเป็น แบบไหน

 

อาหารที่ควรทานก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai )

 

1. ข้าว หรือ ขนมปัง

ที่เราแนะนำให้ทาน ข้าว หรือ ว่าขนมปัง ก็เพราะว่า ทั้งสองอย่างนี้ คืออาหาร ที่ให้พลังงานกับร่างกาย ได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องออกแรงเยอะ และ ใช้พลังงานสูง ดังนั้น พลังงาน ที่มีอยู่ในร่างกาย ก็อาจจะไม่เพียงพอ อาจจะทำให้เมื่อซ้อม ก็จะรู้สึกเหนื่อยง่าย กว่าปกติ ดังนั้น ก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ก็ควรทานอาหาร ก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกครั้งนะครับ

 

2. อกไก่, ไขต้ม

อกไก่ ไขต้ม ถือว่าเป็น อาหารยอดฮิต สำหรับ คนที่ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพราะว่า อาหารประเทภโปรตีน จะช่วยให้ ผู้ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) สามารถ ซ้อมได้นานขึ้น และ อาหารประเภทโปรตีน ที่ช่วยเพิ่มพลังให้ กับผู้ซ้อม อีกทั้ง การทานอาหาร ที่มีโปรตีนสูง ยังทำให้กล้ามเนื้อ มีการฟื้นฟู และ มีการซ่อมแซม ได้เป็นอย่างดี อีกด้วยนะครับ

 

3. กล้วยหอม

อีหนึ่งอาหาร สุดฮิต ที่ขาดไม่ได้ ก็คือ กล้วยหอม เพียง 1 ลูกก่อนซ้อม ก็เพียงพอ เพราะว่า กล้วยหอม 1 ลูกนั้น มีทั้ง คาร์โบไฮเดรต และ น้ำตาล นอกจากนี้ ยังมีวิตามิน อีกด้วย 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อุปกรณ์ป้องกันตัว ที่ใช้ในมวยไทย

มวยไทย ได้อะไรมากกว่า การออกกำลังกาย

มวยไทย

มวยไทย ได้อะไรมากกว่า การออกกำลังกาย

มวยไทย เป็นการ ออกกำลังกาย อีกรูปแบบหนึ่ง ที่เริ่มมี ผู้คนสนใจ และ นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะ สาว ๆ ซึ่งมวยไทย เป็นศิลปะ การต่อสู้ ของประเทศไทย ที่มี ความโดดเด่น ในด้าน ของเทคนิค การกอดคอ เพื่อต่อสู้ ที่ใช้ทั้ง แรงกาย และ แรงใจ

ซึ่งการ ออกกำลังกาย ด้วยการฝึก มวยไทย ได้ประโยชน์ มากกว่าโทษ และ ได้อะไร ที่มากกว่า การออกกำลังกาย อีกด้วย

 

มวยไทย ให้อะไร กับเราบ้าง?

1) มวไทย ให้ทักษะ หรือ ศาสตร์ แห่งการ ป้องกันตัว

ในการฝึก มวยไทย สำหรับ ผู้หญิง และ ผู้ชาย จะได้การฝึก ร่างกาย ในการใช้ ศิลปะ ของการต่อสู้ ที่เป็นทักษะที่ดี และ มีประโยชน์ อย่างมาก อย่างเช่น การออกหมัด การใช้ศอก หรือ การเตะ รวมไปถึง ท่ายืน หรือ การเคลื่อนไหว ที่เหมาะสม และ มั่นคง ซึ่งจะช่วยให้ เอาตัวรอด หรือ ป้องกันตัว ในสถานการณ์ ฉุกเฉิน ที่คับขันได้

 

2) มวยไทย ช่วยผ่อนคลาย ความเครียดได้

การออกแรง ต่อยมวย จะช่วยระบาย ความเครียด และ ความอึกอัด ในใจ ที่หลาย ๆ คน พบเจอ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องงาน ที่มีปัญหา หรือ ทะเลาะกับ ครอบครัว คนรัก เพราะในการ ออกกำลังกาย ด้วยมวยไทย จะช่วยหลั่ง สารเอ็นดอร์ฟิน ที่จะทำให้ ร่างกายนั้น รู้สึกผ่อนคลาย มีความสดชื่น และ กระปรี้กระเปร่า

3) มวยไทย ช่วยลดน้ำหนัก และ ให้รูปร่าง ที่กระชับ เป็นสัดส่วน

การฝึก ต่อยมวย จะทำให้เคลื่อนไหว ร่างกาย ตั้งแต่ หัวจรดเท้า หรือ ง่าย ๆ ว่าทั้งตัว การฝึก มวยไทย ช่วยให้ลดน้ำหนัก และ ช่วยให้ ร่างกาย กระชับได้ โดยที่ไม่ต้อง มานั่งกังวล ว่าแขน จะใหญ่โต เป็นกล้ามปูด อีกทั้ง การต่อยมวย ยังใช้กล้ามเนื้อ ในส่วนของ แกนกลางลำตัว เป็นอย่างมาก ซึ่งจะช่วย ให้ได้หน้าท้อง ที่แบนราบ และ เห็นกล้ามท้อง อย่างชัดเจน

 

4) มวยไทย ช่วยฝึกสมาธิ อย่างดี

ในการฝึก การต่อยมวย ผู้ฝึก จะต้องจดจ่อ อยู่กับ การเคลื่อนไหว ของร่างกาย อย่างเช่น การออกหมัด เพื่อต่อย กระสอบทราย หรือ จังหวะ การขยับเท้า ในการเคลื่อนที่ ซึ่งจะทำให้ ช่วยเพิ่มสมาธิ มากขึ้น

 

5) มวยไทย ช่วยเพิ่ม ขีดจำกัด ให้ร่างกาย

การต่อย มวยไทย เพื่อการ ลดน้ำหนัก จะช่วยเพิ่ม ขีดจำกัด ให้ร่างกาย อย่างปลอดภัย เพราะเป็นการ เคลื่อนไหว ร่างกาย ในทิศทาง ที่เป็นไป ตามธรรมชาติ

 

6) มวยไทย ช่วยปรับ บุคลิกภาพ

การต่อยมวย จะฝึกฝน ให้สมอง และ ร่างกาย ทำงาน ในแบบ ประสานกัน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของ สายตา มือและ เท้า ในการชก หรือ การเตะ เป้าล่อ และ ตัวกระสอบทราย ซึ่งจะช่วย พัฒนา ให้ผู้ฝึก มวยไทย มีความคล่องแคล่ว และ มั่นใจ ในทุกท่วงท่า อีกทั้ง ยังช่วยเสริม ให้บุคลิก ดีขึ้น

 

การฝึก มวยไทย ได้อะไรมากกว่า แค่การ ออกกำลังกาย ซึ่งแต่ละ ประโยชน์นั้น เป็นสิ่งที่ดี ต่อร่างกาย และ สุขภาพ อีกทั้ง ยังช่วยให้เรา มีทักษะ ในการต่อสู้ ที่ดีขึ้น อีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อุปกรณ์ป้องกันตัว ที่ใช้ในมวยไทย

ฝึกเรียน มวยไทย ช่วยลดน้ำหนักได้ดี

อุปกรณ์ป้องกันตัว ที่ใช้ในมวยไทย

อุปกรณ์ป้องกันตัว ที่ใช้ในมวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ร่างกาย แทะ ไม่ว่าจะเป็น การต่อย การเตะ จนทำให้เกิดการเจ็บตัว ดังนั้น กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จึงตำเป็น ที่จะต้องมี อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการป้องกันตัว

 

กีฬาที่ต้อง ใช้ความรุน ในการเอาชนะ อย่างกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ที่เป็นกีฬา ที่ดูรุนแรง ในบางครั้ง อาจจะต้องเสียเลือด เสียเนื้อ ทำให้หลาย ๆ คนมองว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) น่าจะมีอุปกรณ์ ป้องกันตัวบ้าง แต่หลาย ๆ คนก็อาจจะไม่รู้ว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ก็มีอุปกรณ์ ที่ช่อยลดแรงกระแทก และ ถือว่าเป็น อุปกรณ์ป้องกันตัว ได้เช่นกัน อย่างเช่น นวม กระจับ และ ฟันยาง ดังนั้น วันนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูกันว่า อุปกรณ์ ลดแรงกระแทก และ ป้องกันตัว ของกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) มีอะไร และ ใช้หน้าที่อะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ   

 

 

1. นวม

เป็นอุกรณ์ป้องกันตัว ชิ้นแรก ที่หลาย ๆ คนรู้จัก และ คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะว่า นวมถือว่า เป็นอุปกรณ์ ชิ้นแรก ที่สำคัญ ไม่ต่างจาก อุปกรณ์ชิ้นอื่น ๆ หน้าที่ของนวม ก็คือ การป้องกันนิ้วมือ และ มือของนักมวย ในขณะ ที่มีการซ้อม หรือ มีการชกบนสังเวียน หากนักมวย ไม่มีการสวมนวม ก็อาจจะทำให้ เกิดการบาดเจ็บ เพราะบางครั้ง ในขณะ ที่ชกมวย บนสังเวียนนั้น ก็อาจจะพลาดไปโดนส่วนอื่น จนอาจจะทำให้เกิดแผลได้ เพราะฉะนั้น สำหรับนักมวยแล้ว นวม จึงเป็นอุปกรณ์ ที่จำเป็น และ ควรมีมีนะครับ

 

 

2. กระจับ

อีกหนึ่งอุปกรณ์ ที่คนในวงการมวย และ คนที่อยู่นอกวงการมวย นั้นรู้จักกันดี โดยกระจับ นั้นมีหน้าที่ ที่ช่วยในการ ป้องปก และ ลด แรงกระกระแทก ที่กระทบบริเวณ ท้องน้อย และ อวัยเพศ เพราะบนสังเวียน หรือเวทีมวยนั้น การออกอาวุธ ของนักมวยนั้น ใส่กันเต็มที่อยู่แล้ว หากนักมวย ไม่สวมกระจับ ก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้น กระจับ จึงเป็นอุปกรณ์ ที่จะเป็น และ ขาดไม่ได้ นั่นเองครับ

 

 

3. ฟันยาง

ฟันยาง ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง อุปกรณ์ ป้องกันตัว และ เป็นอุปกรณ์ ลดแรงกระแทก ที่สำคัญมาก ๆ เพราะว่า หน้าที่ของฟันยาง ไม่เพียงแต่ มีหน้าที่ ในการรักษา และ ปกป้องฟัน เท่านั้น นะครับ แต่การฟังยาง ยังมีหน้าที่ ในการป้องกัน ถึงระบบประสาท เพราะว่า เมื่อมีการชก กันจริง ๆ จุดต่อ เส้นประสาท จะอยู่ตรงขากรรไกร หากมีการกระแทก แรก ๆ ก็อาจจะทำให้มีปัญหา ต่อระบบประสาท และ สมองได้นะครับ ดังนั้น เรามักจะเห็น นักมวย สวมฟันยางตลอดเวลา ที่ขึ้นชกบนเวที เพื่อเป็นการ ป้องกันไม่ให้มีปัญหา เกี่ยวกับ ระบบประสาท และ สมอง

 

 

4. แองเกิ้ล

อีกหนึ่งอุปกรณ์ ที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญ นั่นก็คือ แองเกิ้ล ที่หลาย ๆ คนอาจจะสงสัย ว่าสิ่งนี้ คืออะไร แองเกิ้ล ก็คือ ถุงเท้า ที่เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมองว่า ไม่ค่อยสำคัญ แต่จริง ๆ แล้ว แองเกิ้ล คืออุปกรณ์ ที่สำคัญมาก ๆ นะครับ ซึ่งหน้าที่ของ แองเกิ้ลนั้น จะมีหน้าที่ ช่วยปกป้องข้อเท้า ของเรา ไม่ให้พลิกง่าย นอกจากนี้ แองเกิ้ล ยังทำให้ข้อเท้า มีความกระชับ เดินได้สะดวก ออกอาวุธได้ดีขึ้น

 

 

5. ผ้าพันข้อมือ

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่ไม่สามารถ ขาดได้เลย นั่นก็คือ ผ้าพันข้อมือ แม้ว่า จะเป็นอุปกร์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ดูเหมือน จะไม่สำคัญ เท่าไหร่นัก แต่จริง ๆ ผ้าพันข้อมือ มีความสำคัญมาก ๆ เพราะว่า ผ้าพันข้อมือ นั้นช่วยปกป้อง ข้อต่อต่าง ๆ บนมือของเรา ไม่ว่าจะเป็น ข้อนิ้ว ข้อมือ เพราะทุกครั้ง ที่มีการชก แรกกระแทก จะมากระทบที่มือ และ ข้อมือ ของนักมวยด้วย เมื่อมีการกระทบหลาย ๆ ครั้ง และ แรง ๆ ก็อาจจะทำให้ กระดูกข้อมือ เลื่อน เคล็ด หรือ ว่าซ้นได้ นั่นเองครับ จึงทำให้ เราเห็นนักมวยใช้ผ้าพันข้อมืออยู่บ่อย ๆ 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พฤติกรรมที่ไม่ควรทำหลังซ้อมมวยไทย

ฝึกเรียน มวยไทย ช่วยลดน้ำหนักได้ดี 

มวยไทย

ฝึกเรียน มวยไทย ช่วยลดน้ำหนักได้ดี

การฝึกเรียน มวยไทย เพื่อลดน้ำหนัก เป็นที่นิยม ในหมู่สาว ๆ เป็นอย่างมาก เพราะการเรียน มวยไทย มีความสนุกสนาน อีกทั้ง ยังช่วย ลดน้ำหนัก ได้อย่างดี และ รวดเร็ว โดยการ ออกกำลังกาย แบบมวยไทย สามารถ เผาผลาญ พลังงาน ได้ถึง 200 - 400 แคลอรี่

ซึ่งคอร์สเรียน มวยไทย ในปัจจุบัน ก็มีการ พัฒนา รูปแบบ การฝึก โดยผสมผสาน กับการ ออกกำลังกาย ในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่น

 

มวยไทย กับ แอโรบิก

การต่อยมวย แอโรบิก เช่น คีตะมวยไทย หรือ Boxing Dance  เป็นการเอา ท่าทาง การเคลื่อนไหว ของแม่ไม้ และ ลูกไม้มวยไทย มาผสมผสาน กับ แอโรบิก ที่เน้น การหายใจ ขณะออกกำลังกาย เพื่อทำให้ ร่างกาย นำออกซิเจน เข้าไปช่วย เผาผลาญ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมันส่วนเกิน ซึ่งการ ต่อยมวย แอโรบิก จะมุ่งเน้น ที่ความต่อเนื่อง มากกว่า ความเข้มข้น และ ใช้เวลา อย่างน้อย 20 - 30 นาที จะมีประโยชน์ ในการ เสริมสร้าง ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ และ เสริมระบบ การหายใจ

 

มวยไทย x HIIT

การต่อยมวย แบบ HIIT หรือ High-Intensity Interval Training เป็นการ ออกกำลังกาย อย่างทุ่มเท แรงกาย และ แรงใจ ในเวลาสั้น สลับกับ การออกแบบ เบากว่า โดยใช้เวลา เพียง 30 นาที ซึ่งเป็น การฝึก ที่หนักมาก เพื่อให้เกิด การเผาผลาญ หลังจาก ออกกำลังกาย ( Exercise Afterburn ) ที่จะเกิดขึ้น ติดต่อกัน ได้นาน ถึง 48 ชั่วโมง ถือเป็น วิธีการ ต่อยมวย ลดน้ำหนัก ที่ให้ผล รวดเร็วที่สุด

 

สรุปง่าย ๆ ก็คือ การต่อยมวย ลดน้ำหนัก แบบ HIIT จะเน้นที่ ความคล่องแคล่ว ว่องไว และ ความหนักหน่วง ของการ ออกกำลังกาย จะไม่เหมาะ กับ กลุ่มคน ที่มีปัญหา เรื่องโรคหัวใจ โรคหอบ หรือ คนที่หาย จากการ เข้าฟิตเนส ไปนาน นอกจากนี้ การต่อยมวย ยังมีการ ปะทะ และ กระแทก ซึ่งผู้ที่มี ปัญหา เกี่ยวกับ ข้อต่อ ในร่างกาย ควรหลีกเลี่ยง แต่ในกรณี ที่อยากเรียน การต่อยมวย แบบแอโรบิก ที่เน้น ความเคลื่อนไหว และ การหายใจ เป็นหลัก อาจจะ ต้องขอ คำแนะนำ หรือ ปรึกษา กับแพทย์ ก่อนที่จะ เริ่มฝึก มวยไทย ในรูปแบบต่าง ๆ

ปัจจุบัน มวยไทย เป็นการ ออกกำลังกาย แบบหนึ่ง ที่สาว ๆ ส่วนมาก หันมา ให้ความสนใจ กับการ ต่อยมวย เพื่อลดน้ำหนัก กันมากขึ้น เพราะมีความ สนุกสนาน สามารถ เบิร์นไขมัน และ แคลอรี่ ในระยะเวลาสั้น ทำให้รูปร่าง สวย มีสัดส่วน ที่กระชับ อีกทั้ง ยังช่วย ปรับบุคลิกภาพ ให้ดูดี มากขึ้นด้วย

 

สำหรับ สาว ๆ คนไหน ที่อยาก ลดน้ำหนัก อย่างรวดเร็ว ก็แนะนำ ให้ไปเรียน มวยไทย กันดู แต่ทว่า อย่าหักโหม ในการ ออกกำลังกาย มากนะ เพราะอาจทำให้ เกิดอาการ บาดเจ็บได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

พฤติกรรมที่ไม่ควรทำหลังซ้อมมวยไทย

ความสำคัญ ของ กระจับ มวยไทย ( Muay Thai )

พฤติกรรมที่ไม่ควรทำหลังซ้อมมวยไทย

พฤติกรรมที่ไม่ควรทำหลังซ้อมมวยไทย

หากไม่อยากล้ามเนื้อหาย และ ไม่อยาก ให้การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) หากมีพฤติกรรม เหล่านี้ ก็ควรที่จะหยุดทำนะครับ การทำพฤติกรรม เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ ส่งผลให้  ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ไม่เห็นผล แต่ยังทำให้ ไม่มีกำลังใจ ในการออกกำลังกาย อีกด้วยนะครับ

 

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ช่วยในเหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ด้านสุขภาพ และ ด้านจิตใจ แต่ถึงอย่างไร กีฬาที่ดี อย่างกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ก็ต้อง ทำสิ่งทีดี ตามมาด้วย นะครับ โดยเฉพาะ หลังจากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ต้อง ทำสิ่งที่ดี เช่นกันเพราะไม่อย่างงั้น การทำแบบนี้ ก็ อาจจะทำการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่เห็นผล และ ทำให้ไม่อยากซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ต่ออีกด้วยนะครับ เพราะนั้นจะมี อะไรบ้าง ไปดูกัน

 

 

1. กินอาหารมั่ว

เนื่องจากการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai )  เป็นกีฬา ที่ต้องใช้พลังานเยอะ ทำใหหลาย ๆ คนเหนื่อย และ อยากหาอะไรอร่อย ๆ ทาน เพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเอง การทำพฤติกรรมนี้ หลังซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นเรื่อง ที่ไม่ควรทำ อย่างมาก เพราะการทำแบบนี้ นอกจากจะทำให้ คุณหุ่นไม่เปลี่ยนแล้ว การทานอาหารมั่ว ยังจะทำให้คุณ กลายเป็นหมูที่แข็งแรง อีกด้วยนะครับ  เพราะฉะนั้น หลังจากการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ควรที่จะ เลือกทานอาหาร สักนิดนึง อาจจะไม่ต้องทานอาหารคลีน ก็ได้ แต่ก็ควรเลี่ยง อาหารทอดอาหารมันนะครับ และ ที่สำคัญ ควรที่จะเน้นไป ที่การทาน โปรตีน เพื่อเป็น การซ่อมแซม และ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ หลังจากการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) นะครับ

 

 

2. นอนน้อย

อีกหนึ่ง พฤติกรรม ที่ห้ามทำ ก็คือ การนอนน้อย หรือ การพักผ่อนน้อย แม้ว่าวันนั้น จะไม่ได้ เป็นการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai )  ที่หนักก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม คุณ ก็ควรที่จะ มีการพักผ่อน ที่เพียงพอ และ เต็มนะครับ เพราะ หลังจากการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai )  ร่างกายของเรา จะต้องการ เวลาในการฟื้นฟู และ ซ่อมบำรุง ดังนั้น การที่คุณ พักผ่อนน้อยนั้น จะทำให้ ร่างกายของเรา ไม่สามารถ ซ่อมแซม และ ฟื้นฟูได้ดี เพราะฉะนั้น หลังจากการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ทุกครั้ง ควรตระหนักไว้เสมอว่า ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากจรี้ การพักผ่อน ที่ไม่เพียงพอ ยังทำให้เหนื่อย และ ล้าง่าย นะครับ และ อาจจะส่งผล ต่อการทำงาน และ การใช้ชีวิตประจำวันได้นะครับ จึงทำให้ การพักผ่อน เป็นเรื่อง ที่สำคัญมาก ๆ

 

 

3. ไม่ดื่มน้ำผสมเกลือแร่

กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ทำให้ออกเยอะมาก ๆ ดังนั้น การดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียว ก็ไม่เพียงพอ หลังจากการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) จึงควรที่จะ ดื่มน้ำผสมเกลือเข้าไปด้วย  เพื่อเป็นการทดแทน เกลือแร่ ที่ร่างกาย ได้สูญเสียไปนะครับ และ การดื่มนน้ำ ผสมเกลือแน่ ยังเป็นการ ป้องกันการเกิด ภาวะขาดน้ำ อีกด้วยนะครับ และ ทางที่ดี ก็ควรที่จะ มีการจิบ น้ำผสมเกลือแร่ ระหว่าการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้ ไม่เหนื่อยมาก

 

3 พฤติกรรมนี้ เป็น 3 พฤติกรรม ที่หลาย ๆ คนมักจะพลาด และ ไม่ทำกัน เพราะด้วยความคิดที่ว่า เป็นเรื่อง ไม่สำคัญ และ จำเป็น หากเพื่อน ๆ คนไหน ที่พฤติกรรมเหล่านี้ ก็ควรที่จะ หยุดทำนะครับ อย่างที่เรา ได้บอกไป ว่าการทำ 3 พฤติกรรมนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ กล้ามเนื้อหาย แต่ยังส่งผลเสีย ต่อผู้ฝึกซ้อม ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ได้อีกนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อาหารหลังซ้อมมวย

ทำความเข้าใจ การมวยไทยลดน้ำหนัก

ความสำคัญ ของ กระจับ มวยไทย ( Muay Thai )

ความสำคัญ ของ กระจับ มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ เคยได้ยินชื่อ อุปกรณ์มวย อย่าง กระจับ ( Groin Guard ) หรือ กระจับนักมวย กันไหมคะ ไม่ว่าจะ มวยไทย ( Muay Thai ) มวยสากล นักกีฬานั้นก็ต้องใส่เหมือนกันแล้วมันคืออะไรมี ความสำคัญ อย่างไร วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องนี้กันค่ะ

 

กระจับ ( Groin Guard ) คืออะไร ?

กระจับ ( Groin Guard ) เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างหนึ่ง ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )  รวมถึงการต่อสู้ชนิดอื่น กระจับที่นักมวยต้องสวมใส่ เพื่อให้เกิดความกระชับ และ ป้องกัน แรงกระแทก ที่จะเกิดบริเวณอวัยวะเพศ เนื่องจากการชกต่อยมวย อาจทำให้เกิดความเสี่ยง ต่อการบาดเจ็บ บริเวณท้องน้อย และ ช่วงขาหนีบ ได้ง่าย

 

 

กระจับในสมัยก่อน

ในอดีต กระจับนักมวย มีลักษณะเป็นแค่ถ้วยกระเปาะ ( cup ) ทำจากโลหะขนาดพอเหมาะ สำหรับปกปิดด้านหน้า ของอวัยวะเพศชาย และ ถุงอัณฑะเท่านั้น และ ใช้เชือกผูกร้อย ให้แน่นกับเอวและ ง่ามขา โดยนักมวยจะผูกกระจับไว้ นอกกางเกงชั้นใน ก่อนจะสวมกางเกงมวยอีกชั้นหนึ่ง ขณะที่กระจับในการแข่งขันสากล แทนที่จะร้อยเชือกแบบเดิม ก็มีการนำเอากระเปาะ ( cup ) ดังกล่าว ไปสวมเข้ากับกางเกงสปอตเตอร์ ( supporter ) ทำให้สวมใส่ได้ง่าย และ กระชับขึ้น

 

กระจับในสมัยปัจจุบัน

ใน ปัจจุบัน กระจับนักมวย นั้น ได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมสำหรับ นักมวย หรือ นักกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) มากขึ้น โดยจะมีการผลิตออกมา หลายขนาด เพื่อรองรับกับความแตกต่าง ของสรีระร่างกาย และ ขนาดอวัยวะเพศ ของแต่ละคนให้มีความเหมาะสม และ กระชับ โดยกระจับนักมวยของไทย ใส่ในกางเกง และ กระจับ แนบกับอวัยวะเพศ ทำให้ไม่เห็นกระจับ ขณะที่ต่อยมวย

 

สำหรับมวยสากล กระจับของนักมวย สวมใส่ไว้ภายนอก กางเกงของนักมวย หรือ นักกีฬา โดยกระจับนักมวยแบบ มวยสากล นอกจาก จะออกแบบเพื่อช่วยป้องกัน การกระทบ ในบริเวณอวัยวะเพศแล้ว ยังครอบคลุมได้ทั่ว ทั้งบริเวณท้องน้อย ทำให้มีประสิทธิภาพในการ ป้องกันการบาดเจ็บ ได้เป็นอย่างดี

 

กระจับนักมวย สำหรับผู้หญิง

นักมวยหญิง หรือนักกีฬาผู้หญิง ก็จำเป็นต้องใช้ กระจับ เพื่อป้องกันอวัยวะ ของเพศหญิงเช่นกัน โดยกระจับนักมวยของเพศหญิง จะใส่ครอบอยู่ภายนอกกางเกง เหมือนกับกระจับ แบบนักมวยสากล แต่มีขนาดที่เล็กกว่า นอกจากนี้ นักมวยหญิง ยังจำเป็นต้องสวมใส่ เกราะอก หรือ กระจับบน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ช่วงทรวงอกด้วย

 

การใช้กระจับ ในการแต่งกาย ของนักมวย

ตามกติการะบุ การสวมใส่กระจับไว้ว่า ต้องสวมกระจับ ที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงทนทาน และ ได้รับการรับรอง จากสภามวยไทยโลก เมื่อถูกตีด้วยเข่า หรือ อาวุธ ในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณ อวัยวะเพศ จะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และ ต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือ ให้เรียบร้อย

 

ความปลอดภัย จากการใช้กระจับ

อวัยวะเพศของทั้งเพศชาย และ เพศหญิงนั้น จะมีความเปราะบาง ต่อแรงกระแทก และ บริเวณนี้ยังมีเส้นประสาท รับความเจ็บปวด มาเลี้ยงมาก ทำให้เกิดความเจ็บปวด ได้อย่างรุนแรง จึงมีความจำเป็น ที่เรานั้นจะ ต้องหาอุปกรณ์ที่เป็นเกราะป้องกัน มาใช้ในกีฬาที่ต้องปะทะ ร่างกาย กัน และไม่ใช่แค่ มวยไทยหรือมวยสากล ที่ต้องใช้กระจับ ยังมีกีฬา อีกหลายประเภท ที่ต้องใช้ อุปกรณ์ป้องกัน อวัยวะเพศ อีกหลายกีฬา นั้นเอง

 

กระจับนักมวย เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก สำหรับนักมวย ที่จะช่วยป้องกันอันตราย จากการกระแทกที่อาจเกิดขึ้นได้ จากการชกมวย ทุกครั้งในการชกมวย นักมวยจึงต้องใส่กระจับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตนเอง

 

 เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ความสำคัญของ กระจับ ( Groin Guard ) หรือ กระจับนักมวย หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

ทำความเข้าใจ การมวยไทยลดน้ำหนัก

ทำความเข้าใจ การมวยไทยลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนัก ด้วยมวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่า เป็นกิจกรรม ที่เป็นที่นิยม เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น เพศหญิง หรือ เพศชาย ก็ใช้ มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อลดน้ำหนัก และ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬา ที่ช่วยลด น้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี

 

การมวยไทย ( Muay Thai ) เป็นที่นิยม และ ใช้ในการลดน้ำหนักนั้น ก็เป็นเพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ได้รับความนิยม จากเหล่าดาราดัง และ คนดังหลาย ๆ คนที่ใช้มวยไทย ( Muay Thai ) ในการลดน้ำหนัก จึงทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นที่นิยม ในคนหมาก แม้ว่า ในปัจจุบัน ปม้ว่า ความนิยม จะลดลงไป แต่การใช้ มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อลดน้ำหนัก ก็ยังถือว่า ได้รับ ความนิยมอยู่ ประมาณนึง แต่อย่างไรก็ตาม มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ถือว่า เป็นกีฬา ที่ลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังช่วย ปรับสมดุล ฝนร่างกาย ของเรา ได้ไม่น้อย

 

 

ความเข้าใจของมวยไทย ( Muay Thai )  เพื่อลดน้ำหนัก

การเรียนมวยไทย ( Muay Thai )  เพื่อลดน้ำหนักนั้น เราต้องเข้าใจก่อน นะครับ ว่า การที่คุณ เรียนมวยไทย ( Muay Thai )  เพื่อลดน้ำหนักนั้น คลาสเรียน จะเน้นไปที่ การลดน้ำหนักมากกว่า การเศอลปะการป้องกันตัว แต่การเรียน มวยไทย ( Muay Thai )  อย่างเดียวนั้น จะเน้นไปที่ การกรต่อสู้อย่างเดี่ยว ทั้งสอง อย่างนี้ จึงแจกต่างกัน แต่สามารถ ลดน้ำหนัก ได้เช่นเดียวกัน แต่การเรียน มวยไทย ( Muay Thai )  เพื่อลดน้ำหนัก จะลดน้ำหนักได้ดีกว่า นะครับ และ ส่วนของการฝึก ก็จะแตกต่าง กันออกไป มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อการลดน้ำหนัก ก็จะมีการเน้น ไปที่การออกกำลังกาย สะส่วนใหญ่ ไม่ได้เน้น การต่อสู้มากนัก ในส่วนนี้ คลาสแต่ละคลาส ก็จะแตกต่างกันออกไป นะครับ ในส่วนของการ ลดน้ำหนัก ก็อาจจะต้อง มีเตะ ต่อย การออกกอาวุธ ต่าง ๆ เพื่อให้ ทุกส่วนของร่างกาย ได้มีการใช้งาน และ ยังเป็นการพัฒนา และ เพิ่มกล้ามเนื้อ เฉพาะส่วน ไปในตัวด้วยครับ

 

ข้อดีของมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อการลดน้ำหนัก ข้อดีที่หลาย ๆคนอาจจะไม่รู้ ก็คือ ช่วยลดความเครียด ได้ดี เนื่องจาก การได้เตะ ได้ต่อย กระสอยทราย ทำให้ ลดความเครียด ได้เป็นอย่างดี นอกขากนี้ การลดน้ำหนักด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) ยังสนุก และ ไม่กดดันอีกด้วย ทำให้สามารถ ลดน้ำหนักได้เร็ว และ ทำได้นาน ไม่เบื่อ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้เราได้ชาเล้นจ์ ในการออกกำลังกาย ทำให้ยิ่งท้าทาย ยิ่งสนุก ก็ยิ่ง ลดน้ำหนักได้ดี หัวใจหลัก ของการลดน้ำหนัก คือความสนุก ไม่เครียด นะครับ

 

 

รูปแบบการออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนัก

มวยไทย ( Muay Thai )  เพื่อการลน้ำหนักนั้น จะเป็นการคาร์ดิโอแบบ HIT ที่จะต้องใช้ร่างกาย ทุกส่วน ด้วยความรวดเร็ว หนังหน่วง แต่ไม่นาน ใช้เวลาเพียงสั้น ๆ แต่รับรองได้เลยว่า ได้ใช้ ร่างกาย อย่างเต็มที่ และ เหนื่อยสุด ๆ แน่นอน เพราะฉะนั้น มวยไทย ( Muay Thai ) จึงไม่เหมาะกับ คนที่มีปัญหาสุขภาพ อย่าง คนทีป่วยเป็นโรคหัวใจ คนที่ป่วย เป็นโนคความดันโลหิตสูง และ คนที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด

 

 

ข้อควรระวัง

เนื่องจาก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องมีการปะทะ ถึงแว้ว่าคุณจะเรียนมา แล้วรู้น้ำหนัก รู้วิธีป้องกันก็ตาม แต่อย่างไร ก็ไม่ควร ไปฝึกซ้อมกันเอง นะครับ ควรที่จะฝึกซ้อมกับ ครูมวย หรือ ว่าเทรนเนอร์นะครับ หากอยากฝึกซ้อมเองที่บ้าน ก็ควรที่จะ ซ้อมกับ กระสอบทรายนะครับ เพื่อที่จะได้ ไม่เกิดอันตราย ต่อผู้ซ้อม และ คู่ซ้อม นะครับ

 

หากเพื่อน ๆ สนใจ ที่จะเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) ก็สามารถ ติดต่อ สมัครเรียนได้ที่ Jaroenthong Muay Thai Srinakarin ได้นะครับ 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อาหารหลังซ้อมมวย | เจริญทองมวยไทยข้าวสาร

หลังฝึกมวยไทย ควรพักผ่อนอย่างไร | เจริญทองมวยไทยข้าวสาร

หลังฝึกมวยไทย ควรพักผ่อนอย่างไร

หลังฝึกมวยไทย ควรพักผ่อนอย่างไร

การออกกำลังกาย ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี ต่อร่างกาย นอกจาก การฝึกมวยไทยแล้ว การพักผ่อน ก็ถือว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ต่างกัน เรามากูกันว่า หลังจากการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) แล้ว เราจะมีการพักผ่อน อย่างไร

 

นอกเหนือจาก การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) การพักผ่อน ก็ถือว่า เป็นสิ่งสำคัญ เช่นกัน เพราะการพักผ่อนนั้น ไม่เพียงแต่ เป็นการ พักทำให้เรา หายเหนื่อย เท่านี้นะครับ การพักผ่อน หลังการ ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นการเรียกพลัง ให้กลับมาได้อีกด้วย นอกจากนี้ การพักผ่อน ยังเป็นการทำให้ กล้ามเนื้อของเรา มีความเครียด น้อยลง ทำให้กชร่างกาย สามารถสร้างกล้ามเนื้อ ได้เป็นอย่างดี ทำให้ การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราไปดูกัน ว่าการพักผ่อน หลังจาก การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

1. อาหาร

สำหรับ เพื่อน ๆ ที่ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) หรือ ใช้กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อลดความอ้วนนั้น หลังจาก การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) สิ่งที่เราควรทำ ก็คือ การทานอาหาร แม้ง่า เราออกกำลังกายมาแล้ว จะไม่อยากทานอาหาร ก็ตามม โดยเฉพาะ อาหารในที่สำคัญ อย่าง คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) และ โปรตีน  ( Protein ) แม้ว่าการทาน คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) หลาย ๆ คนมักจะคิดว่า ทำให้อ้วนก็ตาม แต่การที่เรา ทาน คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) จะทำให้ร่างกาย ของเรามีพลังงาน และ ไม่หิว ทำให้เราสามารถพักผ่อน ได้อย่างเต็มที่ และ ที่สำคัญ การทาน คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) ยังช่วยลดการสลาย กล้ามเนื้อ สิ่งที่สำคัญ สำหรับ การพักผ่อน ก็คือ การทาน โปรตีน ( Protein ) เพื่อเพื่อให้ร่างกายของเรา ได้สร้างกล้ามเนื้อ ในส่วนนี้ จึงเป็นข้อดี ของคนที่ลดน้ำหนัก และ คนที่อยาก เพิ่มกล้ามเนื้อ

 

 

2. การนอนหลับ

สำหรับการพักผ่อน ที่ดีนั้น เป็นไปไม่ได้เลย ถ้าจะไม่พูดถึงการนอนหลับ ก็คงไม่ได้ ไม่ว่าจะออกกำลังกายหนักแค่ไหน หรือ ว่าทานอาหารดีแค่ไหน ถ้าหาก มีการนอนหลับ มีการพักผ่อน ที่ไม่ดีการออกกำลังกาย ก็ไม่ส่งผล ให้มีสุขภาพที่ดี เนื่องจาก การนอนหลับนั้น ร่างกายจะมีระบบกลไกล ในการสร้างกล้าม และ ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ได้ดีกว่า การที่เราไม่นอน นอกจากนี้ การนอนหลับ ยังทำให้ร่างกาย มีการฟื้นฟู ระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเหนื่อยล้า สมอง ระบบเผาผลาญ ได้เป็นอย่างดี นะครับ และ ควรที่จะพักผ่อนให้เพียงพอ 7 – 9 ชั่วโมงต่อวัน นะครับ เพื่อสุขภาพที่ดี

 

 

3. ทานผักผลไม้

แม้ว่าจะเป็นวันพักผ่อน วันทั้ง วันจะไม่ได้มี การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ก็ตาม แต่เราเก็ยังคง ต้องทานอาหารที่ดี มีประโยชน์อยู่ และ ที่สำคัญ สำหรับวันพักผ่อน ก็คือ การทานผัก และ ผลไม้ เพื่อให้ร่างกายของเรา ได้รับ วิตามิน และ เกลือแร่ เนื่องจาก วิตามินน และ เกลือแร่ เป็นสารอาหาร สำคัญที่ร่างกาย ของเรา ไม่สามารถขาดได้ เพราะว่า วิตามิน และ เหลือแร่นั้น เป็นสารอาหาร ที่ทำให้ร่างกายของเรา มีประสิทธิภาพ ในการฟื้นฟู ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย การสร้างกล้ามเนื้อ การสร้างฮอร์โมนต่าง ๆ สามารถสร้างได้ดีขึ้น อีกทั้ง ผัก ผลไม้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านอนุมูลอิสระ ในร่างกาย และ ยังเป็นการรักษา สมดุล ในร่างกาย ด้วยนะครับ

 

 

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

เนื่องจาก วันพักผ่อน เป็นวัน ที่สำคัญที่สุด สำหรับ การซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ที่สำคัญ เพื่อให้ร่างกายของเรา ได้มีการรักษาสมดุล ก็ควรที่จะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ตามที่ร่างกายต้องการ การดื่มน้ำ ไม่เป็นเพียงแค่ เป็นการเพิ่มความสดชื่น ให้กับเราเท่านั้น นะครับ แต่การดื่มน้ำ ยังเป็นนการรักษา สมดุลในร่างกายของเรา ให้สามารถ ทำงาน ได้เป็นอย่างดี 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อาหารหลังซ้อมมวย

ความสำคัญของกล้ามหน้าท้อง

อาหารหลังซ้อมมวย

อาหารหลังซ้อมมวย

หลังออกกำลังกาย  สิ่งที่หลาย ๆ คนมักจะเจอ ก็คือ เรื่องของอาหาร หลังออกกำลังกาย ไม่รู้ว่า จะต้องทานอาหาร อย่างไร ทานเมนูอะไร เพราะว่า ออกกำลังกายมาแล้ว อยากกินอะไรคลีน ๆ วันนี้เรา มีเมนู มานำ

 

อาหารหลัง จากการออกกำลังกาย เป็นอะไรที่ หลาย ๆ คนเกิดความสงสัย เป็นอย่างมาก ว่าหลังอาหาร เราจะต้องทานอะไรดี เราจะต้องทานอาหาร อย่างไร ทานอาหารแบบไหนดี เพื่อไม่ให้ กลับไปอ้วน และ เพื่อเป็นการให้ การออกกำลังกาย ครั้งนี้ ส่งผลตีต่อร่างกาย ของเรา มากที่สุด ซึ่ง อาหาร ที่เรา จะแนะนำเพื่อน ๆ นั้น ก็จะเป็น อาหารที่เพิ่ม ระบบเผาผลาญ ในร่างกาย ที่ทำให้ร่างกายของเรา ยังมีการเผาผลาญ ไปได้อย่างต่อเนื่อง จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

 

1. ไขไก่ ( Egg )

ไข่ ถือว่า เป็นอาหารพื้นฐาน ของใครหลาย ๆ คน และ เป็นเมนู ที่ใคร ๆ สามารถทำทาน เองได้ที่บ้าน โดยการทำ เมนูไข่นั้น ทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ไข่ต้ม ไข่ทอด ไข่กระทะ หรือ เมนูตามใชเพื่อน ๆ แต่วันนี้ ที่เราจะแนะนำ เพื่อน ๆ ก็คือ ไข่ต้มนั่นเองครับ ซึ่งเมนูไขต้ม เป็นเมนูที่ทำให้อิ่มท้อง และ ยังเป็นเมนู ที่ลีนมาก ๆ อีกด้วย หากเราทาน หลังจากที่เรา ซ้อมมวยไทย จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เพราะ จะทำให้การ เผาผลาญในร่างกาย เป็นไปได้อย่าง ต่อเนื่อง

 

 

2. เนื้อสัตว์ ( ไม่ติดมัน )

หลังซ้อมมวยไทยเสร็จ เราจะหาร้านอาร่อย ๆ ทาน หรือ จะเลือกเป็น ทานสเต็กก็ได้นะครับ การซ้อมมวยนั้น เป็นการออกกำลังกาย ที่ต้อง ใช้ร่างกาย และ ใช้กล้ามเนื้อ เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการ สร้างกล้ามเนื้อ ที่ดี ก็ควรที่จะ เลือกทาน เนื้อสัตว์ ที่ไม่ติดมัน นะครับ เพราะว่า เนื้อสัตว์ 1 ชิ้น ก็มีโปรตีนที่สูง ทำให้ร่างกาย สามารถ นำไปสร้างกล้ามเนื้อ ได้เป็นอย่างดี ข้อดี ของทาเนื้อสัตว์ ที่ไม่ติดมัน ยังเป็นการ เพิ่มการเผาผลาญ ในร่างกาย ของเรา ได้อีกด้วย การทานเนื้อสัตว์ ที่ไม่ติดมันนั้น จะทำให้ ร่างกายของเรา ไม่เกิดการสะสมไขมัน ดีต่อคนที่ลด น้ำหนักด้วยนะครับ

 

 

3. ทานเนื้อปลา

ในส่วนของเนื้อปลานั้น เราจะทานเนื้อปลา แบบไหนก็ได้ ไม้ว่าจะเป็น ปลาทะเล หรือ ว่าปลาน้ำจืด ก็สามารถทานได้ เพราะว่า เนื้อปลานั้น เป็นเนื้อสัตว์ ที่มีโปรตีนสูง และ เป็นเนื้อสัตว์ ที่มีไขมันต่ำ ทำให้ร่างกาย ของเรา สามารถได้รับโปรตีน ได้อย่างเพียงพอ นะครับ นอกจากนี้ ยังช่วยลดน้ำหนัก ได้อีกด้วย นะครับ

 

 

4. ดื่มนม

การดื่มนม หลังการซ้อมมวย จะช่วยให้กล้ามเนื้อ สามารถฟื้นตัวได้ดี จึงเหมาะมาก ที่เราจะดื่มนม หลังจากการซ้อมมวยไทย นอกจากนี้ ยังมีโปรตีน ที่ช่วยเสริมสร้าง กล้ามเนื้อ ได้เป็นอย่างดี

 

 

5. ทานอาหาร ที่มีโปรตีนสูง

การทานอาหารที่มี โปรตีนสูง หลังจากการ การซ้อมมวยไทย เป็นสิ่งที่เรา ควรทำเป็นอย่างมาก เพราะว่า โปรตีน จะเป็นสารอาหาร ที่ช่วยในการ เสริมสร้าง และซ่อมแซม กล้ามเนื้อ อีกด้วย นอกจากนี้ การทานอาการที่มีโปรตีนสูง ยังทำให้ร่างกายของเรา ฟื้นตัวได้ดี หลังจาก การซ้อมมวยไทย นะครับ

 

 

6. ทานผลไม้

เพื่อให้ ร่างกาย มีการฟื้นฟูตัวเอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ ร่างกายของเรา ฟื้นฟูตัวเองได้ เป็นอย่างดี นะครับ นอกจากนี้ ผลไม้ยังมี ธาตุเหล็ก วิตามิน เกลือแร่ และ ในผลไม้ ยังมีน้ำตาล ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น ให้กับ ร่างกายของเรา เมื่อเราทานเข้าไปแล้ว เราก็จะรู้สึกสดชื่น ด้วยนะครับ

 

เพียงเท่านี้ ก็หมดปัญหา ในการเลือกทาน หลังการซ้อมมวยไทย แล้วนะครับ เพียงทานตามนี้ ก็จะทำให้ร่างกาย มีการเผาผลาญ และ กล้ามเนื้อ ที่เพิ่มขึ้น อีกด้วยนะครับ และ ที่สำคัญ หลังตากการซ้อมมวยไทย ทุกครั้ง ก็ควรเลือกทาน อาหารที่มี โปรตีนสูง เข้าไว้นะครับ เพื่อการฟื้นฟูร่างกาย ที่ดี และ สมบูรณ์ นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

คลายเครียด ด้วยมวยไทย

สิ่งที่ควรทำ หลังฝึกมวยไทย

 

มวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) กับ การไหว้ครู

มวยไทย ( Muay Thai ) กับ การไหว้ครู ถือเป็น ประเพณี ที่สำคัญ และ ถือเป็น พิธีการ อันศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่ จะได้รับ การฝึกฝน ให้เป็น นักมวย จะต้องมีการ ขึ้นครู เป็นอันดับแรก ซึ่งเปรียบเสมือน พิธีการ มอบตนเอง ให้อยู่ ภายใต้ การบังคับ บัญชา ของครู

เพื่อเป็นการ ศึกษาวิทยาการ ในฐานะของ คนที่ว่านอน สอนง่าย และกล้าหาญ สำหรับ การเตรียมตัว และ ปรับปรุงตน ให้ก้าวขึ้น สู่การเป็น ทหารพระราชา นักมวย จะต้องมีครู ต้องเคารพ และเทิดทูนครู เพราะว่า ในสมัยก่อน การที่ครู จะยอมรับ ผู้ใดเป็นศิษย์ ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งครูมวย ที่เชี่ยวชาญ ก็มีอยู่ ไม่มากนัก และในการสอน ไม่ได้คิดค่าสอน แต่อย่างใด ผู้ที่มีความประสงค์ จะศึกษาเล่าเรียน จึงจำเป็น ต้องฝากเนื้อฝากตัว กับครู คอยปรนนิบัติ อยู่เป็นเวลานานจนกว่า จะได้รับ การถ่ายทอดวิชา จนครบถ้วน ด้วยเหตุนี้ ครูมวย กับ ศิษย์ ในสมัยก่อน จึงมีความสัมพันธ์ กันแนบแน่น ดุจบิดา กับ บุตร นั่นเอง

 

การที่ครู จะรับผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นศิษย์ ผู้เป็นศิษย์ จะต้อง ให้สัตย์ปฏิญาณ ต่อครู ดั่งเช่น อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ให้ศิษย์ รับสัตย์ปฏิญาณ 4 ข้อ คือ

1) จะบำรุง ร่างกาย ให้สะอาด แข็งแรง และ ดำรงชีวิต ด้วยความ ซื่อสัตย์ สุจริต บริสุทธิ์

2) จะไม่รังแก ผู้อ่อนแอ ร่วมรัก สามัคคี และ ช่วยเหลือกัน เมื่อช่วยได้

3) จะบำเพ็ญ กรณี เพื่อประโยชน์ ผู้อื่น และ รักชาติ

4) จะหลีกเลี่ยง เหตุการณ์ อันไม่สงบ

 

การไหว้ครู ก่อนการ แข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นข้อแตกต่าง จากกีฬาอื่น ๆ โดยเฉพาะ คิกบ็อกซิง ( kick boxing ) ที่ได้พยายาม เลียนแบบ การชกมวยไทย ( Muay Thai ) จนเหมือน แทบทุกอย่าง แต่แตกต่างกัน เพียงไม่ใช้ศอก ในการชก และ ไม่มีการไหว้ครู ดังนั้น การไหว้ครู จึงถือเป็น จุดเด่น และเอกลักษณ์ ของกีฬามวยไทย ( Muay Thai ) อย่างแท้จริง

 

ทั้งนี้ ยังมี การครอบครู หมายถึง การที่ศิษย์ ได้ศึกษา ศิลปะมวยไทย ( Muay Thai ) จนหมดสิ้นแล้ว และ สามารถถ่ายทอดวิชา ให้แก่ผู้อื่นได้ ก็จะทำ พิธีครอบครูให้ 

 

นอกจาก การขึ้นครู และการครอบครูแล้ว ยังมี การไหว้ครู ประจำปี ซึ่งในศิลปะมวยไทย ( Muay Thai ) ของสำนักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวไว้ว่า “การไหว้ครู ซึ่งจัดกัน เป็นประจำ หรือ เป็นประเพณีนี้ ดูเหมือนในโลกนี้ จะมีเพียงประเทศไทยเท่านั้น ที่ปฏิบัติกัน ส่วนประเทศอื่น ไม่เห็นมี แม้ประเทศจีนเอง จะมีกล่าวถึง การไหว้ครูไว้บ้าง ในหนังสือนิยายบางเรื่อง ก็ทำกันเป็นการเฉพาะ ในบางสำนักเท่านั้น ไม่ได้ทำกันทั้ งประเทศอย่างไทย ประเทศไทยเรา มีประเพณี การไหว้ครู มาแต่โบราณ เราไหว้ครู เพราะความเคารพ ในความเป็นผู้รู้ และความเป็นผู้มีคุณธรรม คุณสมบัติทั้ง 2 ประการของครู ต้องสอดคล้องสัมพันธ์ กับคุณธรรมของศิษย์ การเรียนการสอน จึงจะดำเนินไปด้วยดี และจากคำปฏิญาณ ที่ศิษย์กล่าว ต่อหน้าครู ในพิธีไหว้ครู จะทำให้ศิษย์ ระลึกถึงอยู่เสมอ แม้จะจบการศึกษา อบรมไปแล้ว เป็นเวลานานก็ตาม ก็ยังมีใจระลึก ถึงครูอยู่ด้วยความเคารพยกย่อง”

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำความรู้จัก กับ 5 ตำรับมวยไทย ( Muay Thai )

มงคล เครื่องรางสวมใส่ของ มวยไทย

มวยไทย

มงคล เครื่องรางสวมใส่ของ มวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจาก จะมีกระบวน ท่าต่อสู้ เป็นร้อย เป็นพันแล้ว ยังมี ขั้นตอน และ พิธีไหว้ครู ต่าง ๆ เพื่อแสดงถึง ความศรัทธา และ เคารพ ในการใช้ ศิลปะการต่อสู้ ของแต่ละสังเวียน อีกทั้ง นักมวย แต่ละคน ก็จะมี เครื่องรางของขลัง ติดประจำตัวด้วย

 

เครื่องรางของขลัง เป็นวัตถุมงคล ที่ใช้เป็น เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ของนักมวย สามารถป้องกัน อันตรายได้ ซึ่งนักมวย จะเชื่อว่า ทำให้อยู่ยง คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด คุ้มกำลัง จะประกอบด้วย มงคล สำหรับสวมศีรษะ และ ประเจียด สำหรับผูกติด กับต้นแขน ทำด้วยสายสิญจน์ หรือ ผ้าดิบ ที่เกจิอาจารย์ เป็นผู้เขียน อักขระหัวใจมนต์ คาถา และ เลขยันต์ แล้วถัก หรือ ม้วนพัน ด้วยด้าย หรือ สายสิญจน์ ห่อหุ้ม ด้วยผ้า ซึ่งผ่านพิธีกรรม จากครูบาอาจารย์ อิทธิฤทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ แห่งพิธีกรรม อำนาจ ของไสยเวทย์

มงคล เป็นเครื่อง ผูกศีรษะ และ มงคลสูงสุดของ มวยไทย หมายถึง ความมีลาภ เคราะห์ดี ความสุข ความระมัดระวัง ถือเป็น ความศักดิ์สิทธิ์ เป็นของสูง เป็นเครื่องรางของขลัง ที่สามารถ ป้องกันภัย ให้กับ นักมวยได้ มงคล มักทำจาก ด้าย หรือ เชือก หรือ ผ้าดิบ หลายชิ้น ที่ลงอักขระ หัวใจมนตรา คาถา อาคม และ เลขยันต์กำกับ นำมาถัก และ ขึ้นรูป เป็นวงกลม ให้กระชับ กับศีรษะ

 

การสร้าง มงคล แบบที่ยาก และ มีอำนาจ แบบไสยศาสตร์ เร้นลับที่สุด มีตำนาน เล่าว่า เป็นห่วงวงกลม ทำมาจาก งูกินหาง อาจจะเป็น งูหนึ่งตัว กินหางของมันเอง หรือ งูสองตัว กินหางซึ่งกัน และกันได้ การกินหาง ของงู เกิดจาก อำนาจสะกดจิต หรือ พลังจิต เคลื่อนย้ายสิ่งของ แล้วนำห่วงกลม ที่เกิดจาก งูกินหาง ไปย่างไฟ จนแห้งสนิท จากนั้น นำไปแช่ น้ำมนตร์ ซึ่งหุงมาจาก น้ำมันมะพร้าว ผสมด้วย ว่านยาสมุนไพร บางอย่าง แล้วจึงพันไว้ ด้วยผ้ายันต์ หรือ ด้ายสายสิญจน์ หุ้มไว้ อีกชั้นหนึ่ง เล่ากันว่า พิธีกรรมเร้นลับ สำหรับ การสร้างมงคล เครื่องผูกศีรษะ จะใช้อำนาจไสยศาสตร์ ให้เคลื่อนไหว สำเร็จขึ้นมา ทั้งสิ้น ปัจจุบัน สูญหาย การถ่ายทอดไปหมดแล้ว

 

มงคล ถือเป็นเครื่องราง ให้สิริมงคล และ คุ้มกันอันตราย ในอดีต ใช้สวมศีรษะ ในขณะชก บางคน สวมสองอันก็มี เวลาชกมวย หากมงคล หลุดจากศีรษะ ฝ่ายตรงข้าม ก็จะหยุดชก เพื่อให้เก็บมงคล มาสวมใหม่ แล้วจึงชกต่อ เป็นธรรมเนียม ที่ถือปฏิบัติกันมา จะไม่มี การซ้ำเติมกัน ในขณะก้ม ลงเก็บมงคล เป็นอันขาด ส่วนนักรบ ในอดีต ก็จะสวมมงคล ออกรบ โดยสวมไว้ ที่ศีรษะ หรือ คล้องคอ เวลาไม่ได้ใช้ ก็จะเก็บรักษา ไว้ในที่สูง เช่น บนหิ้ง บนตู้ หรือ ใส่ตะกร้า แขวนไว้สูง ๆ ในบริเวณ ที่เป็นห้องพระ หรือหัวนอน เพื่อบูชา และ ป้องกัน การศูนย์หาย หรือ ป้องกัน ใครเดินข้าม เพราะจะทำให้ คาถาอาคมนั้น เสื่อมได้

 

ถ้าเคยได้ดู มวยไทย ( Muay Thai ) ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะในสนาม หรือ การถ่ายทอดสดทางทีวี ก่อนที่มวย จะเริ่มยก นักมวยจะให้ทางพี่เลี้ยง หรือครูมวย ทำการถอด มงคล ที่สวมบนศรีษะก่อน เป็นการเสริม ความเป็นสิริมงคล และเป็นการระลึก ถึงครูบาอาจารย์

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำไม มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงเป็นกีฬา ที่น่าสนใจ

สิ่งที่ควรทำ หลังฝึกมวยไทย

มวยไทย

ทำไม มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงเป็นกีฬา ที่น่าสนใจ

มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็น กีฬาชนิดหนึ่ง ที่ยอดฮิตมาก ในปัจจุบัน เพราะนอกจาก จะเป็นกีฬา ของผู้ชายแล้ว สมัยนี้ ผู้หญิง ก็ยังสนใจ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )  เพื่อเป็นทักษะ การป้องกันตัว เสริมกล้ามเนื้อ ฟิตหุ่น ให้กระชับ และ เฟิร์ม ได้อีกด้วย

 

แค่เหตุผล เบื้องต้น มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ดูน่าสนใจ มากแล้ว ทีนี้ เราจะมาลอง ยกเหตุผล กันอย่าง ชัดเจนดีกว่า ว่า ทำไม มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงเป็นกีฬา ที่น่าสนใจ

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ได้เรียนรู้ทักษะ การป้องกันตัว ที่มีประสิทธิภาพ และ สามารถ ใช้งานได้จริง

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นหนึ่งใน ศิลปะการต่อสู้ ที่ใช้ป้องกันตัว ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ มากที่สุด เพราะมวยไทย ( Muay Thai ) จะมุ่งเน้น ไปในเรื่องที่ สามารถ ใช้งานได้จริง ในการปกป้อง ตัวเอง และ บนสังเวียน

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยเผาผลาญ ไขมัน แบบเต็มที่

ถ้าหากใคร ต้องการลดน้ำหนัก และ ฟิตหุ่น ให้ดีขึ้น มวยไทย ( Muay Thai ) จะทำให้คุณ ไปถึงจุดนั้น ได้รวดเร็ว กว่าการออกกำลัง แบบทั่วไป เพราะในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) คุณจะต้องใช้ กล้ามเนื้อทุกส่วน ในร่างกาย โดยเฉพาะ กล้ามเนื้อแกนกลาง ที่จะถูกบีบเค้น เป็นพิเศษ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยคุณ เผาผลาญไขมัน ได้ราว 1,000 แคลอรี่ ต่อหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเกือบ จะเท่ากับ ครึ่งหนึ่งของ จำนวนแคลอรี่ ที่คนทั่วไป ควรได้รับ ในแต่ละวัน นับว่าเป็น วิธีการเบิร์นไขมัน ที่เห็นผลอย่างชัดเจน จนสังเกตได้

 

3. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยขจัด ความเครียด

การออกแรง ต่อย เตะ จากมวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยไล่ความเครียด ออกไป จากตัวคุณได้ คุณจะรู้สึก ดีขึ้นเยอะ หลังจากที่ ได้ระบายความโกรธ ทั้งหมด ใส่เจ้ากระสอบทรายที่ไร้ทางสู้ แถมยังได้ออกแรง จนเหงื่อท่วมตัว อีกทั้ง การออกแรง จะนำไปสู่กระบวนการ ปลดปล่อยฮอร์โมน แห่งความสุข จากต่อมในสมอง ที่จะยกระดับอารมณ์ของคุณ ให้ดีขึ้น และ ยังส่งผลให้หลับสบาย อีกด้วย

 

4. มวยไทย ( Muay Thai ) ยิ่งเรียน ยิ่งน่าสนใจ

การฝึกฝน มวยไทย ( Muay Thai )จะไม่มี คำว่าเบื่อ เพราะมวยไทย ( Muay Thai ) มีแม่ไม้ ท่าต่อสู้ ที่มากกว่า หนึ่งพัน ท่วงท่า และยังมีพัฒนาท่าใหม่ ๆ ออกมา อย่างต่อเนื่อง การที่มีท่าใหม่ ๆ ให้เรียนรู้ หรือ เคล็ดวิชาใหม่ ๆ จึงทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) น่าสนใจเสมอ แม้แต่นักมวยมืออาชีพ ก็ยังค้นพบอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ระหว่างการฝึกฝน

 

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมคะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) จะน่าสนใจมากขนาดนี้ เพราะแบบนี้แล้ว ต้องลองมาเรียนดูบ้างนะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

สิ่งที่ควรทำ หลังฝึกมวยไทย

ทำความรู้จัก กับ 5 ตำรับมวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย

ทำความรู้จัก กับ 5 ตำรับมวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย มีพื้นฐานเดียวกัน คือ การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก และ ศีรษะ เกิดกระบวนท่าต่าง ๆ นับร้อย ๆ ท่า โดยในแต่ละ ท้องที่นั้น ได้พัฒนา ความสามารถ และ ความถนัด ในเชิงมวย ที่แตกต่างกัน ซึ่งสะท้อน ออกมา ในลักษณะ ของความชำนาญ ในเชิงมวย และ เทคนิควิธี

 

โดยเฉพาะ การคาดเชือก จะมีการเปรียบเปรย ความสามารถเชิงมวย ของท้องที่ต่าง ๆ ว่า หมัดหนัก โคราช –ฉลาด ลพบุรี – ท่าดี ไชยา -  ไวกว่า ท่าเสา – ครบเครื่อง พลศึกษา ซึ่งแต่ละท้องที่ ก็เป็นที่มาของ 5 ตำรับมวยไทย ( Muay Thai ) ที่จะแนะนำ ให้รู้จัก ในวันนี้

5 ตำรับมวยไทย ( Muay Thai )

 

1. มวยโคราช ( หมัดหนัก โคราช )

มีการแต่งกาย การคาดเชือก การจดมวย การฝึกซ้อม การร่ายรำ และรูปแบบ วิธีการชก ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ การชกหมัด ในวงกว้าง หนักหน่วง เรียกว่า หมัดเหวี่ยงควาย

 

2. มวยลพบุรี ( ฉลาด ลพบุรี )

เป็นมวยที่ ชกฉลาด รุกรับ คล่องแคล่ว และว่องไว ต่อยหมัดตรง ได้อย่างแม่นยำ เรียกว่า มวยเกี้ยว หมายถึงมวยที่ใช้ ชั้นเชิงเข้า ทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย จะเคลื่อนตัว อยู่เสมอ หลอกล่อ หลบหลีกได้อย่างดี สายตาดี รุกรับ และออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ได้อย่างรวดเร็ว

 

3. มวยไชยา ( ท่าดี ไชยา )

เป็นศิลปะมวย ประจำถิ่นของ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีชื่อเสียง มาตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 5 ที่นอกจากการ ใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แล้ว ยังมีวิชาการต่อสู้ เช่น การทุ่ม ทับ จับ หัก การเรียนการสอน จะเริ่มตั้งแต่ เรียนป้องกันตัว ป้อง ปัด ปิด เปิด จากนั้น จึงเรียนลูกไม้ มวยไทยต่างๆ ซึ่งต่างจาก มวยทั่วไป ที่เน้นการโจมตี อีกทั้ง ปรมาจารย์ไชยา ที่มีชื่อเสียง ก็คือ อาจารย์ เขตร ศรียาภัย

 

4. มวยท่าเสา ( ไวกว่า ท่าเสา )

อุตรดิตถ์ มีความโดดเด่น ในการจดมวยกว้าง และใช้น้ำหนักตัว ไปทางด้านหลัง เท้าหน้า สัมผัสพื้นเบา ๆ ทำให้ออกมวย ได้ไกล รวดเร็ว และรุนแรง หมัดหน้า ห่างจากหน้า สูงกว่าไหล่ หมัดหลังจะต่ำ และอีกมวยหนึ่ง ในสายของ พระยาพิชัยดาบหัก เป็นทั้งมวยอ่อน และแข็ง สามารถรุกรับ ตามสถานการณ์ รู้วิธีรับก่อนวิธีรุก เรียนแก้ก่อนเรียนผูก เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง และคู่ต่อสู้

 

5. มวยพลศึกษา ( ครบเครื่อง พลศึกษา )

เป็นมวย ที่ฝึกมาจาก สายอื่นๆ บ้างแล้ว เมื่อมาเรียนต่อ ที่สถาบัน การพลศึกษา จะได้เรียนรู้ เรื่องกลยุทธ์ เพิ่มเติม โดยมีอาจารย์ กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ปรมาจารย์มวย ที่มีชื่อเสียง มีความเชี่ยวชาญเรื่องหมัด ซึ่งศึกษา มาจาก หม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ์วงศ์ สวัสดิกุล ซึ่งได้ศึกษาการชกมวยสากล ของประเทศไทย จนได้ชื่อว่า เป็นบิดา มวยสากล ของประเทศไทย นอกจากหมัดแล้ว ยังเน้นความเร็วจังหวะเข้า – ออก อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ซึ่งเรียกได้ว่า มวยพลศึกษา เป็นมวยครบเครื่อง นั่นเอง

 

ต้องบอกว่า 5 ตำรับมวยไทยของแต่ละท้องที่ มีความน่าสนใจ และมีเทคนิคที่ดีมากๆเลยนะคะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เครื่องรางของขลัง มวยไทย ตั้งแต่สมัยโบราณ

คลายเครียด ด้วยมวยไทย

เครื่องรางของขลัง มวยไทย ตั้งแต่สมัยโบราณ

เครื่องรางของขลัง มวยไทย ตั้งแต่สมัยโบราณ

สวัสดีค่ะ เมื่อเราจะมาพูดเกี่ยวกับเรื่อง เครื่องรางของขลัง เราก็อดที่จะนึกขึ้นมาไม่ได้ว่า มวยไทย ตั้งแต่สมัยโบราณ เขาก็มักจะมีวิธีไหว้ครูบาอาจารย์ เป็นการเคารพ และ มอบเครื่องรางให้แก่กัน มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

 

เมื่อเราแสดงความกตัญญูกตเวทิตา ต่อเหล่าครูอาจารย์ อาจารย์ก็การปัดเป่ากระหม่อม เพื่อขอให้การก้าวขึ้นสู่สังเวียน หรือ ลานประลองมวย ของสานุศิษย์ นั้น  เป็นไปอย่างราบรื่น และ ได้รับชัยชนะจากการชก

 

ทว่านอกจาก การฝึกฝนอย่างตรากตรำ โดยได้รับการประสิทธิประสาท มาจากครูมวยแล้ว อีกสิ่งที่นักมวยส่วนใหญ่ จะต้องพก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย ของขลัง ของศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ก็เป็นอีกศาสตร์ที่น่าสนใจ ผู้เขียนจึงได้ลองรวบรวมเครื่องรางของขลัง ที่นักมวยจะพกเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวก่อนขึ้นชก มาให้ได้อ่านกันดูค่ะ

 

1. มงคล

เป็นเครื่องรางที่ทำจากสายสิญจน์ หรือผ้าดิบ ทำเป็นลักษณะทรงกลม ขนาดพอดีรับกับศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ด้านหลัง เพื่อให้ผู้ขึ้นชกสวมใส่ นอกจากนี้ในอดีต ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับมงคลว่า เป็นหนึ่งในเคล็ดทางไสยศาสตร์ ที่ไม่ว่านักมวยคนใดได้สวม ก็จะคุ้มครองคน ๆ นั้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย โดยผู้ที่จะใส่ หรือถอดมงคลออกจากศีรษะได้  ก็จะต้องเป็นครูมวยอาวุโส หรือ พี่เลี้ยง ที่นักมวยคนนั้นให้ความเคารพมาก และบริกรรมคาถาเพื่อให้คุ้มครองแก่ผู้ขึ้นชกด้วย

2. ว่าน

เป็นพืชพันธุ์พิเศษ มีความเชื่อว่า สรรพคุณของมันจะทำให้ผิวหนังทนทานความร้อน หรือทำให้หนังเหนียว ฟันแทงไม่เข้า จึงนิยมนำมาทำเป็นของขลังปลุกเสก นำมาเป็นส่วนผสมในการทำตัวพระเครื่อง หรือ นิยมให้นักมวยเคี้ยวก่อนขึ้นชก หรือผสมกับน้ำดื่มเย็นชื่นใจในขัน ( เอ..ผู้เขียนอดคิดไม่ได้เลยนะคะ ว่าเขาอาบน้ำว่านกันด้วยรึเปล่านะ สมัยนั้น ) เพราะเชื่อว่าจะทำให้นักมวยแข็งแรง และได้ชัยชนะจากการชกนั่นเอง

3. ประเจียด

ประเจียด ก็คือ เครื่องรางของขลัง ทำจากใยผ้าที่เรียกว่า ผ้าสาลู ’ ( ผ้าขาวบางเนื้อดี หรือ ผ้าดิบ ) โดยจะเลือกใช้สีขาว กับ สีแดง เป็นสีหลัก ในการทำตัดผ้าเป็นทรงสามเหลี่ยม ก่อนจะลงเลขยันต์มหาอำนาจ นำมาทำเป็นสายรัดต้นแขนทั้งสองข้าง เพื่อให้กายของผู้ที่ใส่นั้น คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด คุ้มกำลังเภทภัย โดยสลักภาษาที่เขียน เป็นอักขระแบบขอม หรือ เทวนาครี โดยก่อนขึ้นชกมวย ผู้ใส่อาจแนบตะกรุด ว่าน หรือเครื่องรางของคลังอื่น ไว้บนประเจียดได้

4. ตะกรุด

วัสดุที่ใช้ในการทำตะกรุด แบ่งออกได้ด้วยกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเงิน ทอง นาค หรือ ใบลาน ที่ลงเลขยันต์กำกับเอาไว้ ม้วนเป็นคล้ายก้าน และเจาะช่องตรงกลางเพื่อให้เชือก หรือ สายสร้อยสอดเข้าไป มักเป็นอีกหนึ่งเครื่องรางของขลัง ที่ผู้ขึ้นชกจะแนบใส่ไปในผ้าประเจียด เพื่อเสริมสร้างความกล้า และ ขวัญกำลังใจ

 

5. รอยสัก อยู่ยงคงกระพัน

จากคำสัมภาษณ์ของ คุณเขาทราย กาแล็คซี่ นักมวยไทยชื่อดังระดับโลก ที่เปิดใจในรายการ เปิดกรุลี้ลับ ว่าด้วยเรื่องของความเชื่อเสริมมงคล นักมวย  ก่อนขึ้นชก ทางช่อง Amarin TV ยังต้องพึ่งในเรื่องของความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะการสักยันต์น้ำมัน ไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น มือ หน้าอก แผ่นหลัง บนศีรษะ ที่ทำให้คุณเขาทรายมีที่ยึดเหนี่ยว ให้ใจสู้ ฮึกเหิม ทางจิตใจ

 

โดยสมัยโบราณ การสักยันต์ชนิดนี้ ผู้ที่ถูกสักจะเต็มไปด้วยศรัทธาที่แรงกล้า มีความเข้มแข็ง และเชื่อในปาฏิหาริย์ ในการตั้งปณิธานที่จะสืบสานศิลปะ แขนงแม่ไม้มวยไทย โดยยันต์ที่สัก จะมีการเสกเป่า เชิญครูบาอาจารย์ มาเป็นขวัญและกำลังใจสู่เจ้าของรอยสักนี้

 

6. พระเครื่อง

พระเครื่องนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ ที่นักมวยมักจะใช้อม เพื่อให้พระเครื่องนั่นปกป้องคุ้มครองตัวเอง ให้ได้ชัยชนะจากการชก ทว่าปัจจุบัน วิธีนี้อาจไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่รัก เพราะอาจเกิดอันตราย รวมถึงความทะมัดทะแมง ความคล่องคตัวในการเขยื้อนกาย ก็จะลดลงตามไปอีกด้วย

 

7. พิรอด

พิรอด หรือ เงื่อนพิรอด ทำจากกระดาษสา หรือ ถักด้วยหวาย ที่ผ่านการบริกรรม พิธีกรรมมาแล้ว จากนั้นผู้ทำพิธีจึงจะทำการลงรักปิดทอง ให้ใส้สวมต้นแขน หรือ ทำเป็นแหวนให้สวมใส่ที่นิ้วมือ ว่ากันว่า หากเป็นพิรอดรุ่นพิเศษ ชนิดแบบลิมิเตด อิดิชั่น อย่าง กำไลพิรอด ชนิดงู 2 ตัว ชนิดที่ว่าต้องกลืนหางกันเองเท่านั้นด้วยนะ ( ถ้าไม่ใช่คือของปลอมค่ะ ฮา ) จะทำให้ช่วยเสริมให้นักมวยมีพลังแข็งแกร่ง และเกิดปาฏิหาริย์ได้เช่นเดียวกับตะกรุด หรือพิสมร นับว่าเป็นของขลังวิเศษ ที่ปัจจุบันหาได้ยากแล้ว

 

8. ผ้ายันต์

นิยมนำมาทำเป็นเสื้อยันต์ โดยมีเกจิอาจารย์ มักเป็นผู้ลงยันต์อักขระ เพื่อให้นักมวยใช้สวมใส่ แต่ปัจจุบันเริ่มไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่นักมวยก็จะพกเป็นผ้ายันต์ ขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดเทียบเท่ากับผ้าเช็ดหน้า พกติดตัว จนกว่าจะถึงคราวขึ้นชกแทน

 

9. พิสมร

เครื่องรางของขลัง ที่ทำจากแผ่นโลหะ หรือ ใบลานรูปทรงสามเหลี่ยม แต่มีรูปร่างไม่กลมเหมือนกับตะกรุด แต่ก่อนที่ผู้ชกจะสวม พิสมรก็ต้องผ่านการทำพิธีกรรม เสาเรียกครูบาอาจารย์มาให้ขวัญกำลังใจเช่นกัน

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ เครื่องรางของขลัง ใน มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราญ หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

 

มวยไทย 5 สาย ของ ประเทศไทย

มวยไทย 5 สาย ของ ประเทศไทย

ในประเทศไทยนั้นกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) มีหลากหลายประเภท หลากหลายสาย วันนี้เราจึงมาแนะนำเกี่ยวกับ มวยไทย 5 สาย ของ ประเทศไทย มาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันค่ะ

 

1. มวยลพบุรี

มวยลพบุรีนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคกลาง เอกลักษณ์ของมวยลพบุรี คือ เป็นมวยที่ชกฉลาด มีการรุกรับที่คล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงแม่นยำ เรียกว่า มวยเกี้ยว หมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย เคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี สายตาดี รุกรับและออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอกได้อย่างรวดเร็ว สมกับฉายา ฉลาดลพบุรี และ เอกลักษณ์อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ มีการพันมือครึ่งแขน แต่ที่แปลก และ เด่นกว่า มวยไทย ( Muay Thai ) สายอื่น ๆ คือ การพันคาดทับข้อเท้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมวยลพบุรี

 

ในส่วนของกระบวนท่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายลพบุรีนั้น พบว่า มีด้วยกัน 16 กระบวนท่า ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่ผสมกลมกลืน จากการหล่อหลอม และ เลียนแบบท่าทาง ของสัตว์ต่าง ๆ เช่น ลิง และ ช้าง ที่มีอยู่มากในเมืองลพบุรี และครูมวย นักมวยไทยสายลพบุรีที่ควรรู้จัก ได้แก่ ครูดั้ง ตาแดง, ครูนวล หมื่นมือแม่นหมัด, นายซิว อกเพชร, นายแอ ประจำการ, นายเย็น อบทอง, นายเพิก ฮวบสกุล, นายจันทร์ บัวทอง, นายชาญ ศิวา-รักษ์, นายสมทรง แก้วเกิด และครูประดิษฐ์ เล็กคง ซึ่งบุคคลเหล่านี้นับได้ว่าเป็น มวยไทยสายลพบุรี เป็นประวัติศาสตร์ของมวยไทย ที่เป็นมวยท้องถิ่นที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักรสยาม มีอายุถึง 1,356 ปี มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ประวัติความเป็นมาเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณี

 

การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) สายลพบุรี มีกติกาการชก กำหนด 5 ยก โดยใช้ยกเวียน การหมดยกใช้กะลาเจาะรูใส่ในโหล เมื่อกะลาจมน้ำถือว่าหมดยก การต่อสู้ใช้อวัยวะได้ทุกส่วนของร่างกาย การเปรียบมวยอยู่ที่ความสมัครใจของผู้ชก ไม่เกี่ยงน้ำหนักหรืออายุ การไหว้ครูเหมือนการไหว้ครูสายอื่น ๆ โดยทั่วไป

 

 

 

2. มวยโคราช

มวยโคราชนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคอีสาน เอกลักษณ์ของมวยโคราช คือ สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก มีการพันหมัดแบบคาดเชือก ตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก เพราะมวยโคราช เป็นมวยชกหมัดวงกว้างหนักหน่วง ที่เรียกว่า หมัดเหวี่ยงควาย”  สมกับฉายา หมัดหนักโคราชซึ่งการพันเชือกเช่นนี้เพื่อป้องกันการเตะ ต่อยนั่นเอง

 

ในส่วนของกระบวนท่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายโคราชนั้น พบว่า มีการฝึกตามขั้นตอน และเมื่อเกิดความคล่องแคล่ว จะทำพิธียกครู แล้วให้ย่างสามขุม และ ฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ท่าฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่ไม้สำคัญ ซึ่งได้แก่ ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า ท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า

 

วิธีจัดการชกมวยโคราช นิยมจัดชกในงานศพที่ลานวัด ในเรื่องของการเปรียบมวย จะให้ทหารตีฆ้องไปตามหมู่บ้าน แล้วร้องบอกให้ทราบโดยทั่วกัน และ เมื่อเปรียบได้แล้วให้นักมวย มาชกประลองฝีมือกันก่อน หากฝีมือทัดเทียมกัน ก็ให้ชกแล้วนัดวันมาชก ซึ่งในการเปรียบมวยโคราช ไม่มีกฎกติกาที่แน่นอน หากพอใจก็ชกกันได้ ส่วนรางวัลการแข่งขัน จะเป็นสิ่งของเงินทอง แต่หากเป็นการชกหน้าพระที่นั่ง รางวัลที่ได้รับจะเป็นหัวเสือและสร้อยเงิน

 

ในสมัยรัชกาลที่ 56 มวยไทยโคราช เป็นช่วงที่มวยคาดเชือกรุ่งเรือง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ นักมวยฝีมือดี ได้แก่ นายแดง ไทยประเสริฐ หรือ หมื่นชงัดเชิงชก”, ครูบัว  นิลอาชา ( วัดอิ่ม ), นายทับ จำเกาะ, นายยัง หาญทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ, นายพูน  ศักดา เป็นต้น

 

          

 

3. มวยไชยา

มวยไชยานั้น ถือเป็นมวยไทยภาคใต้ เป็นศิลปะมวยประจำถิ่นอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอกลักษณ์ของมวยไชยา มีอยู่ 7 ด้าน การตั้งท่ามวย หรือ การจดมวย ท่าครู หรือ ท่าย่างสามขุม การไหว้ครูร่ายรำ การพันมือแบบคาดเชือก การแต่งกาย การฝึกซ้อมมวยไชยา และ แม่ไม้มวยไชยา

 

 

กระบวนท่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายไชยา มีทั้งหมด 5 ชุด คือ แม่ไม้มวยไทยไชยา 7 ท่า ได้แก่ ปั้นหมัด พันแขน พันหมัด กระโดดตบศอก พันหมัดพลิกเหลี่ยม เต้นแร้งเต้นกา ย่างสามขุม ท่าที่สำคัญคือท่า เสือลากหาง เคล็ดมวยไชยาการป้องกันตัว และจะเป็นการป้องกันตัวแบบ 4 ป. คือ ป้อง ปัด ปิด เปิด และนอกจากการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แล้วยังมีวิชาการต่อสู้เช่น การ ทุ่ม ทับ จับ หัก อีกด้วย ซึ่งสมกับฉายา ท่าดีไชยา นั่นเอง และ มวยไทย ( Muay Thai ) สายไชยา จะคาดเชือกแค่ข้อมือเท่านั้น

 

 

 

4. มวยท่าเสา และ พระยาพิชัย

มวยท่าเสา ถือเป็น มวยไทย ( Muay Thai ) ภาคเหนือ แต่ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่ากำเนิดขึ้นเมื่อใด ใครเป็นครูมวยคนแรก แต่จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ทำให้ทราบว่า ครูมวยไทยสายท่าเสา ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ ครูเมฆ เอกลักษณ์ของมวยท่าเสา คือ การจดมวยกว้าง และ ให้น้ำหนักตัวไปทางด้านหลัง เท้าหน้าสัมผัสพื้นเบา ๆ ทำให้ออกมวยได้ไกล รวดเร็ว และ รุนแรง สมกับฉายา ไวกว่าท่าเสา ส่วนกลยุทธ์มวยพระยาพิชัยดาบหัก เป็นทั้งมวยอ่อน และ แข็ง สามารถรุกรับตามสถานการณ์ รู้วิธีรับก่อนรุก เรียนแก้ก่อนผูก เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง และ คู่ต่อสู้

 

ครูมวยท่าเสา ที่มีความสามารถ ได้แก่ ครูเมฆ, นายทองดี ฟันขาว, ครูเอี่ยม, ครูเอม, ครูอัด คงเกตุ, ครูโต๊ะ, ครูโพล้ง, ครูฤทธิ์, ครูแพ, ครูพลอย, นายประพันธ์ เลี้ยงประเสริฐ, นายเต่า คำฮ่อ ( เชียงใหม่ ) และ นายศรี ชัยมงคล

 

กระบวนท่าของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา และ พระยาพิชัยนั้น พบว่า มีกระบวนท่าการชก 15 ไม้ การเตะ 10 ไม้ การถีบ 10 ไม้ การตีเข่า 10 ไม้ และการศอก 10 ไม้ ส่วนในเรื่องของระเบียบประเพณีของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา และ พระยาพิชัย ต้องมีการขึ้นครูหรือยกครู การไหว้ครูประจำปี การครอบครู และการรำไหว้ครูก่อนชก

 

เมื่อครูที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย เริ่มถึงแก่กรรม ทำให้ มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา ได้ลดบทบาทลง และ มีมวยสายอื่น ๆ เข้ามามากขึ้น มวยไทยสายครูเมฆแห่งท่าเสา เริ่มถูกลบเลือนไป เอกลักษณ์ของมวยสายท่าเสา อาจจะสูญสิ้นไป หากไม่มีการอนุรักษ์มวย ลาวแกมไทย ตีนไวเหมือนหมา เอาไว้

 

 

 

5. มวยพลศึกษา

มวยพลศึกษา ได้ก่อกำเนิดมาพร้อมกับ การจัดตั้งสามัคยาจารย์สมาคม เพื่อจัดเป็นสถานที่การออกกำลังกาย สำหรับประชาชนทั่วไป และ ได้มีการสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปรมาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา ที่มีชื่อเสียงคือ อาจารย์สุนทร ทวีสิทธิ์ หรือ อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ปรมาจารย์มวยที่มีชื่อเสียง มีความเชี่ยวชาญหมัด ซึ่งศึกษามาจากหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ์วงศ์ สวัสดิกุล ซึ่งได้ทรงศึกษาการชกมวยสากล ของประเทศไทย จนได้ชื่อว่าเป็นบิดามวยสากลของประเทศไทย นอกจากหมัดแล้วยังเน้นความเร็ว จังหวะเข้า- ออกที่คล่องแคล่วว่องไว เรียกได้ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา เป็นมวยครบเครื่อง สมกับฉายา ครบเครื่องพลศึกษา

 

เอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา พบว่า มีทั้งหมด 3 ด้าน คือ เอกลักษณ์ด้านการแต่งกาย เอกลักษณ์ด้านการไหว้ครู และ ร่ายรำมวยไทย เอกลักษณ์ด้านการเรียนการสอน ส่วนในเรื่องของกระบวนท่า ของ มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา จะประกอบไปด้วย กลวิธีการใช้หมัด กลวิธีการใช้เท้า กลวิธีการใช้เข่า กลวิธีการใช้ศอก แม่ไม้มวยไทย และลูกไม้มวยไทย ในเรื่องของระเบียบประเพณีของมวยไทย จะมีพิธีการขึ้นครูหรือการยกครู พิธีการไหว้ครู และ เครื่องดนตรีประกอบ

 

 

ด้วยความที่มวยไทย ( Muay Thai ) สืบทอดมาจากมวยโบราณ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 สาย คือ มวยไทย ( Muay Thai ) สายไชยา มวยไทย ( Muay Thai ) สายโคราช มวยไทย ( Muay Thai ) สายลพบุรี มวยไทย ( Muay Thai ) สายท่าเสา และ พระยาพิชัย และ มวยไทย ( Muay Thai ) สายพลศึกษา แต่ละสายมีทั้งเอกลักษณ์ กระบวนท่า ระเบียบประเพณี และ วัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ที่ควรค่าแก่การรักษาสืบไว้

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ มวยไทย ( Muay Thai ) 5 สาย ที่สืบทอดมาจากมวยโบราณ หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

 

สิ่งที่ควรทำ หลังฝึกมวยไทย

สิ่งที่ควรทำ หลังฝึกมวยไทย

การดูแลตัวเอง หลังจาก การต่อยมวย เป็นสิ่งที่ควย ปล่อยปะละเลย เป็นอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ สุขภาพ ของเราเสีย ดังนั้น หลังการต่อยมวย เราจึงต้องรู้จักการดูแล ตัวเอง

 

การต่อยมวย เป็นสิ่งที่ดี แต่จะให้ดี หลังจาก การออกกำลังกายนั้น เราจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องมี การดูแลตัวเอง หลังจากการออกกำลังกาย เพราะว่า ในการต่อย ร่างกายของเรา อาจจะได้รับ การบาดเจ็บ ในหลาย ๆ จุด หรือ อาจจะได้รับ การเจ็บ จากการที่กล้ามเนื้อของเรา เกิดการฉีกขาด เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อ ลังจากการออกกำลังกาย อาการฟกช้ำในขณะ ที่ต่อยมวย เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ร่างกาย ปะทะกัน

ดังนั้น วันนี้ เราจึงจะมาบอกวิธี ดูแลตัวเอง หลังจาก การต่อยมวย จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

1. ไม่ควรปล่อยให้ตัวเอง ขาดน้ำ

หลังจากที่เรา ซ้อมมวย หรือ ในขณะ ที่เรากำลังซ้อมอยู่นั้น เราควรที่จะมีการดื่มน้ำ อยู่เรื่อย ๆ เพื่อไม่ใหร่างกาย สูญเลียน้ำมากเกินไป เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ ต้องใช้ร่างกาย ในทุก ๆ ส่วนและ เป็นกีฬาที่ ร่างกายนั้น มีการเผาผลาญ เป็นจำนวนมาก และ มีเหงื่อ ออกกที่มาก ดังนั้น การดื่มน้ำ ในขณะ ที่เราซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอ เพราะว่า ร่างกายของเรา มีการสูญเสียน้ำ ในปริมาณมาก หลังจาการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เราจึงจำเป็นต้อง มีการดื่มน้ำ เพิ่มเข้าไปอีก เพื่อไม่ให้ ร่างกายของเรา ตกอยู่ใน สภาวะขาดน้ำ นั่นเองครับ

หากเราปล่อยให้ ร่างกายของเรา ตกอยู่ในภาวะขาด หากอาการรุนแรง ก็อาจจะส่งผล ต่อชีวิตของเราได้ ในการดื่มน้ำ หลังจาก การต่อยมวยไทย ( Muay Thai ) เราไม่ควรที่จะ ดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว แต่เราควรที่จะดื่ม เครื่องดื่มผสม เกลือแร่ เพื่อมทดแทนเกลือแร่ ในร่างกายของเรา

 

2. รับประทานอาหาร ประเภทโปรตีน

หลังจากการซ้อมมวย เราควรทานอาหาร ประเภท โปรตีน และ ยิ่งเป็นอาหาร ที่มีโปรตีนสูง ยิ่งดี เพราะว่า การทานอาหาร ประเภท โปรตีน จะช่วย เสริมสร้างกล้ามเนื้อของเรา ให้มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และ การทานอาหาร ประเภทโปรตีน ยังช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อของเรา หลังจากออกกำลังกาย ได้ดีอีกด้วย และ การที่เรา มีกล้ามเนื้อที่เยอะ ยังส่งผลให้ อาการยาดเจ็บ ของเรา ไม่รุนแรงมาก หากมีอาการบาดเจ็บ ก็จะมีอาการบาดเจ็บ ที่ลดน้อยลง

 

3. ทานคาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate )

นอกจาก เราจะทานโปรตีน ให้เพียงพอแล้ว เราก็ควรที่จะ มีการทาน คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) ให้เพียงพอ ต่อร่างกาย เพราะว่า ในการสร้างกล้ามเนื้อ ร่างกายของเรา ต้องมีสารอาหารอย่าง คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) ที่ใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้ง การทานคาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) เป็นการเพิ่มพลังงาน ให้กับร่างกายของเรา และ การทานคาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) ยังเป็นการสร้าง พลังงานให้กับ ร่างกายของเรา ได้เป็นอย่างดี เพราะว่า หลัง จากการการออกกำลังกาย ร่างกายของเรา ยังคงต้องการ พลังงานอยู่ แต่ไม่ได้มาก เท่ากับ ก่อนชกมวย

ดังนั้น การทาน คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ต่อร่างกาย ไม่ต่าง อะไรจากการทาน โปรตีน

 

4. ยืดกล้ามเนื้อ หลังจากการต่อยมวย

หลังจาก การต่อยมวยทุกครั้ง เราควรมีการยืดกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อ ของเรา ได้มีการผ่อนคลาย กล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการลาดเจ็บ หลังจากต่อยมวย ได้เป็นอย่างดี 

 

5. การพักผ่อน

การพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ต่อให้เราจะทานอาหาร ดีขนาดไหนก็ตาม หากเรามีการพักผ่อน ที่ไม่เพียงพอ ร่างกายของเราก็จะ มีการฟื้นฟูได้ไม่ดีพอ ดังนั้น การที่จะให้ร่างกายของเรา ได้รับการฟื้นฟู เพียงพอ เราควรที่จะมีการ พักผ่อน ที่มีคุณภาพ และ เพียงพอ 

 

5 ข้อนี้ คือ วิธีการที่เอาไว้ ดูแลตัวเอง หลังจากการต่อยมวยเสร็จ เพื่อให้การซ้อมมวย เกิดประสิทธิภาพ และ ได้ผลดี เราควรที่จะมีการซ้อม อย่าสงเคร่งครัด นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

รองท้องก่อนซ้อมมวย

คลายเครียด ด้วยมวยไทย

ความสำคัญของกล้ามหน้าท้อง

ความสำคัญของกล้ามหน้าท้อง

กล้ามหน้าท้อง เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คน ใฝ่ฟันอยากที่จะมี ทให้หลาย ๆ คนหาวิธีออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการซิทอัพ การหาท่าต่าง ๆ มาออกกำลังกาย เพื่อให้ตัวเอง มีกล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) จึงทำให้หลาย ๆ คนสนใจการเรียนมวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อให้ตัวเอง มีกล้ามท้อง ที่ชัดเจน และ สวยงาม 

 

เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนก็คงจะสงสัยว่า ทำไมนักมวย หลาย ๆ คน หรือ ว่านักมวยเกือบทุกคน ต้องมี กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) กันทุกคนเลย ทั้ง ๆ ที่กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ได้มีความจำเป็น ที่จะต้องมี กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) ที่เปะ หรือ เท่ แบบกีฬา ประเททอื่น ๆ วันนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ มาคลายความสงสัย ในเรื่องนี้ กันครับ

ทำไมนักมวยต้องมีกล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack )

สำหรับ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) นั้นถือว่า เป็นเกาะป้องกัน ที่ดีเยี่ยม เพราะว่า กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ ต้องมรการใช้ร่างกาย ในการปะทะ หรือ ต่อสู้ ที่หลักหน่วง ไม่ว่าจะเป็น การเตะ การต่อย การใช้ศอก การใช้เข่า เรียกได้ว่า เป็นการปะทะ ที่ใช้เกือบ ทุกส่วนของร่างกาย เลยก็ว่าได้ และ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬาที่ สามารถ แพ้ชนะ ได้ทุกวินาที

หากเปรียบว่าการเตะ ของนักมวย ที่กระทบ กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) ก็เหมือนกับ มีไม้หน้าสาม มาฟาดเข้า ที่หน้าท้องแรง ๆ ดังนั้น นักมวยจึงต้องการออกกำลังกาย หน้าท้อง เพื่อรองรับ แรงกระแทกนั่นเอง

และ ช่วงลำตัวของนักมวย ก็คือเป้า ที่ใหญ่ที่สุด ของร่างกาย จึงทำให้ นักมวยทั้งสองฝ่าย ต่างหาเหลี่ยม ของซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะได้ ปล่อยอาวุธ ใส่เป้านั้น เพื่อให้ได้ชัยชนะนั่นเอง อีกทั้ง กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) ยังเป็นทั้ง จุดออ่อน และ จุดแข็ง ของนักมวย เพราว่า กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) เป็นจุดที่ ป้องกันยาก และ เป็นส่วนที่ มีความอ่อนแออ มากจนถึง และ จุดแข็งก็คือ หากกล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) ของนักมวยคนนั้น มีความแข็งแรง ก็ยากที่เอาชนะได้   

การเตียมกล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) เพื่อรับแรงกระแทก 

เราจะเห็นได้ว่า กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) เป็นจุดที่นักมวย จะพยายามชกพยายามเตะ หรือ ว่า พยายามใช้เข่า เข้ากระแทก เพราะว่า กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) เปรียบเสมือนกับ เกาะป้องกัน ของอวัยวะภายใน ที่สำคัญอย่าง ตับ สำไส้ กระเพาะอาหาร ไต นอกจากนี้ กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) ยังมีความสัมพันธ์ ที่เชื่อมโยงกับ ระบบหายใจของเรา และ ยังรวมไปถึง การเคลื่อนไหว และ การทรงของเราอีกด้วย ดังนั้น ในการแข่งขัน นักมวย จึงมักจะตัดกำลัง โดยการชก เตะ เข่า ไปที่หน้าท้องนั่นเอง

กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

การที่นักมวย มีกล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) ที่แข็งแรง ทำให้นักมวยคนนั้น มีชัยไปว่าครึ่ง เพราะว่า จะช่วยส่งเสริม ในเรื่องของ การหายใจ การทรงตัว และ พละกำลัง ให้มีกำลังที่ดี เมื่อโดนเตะ โดนชก หรือ โดนเขา ก็ยังสามารถ ชกต่อได้

เราก็ได้เห็น กันแล้วนะครับว่า กล้ามหน้าท้อง หรือ ซิกแพค ( Six pack ) นั้นสำคัญขนาดไหน หากเพื่อน ๆ อยากฝึกกล้ามหน้าท้องให้แข็งแรง ก็สามารถ ฝึกได้ที่ เจริญทองมวยไทยศรีนครินทร์

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

คลายเครียด ด้วยมวยไทย

สลายไขมัน ด้วยมวยไทย ( Muay Thai )

ความสำคัญ ของ กระจับ ( Groin Guard ) หรือ กระจับนักมวย

ความสำคัญ ของ กระจับ ( Groin Guard ) หรือ กระจับนักมวย

เพื่อน ๆ เคยได้ยินชื่อ อุปกรณ์มวย อย่าง กระจับ ( Groin Guard ) หรือ กระจับนักมวย กันไหมคะ ไม่ว่าจะ มวยไทย มวยสากล นักกีฬานั้นก็ต้องใส่เหมือนกัน แล้วมันคืออะไร มี ความสำคัญ อย่างไร วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องนี้กันค่ะ

 

กระจับ ( Groin Guard ) คืออะไร ?

กระจับ ( Groin Guard ) เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างหนึ่ง ในกีฬาชกมวย รวมถึงการต่อสู้ชนิดอื่น กระจับที่นักมวยต้องสวมใส่ เพื่อให้เกิดความกระชับ และ ป้องกัน แรงกระแทก ที่จะเกิดบริเวณอวัยวะเพศ เนื่องจากการชกต่อยมวย อาจทำให้เกิดความเสี่ยง ต่อการบาดเจ็บ บริเวณท้องน้อย และ ช่วงขาหนีบ ได้ง่าย

 

กระจับในสมัยก่อน

ในอดีต กระจับนักมวย มีลักษณะเป็นแค่ถ้วยกระเปาะ ( cup ) ทำจากโลหะขนาดพอเหมาะ สำหรับปกปิดด้านหน้า ของอวัยวะเพศชาย และ ถุงอัณฑะเท่านั้น และ ใช้เชือกผูกร้อย ให้แน่นกับเอวและ ง่ามขา โดยนักมวยจะผูกกระจับไว้ นอกกางเกงชั้นใน ก่อนจะสวมกางเกงมวยอีกชั้นหนึ่ง ขณะที่กระจับในการแข่งขันสากล แทนที่จะร้อยเชือกแบบเดิม ก็มีการนำเอากระเปาะ ( cup ) ดังกล่าว ไปสวมเข้ากับกางเกงสปอตเตอร์ ( supporter ) ทำให้สวมใส่ได้ง่าย และ กระชับขึ้น

 

กระจับในสมัยปัจจุบัน

ใน ปัจจุบัน กระจับนักมวย นั้น ได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมสำหรับ นักมวย หรือ นักกีฬา มากขึ้น โดยจะมีการผลิตออกมา หลายขนาด เพื่อรองรับกับความแตกต่าง ของสรีระร่างกาย และ ขนาดอวัยวะเพศ ของแต่ละคนให้มีความเหมาะสม และ กระชับ โดยกระจับนักมวยของไทย ใส่ในกางเกง และ กระจับ แนบกับอวัยวะเพศ ทำให้ไม่เห็นกระจับ ขณะที่ต่อยมวย

 

สำหรับมวยสากล กระจับของนักมวย สวมใส่ไว้ภายนอก กางเกงของนักมวย หรือ นักกีฬา โดยกระจับนักมวยแบบ มวยสากล นอกจาก จะออกแบบเพื่อช่วยป้องกัน การกระทบ ในบริเวณอวัยวะเพศแล้ว ยังครอบคลุมได้ทั่ว ทั้งบริเวณท้องน้อย ทำให้มีประสิทธิภาพในการ ป้องกันการบาดเจ็บ ได้เป็นอย่างดี

 

กระจับนักมวย สำหรับผู้หญิง

นักมวยหญิง หรือนักกีฬาผู้หญิง ก็จำเป็นต้องใช้ กระจับ เพื่อป้องกันอวัยวะ ของเพศหญิงเช่นกัน โดยกระจับนักมวยของเพศหญิง จะใส่ครอบอยู่ภายนอกกางเกง เหมือนกับกระจับ แบบนักมวยสากล แต่มีขนาดที่เล็กกว่า นอกจากนี้ นักมวยหญิง ยังจำเป็นต้องสวมใส่ เกราะอก หรือ กระจับบน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ช่วงทรวงอกด้วย

 

การใช้กระจับ ในการแต่งกาย ของนักมวย

ตามกติการะบุการสวมใส่กระจับไว้ว่า ต้องสวมกระจับ ที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงทนทาน และ ได้รับการรับรอง จากสภามวยไทยโลก เมื่อถูกตีด้วยเข่า หรือ อาวุธ ในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณ อวัยวะเพศ จะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือ ให้เรียบร้อย

 

ความปลอดภัย จากการใช้กระจับ

อวัยวะเพศของทั้งเพศชาย และ เพศหญิงนั้น จะมีความเปราะบาง ต่อแรงกระแทก และ บริเวณนี้ยังมีเส้นประสาท รับความเจ็บปวด มาเลี้ยงมาก ทำให้เกิดความเจ็บปวด ได้อย่างรุนแรง จึงมีความจำเป็น ที่เรานั้นจะ ต้องหาอุปกรณ์ที่เป็นเกราะป้องกัน มาใช้ในกีฬาที่ต้องปะทะ ร่างกาย กัน และไม่ใช่แค่ มวยไทยหรือมวยสากล ที่ต้องใช้กระจับ ยังมีกีฬา อีกหลายประเภท ที่ต้องใช้ อุปกรณ์ป้องกัน อวัยวะเพศ อีกหลายกีฬา นั้นเอง

 

กระจับนักมวย เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก สำหรับนักมวย ที่จะช่วยป้องกันอันตราย จากการกระแทกที่อาจเกิดขึ้นได้ จากการชกมวย ทุกครั้งในการชกมวย นักมวยจึงต้องใส่กระจับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตนเอง

 

 เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ความสำคัญของ กระจับ ( Groin Guard ) หรือ กระจับนักมวย หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

 

วีวี่ นักมวยหญิงดาวรุ่ง วงการมวยไทย ผันตัวสู่การเป็น นักร้อง

วีวี่ นักมวยหญิงดาวรุ่ง วงการมวยไทย ผันตัวสู่การเป็น นักร้อง

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เรามีข่าวคราวเกี่ยวกับ วงการมวยไทย มาฝากเพื่อน ๆ กันอีกเช่นเคย วันนี้เราจะมาพูดถึง วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ เจ้าของฉายา สวยสังหาร นักมวยหญิงดาวรุ่ง ที่ผันตัวสู่ความฝันการเป็น นักร้อง ในวงการบันเทิง กันค่ะ

 

โดย วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ นักชกสาววัย 16 ปี มีชื่อจริงว่า มนัสวี ศรีทองคำ เธอเริ่มฝึกหัดการชก มวยไทย ( Muay Thai ) มาได้ประมาณ 2 ปีกว่า และ ผ่านการขึ้นสังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) มาแล้ว มากกว่า 40 ไฟต์ ซึ่ง วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ ได้เคยฝึกฝนวิชา แม่ไม้มวยไทย อยู่ที่ ค่าย ศิษย์ชาญสิงห์ ในเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

 

ต้องบอกเลยว่า วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ เธอคนนี้ ยิ่งโตยิ่งสวย แถมยังมีลีลาการชก บนสังเวียนที่โหด จนจัดได้ว่าเป็นมวย ในประเภทไฟต์เตอร์ ที่มักจะเดินหน้าเข้าใส่ กัดฟันสู้ตลอดเวลา โดยมีอาวุธที่เด็ด และ เฉียบคมมากที่สุด คือ ศอก และ แข้ง ที่ไม่แพ้มวยชายเลยทีเดียว

 

และนอกจากนี้ ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส โควิด - 19 ( COVID - 19 ) ถือได้ว่า วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก จนไม่สามารถขึ้นชกได้ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจ หาอาชีพเสริมด้วยการ ขายหมูปิ้ง ที่หน้าค่ายมวย โดยได้นำเอารายได้ทั้งหมด ไปจุนเจือ และ ช่วยเหลือ ครอบครัวอีกทางหนึ่ง

 

สวยสังหาร วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ นักมวยหญิงดาวรุ่งสุดน่ารัก หนึ่งนักกีฬาสาว ที่ผันตัวสู่วงการบันเทิง

ต้องบอกเลยว่าสำหรับ สวยสังหาร วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ นักมวยหญิงสุดน่ารัก ที่กลายเป็นที่รู้จักของแฟน ๆ มากขึ้น หลังจากได้เข้าสังกัด ข้าวสารมิวสิค ( Khaosan Music ) จึงทำให้เธอตัดสินใจพักเรื่องมวยเอาไว้ก่อน พร้อมให้เหตุผล ถึงการตัดสินใจในครั้งนี้ว่า " ขอบคุณทุก ๆ คน ที่อวยพรในทางที่ดีนะคะ ตอนนี้หนูต้องพักมวยก่อน ลองทำสองอย่างพร้อมกันแล้ว ทำได้ไม่ดีพอ ตอนนี้หนูกำลังทำเพลงของตัวเองแล้วค่ะ หนูรักมวยไทย หนูไม่ลืมมวยแน่นอนค่ะ ฝากติดตามผลงานของหนู กันด้วยนะคะ "

 

ซึ่ง วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เซ็นสัญญาศิลปินฝึกหัดเต็มตัว ของ ค่ายเพลง ข้าวสารมิวสิค ( Khaosan Music ) บอกกับตัวเองต่อไปนี้ ต้องตั้งใจฝึกฝนตัวเอง เอาชนะใจตัวเองให้ได้ ทักษะด้านการร้องเพลง ยังด้อยกว่าเพื่อน ๆ จะตั้งใจฝึกจนกว่า จะมีเพลงเป็นของตัวเอง

 

แล้วเธอยังได้บอกอีกว่า " แต่ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็ยังไม่ทิ้งนะคะ ยังจะซ้อมมวย และ ต่อยมวยอยู่ หนูต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุก ๆ คนในวงการมวย เสี่ยเน้า เสี่ยโบ๊ท บอสจี พี่นัท เพชรยินดี ขอบคุณทุก ๆ คนที่ช่วยสนับสนุนหนูมาตลอด รอติดตามผลงานของหนูทุก ๆ ทางนะคะ อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ ก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจของเธอ และ คอยเอาใจช่วย กับบทบาทใหม่ของเธอ ในวงการบันเทิง ต้องบอกว่าน่าจับตาดู ไม่แพ้การชกมวยแน่นอนค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก gumpun.com

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ จากยอดนักมวย มาสู่นักร้อง สวยสังหาร วีวี่ ศิษย์ชาญสิงห์ หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

รายชื่อนักมวย รุ่นแบนตัมเวท สุดแข็งแกร่ง ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai )

รายชื่อนักมวย รุ่นแบนตัมเวท สุดแข็งแกร่ง ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai )

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มารู้จักกับ รายชื่อนักมวย รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) สุดแข็งแกร่ง ที่ต่างมีชื่อเสียง ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) กันอย่างแพร่หลาย รับรองเลยว่าพูดชื่อมา แฟนมวย ต่างก็รู้จักกันทั้งนั้น

 

ถ้าพูดถึง มวยไทย ( Muay Thai ) รุ่นพิมพ์นิยมใน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) หนึ่งในนั้น คงหนีไม่พ้น รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) ที่ตอนนี้มี ยอดมวยเมืองสกล น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว ราชันผู้ไร้เทียมทาน นั่งครองบัลลังก์ รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) ของ วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) อยู่ ทั้งยังเป็นรุ่นที่อัดแน่นไปด้วย ยอดมวยไทย และ เทศ ทั้งยังแข็งแกร่งที่สุดรุ่นหนึ่ง ในระดับโลก ไปดูผู้ท้าชิงทั้ง 5 อันดับใน รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) แบบเรียงตัวว่าพวกเขา แข็งแกร่ง อึด ถึก ทน กันแค่ไหน

 

1. เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์

ซ้ายฟ้าผ่า หรือ เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์ ปัจจุบันรั้งตำแหน่ง ผู้ท้าชิงเบอร์หนึ่งของรุ่น โดยตั้งแต่เข้ามาอยู่ในสังกัด วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) เขาเก็บแต้มชัยได้ถึง 5 ครั้ง โดยแพ้ให้กับเจ้าบัลลังก์อย่าง น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว และ ครั้งล่าสุด เขาถูกจับแพ้แตก ในการปะทะกัน กับนักชกน้องใหม่แกะกล่อง ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี เมื่อเดือน พ.ย. 64 อย่างไรก็ตาม เขายังคงได้สิทธิ์รั้งเก้าอี้เบอร์หนึ่ง จากการโหวตของ คณะกรรมการจัดอันดับอิสระ ด้วยภาพรวมของฟอร์มการชก และ ยังมีโอกาสลุ้น เป็นผู้ท้าชิงรายต่อไปของ น้องโอ๋ ในไฟต์รีแมตช์ ชิงแชมป์โลก อีกด้วย

 

2. ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี

เทวดาเดินดินกินส้มตำ หรือ ฤทธิ์เทวดา เพชรยินดีอะคาเดมี น้องใหม่แกะกล่อง ที่เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้สงครามใน รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) เข้มข้นกว่าเดิม เพราะตั้งแต่นัดแรก ก็สร้างความฮือฮา ให้กับชาวโลก ด้วยการฟันศอกคม ยัดเยียดความปราชัย ให้กับ เสมาเพชร คว้าฟาสต์แทร็กแซงหน้าคนอื่น ขึ้นเป็นรั้งอันดับสอง ของอันดับอย่างรวดเร็ว และ ถือเป็นอีกหนึ่งศัตรูฉกาจที่ น้องโอ๋ ยังออกปากว่า ไม่ใช่งานหมู สำหรับเขาเลยทีเดียว

 

3. รถเหล็ก พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม

นักรบสปาร์ตา หรือ รถเหล็ก พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม มวยปริญญาโท อดีตแชมป์ช่อง 7 สี และ แชมป์สภามวยไทยโลก ( WMC ) ถือเป็นอีกหนึ่งยอดฝีมือ ในอันดับรุ่นนี้ โดยเป็นเจ้าของสถิติ ชนะ 4 แพ้ 3 และ เคยได้รับโอกาส ขึ้นท้าชิงเข็มขัดแชมป์กับ น้องโอ๋ มาแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวเบนเข็ม ไปชกคิกบ็อกซิ่ง แต่กลับโดนใบเหลือง เพราะไม่ชินกติกาแพ้ ฟิลิปเป โลโบ นักชกจากเมืองแซมบ้า แต่เจ้าตัวไม่ท้อ ขอทำฟอร์มใหม่ ให้ดีขึ้นในปี 2565 นี้

 

4. อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ

มวยหมัดหนักรัสเซีย หรือ อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ ที่ชกได้ทั้ง มวยไทย ( Muay Thai ) และ คิกบ็อกซิ่ง เขาลงแข่งขัน ในกติกา มวยไทย และ เอาชนะนักมวยแถวหน้าอย่าง เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเปิดตัวใน วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) จนทำให้เขาพลิกชีวิต กลายเป็นที่รู้จัก ในชั่วข้ามคืน อลาเวอร์ดี เก็บสถิติชนะ 3 ครั้งในกติกามวยไทย ก่อนผันตัวไปชก คิกบ็อกซิ่ง และ คว้าตำแหน่งอดีตแชมป์โลก วัน แชมเปียนชิพ ( ONE Championship ) คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต ( Bantamweight ) ไฟต์ล่าสุดคืนสู่สังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) อีกครั้ง โดยฝากความชอกช้ำไว้ให้กับ แฝดอโยธยา หรือ พงษ์ศิริ พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม ด้วยชัยชนะน็อกในยกแรก

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ รายชื่อนักมวย รุ่นแบนตัมเวท ( Bantamweight ) สุดแข็งแกร่ง หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

คลายเครียด ด้วยมวยไทย

คลายเครียด ด้วยมวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากจะเป็น การออกกำลังกาย ที่ทำให้เราสุขภาพดีแล้ว มวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยให้เรา คลายเครียด และ มีความผ่อนคลาย

 

เนื่องจาก ในแต่ละวัน เรามีความเรื่อง มีปปัญหามากมา เข้าในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็น ความเครียดจากการทำงาน ความเครียดจากอากาศที่ร้อน หรือ ความเครียด จากแฟน ทำให้เรา ต้องหาที่ละบายความเครียด  วิธีละบายความเครียด ของแต่ละคน ต่างก็มีวิธี ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือ นอนหนับ พักผ่อน บางคน ก็อาจจะออกไปเที่ยว เดินห้าง สรรพสินค้า ซื้อของ แต่วันนี้ เรามีวิธีคลายเครียด มาแนะนำเพื่อน ๆ นอกจากจะช่วย ให้เราระบาย ความเครียดแล้ว ยังทำให้เรา มีสุขภาพ ที่ดีอีกด้วย นั่นก็คือ มวยไทย ( Muay Thai ) ถึงแม้ว่าจะดูว่า เป็นกีฬาที่กดดัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ช่วยให้เรา ผ่อนคลายความเครียดได้ดี  

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยลดความเครียด ได้อย่างไร

มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถทำให้เรา ลดความเครียดได้ เป็นเพราะว่า การออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายของเรา ของเราหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งสารแห่งความสุข นั้นมีชื่อว่า สารเอนโดร์ฟีน ( Endorphin ) ทำให้เรามีความสุข โดยสารตัวนี้ จะหลั่งออกมา ก็ต่อเมื่อ ร่างกาย ของเราได้มีการออกแรง หรือ มีการใช้พลังงาน จากการออกกำลังกาย ที่หนัก จะทำให้เรา ได้รับความสุข จากการออกกำลังกาย นั่นเองครับ ดังนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) จึงช่วยลด ความเครียด ให้กับเราได้ดี นั่นเองครับ นอกจากนี้ การเตะ การต่อย ยังถือว่า เป็นตัวช่วยที่ทำให้เรา ระบายอารมณ์ ได้เป็นอย่างดี    เพราะ  การใช้ความรุนแรง ในการ ระบายอารมณ์ ทำให้สามารถ ระบายอารมณ์ได้สุด และ ยังเป็นการระบาย ที่ไม่เดือดร้อนคนอื่น อีกด้วย นะครับ นอกจากนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง

 

ข้อดี ของมวยไทย ( Muay Thai )

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้เรามีหุ่นที่ดี 

สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นนอกจาก จะทำให้เรา คลายเครียดแล้ว มวยไทย ( Muay Thai ) ยังทำให้เรา มีหุ่น ที่ดีอีกด้วย เนื่องจาก มวยไทย ( Muay Thai ) เราต้องออกแรงเตะ ออกแรงต่อย ช่วย เผาผลาญ แคลอรี่ ในร่างกายของเรา ได้ดี อีกทั้ง ยังช่วยลดความอ้วน ให้กับเราได้ หากเพื่อน ๆ ที่อยากจะระบาย ความเครียด ก็สามารถ ใช้มวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อระความเครียด และ ลดน้ำหนักได้

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยพัฒนาสมองของเรา

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ช่วย พัฒนา สมองความจำ สติ และ สมาธิ ให้กับเรา เพราะว่า มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่เราต้องมีการ ชกกับคู่ต่อสู้ หรือ คู่ซ้อม ทำให้สมองของเรา มีการโฟกัส มีการจดจำ มีการคิด มีการวิเคราะห์ และ ทำให้สมองของเรา มีการแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าได้ดี และ สามารถใช้ในชีวิต ประจำวันของเราได้

 

หากเพื่อน ๆ ต้องการ ระบายอารมณ์ โดยที่ไม่เดือดร้อนใคร และ ยังได้สุขภาพที่ดีอีก ก็ต้องใช้ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เพื่อการ ระบายอารมณ์ และ ยังทำให้สมอง ของเรา ได้รับการพัฒนา และ จดจำที่ดีขึ้นอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ท่าน็อคเอาท์ ( Knockout ) ของ มวยไทย ( Muay Thai )

เวที มวย สนามแห่งการต่อสู้

น้ำมันมวยช่วยอะไร

น้ำมันมวยช่วยอะไร

น้ำมันมวย เป็นสิ่งที่นักมวนใช้ทา ก่อนขึ้นชก และ ใช้ทาร่างกาย ก่อนซ้อมมวย หลาย ๆ คน คงจะสงสัยว่า น้ำมันมวยนั้น ช่วยอะไรได้บ้าง ไปดูกัน

 

น้ำมันมวย เป็นสิ่งที่คู่กับนักมวย ไม่ต่างอะไรกับ นวม และ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการซ้อมมวย เพราะส่วนใหญ่แล้ว  นักมวย จะมีการทาน้ำมวย ก่อนขึ้นชก และ ทาน้ำมันมวย ในการซ้อมมวย การทาน้ำมันมวย บนร่างกาย คงจะมีหลาย ๆ คนสงวัยว่า นักมวยทำแบบนี้ ไปเพื่ออะไร แล้วน้ำมันมวยที่นักมวยใช้นั้น คืออะไร ใช้ไปเพื่ออะไร ทำไมนักมวย ถึงนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก นอกจากน้ำมันนวยนั้น นักมวยสามารถใช้ ยาหม่อง หรือ น้ำมันขนิดอื่นได้ไหม วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาคลายข้อสงสัยกัน

 

น้ำมันมวยคืออะไร

น้ำมันมวย เป็นสินค้าของคนไทย ที่มีมานานกว่า 60 ปี โดยน้ำมันมวยนั้นมีส่วนผสมที่ ออกฤทธิ์ส่งเสริมกันโดยมี เมทิลซาลิไซเลท ที่มีฤทธิ์ร้อน และ มีเมนทอล กับการบูร ที่มีฤทธิ์เย็น เมื่อเราทาน้ำมันมวย ลงบนร่างกายของเราแล้ว จะทำให้เรา รู้สึกทั้งร้อน และ เย็นไปพร้อม ๆ กันทำให้สมองของเรา เกิดอาการสับสน และ สามารถที่จะเบี่ยงเบน ความเจ็บปวดได้นั้นเอง ซึ่งกลิ่นของน้ำมันมวยนั้น ในแต่ละคนก็จะ รู้สึกต่างกัน บางคนอาจจะรู้สึกชอบ บางคนอาจจะรู้สึกว่า น้ำมันมวยมีกลิ่นที่ฉุน น้ำมันมวย จะนิยมใช้โดยการใช้ทา ก่อนที่เราจะเล่นกีฬา หรือ ออกกำลังกาย อีกทั้ง น้ำมันมวย ยังใช้ในการนวด หรือ ทำปาได้ด้วยเช่นกัน

 

สรรพคุณของน้ำมันมวย

1. ช่วยบรรเทาอาการ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หลังจากการเล่นกีฬา หรือ หลังจากการออกกำลังกาย

2. น้ำมันมวยลดการฟกช้ำ หรือ อาการปวดเมื่อย บริเวณผิวหนัง เนื่องจาก น้ำมันมวย มีฤทธิ์ร้อน และ ฤทธิ์เย็น ที่จะช่วยให้ผิวหนังบริเวณนั้นอุ่นขึ้น และ ยังเป็นการประคบร้อน บริเวณเนื้อส่วนนั้น นั่นเอง

3. น้ำมันมวย ช่วยทำให้ร่างกาย อบอุ่นส่งผลให้ระบบ การไหลเวียนของเลือด ทำงานได้ดี

4. น้ำมันมวย ช่วยให้กล้ามเนื้อของเรา มีการผ่อนคลาย และ ยังช่วยให้กล้ามเนื้อ มีความตึงเครียดลดน้อยลง อีกทั้งกลิ่นของน้ำมันมวย จะช่วยให้ทำให้เรา สดชื่น

5. น้ำมันมวย ช่วยให้ร่างกายของเรา อบอุ่น และ ทำให้เราใช้เวลาที่น้อยในการวอร์มร่างกาย

 

วิธีใช้น้ำมันมวย

1. น้ำมันมวยชนิดน้ำ เหมาะสำหรับนักกีฬา ใช้สำหรับการออกกำลังกาย หรือ ใช้สำหรับ การออกกำลังกาย ที่ต้องมีการใช้ กล้ามเนื้ออย่างหนัก เช่น มวยไทย ฟุตบอล บาสเก็ตบอล และ เทนนิส   

2. น้ำมันมวยชนิดครีม เหมาะสำหรับนักกีฬา ใช้สำหรับการออกกำลังกาย หรือ ใช้สำหรับ การออกกำลังกาย และ ใช้ได้กับ กีฬาทุกประเภท รวมไปถึงบุคคลทั่วไป ที่มีอาหารปวดเมื่อย ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย

3. น้ำมันมวยชนิดสเปรย์ เหมาะสำหรับนักกีฬา ใช้สำหรับการออกกำลังกาย หรือ ใช้สำหรับ การออกกำลังกาย และ ใช้ได้กับ กีฬาทุกประเภท รวมไปถึงบุคคลทั่วไป ที่มีอาหารปวดเมื่อย ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย โดย น้ำมันมวยชนิดสเปรย์ จะมีความสะดวกตรงที่ เราสามารถใช้ได้ โดยที่มือของเรา ไม่ต้องเลอะน้ำมันมวย

 

เราจะเห็นได้ว่า น้ำมันมวย ในปัจจุบัน มีมากมายหลายประเภท ขึ้นอยู่กับว่า เรานั้น สะดวกในการใช้ น้ำมันมวยแบบไหน น้ำมันแต่ละรูปแบบ ก็เหมาะสำหรับ ไลฟ์สไตล์ ของแต่ละคน ที่แตกต่างกัน

 

ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันมวย

 

1. น้ำมันมวยไม่สามารถใช้แทนการอบอุ่นร่างกายได้ การใช้น้ำมันมวย สามารถช่วยในการอบอุ่นร่างกาย หรือ เพื่อผ่อนคลาย กล้ามเนื้อ ของเราได้ ในการทานน้ำมันมวยยังคงต้อง มีการอบอุ่นร่างกายเหมือนเดิม เพียงแต่ว่า น้ำมันมวยนั้น มีส่วนให้ร่างกายของเรา สามารถอบอุ่นร่างกาย ได้ง่ายขึ้น และ น้ำมันมวย ไม่สามารถ ใช้ในการรักษาอาการบาดเจ็บ ของกล้ามเนื้อ และ เส้นเอ็นได้

 

2. น้ำมันมวยไม่ควรทาบริเวณที่เป็นผิวหนังอ่อน ในการทาน้ำมันมวยนั้น สิ่งที่เราไม่ควรทำก็คือ การทาน้ำมันมวย ลงบนบริเวณ ที่มีผิวหนังออ่อน หรือ ทาน้ำมันมวยแล้วเอาผ้าพันไว้ การทำเช่นนี้ จะทำให้ ผิวหนังของเรา เกิดการไห้ หรือ พองได้

 

3. วิธีสังเกตอาการแพ้น้ำมันมวย เพื่อน ๆ คนไหนที่ทาน้ำมันมวย ลงบนผิวแล้ว อยากจะรู้ว่าตัวเองนั้น แพ้น้ำมันมวย หรือเปล่า ก็ให้สังเกตจาก บริเวณผิวหนัง ที่เราได้มีการทาน้ำมันมวย ว่ามีผดผื่นแดงขึ้น ตามจุดที่เราได้ทา น้ำมันมวยหรือเปล่า หรือ ทาน้ำมันมวยแล้ว รู้สึกว่าร้อนเกินไป ผิวหนังมีการพอง หรือ ไหม้ ให้หยุดใช้ และ รีบไปพบแพทย์ทันที  

 

การใช้น้ำมันมวย เพื่อจุดประสงค์ต่าง ๆ เราก็ควรมีการใช้ น้ำมันมวยที่ถูกวิธี และ มีการระมัดระวัง และ ไม่ใช้ในปริมาณที่มากเกินไป

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ความแข็งแกร่งของ มวยไทย 5 สาย

การออกอาวุธ เตะเจาะยาง ใน มวยไทย ( Muay Thai )

 รองท้องก่อนซ้อมมวย

รองท้องก่อนซ้อมมวย

การทานอาหาร ก่อนนออกกำลังกาย เป็นเรื่อง ที่หลาย ๆ คนสงสัยว่าเราควร ทานอาหาร หรือไม่ แล้วเราควรจะเลือก ทานอะไรดี 

 

สาเหตุที่เราควรทานอาหารก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai )

การทานอาหาร เพื่อรองท้อง ก่อนการ ออกกำลังกาย หรือ การซ้อมมวย เป็นเรื่องที่ หลาย ๆ คนสงสัยว่าเรา ต้องทานอาหาร ก่อนซ้อมมวย หรือเปล่า ต้องขอบอกเลยว่า ก่อนที่เรา จะทำการ ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เราควรที่จะ ทานอาหาร เพื่อรองท้อง ก่อนที่จะทำการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นเพราะว่า ในการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) ร่างกายของเรา ต้องมีการใช้พลังงาน เพื่อใช้ในการออกกำลังกาย และ มีพลังงาน ในการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เพราะ ในการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการออกกำลังกาย ที่เราต้องใช้พลังงานที่เยอะ หากไม่มีการ ทานอาหารรองเท้อง อาจะทำให้ประสิทธิภาพ ในการออกกำลังกาย ของเราลดลง หรือ ในบางครั้ง ก็อาจจะทำให้เรา เหนื่อยง่ายขึ้น ออกกำลังกายได้น้อยลง

แต่ในการทานอาหาร ก่อนการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ใช้ว่าเรา จะทานอะไรก็ได้ แต่เราต้องมีการเลือก อาหาร

 

อาหารที่เราควรทานก่อนซ้อมมวยไทย ( Muay Thai )

 

1. คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrates )

อาหารที่เราควรทาน ก่อนการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เราควรที่จะ ทานอาหารจำพวก คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrates ) หรือ อาหารพวกแป้ง ทั้งหลาย เนื่องจาก การทานอาหาร ประเภทแป้ง เมื่อเราทานเข้าไปแล้ว อาหารประเภทนี้ เป็นอาหาร ที่สามารถให้พลังงาน แก่ร่างกายของเราได้ดี ในอาหารจำพวกแป้ง หรือ คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrates ) เราควรที่จะเลือกทาน คาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrates ) เชิงเดี่ยว เพื่อให้ร่างกายของเรา ได้รับพลังงานทันมี อย่าง การทาน ขนมปัง ข้าวขัดขาว มันต้ม มันนึ่ง ถึงแม้ว่า มวยไทย ( Muay Thai ) จะเป็นกีฬาที่ใช้พลังงานเยอะ และ สามารถ เผาผลาญพลังงาน ได้เยอะ แต่เราก็ไม่ควร ทานเยอะ เพราะ การทานเยอะ อาจจะทำให้เรา จุกได้ และ ทำให้เราไม่อยาก ซ้อมมวยไทย ( Muay Thai )

 

2. ทานอาหารประเภทโปรตีน ( Protein )

หากเรามีการทาน อาหารประเภท โปรตีน ( Protein ) ก่อนการซ้อมมวยไทย ( Muay Thai ) เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เพราะ โปรตีน ( Protein ) นอกจาก จะช่วยเสริมสร้าง กล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ในร่างกายของเราแล้ว โปรตีน ( Protein ) ยังสามารถ ให้พลังงาน ให้กับร่างกายของเรา ได้อีก ข้อดีของการทาน โปรตีน ( Protein ) ก่อนการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ยังทำให้ ร่างของเรา อึดขึ้น ออกกำลังกายได้นานขึ้น นอกจากนี้ โปรตีน ( Protein ) ยังเป็นพลังงาน ให้กับร่างกายของเรา และ บังช่วยให้ กล้ามเนื้อของเรา ฟื้นตัวได้ดีอีกด้วย

 

3. ผลไม้

การทานผลไม้ จะทำให้ร่างกายของเรา ได้รับวิตามิน และ เกลือแร่ ช่วยให้ร่างกายของเรา สามารถ ออกกำลังกาย ได้ขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของเรา ทำงานได้ดีขึ้น 

 

ดังนั้น เราควรทานอาหาร เพื่อรองท้อง ก่อนการซ้อม มวยไทย ( Muay Thai ) ทุกครั้ง และ ไม่ควรทานอาหารเยอะ หรือ ทานอาหารจนอิ่ม เพราะจะทำให้เราจุก จนทำให้เรา ไม่อยากออกกำลังกาย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทคนิคในการเตะให้แรง ฉบับมวยไทย 

การเตรียมตัวก่อนขึ้นชกของนักมวย ไม่ให้บาดเจ็บรุนแรง ใน มวยไทย ( Muay Thai )

ลักษณะการ ออกหมัด ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ลักษณะการ ออกหมัด ในกีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

มือ ถือเป็นหนึ่งใน อวัยวะสำคัญ ที่ใช้ออกอาวุธอย่าง " หมัด " สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai )  ซึ่งรูปแบบในการ ออกหมัด เพื่อต่อสู้กับคู่ต่อสู้นั้น มีด้วยกันหลากหลายลักษณะ ที่นักมวย ควรจะรู้ ดังต่อไปนี้

 

1. หมัดตรงชกนำ

 

เป็นการปล่อยหมัด ที่อยู่ด้านหน้าพุ่งไปยัง เป้าหมายของคู่ต่อสู้ โดยอาศัยแรงส่ง ที่มาจากหัวไหล่ ลำตัว ตั้งตรง และเท้ายันพื้น เพื่อเป็นหลัก และแรงส่งออกไป ถ้าจดเหลี่ยมขวา หมัดตรงชกนำ คือ หมัดซ้าย ถ้าจดเหลี่ยมซ้าย หมัดตรงชกนำ คือ หมัดขวา  อาจจะชกออกไป โดยไม่เคลื่อนเท้า หรือ เคลื่อนเท้าไปด้านหน้า ด้านหลัง ข้างซ้าย และข้างขวาก็ได้ ส่วนมากเวลาชกไป แล้วน้ำหนักตัว มักจะตกอยู่บนเท้า ที่อยู่หน้าเสมอ

 

2. หมัดตรงชกตาม

 

หมัดตรงชกตาม จะเป็นการใช้หมัดอีกข้างของหมัดชกนำ ปล่อยเป็นแนวตรงไปยังเป้าหมาย โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัวและเท้า ส่งแรงไปที่หมัดถ้าจดเหลี่ยมขวา หมัดตรงชกตาม คือ หมัดขวา ถ้าจดเหลี่ยมซ้ายหมัดตรงชกตามคือหมัดซ้าย เมื่อหมัดตรงชกตามพุ่งออกไป ลำตัว เอว และสะโพกจะบิดคว่ำลงเท้าหลังจะส่งแรงน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า อาจจะสืบเท้าไปข้างหน้า ถ้าชกถอยหลัง หรือฉากออกข้างชกหมัดตรงชกตามก็ได้ส่วนมากแล้ว ถ้าเดินหน้าหมัดตรงชกตาม จะหนักหน่วง และรุนแรงกว่าหมัดชกนำ

 

3. หมัดขว้าง หรือ หมัดเหวี่ยง

 

การปล่อยหมัด โดยการงอ และเกร็งข้อศอกไว้ให้หมัดออกไป เป็นวิธีทางโค้งขนาน กับพื้นดินอาจจะคว่ำหมัด หรือ ตั้งหมัดก็ได้ แต่พยายามให้สันหมัดถูก เป้าหมายหมัดเหวี่ยงแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ หมัดเหวี่ยงสั้น หมัดเหวี่ยงยาว และหมัดเหวี่ยงกลับ

 

4. หมัดเหวี่ยงสั้น หรือ หมัดขว้างสั้น

 

จะใช้ในตอนที่คู่ต่อสู้อ ยู่ในจังหวะ ปิดป้องกันอยู่ เช่น คู่ต่อสู้ ยกมือป้องกัน ใบหน้าตรง ๆ ถ้าชกหมัดตรง ก็จะถูกมือ และท่อนแขนของคู่ต่อสู้ยกกันไว้ ดังนั้น จึงควรใช้ หมัดเหวี่ยงสั้น เพราะหมัดนี้ จะโค้งผ่านเลยแขนคู่ต่อสู้เข้าสู่ใบหน้า หรือปลายคางทางข้างซ้าย หรือข้างขวาได้ โดยหมัดเหวี่ยงสั้น อาจจะมี วิธีทางของหมัด ไม่ขนานพื้น คือ อาจจะเฉียงขึ้น หรือ เฉียงลงสู้พื้นบ้างก็ได้ ตามแต่ความเหมาะสมของ สถานการณ์ตรงหน้า

 

5. หมัดเหวี่ยงยาว หรือ หมัดขว้างยาว

 

เป็นการชก โดยการเหยียดแขนยาวออกไป เกร็งแขนให้ตึง คว่ำมือ พยายามให้สันหมัดถูกเป้าหมาย โดยเหวี่ยงออกไปเป็นวงกว้างให้วิธีทางขนาน กับพื้นดิน หมัดเหวี่ยงยาว ให้ชกเป้าหมาย ที่อยู่ไกลออกไปเป้าหมายชก คือ ปลายคาง หน้า และคอ

 

6. หมัดเสย

 

เป็นการกำหมัดให้แน่น และงอข้อศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัดขึ้น และออกหมัดจากด้านล่าง พุ่งขึ้นวิถีตั้ง ทำมุมฉากกับพื้น การออกหมัด รูปแบบนี้ จะมี 2 แบบ คือ หมัดเสยนำ และ เสยหมัดตาม หมัดเสย จะใช้ได้ดีเมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้ตัว เช่น การเข้าคลุกวงใน แล้วคู่ต่อสู้ก้มต่ำเป้าหมายที่ชก คือ บริเวณคาง ท้อง หน้าอกและหน้า

 

7. หมัดโขก

 

เป็นการเหวี่ยงหมัด จากบนลงล่างเป้าหมาย บริเวณขมับ หรือ คางหมัดโขกเป็นหมัดที่รุนแรงใช้หมัดตาม เพื่อให้วงเหวี่ยงมีรัศมีกว้างขึ้น หมัดโขก เป็นหมัดที่มีทิศทางจากบนลงล่างแบ่งเป็น หมัดโขกวงกว้าง กับหมัดโขกวงแคบหมัดนี้ เป็นหมัดที่รุนแรง เพราะ อาศัยแรงเหวี่ยงของไหล่ และแขน

 

การออกหมัดของนักมวยนั้น ไม่ใช่แค่เพียง การปล่อยแรงชกไปหาคู่ต่อสู้ แต่นักมวย ยังมี ควรรู้ ลักษณะของทิศทางในการออกหมัด ที่แตกต่างกันด้วย เพื่อให้เลือก สามารถ ออกหมัดให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ณ ขณะนั้น

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 กติกา และ การจำแนกรุ่น ของ กีฬา มวยไทย

 ฝึก การเตะ ใน มวยไทย ( Muay Thai )

การต่อสู้ เชิงรุกและรับ ฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

การต่อสู้ เชิงรุกและรับ ฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

รูปแบบ ศิลปะการต่อสู้ ย่อมมีจังหวะในการต่อสู้ทั้ง เชิงรุกและรับ ด้วยกันทั้งนั้น รวมไปถึง มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เช่นกัน ที่มี แม้ไม้มวยไทย และลูกไม้มวยไทย ทั้งในเชิงรุกและรับด้วย

 

การออกอาวุธ สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) อันประกอบไปด้วย ได้แก่ หมัด เท้า เข่า และศอก โดยการออกอาวุธไปยัง คู่ต่อสู้ จะถูกเรียก “ไม้มวยไทย” ตามรูปแบบของ การใช้ อวัยวะเหล่านั้น อย่างการออกหมัด หาคู่ต่อสู้ เรียกว่า “ไม้หมัด” การใช้เท้า ออกอาวุธ เรียกว่า “ไม้เตะ” และ “ไม้ถีบ” ตามรูปแบบ การใช้เท้า การใช้เข่า ออกอาวุธ เรียกว่า “ไม้เข่า” และการออกอาวุธด้วยศอก เรียกว่า “ไม้ศอก” โดยการออกอาวุธเหล่านี้ แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ การรุก และการรับ

 

การต่อสู้ มวยไทย เชิงรุก

 

     ไม้รุก คือ การใช้ไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบกัน เพื่อการโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไปไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความรวดเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง และสามารถใช้ไม้อื่นต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีหรือไม่ จึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือ ซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือ ส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข  โดยทั่วไปไม้รุก มีตั้งแต่ 1 จังหวะจนไม่จำกัดจำนวน แต่ที่นิยมใช้และได้ผลดี รวมทั้งฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

 

- ไม้รุก 1 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้ว ใช้ไม้มวย เพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา เตะขวา โยนเข่าขวาหรือด้านที่ถนัดที่สุด

 

- ไม้รุก 2 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้ว ใช้ไม้มวย 2 จังหวะ โดยจังหวะที่ 1 เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วตามด้วยใช้ไม้จริงในจังหวะที่ 2 แต่ต้องตามกันไป อย่างรวดเร็ว

 

- ไม้รุก 3 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้ว ใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ หมัดตรง แล้วเตะตาม หากฝึกจนเกิดความชำนาญ จะสามารถใช้ ไม้สั้น เช่น ศอก เข่า หมัดตวัด หมัดงัด เป็นไม้นำ ได้เช่นกัน

 

การต่อสู้ มวยไทย เชิงรับ

 

      ไม้รับ คือ การนำเอาไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไข การจู่โจมของ คู่ต่อสู้ฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของ ไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย แก้การเตะ แก้การถีบ แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริง ๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด จึงต้องทำทุกอย่าง เพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออก ให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้ การหลบหลีก การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีทั้งการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

 

1. การหลอกล่อ คือ การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด หรือเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางได้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหว อวัยวะต่าง ๆ โดยไม่เคลื่อนที่ ไปจากที่เดิม แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ การหลอกด้วยสายตา การหลอกด้วยศีรษะ และการหลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหวลำตัว

 

2. การถอยให้พ้นระยะ คือ การถอยให้ห่างจากคู่ต่อสู้ อาจกระโดดเคลื่อนเท้าถอยหลัง หรือก้าวถอยหลัง แต่ต้องให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ ในการถอยเมื่อพ้นระยะแล้ว จะต้องอยู่ในท่าที่พร้อมจะตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

 

3. การโยกตัว หรือการเอนตัวให้พ้นระยะ คือ การโยกตัวหรือเอนตัวออกให้พ้นระยะคู่ต่อสู้

 

4. การหลบหลีก คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีก ไม้มวยเชิงรุกของคู่ต่อสู้ อาจใช้วิธีก้มตัวหลบ ด้านซ้าย และขวา

 

5. การปัดให้เบี่ยงเบนออกไป คือ การใช้มือ หรือแขนปัด ไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

 

6. การบังเกาะจับ คือ การบังไม่ให้ไม้มวยคู่ต่อสู้ ปะทะกับตัวเรา การบังนั้น จะต้องอาศัยการผ่อนแรงถูกจังหวะ และเหมาะสมจึงจะได้ผลดี เมื่อบังเกาะจับได้แล้ว ก็สามารถใช้ ไม้มวยตอบโต้ได้ทันที

 

7. การปัดป้อง คือ การใช้ส่วนต่าง ๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย เช่น การใช้เข่าปัดป้องท้อง รวมถึงบริเวณลำตัว การใช้ศอกและเข่าบริเวณหน้าอก

 

8. การทำให้ล้ม มีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้อง ตามกติกา คือ ใช้วิธีการบังเกาะจับแล้วผลักให้ล้ม หรือการกอดรัด แล้วเหวี่ยงให้ล้ม

 

     และทั้งหมด นี่คือ รูปแบบของ ไม้รุก และ ไม้รับ ที่น่าสนใจของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เหล่านักมวย ต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ เพื่อให้เลือกใช้ไม้ มวยไทย ( Muay Thai )  และกลวิธีต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการต่อสู้ได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึก การเตะ ใน มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกมวยไทย ไขมันส่วนเกิน ได้ง่าย ๆไปดูกัน

รายชื่อนักมวย ชื่อดัง มากฝีมือ วงการ มวยไทย ในปัจจุบัน

รายชื่อนักมวย ชื่อดัง มากฝีมือ วงการ มวยไทย ในปัจจุบัน

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า วงการ มวยไทย ในปัจจุบันนี้ มีนักมวยที่มากฝีมือเกิดใหม่มาหลายคนมาก ๆ วันนี้เราจึงจะพาเพื่อน ๆ มารู้จัก รายชื่อนักมวย ชื่อดัง มากฝีมือ ในปัจจุบัน ให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปตามผลงานของพวกเขากันดูค่ะ

 

1 แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม

หรือที่รู้จักกันในชื่อ แสนชัย ส.คิงสตาร์ และมีชื่อจริงว่า ศุภชัย แสนพงษ์ เกิดวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 ที่บ้านโนนสูง ตำบลดอนกลาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ที่เขาเป็นคนชื่นชอบ กีฬาชกมวยมาตั้งแต่เด็ก และ ยังเคยเป็นนักมวยไทย ที่ได้รับการยอมรับว่าเก่งที่สุดในยุคนี้ เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ สถิติการชกมวยสากล 5 ครั้ง ชนะ 5 น็อค 2 แสนชัยเป็นนักมวยไทย ที่มีชื่อเสียงซึ่งเคยชกมวยสากล รวมถึงเคยเป็น นักฟุตบอลอาชีพ โดยเล่นให้แก่ สโมสรฟุตบอลเมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ดในฐานะ ตัวสำรองอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับไปชกมวยไทยอีกครั้งในภายหลัง

 

2 ต่วนเป๋ เกียรติคมสิงห์

มีชื่อเล่นว่า เป๋ พื้นเพเป็นคนชาว อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี โดยกำเนิด และทางขาข้างขวาของเขานั้น ก็ลีบมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ แค่ได้ยินชื่อนี้ แฟนมวยก็เฮลั่นแล้ว ต่วนเป๋ คือเบอร์หนึ่ง ในด้านความดัง จากผลงานสุดยอดในวิกเจ็ดสี ได้รับเสื้อสามารถเมื่อปีที่แล้ว มาปีนี้ก็ยังโชว์ฟอร์มสวยต่อเนื่อง จนแฟนมวยตู้คิดไม่ออกว่า ต่วนเป๋ จะแพ้ใครได้ ซึ่งก็ต้องถือว่าต่วนเป๋ คือมวยสร้างสายเกียรติเพชรที่มาดัง ในเวทีมวยตู้มากกว่าเวทีมวยมาตรฐาน ที่เจ้าตัวไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมา แต่กับมวยไทยเจ็ดสีนั้น ยอดนักมวยจากเมืองอุบล หวดแข้งขวาไม่ยั้ง ไล่เตะคู่ชกมาแล้วหลายราย นอกจากชื่อเสียงที่โด่งดัง ต่วนเป๋ก็มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา แข้งขวาเป็นอาวุธหลัก บวกกับร่างกายที่แข็งแกร่ง รูปร่างเพรียวแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า จะต่อยในพิกัด 130-135 ได้แบบสบายๆเลย

 

3 แปดแสนเล็ก ราชานนท์

นายองครักษ์ ขาวศรี หรือ จั่นเจา เกิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2536 อายุ 21 ปี เป็นชาวอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเริ่มชกมวยครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 10 ขวบเท่านั้นเอง ชื่อนี้เพียงแค่ได้ยิน แฟนมวยจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน นักมวยยอดเยี่ยมจากเวทีมวยเจ็ดสี แปดแสนเล็ก คือซุปตาร์เจ็ดสี อย่างแท้จริง ที่มีทั้งความดุดันในการชก หมัดหนักอันเป็นอาวุธสังหาร คู่ต่อสู้มาแล้วหลายราย แปดแสนเล็กเคยชกใน เวทีมาตรฐานแต่ไม่ดัง แต่พอมาได้ชกออกตู้ เหมือนกับว่ามีพลังเพิ่ม ยิ่งชกยิ่งดี ยิ่งชกยิ่งแกร่ง ในพิกัด 132-135 ปอนด์ แปดแสนเล็กสามารถสู้ได้หมด

 

4 สามเอ ไก่ย่างห้าดาวยิม

มีชื่อจริงว่า วัชริศ จวบรัมย์ ชื่อเล่น เอ เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2526 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นนักมวยไทยที่มีผลงาน เรียกได้ว่านานนับทศวรรษ และยังได้รับการกล่าวว่า เป็นนักมวยตัวอย่าง ที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่ในวงการ รวมถึงได้รับเลือกให้เป็นนักมวยไทยยอดเยี่ยมแห่งปี 2554 และ เป็นผู้ครองแชมป์รุ่น 122 ปอนด์สนามมวยเวทีลุมพินี และ ในปัจจุบันนี้ สามเอมีค่าตัวอยู่ที่ 1 แสนบาทเลยทีเดียว

 

5 เสกสรร อ.ขวัญเมือง

ชื่อเล่นว่า สันต์ เกิดในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2532 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งใน นักมวยไทยระดับแถวหน้าของประเทศ ที่ต้องบอกเลยว่า ขวัญใจแฟนมวยไทยตลอดกาล จะต้องมีชื่อของ เสกสรร เป็นหนึ่งในลิสต์ ด้วยผลงานที่สั่งสมมา ตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อปี 2548 กับการคว้ารางวัล อันทรงเกียรติมากมาย บนเส้นทางสายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง แชมป์สนามมวยช่อง 7 สี, แชมป์ IBF, แชมป์ WBC ที่สำคัญคือแชมป์สนามมวยเวทีราชดำเนินหลายสมัย และ แชมป์สนามมวยเวทีอ้อมน้อย เรียกได้ว่า เสกสรร ได้กวาดแชมป์สำคัญ ๆ มาอย่างล้นมือในวัย 31 ปี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ufaboxing.com

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ รายชื่อนักมวย ชื่อดัง มากฝีมือ ในปัจจุบัน หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

How to กระโดดเชือกแบบนักมวย เจริญทองมวยไทยศรีนรินทร์

How to กระโดดเชือกแบบนักมวย เจริญทองมวยไทยศรีนรินทร์

การกระโดดเชือก เป็นการออกกำลังกาย ง่าย ๆ ที่เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนมองข้ามไป การกระโดดเชือกนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้ข้อเท้าของเรา แข็งแรงแต่ยังเป็น การคาร์ดิโอ ( Cardio ) อีกด้วย 

 

สิ่งหนึ่ง ที่เรามักจะเห็นนักมวย ทำอยู่เป็นประจำ ก็คือ การกระโดเชือก เพื่อเป็นการ บริหารร่างกาย ในส่วนต่าง ๆ ไม่วาสจะเป็น กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขอ ข้อเท้า และ ยังเป็นการเพิ่มความอึด ขณะ ที่เราขึ้นชกบนเวที อีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการออกกำลังกายที่สนุก และ ยังเป็นการออกกำลังกาย ในเชิงแอโรบิค ยิ่งในวัยเด็ก วัยกำลังเติบโต การกระโดเชือก จะช่วยเพิ่ม การเจริญเติบโต ได้เป็นอย่างดี หรือ ในผู้ที่ต้องการ ลดน้ำหนัก การกระโดดเชือก ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่จะช่วยให้เรานั้น ลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือ เชือกสำหรับกระโดด ก็เป็นอุปกรณ์ ที่หาซื้อได้ง่าย มีหลายราคา และ หลายรูปแบบ เลือกได้ตามที่เราต้องการ 

 

วิธีเลือกเชือกกระโดด 

 

1. เลือก เชือกกระโดด จากส่วนสูงของเรา 

หากไปร้านขายอุปกรณ์กีฬา แล้วไม่รู้ว่าจะต้องใช้ เชือกกระโดด ยาวขนาดไหน ก็ถามพนักงานของทางร้าน หรือ จะวัดจาก ความสูงของเรา เป็นหลัก และ ความยาวของเชือกนั้น ต้องเลือกเผื่อ การกระโดดของเรา ถ้าหากเชือกกระโดด ที่เราซื้อมานั้น เกิดสั้นเกินไปจะส่งผลให้ เวลาที่เรากระโดดเชือก อาจะทำให้ การกระโดดเชือก ของเราสะดุดได้ หรือ ถ้าหาก เชือกกระโดดที่เราซื้อมานั้น เกิดมีความยาว ที่ยาวเกินไป ก็อาจจะเกะกะ และ ทำให้การกระโดดเชือกของเรา ทำได้ยากเนื่องจากเชือกกระโดด มีความยาวเกินไป 

 

2. เลือกเชือกกระโดด ที่เป็นพลาสติก

การเลือก เชือกกระโดด ให้เราเลือกเชือกกระโดด ที่เป็นพลาสติก ควรหลีกเลี่ยง การเลือกเชือกกระโดด ที่เป็นผ้า เพราะ เชือกกระโดดแบบผ้านั้น มีน้ำหนักที่เบา ทำให้แกว่งได้ยาก จึงไม่เหมาะ ที่จะนำมาฝึกซ้อม หรือ เพื่อน ๆ คนไหน ที่อยากจะลองใช้ เชือกกระโดด แบบนักมวย ก็สามารถใช้ได้ แต่เชือกกระโดดแบบที่นักมวยใช้ จะไม่ใช่พลาสติก แบบที่เราคุ้นเคยนะครับ แต่ เชือกกระโดด แบบที่นักมวยใช้นั้น จะมีลักษณะ เป็นสายยางเส้นใหญ่ ๆ มีน้ำหนักที่หนักกว่า เชือกกระโดดที่เป็นพลาสติก และ กระโดดยากกว่า การใช้เชือกกระโดด แบบที่นักมวยใช้กัน ในช่วงแรก อาจจะมีการปวดเมื่อย บริเวณ แขน บ่า ไหล่ สาเหตุมาจาก น้ำหนักที่หนักนั่นเอง 

 

วิธีฝึกกระโดดเชือก แบบนักมวย 

 

เพื่อน ๆ หลาย ๆ ที่กำลังฝึกกระโดดเชือกแบบนักมวย คงจะสงสัยว่า การกระเชือก ควรกระโดดยังไง สูงจากพื้นเท่าไหร่ และ กี่ครั้ง กี่เซ็ต ความสูงในการกระโดดความสูงที่แนะนำคือ 

 

1. กระโดดให้สูงจากพื้นประมาณ นิ้ว หรือ เอาพอแค่เชือกลอดผ่านได้

การกระโดดเชือกแบบนักมวย เราควรกระโดดให้สูงจากพื้นประมาณ นิ้ว หรือ เอาพอแค่เชือกลอดผ่านได้ เท่านั้นพอ และ ในการกระโดเชือก ก็ไม่ควร งอเข่า หรืองอเข่าให้น้อยที่สุด 

 

สำหรับผู้ที่เริ่มฝึก ก็ควรจะกระโดดเชือก ประมาณ 1 – 2 นาที หรือ กระโดดเชือก จนรู้สึกว่าเหนื่อย หรือ ถ้าหากไหว ก็สามารถกระโดดเชือก 3 – 5 นาที ทำแบบนี้ เซ็ท และ หยุดพักด้วยการวิ่งอยู่กับที่ เบา ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อยังคงมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะ ถ้าหากเราหยุดไปเลย การกระโดเชือก ในเซ็ทต่อไป จะทำได้ยากขึ้นนั่นเอง 

 

2. กระโดดให้เป็นธรรมชาติ

การกระโดดเชือกอยากถูกวิธีนั้น ไม่มีมีเสียงเท้าของเรา กระทบกับพื้นจนส่งเสียงดัง หรือ เท้าของเรา กระทบกับพื้นแรงเกินไป เพราะการทำแบบนั้น สะส่งผลเสียต่อหัวเข่า ของเรา หรือ อาจจะทำให้ข้อเท้าของเรา เกิดการพลิกได้ ดังนั้น ในการเริ่มฝึก ควรเริ่มจากการกระโดดเบา ๆ ช้า ๆ กระโดดสองขาพร้อมกัน และ ฝึกควบคุมการทำงาน ของกล้ามเนื้อให้ดีก่อน 

 

3. กระโดดเชือกสลับขา 

เมื่อเราฝึก กระโดดเชือกแบบสลับขา ได้คล่องแล้ว ต่อมาก็เป็นการฝึก กระโดดเชือกแบบ สลับขา โดยการกระโดดเชือกสลับขา ทริคในการกระโดดคือ ท่องซ้ายขวา เอาไว้ในใจ โดยปกติการกระโดดเชือก เราจะลงน้ำหนังไปที่ขาทั้งสองขา แต่ กระโดดเชือกสลับขานั้น จะลงน้ำหนักไปที่ขาใดขาหนึ่ง แบบซ้ายขวาซ้าย 

 

ข้อควรระวัง 

สำหรับ ผู้ที่มีน้ำหนักมากเกินไป หรือ มีปัญหา อาการปวดเข่า ข้อเท้า ขา ไม่ควรออกกำลังกายด้วยการะโดดเชือก เพราะ อาจจะส่งผลให้ การปวดเจ็บของเรา เกิดอาหารเรื้อรังได้ และ ควรจะสวมรองเท้าทุกครั้ง เพื่อให้เท้าของเรา ได้รับการซัพแรงจาก รองเท้านั่นเอง 

รองเท้า ที่ควรสวมใส่ ควรจะเป็นรองเท้า ที่มีการกระชับ ปลายเท้า เพื่อซัพพอร์ท การกระโดดของเรา 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

อาหารสำหรับการฝึกแบบ นักมวย

รู้ไว้ ดูเป็น การนับคะแนนมวยไทย

สลายไขมัน ด้วยมวยไทย ( Muay Thai ) เจริญทองมวยไทยศรีนครินทร์

สลายไขมัน ด้วยมวยไทย ( Muay Thai ) เจริญทองมวยไทยศรีนครินทร์

เพื่อน ๆ หลาย ๆ ที่ลดหุ่น ก็คงจะมองหา การออกกำลังกาย โดยการใช้มวยไทย ( Muay Thai )  เพราะ มวยไทย เป็นกีฬา ที่ช่วยในการ ลดน้ำหนักได้ดี อีกทั้ง มวยไทย ยังเป็นการ เผาผลาญไขมัน ได้เป็นอย่างดี

 

เพื่อน ๆ หลาย ๆ คงจะพอรู้กันมาบ้างว่า มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้เราลด น้ำหนัก และ เผาผลาญไขมันได้ดี กว่ากีฬาประเภทอื่น กีฬาทุประเภทนั้น สามารถช่วยให้เรา เผลาผลาญ พลังงานในร่างกาย ได้ดีเหมือนกัน แต่ สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นสามารถช่วย ให้ร่างกายของเรา เผาผลาญไขมันได้เร็ว เพราะ การฝึกมวยไทย ( Muay Thai ) 1 ชั่วโมงนั้น สามารถ ทำให้เราเผาผลาญได้ 1000 กิโลแคลอรี่ ( Kilocalories ) ถือว่า เป็นการพลังงาน ที่มาก แต่อย่างไรก็ตาม การเผาผลาญ ก็ขึ้นอยู่กับ แต่ละบุคคลด้วย นะครับ เนื่องจาก ร่างกายของแต่ละ คนมี อัตราการเผาผลาญ ที่แตกต่างกัน มวยไทย ( Muay Thai ) ยังเป็นกีฬา ที่สนุก มีเพื่อนร่วมคลาส ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ใช่แค่ การชกต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) ยังช่วยเพิ่มทักษะต่าง ๆ ให้กับเราอีกด้วย

 

เรามาดูข้อดี ของ มวยไทย ( Muay Thai ) กันว่า มีข้อดีอะไรบ้าง และ ช่วยอะไร ให้กับเราบ้าง 

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถ ออกกำลังกายได้ทุกส่วน

การออกกำลังกาย มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น เป็นกีฬาที่เรา สามารถ ออกกำลังกาย ได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา มือ เท้า เข่า และ ศอก รวมไปจนถึง ศีรษะ ต่างจาก การออกกำลังกาย ประเภทอื่น ๆ ที่ใช้ ร่างกาย ได้แค่ ไม่กี่ส่วน ต่างจากมวยไทย ที่ต้องใช้ ทุกสัดส่วนของร่างกาย เช่นการต่อ ที่ต้องใช้ กล้ามเนื้อแขน และ มือ การเตะ ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อขา และ ลำตัว เพื่อเป็นแรงส่ง ในการเตะ ให้แรงขึ้น หรือ การยืน และ การทรงตัว  

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยลดไขมันได้เป็นอย่างดี

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้เวลา และ ความเข้มข้นในการฝึก ที่สูง และ ต้องต่อเนื่อง มาก ๆ เพราะกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นจะเน้นไปที่ การพัฒนาศักยภาพต่าง ๆ ของร่างกายเรา และ ยังเป็น ช่วยทำให้เรา ข้ามขีดจำกัดต่าง ๆ ไปได้ จึงทำให้เรานั้น ลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี สำหรับ เพื่อน ๆ ที่ต้องการออกกำลังกาย เพื่อลดล้ำหนักอย่างรวดเร็วนั้น มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นตัวเลือกหลัก ในการออกกำลังกายทีเดียว เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องใช้ทุกส่วน ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การเตะ ที่ช่วยให้ ขาของเราเรียว สวยดูเล็ก แม้กระทั่ง การชกกระสอบทราย ก็ยังเป็น การออกกำลัง ที่ทำให้แขนของเราเล็ก  มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากจะเป็นการคาดิโอแล้ว ยังถือ ว่าเป็น ออกกำลังกาย เฉพาะสัดส่วน อีกต่างหาก

 

3. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยลดความเครียดได้ดี

เนื่องจาก มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาที่ต้องมีการ ชก เตะ จึงทำให้หลาย ๆ คน ใช้ มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นวิธีระบายความเครียด นอกจากเราได้ระบายความเครียดแล้ว เรายังได้สุขภาพที่ดีอีกด้วย ทำให้เรานั้น มีสุขภาพที่ดี และ ความเครียด ก็หายไป ทั้งนี้ การออกกำลังกาย ร่างกายยังหลั่งสาร เอนโอฟีน หรือ สารแห่งความสุขออกกมาด้วย ทำให้เรา มีความสุขมากขึ้น

 

ดังนั้น การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการออกกำลังกาย ที่ได้มากกว่า การออกกำลังกาย เพราะ ได้ทั้งหุ่นที่ดีกลับมา ได้สังคม ได้เพื่อนใหม่ และ ได้ขจัดความเครียด ออกกจากสมองของเรา

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

โภชนาการ เพื่อการฝึกมวยไทย

เทคนิคในการเตะให้แรง ฉบับมวยไทย

กติกา และ การจำแนกรุ่น ของ กีฬา มวยไทย

กติกา และ การจำแนกรุ่น ของ กีฬา มวยไทย

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาดู กติกา และ การจำแนกรุ่น ของ กีฬา มวยไทย กันค่ะว่า เค้าแยกรุ่นกันอย่างไร มีข้อห้าม และ กฎระเบียบ มากน้อยแค่ไหน ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

 

กติกาการแข่งขัน มวยไทย

ในปัจจุบันกีฬามวยมีกฎที่ชัดเจนกว่ายุก่อนมาก ทั้งนักมวยต้องสวมนวมขนาด 4 ออนซ์ แต่งกายตามรูปแบบนักกีฬามวย เช่น สวมกางเกงขาสั้นสวมกระจับ แต่จะสวมปลอกรัดเท้าหรือไม่ก็ได้ สามารถผูกเครื่องรางของขลังไว้ที่แขนท่อนบนได้ แต่เครื่องรางอื่น ๆ ใส่ได้เฉพาะตอนรำไหว้ครูเท่านั้น แล้วต้องถอดออกตอนแข่งขัน ในการแข่งขันมีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คนกรรมการให้คะแนนข้างเวที 2 คน จำนวนยกในการแข่งขันมีกรรมการผู้ชี้ขาดบนเวที 1 คนกรรมการให้คะแนนข้างเวที 2 คน จำนวนยกในการแข่งขันมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที

ในการแข่งขันมวยไทย แบ่งเป็นรุ่นตามน้ำหนักตัวของนักมวย เหมือนกับหลักสากลของมวยสากลเช่นกัน ซึ่งในมวยไทยจะใช้อวัยวะในการต่อสู้ คือ หมัด เท้า เข่า ศอก มวยไทยสามารถใช้ได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยไม่จำกัดเลย ทำให้มวยไทยมีความอันตรายมาก ในปัจจุบันทำให้มีกติกาเข้ามากำหนด เพื่อความปลอดภัย

 

 การจำแนกรุ่น มี 19 รุ่น ดังนี้

1. รุ่นพินเวท ( Pinweight ) โดยน้ำหนักต้องเกิน 93 ปอนด์ หรือประมาณ 42.272 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 100 ปอนด์ ประมาณ45.454 กิโลกรัม

2. รุ่นมินิฟลายเวท ( Mini flyweight ) โดยน้ำหนักต้องเกิน 100 ปอนด์ หรือประมาณ 45.454 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 105 ปอนด์ ประมาณ 47.727  กิโลกรัม

3. รุ่นไลท์ฟลายเวท ( Light flyweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 105 ปอนด์ หรือประมาณ 47.727 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 108 ปอนด์ ประมาณ 48.988 กิโลกรัม

4. รุ่นฟลายเวท ( flyweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 108 ปอนด์ หรือประมาณ 48.988 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 112 ปอนด์ ประมาณ 50.802  กิโลกรัม

5. รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ( Super flyweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 112 ปอนด์ หรือประมาณ 50.802 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 115 ปอนด์ ประมาณ 52.163 กิโลกรัม

6. รุ่นแบนตั้มเวท ( Bantamweight) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 115ปอนด์ หรือประมาณ 52.163 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 118 ปอนด์ ประมาณ 53.524 กิโลกรัม

7. รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท ( Super Bantamweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน118ปอนด์ หรือประมาณ 53.524 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 122 ปอนด์ ประมาณ 55.338 กิโลกรัม

8. รุ่นเฟเธอร์เวท ( Featherweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 122ปอนด์ หรือประมาณ 55.338 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 126 ปอนด์ ประมาณ 57.153 กิโลกรัม

9. รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท ( Super Featherweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 126 ปอนด์ หรือประมาณ 57.153 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน130 ปอนด์ ประมาณ 58.967 กิโลกรัม

10. รุ่นไลท์เวท เวท ( Lightweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 130 ปอนด์ หรือประมาณ 58.967 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 135 ปอนด์ ประมาณ 61.235 กิโลกรัม

11. รุ่นซูเปอร์ไลท์เวท ( Super Lightweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 135 ปอนด์ หรือประมาณ 61.235 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 140 ปอนด์ ประมาณ 63.503 กิโลกรัม

12. รุ่นเวลเตอร์เวท ( Welterweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 140 ปอนด์ หรือประมาณ 63.503 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 147 ปอนด์ ประมาณ 66.678 กิโลกรัม

13. รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท ( Super welterweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 147 ปอนด์ หรือประมาณ 66.678 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 154 ปอนด์ ประมาณ 69.853 กิโลกรัม

14. รุ่นมิดเดิลเวท ( Middleweight) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 154 ปอนด์ หรือประมาณ 69.853 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 160 ปอนด์ ประมาณ 71.575 กิโลกรัม

15. รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท ( Super middleweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 160 ปอนด์ หรือประมาณ 71.575 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 168 ปอนด์ ประมาณ 76.374 กิโลกรัม

16. รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท ( Light heavyweight ) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 168 ปอนด์ หรือประมาณ 76.374 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 175 ปอนด์ ประมาณ 79.379 กิโลกรัม

17. รุ่นฟลายเวท ( Flyweight) โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 175 ปอนด์ หรือประมาณ 779.379 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 190 ปอนด์ ประมาณ 86.183 กิโลกรัม

18. รุ่นเฮฟวี่เวท ( Heavyweight )  โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 190 ปอนด์ หรือประมาณ 86.183 กิโลกรัม แต่จะไม่เกิน 200 ปอนด์ ประมาณ 90.900 กิโลกรัม

19. รุ่นซูเปอร์เฮฟวี่เวท ( Super heavyweight )  โดยน้ำหนักตัวต้องเกิน 200 ปอนด์ขึ้นไป หรือประมาณ 90.900 กิโลกรัมขึ้นไป

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ กติกา และ การจำแนกรุ่น ของ กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

ฝึก การเตะ ใน มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึก การเตะ ใน มวยไทย ( Muay Thai )

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ คนไหนที่ดู มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วเห็นนักมวยหลาย ๆ คนมักจะออกอาวุธ ด้วย การเตะ แล้วสงสัยว่ามันมีกี่แบบ กี่ประเภท และ ฝึกกันอย่างไรใช่ไหมคะ วันนี้เราจึงรวมข้อมูลมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านแล้วค่ะ

 

การเตะ ใน มวยไทย ( Muay Thai )

หมายถึง การใช้เท้าเป็นอาวุธ ในการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้ได้ดีเมื่อเป็นฝ่ายรุก หรือ สกัดการรุก ของคู่ต่อสู้ เป็นอาวุธที่สำคัญที่สุด เป็นอาวุธที่ยาวที่สุด ในร่างกายของ มวยไทย ( Muay Thai )

 

การเตะ ใน มวยไทย ( Muay Thai ) มี 4 ประเภท ได้แก่

  • เตะเฉียง 
  • เตะตัด 
  • เตะตรง 
  • เตะตวัดหลัง

 

เป็นการเตะทแยงขึ้น โดยเตะขึ้นเป็นมุม 45 องศา โดยทั่วไปจะใช้เท้าหลังเป็นเท้าเตะ เหวี่ยงขาทั้งท่อนขึ้นไป ให้เข่างอเล็กน้อย เมื่อจะถึงเป้าหมาย ให้บิดเท้าเอากระดูกสันหน้าแข้ง เข้าหาเป้าหมาย การเตะเฉียงให้รุนแรง จะต้องสืบเท้าเข้าหาคู่ต่อสู้ บิดสันแข้งเข้าหาคู่ต่อสู้

 

การเตะลงแข้ง โดยใช้ส่วนหน้าแข้ง เป็นหนึ่งในหลาย ๆ อาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งจะใช้ช่วงระหว่างกลางหน้าแข้ง ไปถึงข้อเท้า แต่บางจังหวะก็ใช้ปลายเท้า ซึ่งจะมีประสิทธิภาพ ในการใช้ทำร้ายคู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกเตะ ต้นกล้วย หรือ การฝึกเตะกระสอบสอบทราย มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ได้รับการปรับปรุง ให้สำหรับฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งจะแข็งเป็นพิเศษ เพื่อทำให้ปลายประสาทที่หน้าแข้ง

 

เมื่อลงแข้ง จะได้ไม่มีความรู้สึกถึง ความเจ็บปวด และ ทำให้หน้าแข้งแข็งเป็นพิเศษ และ ด้วยท่วงท่าที่ออกแบบในการใช้น้ำหนักทั้งตัว ร่วมด้วยในการเตะ และ การลงแข้ง

 

เริ่มโดยการฝึก ท่ายืน ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ก่อนจะลงแข้งได้หนักหน่วง เราต้องยืนอย่างถูกวิธีกันก่อน

  1. ให้ยืนปลายเท้าทั้งสองห่างกัน เท่ากับไหล่ หรือ ขนานกับไหล่ทั้ง 2 ข้าง
  2. เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้าง ให้ปลายเท้าสอง หันขี้ไปด้านหน้า
  3. ยืนเอียงตัว วางน้ำหนักให้เท้าหน้า ( หรือเท้าซ้าย ) เท้าหลัง ( เท้าขวา ) คืออาวุธที่ปล่อยออกไป ( อยู่ในท่าการ์ดมวย ที่เท้าซ้ายอยู่หน้า แล้วแต่ถนัดของบุคคล )
  4. เท้าหน้า จะเป็นจดหมุนที่ตรึงอยู่กับพื้น หมุนได้ตามแรงเหวี่ยงที่จะเตะ

 

 

ฝึกการเตะแบบลงแข้ง ใน มวยไทย ( Muay Thai )

  1. เหวี่ยงลำตัว และ ขา ข้างที่ต้องการจะเตะ ไปด้านหน้า เหยียดขาให้ตรง ในการเตะตลอดเวลา โดยพยายามยกขาให้สูงกว่าเอวไปด้วย และ เน้นฝึกโดยการเตะลม ในการเริ่มฝึก เพื่อจะได้ความคม ในการเตะก่อน
  2. เน้นเตะโดยให้สันหน้าแข้ง เข้าเป้าหมาย พร้อมกับบิดสะโพกเอียงไปตามแรงเหวี่ยง เพื่อเพิ่มพลังในการเตะ
  3. ในขณะที่เตะ มือ และ แขน ข้างที่เตะ จะเหวี่ยงตามแรงวางด้านหน้า ไม่ต้องมีอาการเกร็ง เพื่อจะได้ไม่ขัดกับทิศทางในการเตะ ในขณะเดียวกันแขนอีกข้างหนึ่ง ควรยกมาป้อง หรือ ขวางกันหน้าตัวเองไว้ พร้อมเอนตัวออกไปด้านหลัง เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

การวอร์มร่างกาย เพื่อการเตะแบบลงแข้ง อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ฝึกกระโดดเชือก หรือ กระโดดสปริงข้อเท้า หรือ กระโดดกบ ยิ่งทำมาก ข้อเท้าแข็งแรง ปลายเท้าก็จะสปริงตัวได้ไว ความเร็วในการเตะก็จะเพิ่มมากขึ้น
  • ยืนยกขาขึ้น งอเข่าที่ละข้าง หมุนสะโพกไปข้างหน้า และ กลับหลัง ข้างละ 10 - 20 รอบ

 

 

มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นมีอาวุธที่ให้ออกมากมาย หนึ่งในที่รุ่นแรงที่สุดนั้นก็คือ ลูกเตะ และ จะแรงไปมากกว่านั้นอีก นั้นก็คือลูกเตะลงแข้งนั้นเอง เพราะหน้าแข้ง จะเป็นส่วนที่แข็งมากที่สุดในร่างกายนั่นเองค่ะ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ท่วงท่าการเตะ ใน มวยไทย ( Muay Thai ) หากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

ฝึกมวยไทย ไขมันส่วนเกิน ได้ง่าย ๆไปดูกัน

ฝึกมวยไทย ไขมันส่วนเกิน ได้ง่าย ๆไปดูกัน

กิจกรรมการ ออกกำลังกาย แถบจะทุกชนิด ทุกรูปแบบ ล้วนแล้วแต่สามารถทำให้คุฯสามารถเผาผลาญ พลังงานส่วนเกินได้เป็นอย่างดี และวันนี้เราจะมาแนะนำกิจกรรมดี ๆ อย่าง มวยไทย ที่จะสามารถกำจัดไขมัน ส่วยเกินในร่างกาย ของเราได้

 

                โดย ในอดีต นั้น ผู้ชายจะชอบฝึก มวยไทย  นั้นก็ เพื่อใช้ เป็นการป้องกันตัว และ รวมไปถึงการ ที่จะ ถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ ที่ไม่ปกติ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าสู่ศึกสงคราม แต่เมื่อยุคสมัย ที่กำลังเกิดการ เปลี่ยนบ้านเมืองมีความสงบขึ้น มวยไทย ( Muay Thai ) ได้เริ่มกลายมาเป็น กีฬา การต่อสู้จำเป็นที่จะต้อง ใช้อวัยวะแทบจะทุกส่วน ของร่างกาย ของเรา ไม่ว่าจะเป็น ส่วนบนสุดของร่างกาย อย่าง ศีรษะ ตลอดมาจึงถึงส่วนล่างสุดของ ร่างกาย นั้นก็คือ เท้า ให้เกิด หรือ เป็นประโยชน์ มากที่สุด จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้เริ่มกลายเป็นการฝึก เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ เสริม ความแข็งแกร่ง ของร่างกาย เพื่อเป็นการ ออกกำลังกาย ใช้ลดน้ำหนัก และยังเป็นกีฬา ที่เป็นการแข็งขันความแข็งแกร่ง ความแข็งแรง ด้วยการต่อสู้ แต่ก่อนที่จะเริ่มมีการแข็งขัน ก็ต้องมีสนามประลอง หรือ สนามต่อสู้ มวยไทย ก็มีสนาม ที่ใช้ในการต่อสู้ เช่นกัน มันได้ถูกเรียกว่า สังเวียน หรือ เวทีมวย  

 

                เรา ต้อง ยอมรับเลยว่า ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน นั้นกิจกรรม อย่าง มวยไทย ได้มีบทบาทในการ ที่จะสามารถไป ช่วยเหลือชาติ บ้านเมืองมามากมาย เพราะ มันถือเป็นกิจกรรม การต่อสู้ ที่ดุเดือน และอันตรายอย่างมาก ทั้งยังปรากฏอีกว่า พระมหากษัตริย์ หรือ รวมไปถึง ขุนนาง ที่ เป็นการ เชี่ยวชาญการ ต่อสู้ ปลอมตนเข้าร่วม นั้นก็ แข่งขันเพื่อ ที่จะไปทการ ทดสอบฝีมือ ที่ มันจะ เป็นที่ปรากฏได้แก่ พระเจ้าเสือ ( ขุนหลวงสรศักดิ์ ) ที่จะเป็น พระเจ้าตากสินมหาราช พระยาพิชัยดาบหัก ครูดอก แขวงเมือง วิเศษไชยชาญ จนเมื่อไทยเสียกรุงแก่พม่า ที่จะ มี ปรากฏชื่อนายขนมต้ม ครูมวยชาวอยุธยา ซึ่งถูกกวาดต้อนเป็นเชลยศึกได้ชกมวยกับชาวพม่า ชนะหลายครั้งเป็นที่ปรากฏถึงความเก่งกาจเหี้ยมหาญของวิชามวยไทย

 

                  สำหรับ มวยไทย ยังถือ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของ คนไทย ที่มัน สืบทอด กันมานาน แถบจะ เป็นทั้งการต่อสู้ป้องกันตัว และรวมไปถึง การ กีฬา ไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ อย่าง แน่ชัดว่า ที่มัจจะ สามารถ เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่ถือว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยเช่นเดียวกับกังฟูของจีน ยูโด และ ยังรวมไปถึง คาราเต้ของญี่ปุ่น และเทควันโดของเกาหลี

 

                โดย มวยไทย ยัง มีการ ได้รับความนิยมมาก ในสมัย ต้นรัตนโกสินทร์ ที่จะเป็น ยุคที่นับว่าเฟื่องฟูที่สุดคือรัชกาลที่ 5 แถม พระองค์ได้ศึกษาฝึกฝน การ ชก แม่ไม้มวยไทย และ รวมไปถึง ยัง โปรดให้จัดการแข่งขันชกมวยหน้าพระ  ที่นั่งโดยคัดเลือกนักมวยฝีมือดีจากภาค ต่าง ๆ มาประลองแข่งขัน และ รวมไปถึง พระราชทาน แต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ ที่ยัง สามารถ ทั้ง ยังโปรด ให้กรมศึกษาธิการ บรรจุการ สอนมวยไทยเป็นวิชาบังคับในโรงเรียนฝึกหัดครูพลศึกษา มีการชกมวยถวายหน้าพระที่นั่งเป็นประจำจนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ที่วังสวนกุหลาบ ทั้งการต่อสู้ประลองระหว่าง นักมวย กับครู  มวย ชาวไทย ด้วยกัน และการต่อสู้ระหว่างนักมวยกับครูมวยต่างชาติ ในการ แข่งขัน ชกมวย ในสมัยรัชกาลที่ 6

 

สำหรับ คุณค่า และ ยังรวมไปถึง คุณประโยชน์ของ กิจกรรม มวยไทย ที่ถือว่า กีฬาทุกชนิด มีคุณประโยชน์ ต่อร่างกาย แต่ศิลปะมวยไทยมีคุณค่าสูงสำหรับผู้เรียน หลายประการ คือ

 

  • สำหรับ ร่างกาย ของเรา นั้นจะ มีสมรรถภาพที่ ดี สมส่วน มีภูมิต้านทานสูง 
  • สามารถ ช่วยในเรื่องของการ ป้องกันตัวในชีวิตประจำวัน และ รวมไปถึง มันยัง เป็นประโยชน์ต่อสังคม 
  • มีความเชื่อมั่นต่อตนเอง มีระเบียบวินัยกล้าหาญ 
  • มีไหวพริบ เชาวน์ปัญญาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้  

 

 

เป็นยังไงบ้าง กับกฎการสรร้างสนามมวย หรือ เวทีเมีย สังเวียนแห่งการต่อสู้ ที่สิ่งที่ต้องคิดไว้เลยนั้นก็คือ ความปลอดภัย มีมาตรฐาน ในการใช่เป็นการแข่งขัน หรือ การฝึกซ้อม เพื่อให้นัมวย ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด นั้นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

ปั้น ซิกแพค ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ศาสตราวุธ มวยไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก

โภชนาการ เพื่อการฝึกมวยไทย

โภชนาการ เพื่อการฝึกมวยไทย

การออกกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็น กีฬาประเภทใดก็ตาม สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ มากกว่า ท่าทางที่ถูกต้อง ก็คือ หลักโภชนาการอาหาร การกิน ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง สำคัญ

 

สำหรับ การฝึกมวย ( Muay ) นั้น นอกจากเรา จะเน้นไปที่การฝึก ร่างกายการเคลื่อนไหวแล้ว สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ อีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ อาหาร และ โภชนาการ  เพราะ อาหาร และ โภชนาการ เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะ อาหาร และ โภชนาการ เป็นสิ่งที่ ช่วยฟื้นฟูร่างกาย และ สร้างกล้ามเนื้อ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังเป็นพลังงาน ที่ดีให้กับร่างกาย เพื่อเอามาใช้ในการฝึกซ้อม หรือ ในการชก หากได้รับพลังงาน สารอาหาร ที่ไม่เพียงพอ ต่อร่างกาย ก็อาจจะส่งผลเสีย ต่อร่างกายของเราได้

 

โภชนาการอารหาร ที่นักมวยต้องการในหนึ่งวัน

 

อาหารสำหรับนักมวย

หากต้องการ ฝึกมวย ( Muay ) เราจำเป็นที่จะต้องมี การทานอาหาร วันละ 4 – 5 มื้อ เพื่อให้ร่างกาย ได้รับพลังงาน อย่างเต็มที่ เพื่อใช้การฝึกซ้อม เพราะ ในการฝึกซ้อมมวย ( Muay ) นั้น มีการใช้พลังงานที่เยอะ ไม่ว่าจะเป็น การวิ่ง วันละ 10 กิโลเมตร กระโดดเชือก ซิทอัพ ดึงห้อ หรือ ดึงบาร์เดี่ยว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย ดังนั้น อาหารที่ผู้ที่ฝึกซ้อมมวย ( Muay ) ต้องทานนั้น จำเป็นต้อง ทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ( carbohydrate )

 

คาร์โบไฮเดรต ( carbohydrate ) เพื่อ เป็นพลังงาน ให้แก่ร่างกายของเรา โดย การทานอาหารวันละ 4 -5 มื้อนั้น เป็นการแบ่งอาหาร ทานเป็นมื้อเล็ก ๆ เนื่อง จาก หากเราทานอาหาร เป็นมื้อ ใหญ่ ๆ อาจจะทำให้เราจุก และ ส่งผลต่อการย่อยของเรา ข้อดีของการ อาหารทานเป็นมื้อ เล็ก ๆ ก็คือ เราสามารถทาน อาหารได้เยอะ และ ทำให้เรา สามารถทาน สารอาหาร ได้ครบถ้วน และ อีกประเภท ที่เราต้องทาน คือ โปรตีน ( Protein )

 

โปรตีน ( Protein ) อาหารที่เป็นประเภท โปรตีน ( Protein ) เป็นสารอาหาร ที่ผู้ต้องการ ฝึกซ้อมมวย ( Muay ) ต้องการ และ ตำเป็นต่อร่างกาย เป็นอย่างมาก เพราะ โปรตีน ( Protein ) ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ของเรา อีกทั้ง ยังช่วยฟื้นฟู ความเหนื่อยล้า จากการฝึกซ้อม และ ยังช่วยเพิ่ม พลังงาน ทำให้เราสามารถ ออกกำกาย หรือ ซ้อมมวย ( Muay ) ได้นานขึ้น ถ้าหากผู้ที่ฝึกซ้อมมวย ( Muay )ได้รับโปรตีน ( Protein ) ที่ไม่เพียง ต่อร่างกาย ก็จะส่งให้กล้ามเนื้อ และ ร่างกายของเรา มีการพัฒนาที่ช้า กว่าคน ที่ทานโปรตีนถึง ในระดับที่ร่างกายได้รับ 

 

วิตามิน และ เกลือแร่

วิตามิน และ เกลือแร่ เป็นสิ่งที่เราต้อง คำนึงถึงไม่ต่าง อะไร กับ โปรตีน ( Protein ) และ คาร์โบไฮเดรต ( carbohydrate ) เนื่องจาก วิตามิน และ เกลือแร่ เป็นสารอาหาร ที่ร่างการน้อย แต่ขาดไม่ได้ เพราะ ถ้าหาก ร่างกาย ขาดวิตามิน และ เกลือแร่ ก็อาจะส่งผล ให้ร่างกายทำงานผิดปกติได้ ฉะนั้นแล้ว วิตามิน และ เกลือแร่ จำเป็นอย่างมาก สำหรับ ผู้ที่ฝึกซ้อมมวย ( Muay ) เพราะ ในการฝึกซ้อมมวย ( Muay ) นั้น มีการใช้พลังงาน กล้ามเนื้อ และ ใช้แรงเป็นอย่างมาก ดังนั้น ร่างกายจึงขาดไม่ได้

 

สิ่งสำคัญ คือ ผู้ที่ฝึกซ้อมมวย ต้องทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ แต่ควรเน้น ไปที่การทาน คาร์โบไฮเดรต ( carbohydrate ) โปรตีน ( Protein ) วิตามิน และ เกลือแร่ และ ควรทานอาหาร ประเภทไขมันให้น้อย เพื่อไม่ให้เกิดไขมัน ส่วนเกินในร่างกาย  

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

นาฏมวยไทยคืออะไร ?

มวยไทย 5 สาย มีอะไรบ้าง

 

เทคนิคในการเตะให้แรง ฉบับมวยไทย

เทคนิคในการเตะให้แรง ฉบับมวยไทย

การเตะเป็นการออกอาวุธ ที่นักมวยอาชีพชอบใช้กัน เพราะ การเตะ มีระยะที่ไกลกว่า และ มีแรง ที่เยอะกว่าการต่อย ฉะนั้นแล้ว การเตะใหแรงนั้น มีวิธีการอย่างไร ไปดูกัน

 

หากพูดถึง กีฬามวยไทย เราก็จะมักจะนึกถึง การต่อย การเตะ การรำมวยไหวครู แต่สิ่งหนิ่ง ที่เรามักจะมีภาพจำติดตา ก็คือ การเตะ เนื่อง จากการเตะ เป็นอาวุธที่ สามารถ ฝึกได้ด้วยตัวเอง และ การเตะ ยังเป็นอีกหหนึ่งอาวุธ สำคัญ และ มีความอันตราย ที่สูง เพราะ การเตะ มีกล้ามเนื้อที่เยอะ ในการเตะส่วนที่กระทบกับร่างกาย ส่วนใหญ่เป็นกระดูก จึงทำให้การเตะ เป็นอาวุธที่แรง และ อันตราย

 

การเตะ คือ

การเตะ คือ การใช้เท้า หรือ ขาเหวี่ยงออกไป ในแนวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวตรง แนวเฉียง แนวขนาน หรือ การใช้ส้นเท้าเตะ ที่เรา มีชื่อเรียกว่า จระเข้ฟาดหาง หากเรารู้จักวิธีการเตะ ที่ถูกต้อง และ การเตะที่แรง จะทำให้เรา ได้เปรียบในการต่อสู้  เพราะ การเตะนั้น มีความแรง ที่แรงกว่าการต่อย เนื่องการต่อสู้ คนที่ชอบใช้หมัดก็จะต่อย อยู่อย่างนั้น ส่วน คนที่รู้จักการเตะ รู้จังหว่ะ ในการเตะ ก็จะได้เปรียบกว่า เพราะ ใช้อาวุธได้ครบกว่า และ มีระยะที่ไกลกว่า

 

การเตะแบบมวยไทย จะต้องมีการฝึกอย่างถูกวิธี การเหวี่ยงขาที่ถูกต้อง การยืน และ สิ่งสำคัญ ที่เราต้องคำนึงถึงพละกำลัง ของกล้ามเนื้อขา ความแรงในการเตะ เราไปดูกันว่า การฝึกเตะ เราควรทำอย่างไรบ้าง

 

ฝึกยืน เพื่อการเตะที่มั่นคง

1. การยืน ปลายเท้าทั้งสองข้างต้อง ห่างเท่ากับหัวไหล่ ของเราทั้งสองข้าง  

2. เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้าง ให้ปลายเท้าของเราชี้ไปข้างหน้า

3. ยืนเอียงลำตัว โดยเทน้ำหนักไปที่เท้าหน้า ที่เป็นขาหลักของเรา ( ใช้ขาข้างที่ ไม่ถนัดเป็นหลักยืน หรือ ใช้ขาข้างที่ถนัด ) เท้าหลังเป็นเท้า ที่ใช้เตะ ( ใช้เท้าที่ถนัด ) โดยร่างกายท่อนบน ยังอยู่ในท่าตั้งการ์ด อยู่

 

เทคนิคการเตะให้แรง

หลาย ๆ คนคิดว่าว่า การเตะให้แรง เป็นการใช้กล้ามเนื้อขา เพียงอย่างเดียว แต่แท้จริง แล้วการเตะให้แรง ต้องอาศัย การบิดของเอว และ ปลายเท้า

 

1. การเตะให้แรง ต้องอาศัยการบิดเอว เพื่อให้ เกิดแรงเหวี่ยงที่มากพอ

2. ใช้ส่วนที่แข็งแรงที่สุดของขา

3. หายใจเข้าก่อนเตะ เพื่อ ให้เรามีแรงในการเตะมากขึ้น

 

เพิ่มความแข็งแรงในการเตะ ด้วยกระสอบทราย

เริ่มการฝึกด้วยการ เตะกระสอบทราย ( sand bag )  เนื่องจาก กระสอบทราย ( sand bag )  เป็นตัวต้าน ที่ทำให้เราสามารถออกแรง ได้ดี กว่าการ เตะลม เฉย ๆ และ การเตะ กระสอบทราย ( sand bag )  ยังช่วย สร้างกล้ามเนื้อขาให้กับเรา อีกทั้ง การเตะ กระสอบทราย ( sand bag )  ยังช่วยทำให้ กล้ามเนื้อขา และ กระดูกหน้าแข้งของเรา ให้มีความแข็งแรง ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย ด้วยการเตะ โดยใช้ขา ข้างละ 10 ครั้ง ทำแบบนี้ 5 เซ็ต พอเริ่มทำได้แล้ว ก็เพิ่มจำนวนครั้ง และ ความเร็วในการเตะ

 

เพิ่มพละกำลัง และ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา

ในการเพิ่มพละ และ ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อขา เราควรที่จะ ออกกำลังกาย หรือ มีการบริหารกล้ามเนื้อขา เช่น การวิ่ง การกระโดดเชือก ยิ่งเรามีการบริหารกล้ามเนื้อขา และ ข้อเท้าที่มาก ยิ่งทำให้เรา มีความแข็งแรง และ พละกำลังที่มากขึ้น

 

นอกจากนี้การเตะ เราสามารถฝึกได้ด้วยตัวเอง โดยการเตะลม หรือ ถ้าหากมีกระสอบทราย ( sand bag )  ก็สามารถฝึกเตะกระสอยทราย ( sand bag ) หรือ หากไม่มีอุปกรณ์ก็ สามารถไปที่ยิม หรือ ค่ายมวย สำหรับมือใหม่ ที่เริ่มฝึกเตะ ก็ควรที่จะเริ่ม จากเตะกระสอบทราย ( sand bag )  แบบตั้งพื้น เนื่องจาก กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ( Floor standing sandbag ) มีการบุฟองน้ำมาให้เพื่อ ลดแรงกระแทก และ ลดอาการบาดเจ็บ จากการฝึกซ้อม

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

รวมท่าทางฟันศอก อาวุธสุดอันตรายของ มวยไทย

มวยท่าเสา มวยไทย ของชาวเหนือ

การเตรียมตัวก่อนขึ้นชกของนักมวย ไม่ให้บาดเจ็บรุนแรง ใน มวยไทย ( Muay Thai )

การเตรียมตัวก่อนขึ้นชกของนักมวย ไม่ให้บาดเจ็บรุนแรง ใน มวยไทย ( Muay Thai )

เพื่อน ๆ คนไหนที่ดู มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วเห็นว่าแต่ละท่ามันรุนแรง แล้วอาจสงสัยว่า กฎระเบียบ หรือ การเตรียมตัวก่อนขึ้นชกของนักมวย ต้องเตรียมอะไรบ้าง เพื่อเป็นการป้องกันตัว ไม่ให้บาดเจ็บรุนแรง วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาต่อสู้ ที่มีรูปแบบสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับ หรือ รุก ก็มีท่าทีที่ดูสวยงาม ถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งได้เลย ใน มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเราสามารถใช้ หมัด เท้า เข่า ศอกได้หมด ซึ่งอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรง

 

เพราะเป็นอาวุธ ที่สามารถฆ่าคนได้ อย่างเช่น ท่าฤาษีบดยา เป็นการเอาศอกจามไปบนหัวผู้ต่อสู้ หากโดนตรงจุด อาจทำให้สลบ หรือ ถึงขั้นเสียชีวิต ก็เป็นไปได้ นี่เป็นแค่ ท่าหนึ่ง ในแม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) และยังมีอีกหลายท่า ที่ไม่ได้กล่าวถึง

 

แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) มันมีท่าเยอะมาก แต่ละท่าก็มีความสวยงาม แตกต่างกันไป และ ยังเป็นกีฬาที่ดุเดือดมาก เพราะพลาดนิดหนึ่ง อาจหน้าแตก โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเหตุผลนี้ จึงทำให้มีผู้คนทั้งชาวไทย และ ต่างชาติ ที่รักการต่อสู้ มาสนใจ มวยไทย ( Muay Thai ) กันมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในปัจจุบันเลย

 

กฎข้อบังคับการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

การแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) จำนวนยกในการแข่งขันทั้งหมดมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที จะไม่มีการเพิ่มรอบ โดยไม่ได้รับอนุญาต นักมวยจะต้อง ใช้นวมขนาดไม่น้อยกว่า 6 ออนซ์ ( 172 กรัม ) ซึ่งนวมที่สวม ใส่จะต้องไม่ถูกบีบ หรือ บด เพื่อเปลี่ยนรูปทรง ของนวม

 

 

ระเบียบสำหรับการแข่ง มวยไทย ( Muay Thai )

- ต้องสวมกางเกงขาสั้น เพียงครึ่งโคนขาให้เรียบร้อย ไม่สวมเสื้อ และ รองเท้า

- นักมวยมุมแดง ให้กางเกงสีแดง ชมพู สีเลือดหมู หรือ สีขาว ที่มีแถบแดงคาด

- นักมวยมุมน้ำเงิน ใช้กางเกงสีน้ำเงิน และ สีดำ ห้ามคาดแถบสีแดง

- นักมวยทั้งสองฝั่ง ต้องสวมเสื้อคลุม ตามข้อบังคับสภาพ มวยไทย ( Muay Thai ) โลก

- ต้องสวมกระจับ ที่ทำขึ้นจากวัสดุ แข็งแรงทนทาน และ ได้รับการรับรองจากสภา มวยไทย ( Muay Thai ) โลก เมื่อถูกตีด้วยเข่า หรือ อาวุธในการต่อสู้อย่างอื่น ตรงบริเวณอวัยวะเพศ จะไม่ทำให้เกิดอันตราย การผูกกระจับ ต้องผูกปมไว้ด้านหลัง และ ต้องผูกด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

- ห้ามไว้ผมยาวรุงรัง และ ห้ามไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้ แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีปาก เล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบ และ สั้น

- ต้องสวมมงคล ผ้าประเจียด หรือ รัดเกล้า เฉพาะเวลาร่ายรำไหว้ครู ก่อนทำการแข่งขันเท่านั้น เครื่องรางอนุญาต ให้ผูกที่โคนแขน หรือ เอว แต่ต้องหุ้มผ้าให้มิดชิด เรียบร้อย เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดอันตราย แก่คู่แข่งขัน

- อนุญาตให้ใช้ ปลอกยืดรัดข้อเท้ากันเคล็ด สวมข้อเท้าได้ข้างละไม่เกิน 1 อัน แต่ห้ามไม่ให้เลื่อนปลอกรัด ขึ้นไปเป็นสนับแข้ง หรือ ม้วนพับลงมา และ ห้ามใช้ผ้ารัดขา และ ข้อเท้า

- ห้ามใช้เข็มขัด หรือ สิ่งที่เป็นโลหะ สร้อย ฯลฯ

- ห้ามใช้น้ำมันวาสลิน น้ำมันร้อน ไข หรือ สมุนไพร หรือ สิ่งอื่น ๆ ที่ทำให้คู่แข่งขันเสียเปรียบ หรือ เป็นที่น่ารังเกียจทาร่างกาย หรือ นวม

- ผู้แข่งขันทั้งสองฝั่ง ต้องใส่ฟันยาง

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

เวที มวย สนามแห่งการต่อสู้

เวที มวย สนามแห่งการต่อสู้

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า กีฬา มวยไทย นั้นเป็นกีฬาที่ต้องใช้การต่อสู้กันแบบตัวต่อตัวการออกอาวุธโดยใช่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่ว่าจะเป็น แขน ขา มือ ศีรษะหรือรวมไปถึงเท้าของเราล้วนแต่เป็นอาวุธของกีฬา มวย ไทย

 

            ในอดีต นั้น ผู้ชายจะชอบฝึก มวยไทย เพื่อใช้ เป็นการป้องกันตัว และ มันยังถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ ที่ไม่ปกติ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าสู่ศึกสงคราม แต่เมื่อยุคสมัย ที่กำลังเกิดการ เปลี่ยนบ้านเมืองมีความสงบขึ้น มวยไทย ( Muay Thai ) ได้เริ่มกลายมาเป็น กีฬา การต่อสู้จำเป็นที่จะต้อง ใช้อวัยวะแทบจะทุกส่วน ของร่างกาย ของเรา ไม่ว่าจะเป็น ส่วนบนสุดของร่างกาย อย่าง ศีรษะ ตลอดมาจึงถึงส่วนล่างสุดของ ร่างกาย นั้นก็คือ เท้า ให้เกิด หรือ เป็นประโยชน์ มากที่สุด จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้เริ่มกลายเป็นการฝึก เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ เสริม ความแข็งแกร่ง ของร่างกาย เพื่อเป็นการ ออกกำลังกาย ใช้ลดน้ำหนัก และยังเป็นกีฬา ที่เป็นการแข็งขันความแข็งแกร่ง ความแข็งแรง ด้วยการต่อสู้ แต่ก่อนที่จะเริ่มมีการแข็งขัน ก็ต้องมีสนามประลอง หรือ สนามต่อสู้ มวยไทย ก็มีสนาม ที่ใช้ในการต่อสู้ เช่นกัน มันได้ถูกเรียกว่า สังเวียน หรือ เวทีมวย 

 

            กีฬา มวย ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย หรือรวมไปถึง มวยสากล โดยส่วนมาก นั้นจะแล้วสังเวียนมวยมัก จะเป็นสนามกีฬาในร่ม เว้นแต่สังเวียน มวย นั้นจะชั่วคราวที่จะตั้งอยู่ข้างนอก สังเวียนที่จะใช้ทำการแข่งขันจะมีมาตรฐานตามที่ AIBA หรือ สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ ได้ตั้ง หรือ กำหนดเอาไว้ และ ซึ่งตามหลักกติกาสากลแล้ว สังเวียน มวย ที่ได้มาตรฐานจะต้องมีลักษณะ ดังนี้

 

มาตรฐานสังเวียน หรือ เวที มวย

 

  • สังเวียน หรือ เวที มวย จำเป็นต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่จะมี ขนาดเล็กด้านละประมาณ 20 ฟุต หรือ 6.10 เมตร และต้องมี ขนาดใหญ่ด้านละประมาณ 24 ฟุต หรือ 7.30 เมตรจากการที่เรา วัดจากข้างในเส้นเชือก และ ประมาณ พื้นเวทีสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า ฟุต แต่ห้ามเกิน ฟุต โดยประมาณ
  • เชือกกั้น หรือ เชือกที่กันอยู่รอบ ๆ เวที มวย จำเป็นต้องมีเชือก 4 เส้น และต้องมี มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเชือก อยู่ที่ประมาณ ไม่ต่ำกว่า ½ นิ้ว โดยจะขึงติดกับเสาที่ มุม และต้องให้ สูงจากพื้นเวทีขึ้นไปประมาณ 163248 และ 60 นิ้ว ให้เรียงตามลำดับ ทั้งนี้ให้ หุ้มเชือก ด้วยวัสดุที่มีความ อ่อนนุ่ม หรือ วัสดุที่มีความเรียบเนียม สำหรับ ส่วนที่มุมเชือกด้านใน ต้องหุ้มด้วยวัสดุอย่างอ่อน และ จำเป็นต้อง มีเชือกในแต่ละด้านของสังเวียนจะต้องผูกยึดกัน ด้วยผ้าเหนียวสองชิ้น และ โดยมีขนาดกว้างอยู่ที่ประมาณ 1 – 1½ นิ้ว และ จำเป็นต้อง มีระยะห่างที่เท่ากัน ซึ่งผ้าที่ผูกนั้นต้องไม่ลื่นไปตามเชือก ได้นั้นเอง
  • พื้นเวที หรือในส่วนของ พื้นสนาม ต้องมีความปลอดภัยอย่างมากจำเป็นต้องมีความปลอดภัย อยู่ระดับ ที่ห้ามไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ และ จำเป็นต้องยื่นออกไปนอกเชือกอย่างน้อยประมาณ 20 นิ้ว และ ต้องปูด้วยผ้าสักหลาด ที่เป็น ยาง หรือ วัสดุอื่น ๆ ที่เหมาะสม ที่ปลอดภัย ไม่เกิดอันตรายขณะที่ นักมวย ล้ม โดยจะต้องมีลักษณะยืดหยุ่น ได้ มีความนุ่ม และมีความหนาไม่น้อยกว่าประมาณ 1 ½ นิ้ว พร้อมปูทับด้วยผ้าตึงคลุมพื้นเวทีทั้งหมด เพื่อความปลอดภัย
  • มุม ของสังเวียน ต้องตั้งเสาที่มุมทั้งสี่มุม โดยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางต้องอยู่ที่ประมาณ 5 นิ้ว หรือ ต้องสูงขึ้นไปจากเวทีประมาณ 60 นิ้ว และ ต้องพร้อมทั้งหุ้มนวมที่ มุมภายในเชือกให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับนักมวย และต้องมั่นใจว่า ปลอดภัย ในมุมทุกมุมของเวที มวย และ มุมแดง จะอยู่ใกล้กับประธานกรรมการควบคุมการแข่งขัน หรือ ประธานคณะลูกขุน 

 

เป็นยังไงบ้าง กับกฎการสรร้างสนามมวย หรือ เวทีเมีย สังเวียนแห่งการต่อสู้ ที่สิ่งที่ต้องคิดไว้เลยนั้นก็คือ ความปลอดภัย มีมาตรฐาน ในการใช่เป็นการแข่งขัน หรือ การฝึกซ้อม เพื่อให้นัมวย ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด นั้นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

 

ปั้น ซิกแพค ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ศาสตราวุธ มวยไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ท่าน็อคเอาท์ ( Knockout ) ของ มวยไทย ( Muay Thai )

ท่าน็อคเอาท์ ( Knockout ) ของ มวยไทย ( Muay Thai )

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ทุก ๆ คนมารู้จัก ท่าไม้ตาย หรือ ท่าน็อคเอาท์ ( Knockout ) ของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เหล่านักมวยมืออาชีพ ใช้น็อคคู่ต่อสู้ มาจำนวนนับไม่ถ้วนบนสังเวียน มาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีท่าไหนกันบ้าง ?

 

5 ท่าน็อคเอาท์ ( Knockout ) บนสังเวียน

1. ดับชวาลา ( ปิดหมัด ต่อยตอบ )

เป็นท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้ป้องกันหมัด พร้อมตอบโต้ ฝ่าย A ใช้หมัดขวา ทิ่มไปตรงหน้าของ ฝ่าย B ฝ่าย B ใช้แขนซ้ายท่อนล่างขึ้นกัน และ ผลักหมัดของฝ่าย A ออกไปทางซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ใช้หมัดขวาทิ่มตรง ไปยังใบหน้าของ ฝ่าย A เป็นการตอบโต้

 

2. ยกเขาพระสุเมรุ ( ต่อยตั้งหมัดต่ำ ก้มตัว 45 องศา )

เป็นท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้ป้องกันคู่ต่อสู้ เหวี่ยงแข้ง และ ตอบโต้ด้วยการจับทุ่ม ฝ่าย A ใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งสูง เข้าบริเวณลำคอด้านซ้ายของ ฝ่าย B และ ฝ่าย B หลบลำตัวต่ำ พร้อมทั้งสืบเท้าซ้าย ไปข้างหน้า แล้วใช้ฝ่ามือขวา กันขาขวา ฝ่าย A ไว้ เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ใช้มือซ้ายโอบขาขวา ฝ่าย A ไว้ยกขึ้นใส่บ่า แล้วยกขาขวาฝ่าย A ให้ขึ้นสูง พร้อมกับดันไปข้างหน้า ทำให้ฝ่าย A เสียหลักล้มลงได้ เป็นการตอบโต้

 

3. ไต่เขาพระสุเมรุ

เป็นท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้ป้องกัน และ ตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง ฝ่าย A ยกขาขวาเพื่อใช้แข้งเหวี่ยง เข้าลำตัวฝ่าย B ฝ่าย B กระโดดขึ้น เหยียบบนขาขวาท่อนบน ฝ่าย A ด้วยเท้าขวา และ บนไหล่ซ้าย ฝ่าย A ด้วยเท้าซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ใช้ศอกขวาปักลงไป บนศีรษะของ ฝ่าย A เป็นการตอบโต้

 

4. เอราวัณเสยงา

เป็นท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้ป้องกัน และ ตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้กระแทกหมัด  ฝ่าย A กระแทกหมัดขวา เข้าตรงหน้า ฝ่าย B ฝ่าย B ยกแขนซ้าย ท่อนล่างขึ้นปิด เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็สืบเท้าเข้าหา ฝ่าย A แล้วใช้ศอกขวา งัดเข้าที่ปลายคาง ของฝ่าย A เป็นการตอบโต้

 

5. จระเข้ฟาดหาง

เป็นท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้ตอบโต้ปรปักษ์ ด้วยการเหวี่ยงแข้ง ฝ่าย B หมุนตัวกลับหลังไปทางขวา ด้วยขาซ้าย โน้มตัวลงต่ำ แล้วใช้ขาขวาเหวี่ยงสูง เข้าใส่บริเวณก้านคอ ของฝ่าย A เป็นการตอบโต้ ฝ่าย A ก่อนที่จะกระทำต่อ ฝ่าย B

 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ท่าน็อคเอาท์ ( Knockout ) ของ อาชีพนัก มวยไทย ( Muay Thai ) แบบง่าย ๆ หากสนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่ 3 สาขาดังนี้

  • jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )
  • jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )
  • jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

วิธีฝึก ฟุตเวิร์คมวยไทย

วิธีฝึก ฟุตเวิร์คมวยไทย

ฟุตเวิร์ค เป็นสิ่งที่เรามัก จะนักมวยนั้น มักทำอยู่เป็นประจำ เพื่อ การเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างต่อเนื่อง และ อีกทั้ง ยังทำให้ได้เปรียบในการชกอีกด้วย

 

ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) เป็นการก้าว หรือ การเขย่ง มีหน้าที่ ช่วยในการเคลื่อนที่ ของนักมวย เรามักจะพบเห็นบ่อย ๆ เมื่อนักขึ้นชก บนเวที ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) เป็นสิ่งที่ นักมวย หรือ ผู้ที่ฝึกมวยไทย จำเป็นต้องรู้ และ ต้องฝึกฝน เพื่อเกิดความชำนาญ เพราะ การชกมวยเพื่อ ให้เกิดชัยชนะ นั้น ไม่เพียง แต่ ใช้แรงในการชก เพียงอย่างเดียว แต่การชกมวย นั้น ต้องอาศัย ชั้นเชิง ในการการต่อสู้ หรือ ที่เรามักเรียกกันว่า เชิงมวย เพราะ ฉะนั้น เราจึงต้องมีการเรียนรู้ และ ฝึกการใช้ ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) เพื่อให้เกิดทักษะ ที่คล่องแคล่ว ว่องไว และ เพื่อให้ การชกมวยของ เรานั้น มีชั้นเชิง และ สามารถ เอาชนะคู่ต่อสู้ได้

 

วิธีการฝึก ฟุตเวิร์ค ( Footwork )

 

1. กระโดดเชือก

กระโดดเชือก เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่หลาย ๆ คน มักจะมองข้าม การกระโดเชือกนั้น มีประโยชน์อย่างมาก และสามารถฝึกได้ด้วยตัวเองที่สำคัญคือ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ เยอะ ใช้เพียงแค่เชือกกระโดด เส้นเดียวก็ฝึกได้ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อขา ของเรา จดจำการเคลื่อนที่ ขึ้นลง ทำให้เราเข้าใจจังหวะ ในการเคลื่อนที่ สามารถเคลื่อนที่ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะว่า การ ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) นั้นเป้นการเคลื่อนที่ ตลอดเวลา วิธีการฝึกคือ กระโดดเชือกให้ได้ 1000 ครั้ง ต่อเนื่อง ๆ และ ต้องทำแบบนี้ในทุก ๆ วัน หากฝึกการกระโดดเท้าคู่ จนเกิดความนำนาญแล้ว ให้กระโดด สลับเท้า ซ้าย ขวา ไปมา

 

2. ฝึกการก้าวบน บันไดออกกำลังกาย เพื่อให้เราขยับขาได้เร็วขึ้น

การฝึก การก้าวแบบบันได ออกกำลังกาย เพื่อให้เราบังคับ และ ขยับขาของเรา ได้เร็วขึ้น ในกาฝึกบนบันไดออกกำลังกายดูเหมือนจะ ไม่มีความเกี่ยวข้อง กับ การฝึกฟุตเวิร์ค ( Footwork ) เท่าไหร่นัก แต่การฝึกก้าวขา หรือ เขย่งขาบนบันใด ออกกำลังกายนั้น ช่วยให้ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ของเรา มีความคล่องมากขึ้น ในการโยกซ้าย โยกขวา ทำให้เรา มีเชิงมวย และ การหลบหลีก ที่ดีขึ้น นั่นเอง ในการฝึกนั้น เป็นการ ใช้ปลายเท้า แตะพื้น สลับไปมา โดย ขยับไปข้าง ไปกลับไปกลับ

 

3. กระโดดขึ้นบนแท่น หรือ กระโดดแบบบ็อกซ์

การกระโดดขึ้นบนแท่น หรือ กระโดดขึ้นบนกล่อง เป็นการฝึกความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อขา ให้มีความแข็งแรง เนื่องจากเป็นส่วนที่สำคัญ ในการชก หากขาของเรา มีกล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรง เมื่อโดนเตะ หรือ โดนเจาะยาง เข้าที่ขา ก็อาจจะทำให้ การทรงตัว ของเรานั้น เสียมสมดุลได้ เพราะฉะนั้น ในการฝึกฟุตเวิร์ค ( Footwork ) จำเป็นฝึกพละกำลัง ของกล้ามเนื้อขาให้มาก ๆ  

 

4. ฝึกซ้อมในวง

การฝึกฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ในวงเป็นการฝึก ที่จะช่วยให้เรานั้น เกิดความคุ้นเคย มีการจดจำ ของกล้ามเนื้อที่มากขึ้น และ ที่สำคัญ การฝึกฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ในวงทำเราเจ้าใจจังหว่ะ ในการก้าว การเขย่ง อีกทั้งยัง ทำให้เรารู้ ถึงตำแต่ง การลงน้ำหนัก ของเรา ให้มีความชำนาญมากขึ้น การฝึกแบบนี้ ควรฝึกเป็นประจำ สม่ำเสมอ และ ฝึกทุกวัน เพื่อให้เกิดทักษะ ความชำนาญ ในการใช้ฟุตเวิร์ค ( Footwork )

 

5. วิ่ง

การวิ่ง เป็นพื้นฐานหลัก ที่นักมวยทุกคน ต้องทำอยู่แล้ว เพราะ การวิ่งนั้น ช่วยเพิ่มความทน ของกล้ามเนื้อขา อีกทั้ง การวิ่ง ยังช่วยให้เรา อึด เหนื่อยยาก ฝึกมวยไทยได้นานขึ้น อดทนต่อความเหนื่อย ทนต่อแรงกดดัน ที่โหมเข้ามา และ ทำให้เรามีแรงเหลือในการต่อสู้ เพราะการชกมวยนั้น ไม่เพียงแต่ ชก เพียงอย่างเดียว แต่การชกมวยนั้น เป็นใช้กล้ามทุกส่วน ของร่าง กาย หรือ แม้แต่ ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) ก็ยังต้องอาศัยความอด และ การพัฒนากล้ามเนื้อจากการวิ่ง เพื่อให้ฟุตเวิร์ค ( Footwork ) นั้น ออกมาสมบูรณ์แบบ

 

การที่เราจะฝึกฟุตเวิร์ค ( Footwork ) หรือ มวยไทย เราต้องมีการฝึกที่สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง มีวินัย สิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับการฝึกมวยไทย คือ ความอดทน ต้องทนต่อแรงกระแทก แรงกดดันจากโค้ช

 

อ่านบทความเพิ่มเติม  

ความแข็งแกร่งของ มวยไทย 5 สาย

การออกอาวุธ เตะเจาะยาง ใน มวยไทย ( Muay Thai )

วิธีการเลือก นวม

วิธีการเลือก นวม

นวม เป็นสิ่งที่เรามักเห็นในเวที มวย ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย สวยสากล มวยMMA หรือ เราจะพบเห็น ในการซ้อมมวย ซึ่งนวม แต่ละ ชนิด ก็มีความแตกต่างกันออกไป

 

นวม ไม่เพียงแต่ ใส่เพื่อ ลดแรงปะทะ หรือ เพื่อแยกออกว่าฝั่งไหน เป็นฝั่งไหน แต่ นวมนั้น ยังเป็นตัวช่วย ที่ป้องกัน ไม่ให้มือของเรา ได้รับความ บาดเจ็บจาก การชก ที่ชกกับคู่ต่อสู่ อีกด้วย นวมชกมวย เราสามารถหาซื้อได้ไม่ยาก และ พบเห็นได้ตามร้านค้า ที่ขายอุปกรณ์กีฬา หรือ ตามห้างสรรพสินค้า ทั่วไป นวม แต่ละประประเภท ที่เราพบเห็นนั้น อาจจะไม่ได้ เหมาะ กับ มือของเรา เสมอไป เพราะ นวม แต่ละประเภท มีการออกกมาให้ ใช้งาน ที่แตกต่างกันออกไป หาก เราเลือกนวม ที่ไม่เหมาะ ก็อาจจะส่งผลเสีย ในเรื่องของความไม่ถนัด และ อาจจะส่งผล ถึงขั้นได้รับบาดเจ็บได้ เพราะฉะนั้นแล้ว เราจึงต้อง มีการเลือก นวม ให้ถูกประเภทถูกวิธี

 

นวมชกมวยมี 2 แบบ

1. แบบหนังแท้

นวมแบบหนังแท้ เป็นนวม ที่มีความทนทานสูง ไม่ขาดง่าย เหมาะสำหรับ นักชกมืออาชีพ นวม ประเภทนี้ ยังมีผิวสัมผัสที่แข็ง หากนำ ไปชกกับคู่ต่อสู้ โดยไม่มีการสวมอุปกรณ์ป้องกัน เฮดการ์ด  นั้น ก็อาจจะทำให้ เกิดอาการบาดเจ็บได้ อีกทั้งนวมแบบหนังแท้ ยังมีราคา ที่ค่อนข้างสูงกว่านวมทั่วไป

 

2. นวมแบบหนังเทียม

นวมประเภทหนังเทียม นวมประเภทนี้ จะถูกผลิต ออกมาให้เราสามารถ เลือกความหนาของฟองน้ำได้ ทำให้มีสัมผัสที่นุ่มนวลกว่า นวม แบบแรก มีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย แต่คุณการใช้งาน ก็จะไม่ยืนยาวเท่า นวมหนังแท้

 

ประเภทของนวม

1. นวมสำหรับชกทั่วไป ( Boxing glove )

นวมประเภทนี้ เป็นนวมสำหรับใช้งาน ได้หลากหลาย ประเภท ทั้งใช้ชกกระสอบ ชก ซ้อมกับคู่ต่อสู้ เหมาะกับ คนที่เพิ่งเริ่มชก ควรเลือก นวมที่มีขนาด 12oz เพราะ ช่วยให้เรานั้น ออกกหมัดได้เร็ว คล่องตัว และ ยังป้องกันการบาดเจ็บ จากการซ้อม ของคู่ต่อสู้ได้อีก

 

2. นวมต่อยกระสอบ ( Bag gloves )

การเลือก นวมต่อยกระสอบ ( Bag gloves ) ควรเลือกที่มีฟองน้ำ หนา ๆ เพื่อช่วยลดแรงกระแทก จากการต่อยกระสอบทราย และ ที่สำคัญ การเลือกฟองน้ำหนา ๆ ช่วยปกป้องมือเราได้ดีกว่านวมทั่วไป

 

3. นวมสำหรับใช้ต่อยกับคู่ซ้อม หรือ ครูมวย ( Sparring Gloves )

การเลือก นวมสำหรับใช้ต่อยกับคู่ซ้อม หรือ ครูมวย ( Sparring Gloves ) ควรเลือก นวมที่มีฟองน้ำที่หนา หรือ ค่อนข้าง หนา เพราะ การชกกับคู่ซ้อม หรือ ชกกับครูมวยนั้น ต้องมีการออกแรง และ เกิดการปะทะ ที่รุนแรง หากเราเลือก นวม ที่มีฟองน้ำ ไม่หนา อาจจะทำให้เราบาดเจ็บจากการซ้อมได้ ดังนั้นจึงควรเลือกนวมที่มีฟองน้ำ ที่หนาเอาไว้ก่อน เพื่อลดการบาดเจ็บ

 

4. นวมสำหรับต่อยเพื่อการแข่งขัน ( Competition Gloves )

 

หากเราจะเลือก นวม สักคู่เพื่อการชกแข่งขัน ควรเลือกนวม ที่มีน้ำหนักเบา เพื่อที่เรานั้น จะได้ออกหมัด ได้อย่างคล่องตัว รวดเร็ว  ในการเลือกนวม เพื่อใช้ชก ในการแข่งขันนั้น ควรเลือกที่มีฟองน้ำที่ไม่หนา เพื่อให้น้ำหนักหมัด ที่เราชกออกไปนั้น ส่งไปถึงคู่ต่อสู้ได้เต็มที่เต็มแรง จามที่เราออกแรก และ ทำให้การออกหมัด แต่ละครั้ง ของเรานั้น เหนื่อยน้อยลงด้วย แต่ทั้งนี้ นวมสำหรับ ชกเพื่อการแข่งขันนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการกำหนดของสมาคม หรือ ต้องดูกติกาการชกด้วย

 

5. นวมสำหรับมวยไทย ( Muay Thai Gloves )

นวมมวยไทย เป็นนวมที่ ผู้ชกที่สวมใส่ นวมมวยไทย สามารถกางมือ ออกมาได้ มีให้เลือก 2 แบบ แบบเชือก และ แบบตีนตุ๊กแก เพื่อความกระชับ ถนัดมือ ง่ายต่อการสวมใส่ และ ถอดออก

 

6. นวม MMA ( Maxican Style Boxing Gloves )

นวมประเภท Maxican Style Boxing Gloves หรือ MMA นั้นจะแตกต่างจากนวมประเภทอื่น โดยนวมประเภทนี้ จะไม่มีปลอกนิ้ว เพื่อให้ผู้ชกสามารถ จับ กางมือ ได้สะดวก เพราะ การชกแบบ Maxican Style Boxing Gloves หรือ MMA เป็นการชกแบบผสมสผาน จึงไม้มีปลอกนิ้ว

 

ทั้งนี้ การเลือกนวม ในการชก ในการซ้อม ต้องเลือกเลือกให้ถูกประเภท เพื่อที่เราจะได้ใช้นวมที่ถูกประเภท และ ลดการบาดเจ็บจากการซ้อมอีกด้วย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

นักมวยไทย ที่เคยได้ เหรียญทอง โอลิมปิก

แนวทาง การก้าวสู่อาชีพนักมวย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

ความแข็งแกร่งของ มวยไทย 5 สาย

ความแข็งแกร่งของ มวยไทย 5 สาย

มวยไทย เป็น ศิลปะการต่อสู้ ของประเทศไทย มีการใช้ทั้งกายและใจเป็น มวย ทีเป็น เอกลักษณ์ ของประเทศไทยซึ่งประกอบด้วยการโจมตีจากร่างกายทั้ง หมัดศอกเข่า และเท้า มาดูกันดีกว่าว่า 5 สายนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

มวยลพบุรี

มวยลพบุรี คือ เป็นมวยไทยภาคกลาง มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเช่นเป็น มวย ที่ชกฉลาด ต่อย หมัดตรงและแม่นยำ มีการรุกรับที่คล่องแคล่วว่องไว เรียกว่า มวยเกี้ยว หมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย เคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี สายตาดี รุกรับและออกอาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอกได้อย่างรวดเร็ว สมกับฉายา“ฉลาดลพบุรี”และเอกลักษณ์อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ มีการพันมือครึ่งแขน แต่ที่แปลกและเด่นกว่ามวยสายอื่น ๆคือ การพันคาดทับข้อเท้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมวยลพบุรี 

กระบวนท่าของ มวยไทย สายลพบุรี มีด้วยกัน 16 กระบวนท่า ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่ผสมกลมกลืนจากการหล่อหลอมและเลียนแบบท่าทางของสัตว์ต่าง ๆ เช่น ลิง และ ช้าง ที่มีอยู่มากในเมืองลพบุรี และครูมวย นักมวยไทยสายลพบุรีที่ควรรู้จัก ได้แก่ ครูดั้ง ตาแดงครูนวล หมื่นมือแม่นหมัดนายซิว อกเพชรนายแอ ประจำการนายเย็น อบทองนายเพิก ฮวบสกุลนายจันทร์ บัวทองนายชาญ ศิวา-รักษ์นายสมทรง แก้วเกิด และครูประดิษฐ์ เล็กคง ซึ่งบุคคลข้างต้นเหล่านี้ถือได้ว่าเป็น มวยไทยสายลพบุรีอย่างแท้จริง ประวัติศาสตร์ของมวยไทยมวยลพบุรี เป็นมวยท้องถิ่นที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักรสยาม มีอายุถึง 1,356 ปี 

การแข่งขันของมวยไทยสายลพบุรี จะใช้กติกาการชก โดยกำหนด 5 ยก ใช้วิธียกเวียน เป็นการใช้กะลาเจาะรูใส่ในโหลให้น้ำใหลเข้ามาในกะลา เมื่อกะลาจมน้ำถือว่าหมดยก การต่อสู้ใช้อวัยวะได้ทุกส่วนของร่างกาย การเปรียบมวยอยู่ที่ความสมัครใจของผู้ชก ไม่เกี่ยงน้ำหนักหรืออายุ การไหว้ครูเหมือนการไหว้ครูสายอื่น ๆ โดยทั่วไป

 

มวยโคราช

มวยโคราช เป็น มวยไทย ของภาคอีสานมีจุดเด่นคือ ไม่ใส่เสื้อใส่กางเกงขาสั้นใส่มงคลที่ศีรษะขณะ ชก มีการพันหมัดแบบ คาดเชือก ตั้งแต่หมัดขึ้นไปถึงข้อศอกเพราะ มวยโคราช เป็นมวยชกหมัดวงกว้างหนักหน่วง ที่เรียกว่าหมัดเหวี่ยงควายสมกับฉายาหมัดหนักโคราช ซึ่งการพันเชือกเช่นนี้เพื่อป้องกันการ เตะ ต่อย นั่นเอง

มวยโคราช ถือว่าเป็น มวย ที่นิยมมีการจัดชกแข่งขันในงานศพที่ลานวัด มีการประกาศก่อนการแข่งขัน โดยให้ทหารตีฆ้องไปตามหมู่บ้านแล้วร้องบอกให้ทราบโดยทั่วกัน โดยถ้าเปรียบได้แล้ว ก็จะให้ นักมวย มาลองฝีมือกันก่อน ถ้าฝีมือใกล้เคียงกันก็จะนัดวันชกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในการเปรียบมวยโคราช ไม่มีกฎกติกาที่แน่นอน หากพอใจก็ชกกันได้ ส่วนรางวัลการแข่งขันจะเป็นสิ่งของเงินทอง แต่หากเป็นการชกหน้าพระที่นั่ง รางวัลที่ได้รับจะเป็นหัวเสือ และสร้อยเงิน ในสมัยรัชกาลที่ 5 – 6 มวยไทยโคราช เป็นช่วงที่มวยคาดเชือกรุ่งเรือง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ

 

มวยไชยา

มวยไชยา มวยไทย ภาคใต้ เป็นศิลปะประจำถิ่นของอำเภอไชยาจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชื่อเสียงมากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5-6จนมี นักมวย จาก ไชยา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นมวยมีชื่อ เอกลักษณ์ ของ มวยไชยา มีอยู่ 7 ด้าน การจดมวย หรือการตั้งท่ามวยท่าครูหรือท่าย่างสามขุมการไหว้ครูร่ายรำ การพันมือแบบคาดเชือก การแต่งกาย การฝึกซ้อมมวยไชยา และแม่ไม้มวยไชยา

มวยไชยามีกระบวนท่าทั้งหมด 5 ชุด คือ แม่ไม้มวยไทยไชยา 7 ท่า ได้แก่ พันแขน ปั้นหมัด กระโดดตบศอก พันหมัด พันหมัดพลิกเหลี่ยม ย่างสามขุม เต้นแร้งเต้นกา ท่าที่สำคัญคือท่า เสือลากหาง เคล็ดมวยไชยาที่ใช้ป้องกันได้ดีที่สุดคือ ป้อง ปัด ปิด เปิด และนอกจากการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แล้วยังมีวิชาการต่อสู้เช่น การ ทุ่ม ทับ จับ หัก อีกด้วย ซึ่งสมกับฉายา ท่าดีไชยา”นั่นเอง และมวยไชยาจะคาดเชือกแค่ข้อมือเท่านั้น

 

มวยท่าเสา และพระยาพิชัย

มวยท่าเสา เป็นสายมวยไทยภาคเหนือ ที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสาย มวยไทย ท่าเสากำเนิดขึ้นเมื่อใดใครเป็นครูมวยคนแรกแต่จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ทำให้ทราบว่าครู มวยไทย สายท่าเสาที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งคือ ครูเมฆที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องความคล่องแคล่วว่องไว รวดเร็ว เด็ดขาด มีลีลาท่าทางสวยงามและมีประสิทธิภาพ สมกับฉายา“ไวกว่าท่าเสา”ส่วนกลยุทธ์มวยพระยาพิชัยดาบหักเป็นทั้งมวยอ่อนและแข็ง สามารถรุกรับตามสถานการณ์ รู้วิธีรับก่อนรุก เรียนแก้ก่อนผูก เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเองและคู่ต่อสู้

กระบวนท่าชก มวย ท่าเสาและพระยาพิชัยมีทั้งหมด 10 ท่า ลูกถีบอีกจำนวน 10 ไม้ ศอก และการตีเข่าอีกอย่างละ 10 ไม้ แต่ปัจจุบันบางกระบวนท่าได้หายสาบสูญไป เนื่องด้วยครูมวยบางทานที่ถึงแก่กรรม ท่านก็ได้นำท่านั้นๆหายไปด้วย ทำให้มวยท่าเสา นั้นได้ถูกลบเลือนไป หากไม่ได้ทำการอนุรักษณ์เอาไว้ ลาวแกมไทย ตีนไวเหมือนหมา 

 

มวยไทย พลศึกษา 

มวย พลศึกษาถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการก่อตั้งสมายาจารย์สมาคม เพื่อจัดเป็นสถานที่ออกกำลังกายสำหรับประชาชนทั่วไปและ ได้สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องโดยปรมาจารย์ด้านพลศึกษาที่มีชื่อเสียงคือ อาจารย์สุนทรทวีสิทธิ์ หรือ อาจารย์กิมเส็งทวีสิทธิ์ เซียนมวยชื่อดังมี ชก ที่ชำนาญ การศึกษานี้มาจากคุณวิบูลย์สวัสดิ์วงศ์สวัสดิกุลซึ่งเคยเรียนชกมวยสากลในประเทศไทย จนได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งมวยไทยนอกจากการชกแล้วยังเน้นจังหวะเข้า - ออกที่ว่องไว อาจกล่าวได้ว่ามวยพลศึกษาเป็นการ ชกมวย ที่สมบูรณ์ด้วยชื่อเรื่องอุปกรณ์พลศึกษา เอกลักษณ์ของพลศึกษา มวยไทย มี 3 ประการที่เป็น เอกลักษณ์ ของเสื้อผ้าเอกลักษณ์ของการไหว้ครูและการรำ มวยไทย เอกลักษณ์ การเรียนการสอนด้วย มวยไทย ที่สืบทอดมาจากมวยไทยโดยแบ่งออกเป็น 5 สาย ได้แก่ มวยไทยสายไชยาโคราชมวยไทยมวยไทยลพบุรีท่าเสา มวยไทย พระยาพิชัยและพลศึกษามวยไทยแต่ละสายมีเอกลักษณ์ท่า ระเบียบและประเพณี. และวัฒนธรรมประเพณีต่างๆที่ควรค่าแก่การรักษา

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กระจับนักมวย อุปกรณ์ช่วยเซฟจุดสำคัญ

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

การออกอาวุธ เตะเจาะยาง ใน มวยไทย ( Muay Thai )

การออกอาวุธ เตะเจาะยาง ใน มวยไทย ( Muay Thai )

รู้ไหมคะว่า การเตะ ทั้งหลายใน มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นเป็น การออกอาวุธ ที่รุนแรง และยิ่งเป็นการ เตะเจาะยาง ยิ่งสร้างความเจ็บปวด ให้กับคู่ต่อสู้ได้มากกว่าเดิม มาดูกันดีกว่าค่ะว่าการ เตะเจาะยาง ใน มวยไทย นั้นต้องฝึกอย่างไรบ้าง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ อันเป็นเอกลักษณ์ ของประเทศไทย ที่มีมาแต่โบราณ มีความโดดเด่นด้านเทคนิค การกอดคอต่อสู้ ซึ่งเป็นการใช้ทั้งกาย และใจ สำหรับการต่อสู้ ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ โดยเป็นที่รู้จักว่าเป็น ( นวอาวุธ ) ซึ่งประกอบด้วย การโจมตีจากร่างกายทั้ง หมัด ศอก เข่า และเท้า หากมีการเตรียมพร้อม ด้านร่างกายดี จะก่อให้เกิดอาวุธ ที่มีอานุภาพ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้เป็นที่แพร่หลาย ในระดับนานาชาติ ในช่วงศตวรรษที่ยี่สิบ เมื่อเหล่า นัก มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถเป็นฝ่ายชนะ นักต่อสู้ที่มีชื่อเสียง ในแขนงอื่น ซึ่งการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ในระดับอาชีพ ได้รับการดูแลโดย สภา มวยไทย ( Muay Thai ) โลก

 

 

การให้คะแนน ของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น ต้องให้ตาม หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

การชก หมายถึง อวัยวะ ( นวอาวุธ ) ที่ใช้ในการต่อสู้ คือ

-               หมัด

-               เท้า

-               เข่า

-               ศอก

 

การฝึกลูกเตะ จะเริ่มจากการ เตะกระสอบทราย

กระสอบทราย สามารถเป็นตัววัดได้ว่า เราเตะได้แรง และ เตะได้เร็ว ขนาดไหน หากอยากเตะให้แรง ๆ ก็ต้องเริ่มจากท่าแบบนี้ค่ะ

 

การเตะ

หมายถึง การใช้เท้าเป็นอาวุธ ในการต่อสู้ มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้ได้ดีเมื่อเป็นฝ่ายรุก หรือ สกัดการรุกของคู่ต่อสู้ เป็นอาวุธที่สำคัญที่สุด เป็นอาวุธที่ยาวที่สุด ในร่างกายของ มวยไทย ( Muay Thai ) ซึ่งการเตะ มี 4 ประเภท ได้แก่ เตะเฉียง เตะตัด เตะตรง เตะตวัดหลัง ค่ะ

 

การฝึกลูกเตะโดยการฝึกท่ายืน

ก่อนจะเตะลงแข้งได้หนักหน่วง เราต้องยืนอย่างถูกวิธีกันก่อน

1. ให้ยืนปลายเท้าทั้งสอง ห่างกันเท่ากับไหล่ หรือ ขนานกับไหล่ทั้ง 2 ข้าง

2. เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้าง ให้ปลายเท้าสองต้องหันชี้ไปด้านหน้า

3. ยืนเอียงตัว วางน้ำหนักให้เท้าหน้า ( หรือเท้าซ้าย ) เท้าหลัง ( เท้าขวา ) คืออาวุธที่ปล่อยออกไป ( อยู่ในท่าการ์ดมวย ที่เท้าซ้ายอยู่หน้า แล้วแต่ถนัดของบุคคล )

4. เท้าหน้า จะเป็นจุดหมุนที่ตรึงอยู่กับพื้น หมุนได้ตามแรงเหวี่ยงที่จะเตะ

 

แล้วเตะเจาะยาง ต้องเล็งตรงไหน

ขาพับด้านใน และ ด้านนอก หรือ ต้นขา ตรงนี้เป็นตรงที่เรียกได้ว่า หากใครโดนไปแล้วละก็ จะถูกเจาะ และ มีอาการปวดแสบ ไม่อยากเดินหมดแรงขาไปเลย คู่ต่อสู้จะต้องระวังส่วนนี้ เป็นพิเศษ หากโดนเข้าไปแล้ว โดนซ้ำเข้าไปอีก บอกได้ลยถึงกับต่อยต่อไม่ได้เลยนะคะ

 

เตะเจาะยาง คือ การเตะตัดขาตรงน่องของคู่ต่อสู้ ซึ่งทำให้ยกขาไม่ขึ้น เสมือนว่ายางแตก เพราะล้อถูกปล่อยลมออก ซึ่งสาเหตุที่การเตะเจาะยาง ทำให้คู่ต่อสู้ยกขาไม่ขึ้น นั้นก็เพราะว่าเป็นการเตะแบบเล็งเป้า ที่เจาะจงทำให้ ความรุนแรงเข้มข้นขึ้น ในพื้นที่แคบ ๆ มากกว่า การเตะกลางลำตัว แบบทั่วไป

 

แม้ว่าท่าเตะเจาะยาง ดูไม่หวือหวาแต่ที่จริงแล้ว เป็นวิธีต่อสู้ที่รุนแรงมาก วิธีหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์วิธีสู้ กับคนตัวใหญ่กว่า และ เป็นอาวุธที่นัก มวยไทย ( Muay Thai ) ใช้คว่ำคู่ต่อสู้ระดับโลกชาวต่างชาติ มาแล้วหลายคน

 

 

หากใครอยาก เรียน มวยไทย ( Muay Thai ) ก็สามารถทักมาหาเราได้เลยนะครับ จะมีครู มวยไทย ( Muay Thai ) ที่สอนหลายท่าเลย ทั้งเตะเจาะยาง ที่เหมือนบทความนี้ หรือ ท่าอื่น ๆ ก็ย่อมได้นะคะ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ ท่าออกกำลังกาย ของ อาชีพนัก มวยไทย ( Muay Thai ) แบบง่าย ๆ หากสนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารเข้ามาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทย ( jaroenthong muay thai ) ที่สาขาดังนี้

•             jaroenthong muay thai Khaosan ( สาขาข้าวสาร )

•             jaroenthong muay thai Ratchada ( สาขารัชดา อยู่ติดกับโพไซดอน )

•             jaroenthong muay thai Srinakarin ( สาขาศรีนครินทร์ อยู่ด้านในปั้มบางจาก ถนนศรีนครินทร์ )

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

นักมวยไทย ที่เคยได้ เหรียญทอง โอลิมปิก

นักมวยไทย ที่เคยได้ เหรียญทอง โอลิมปิก

การแข่งขัน โอลิมปิก ถือว่าเป็นการแข่งขัน กีฬา ที่ยิ่งใหญ่อีกรายการหนึ่ง ที่ ประเทศไทย มักจะส่ง นักกีฬา เข้าแข่งขันประจำ ซึ่ง นักมวยไทย หลายคนก็ได้ไป ชก ใน โอลิมปิก นี้เหมือนกัน ซึ่งวันนี้มาดูกันว่าในอดีต ใครบ้างที่ได้ เหรียญทอง

มวย เป็นศิลปะการป้องกันตัว แบบโบราณ เป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ของทหารในสนามรบ และกลายเป็น กีฬา ใน โอลิมปิก โบราณ นักมวย ในยุคนั้นไม่จำกัดน้ำหนัก ไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน และไม่จำกัดเพียงการใช้ หมัด เท่านั้น สามารถกัด หรือกระโจนใส่คู่ต่อสู้ได้ ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย แต่ นักมวย ทั้งคู่ก็ต้องถอดเสื้อผ้าออกหมด เพื่อไม่ให้ซ่อนอาวุธ จนกระทั่งปี 1693 James Figg แชมป์การ ต่อสู้ แบบประชิดตัวชาวอังกฤษ ได้กำหนดกฎการต่อสู้ขึ้น จนได้ชื่อว่าเป็น บิดาแห่งมวย และต่อมาได้สร้างถุงมือ แต่ยังไม่ได้ใช้ จนในปี พ.ศ. 2432 จอห์น แอล. ซัลลิแวน ( John L. Sulrivan แชมป์มวยมือเปล่า ประกาศว่าเขาจะไม่ถูกขอให้ ต่อสู้ ด้วยมือเปล่าอีกต่อไป เป็นจุดเริ่มต้นของการ ต่อสู้ ด้วยการสวมถุงมือ และได้พัฒนาจนเป็นเกม กีฬา ที่มีกติกาชัดเจนเช่นทุกวันนี้ ซึ่งมาดูกันว่า นักมวยไทย คนไหนบ้างที่ในอดีต เคยไทยสร้างชื่อเสียงให้ไทย ได้รับ เหรียญทอง โอลิมปิก มาดูกัน

 

1. พันโท สมรักษ์ คำสิงห์

พ.ต.อ.สมรักษ์ คำสิงห์ ร.น. นักกีฬาทีมชาติไทย คนแรก ถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยเลย สำหรับผู้ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการ แข่งขัน ชกมวย สมัครเล่น ในโอลิมปิกฤดูร้อน 1996 ที่เมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ในปี 2539 นักกีฬาไทยคนแรกที่สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันชกมวยสมัครเล่น ในโอลิมปิกเกมส์ พ.ศ. 2539 จนกลายเป็นขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ เส้นทางมวยของ สมรักษ์ คำสิงห์ เริ่มฝึกมาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อของฉันเป็นนักมวยเก่า ก่อนขึ้นสังเวียนเมื่ออายุได้ 7 ขวบ ก็ไปชกทั้งมวยไทยและมวยสมัครเล่น จนโด่งดังได้เงินแสนบาทต่อชก และได้รับโอกาสติดทีมชาติสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอย่างที่ใคร ๆ ก็รู้จักกันในปัจจุบัน

 

2. พันตำรวจโท วิจารณ์ พลฤทธิ์

พ.ต.ท.วิจารณ์ พลฤทธิ์ ผู้ชนะเลิศ เหรียญทอง โอลิมปิก ไทยคนที่ 2 รองจาก สมรักษ์ คำสิงห์ ชนะการแข่งขันชกมวยสมัครเล่น ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 27 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จากนักกีฬาชกมวยนอกสายตา เพื่อเป็นฮีโร่คว้า เหรียญทอง โอลิมปิก กลายเป็นบุคคลที่ 2 ในประวัติศาสตร์ไทย โดย วิกฤษ พลฤทธิ์ เริ่มฝึกมวยไทยเมื่ออายุได้ 10 ขวบ และได้รับ ต่อสู้ตลอดเวลา จนได้รับโอกาสในการเข้าร่วมยุทธการอัศวินรัตติกาลบนเวทีหลักที่ราชดำเนินก่อนถูกทาบทามเข้าสู่สนามมวยสมัครเล่นเพราะนักมวยทีมชาติเก่าขอแขวนนวม เขาต่อสู้มา 2 ปีกว่าจะได้ คว้าแชมป์แรก ในซีเกมส์ 1999 ในปีต่อมาถูกเรียกตัวไปเล่นโอลิมปิกที่ออสเตรเลีย ในขณะที่ นักมวย คนอื่นๆ ถูกคัดออก อิคคิวซังผู้มีประสบการณ์น้อยที่สุดกลับมาทำผลงานได้ดีจนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และประสบความสำเร็จในการสร้างรอยยิ้มให้คนไทยทั้งประเทศ

 

3. มนัส บุญจำนงค์

มนัส บุญจำนงค์ นักมวยสมัครเล่น ผู้ชนะเลิศ เหรียญทอง โอลิมปิก จากโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2004 ที่ประเทศกรีซ เป็นชาติไทยคนที่ 5 ที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก และเป็นนักมวยสมัครเล่นคนที่ 3 ต่อจาก สมรักษ์ คำสิงห์ และวิพากษ์วิจารณ์ พลฤทธิ์ นักมวยอัจฉริยะที่คนไทยทุกคนเทใจให้ ครั้งหนึ่งเคยโชว์แท็คติกสุดแกร่งคว้าเหรียญทองมวยสมัครเล่นโอลิมปิก 2004 ก่อนจะกลับมาคว้าเหรียญเงินในปี 2008 กลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิก 2 สมัยติดต่อกัน เส้นทางหมัดของมนัสเริ่มชกเมื่ออายุได้ 9 ขวบ และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจนได้ชื่อติดทีมชาติในปี 1997 และเป็นหนึ่งในนายพลมวยไทยที่ไปโอลิมปิก 2004 ซึ่งหลังจากสร้างความสุขให้กับแฟน มวยไทย แล้ว มนัสเกือบตัดสินใจแขวนนวม เพราะใช้ชีวิตแบบเพลย์บอยจนเงินรางวัลกว่า 20 ล้านหายไปในพริบตา ปล่อยให้เนื้อปล่อยจนน้ำหนักเกิน 10 กิโล ก่อนกลับเข้าสู่วงการอีกครั้ง และประสบความสำเร็จในที่สุด

 

4. พันตรี สมจิตร จงจอหอ

พันตรี สมจิตต์ จงจอหอ ( สังกัดกองบัญชาการกองทัพบก ) เป็น นักมวย สมัครเล่นชาวไทย เหรียญทองโอลิมปิค 2 เหรียญทอง เอเชี่ยนเกมส์ 3 เหรียญทอง ซีเกมส์ 3 เหรียญทอง และได้รับเกียรติชูธงชาติไทย นำนักกีฬาทีมชาติไทย ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 26 ก่อนจะมาเป็นนักมวยไทยขวัญใจคนทั้งประเทศ สมจิตร์ จงจอหอ เจ็บมาเยอะ ผ่านอะไรมามากมายเช่นกัน เคยเป็นนักมวยไทยมานานก่อนจะหันมาชก มวย สมัครเล่น และคาดว่าจะเป็นผู้เข้าชิง เหรียญทอง โอลิมปิก 2004 และเอเชียนเกมส์ 2006 แต่พลาดทั้งคู่จนเกือบประกาศอำลาวงการ ในที่สุดก็กลับมาพยายามอีกครั้ง และคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2008

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ปั้น ซิกแพค ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ทำไม มวยไทย ใช้สีน้ำเงิน-แดงแบ่งฝั่ง

 

แนวทาง การก้าวสู่อาชีพนักมวย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

แนวทาง การก้าวสู่อาชีพนักมวย กีฬา มวยไทย ( Muay Thai )

สำหรับใครที่หลงใหลในกีฬาการต่อสู้อย่าง มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วฝึกฝนฝีมือจนกลายเป็น นักมวยอาชีพ ต้องอ่านบทความนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ ไปดูเทคนิค และ แนวทาง การก้าวสู่อาชีพนักมวย กันค่ะ

 

การชก มวยไทย ( Muay Thai ) อาจจะเห็นได้ในทีวี หรือตามค่ายมวยต่าง ๆ บอกได้เลยว่า การที่เราอยากจะเป็นแบบนั้น ก็ยากพอสมควรอยู่แล้ว แต่เส้นทางของการเป็นนักมวยนั้น ไม่ได้ง่ายเลยสักนิด ต้องเหนื่อย และเจ็บตัวมาก เป็นพิเศษ หลายปัจจัย ในการที่จะเดินในเส้นทางนี้ได้

 

 

เส้นทาง กว่าจะมาเป็น นักชก มวยไทย ( Muay Thai )

1 มีเทรนเนอร์ดี

สิ่งแรกคือการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ที่เทรนเนอร์ จะสอนเบสิคเบื้องต้น ทั้งการเคลื่อนไหว การป้องกัน การยืนตำแหน่ง ยามอยู่บนเวที รวมถึงความแคล่วคล่องว่องไว

 

 

2 สภาพความฟิต

มองดูภายนอก คุณอาจเป็นนักกีฬาที่ดูดี แต่หากความฟิตไม่ถึง ทุกอย่างเป็นอันจบ การฝึกซ้อมด้วย การออกกำลังกาย อาทิ กระโดดเชือก วิ่ง ลุก นั่ง คือ แนวทางที่จะทำให้คุณ ไม่หมดแรงง่าย ๆ บนเวที

 

 

3 ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

คือ แนวทางที่ช่วยป้องกัน อาการบาดเจ็บ ของกล้ามเนื้อ การวอร์มอัพ และโยคะ คือ วิธีการที่หลายคน อาจคาดไม่ถึง แต่ความจริงแล้ว มันสามารถช่วยให้ กล้ามเนื้อยืดหยุ่น และฝึกสมาธิ ไปในตัวด้วย

 

 

4 ควบคุมอาหาร

หากคุณเป็นนักมวย ที่เตรียมขึ้นชก ในสังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) อาหารประเภทโปรตีน ( Protein ) คือ สิ่งที่ร่างกาย ต้องการมากที่สุด อาทิ ปลา ไก่ ไข่ เนย ถั่ว รวมถึงผักผลไม้ และไขมันที่เหมาะสมกับร่างกายอาทิ อะโวคาโด เป็นต้น

 

 

5 ยกระดับ การออกกำลัง

อีกหนึ่งขั้น ของการฝึกความอึด และอดทด การจะเป็นนักมวยที่ดี อย่าลืมว่าตลอดการชก ในสังเวียน มวยไทย ( Muay Thai ) ขาของคุณต้องเคลื่อนไหว อยู่บนเวทีตลอดเวลา ฉะนั้นจำเป็นต้องยกระดับ การออกกำลัง เพื่อเพื่อความอดทน

 

 

6 ฝึกฝนจิตใจ กีฬามวย

ไม่ใช่แค่การต่อสู้ ด้วยพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังวัดถึง ความสามารถด้าน กระบวนความคิด การตัดสินใจ ในสถานการณ์เฉพาะหน้า เพียงเสี้ยววินาที นักมวยระดับโลก หลายคน อาทิ มูฮัมหมัด อาลี ,ฟลอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ หรือกระทั่งสมรักษ์ คำสิงห์ มีความพิเศษเหล่านี้ ที่นำพาพวกเขา ไปสู่ชัยชนะได้

 

 

ปัจจัยหลัก ของนักชก มวยไทย ( Muay Thai ) เมื่อขึ้นชก บนเวที

1 การป้องกัน

ไม่ว่าคุณจะเป็น นักมวยประเภท ไฟท์เตอร์ ( Fighter ) เดินหน้าสู้ หรือแนว บ็อกเซอร์ ( Boxer ) ที่อาศัยชั้นเชิง เป็นหลัก แต่หากไม่มีการป้องกันตัว ที่ดี หรือประมาท เกินไป ก็อาจถูกน็อคได้ง่าย ๆ สิ่งสำคัญ คือ ต้องพยามตั้งการ์ดป้องกัน ให้ได้ตลอดเวลา เมื่ออยู่บนเวที

 

 

2 ความเร็ว

แม้ว่าน้ำหนักหมัด ของคุณจะหนักแค่ไหน แต่หากไม่มีความเร็ว หรือช้า กว่าคู่แข่งเพียงแค่ หนึ่งสเต็ป คุณก็ไม่มีทาง ที่จะปล่อยหมัด ใส่คู่แข่งได้เลย นี่แหละคือความสำคัญ ที่ต้องเริ่ม จากการฝึกซ้อมอย่างหนัก

 

 

3 น้ำหนักหมัด

การมีหมัดที่หนัก และออกหมัดบ่อย ๆ บางทีก็ไม่จำเป็น เสมอไป เพราะหากคู่แข่ง ป้องกันอย่างถูกวิธี นั่นหมายความว่า แต่ละหมัดที่คุณออกไปนั้น คือ กำลังที่สูญเสีย ไปอย่างเสียเปล่า ฉะนั้น การหาจังหวะในการชก คือ อีกหนึ่งแนวทาง ที่จะทำให้คุณ เผด็จศึกคู่ชก เพราะบางที แค่หมัดเดียวเน้น ๆ ก็เพียงพอแล้ว

 

 

4 สัญชาตญาณ

จริงอยู่ที่การมี เทรนเนอร์ หรือพี่เลี้ยง จะวางแผนให้คุณ ก่อนขึ้นชก และระหว่างพักยก แต่เมื่อขึ้นออกไป ตะบันกับคู่แข่ง บนเวที คุณคือคน ที่กำหนด ทุกอย่าง บางทีอาจไม่มีเวลา คิดด้วยซ้ำ มันคือสิ่งที่อยู่ในตัวคุณ ที่หากมาถูกที่ถูกเวลา ก็สามารถพาคุณ ไปสู่ชัยชนะได้เช่นกัน

 

และทั้งหมดที่ว่ามานี้ คือเส้นทาง สู่ความสำเร็จ ที่ใช้ได้ในทุก ๆ วงการ โดยเฉพาะวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) แม้ว่าคุณอาจจะเป็นรอง ในเรื่องน้ำหนักหมัด หรือกระทั่งเชิงมวย แต่เชื่อได้เลยว่า หากคุณฝึกซ้อม มากกว่าคนอื่น ประตูสู่ชัยชนะ พร้อมเปิดต้อนรับคุณ อยู่อย่างแน่นอน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

แนะนำ คำศัพท์วงการ มวยไทย ( Muay Thai )

แนะนำ คำศัพท์วงการ มวยไทย ( Muay Thai )

หลาย ๆ ครั้งที่เราดู มวยไทย ( Muay Thai ) แล้วเกิดข้อสงสัย หรือ อาจไม่เข้าใจคำบางคำ ที่คนพากย์มวยพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้การดูมวยของเรานั้นไม่สนุกเท่าที่ควร วันนี้เราจึงมาแนะนำ คำศัพท์วงการมวยไทย ให้เพื่อน ๆ กันค่ะ

 

 

ในวงการกีฬาทุกประเภท มักจะมี คำศัพท์เฉพาะ ที่ใช้ในการเรียกชื่อ ใช้บ่งบอกการกระทำ หรือ ใช้บ่งบอกสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬานั้น ๆ ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เหมือนกัน มวยไทยก็จะมี คำศัพท์มวยไทย ที่ใช้ในวงการกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อยู่ ซึ่งคนที่จะรู้จักคำศัพท์พวกนี้ดี ก็คือเหล่านักมวยมืออาชีพ และ ผู้ที่อยู่ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) นี่แหละ ส่วนคนทั่วไปอย่างเรา ๆ บางคำก็อาจจะเดา ๆ เข้าใจได้ แต่บางคำนั้น นอกจากไม่เข้าใจแล้ว ยังรู้สึกว่ามันไม่เข้ากับ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) เลยด้วยซ้ำ

 

วันนี้ เราจึงรวบรวม คำศัพท์ ที่เกี่ยวข้องกับ กีฬามวยไทย ( Muay Thai ) มาฝากเพื่อน ๆ กัน เพื่อที่จะได้ดู มวยไทย ( Muay Thai ) สนุกขึ้น เข้าใจกีฬามวยไทย มากยิ่งขึ้นค่ะ

  • จด : หมายถึง การตั้งท่า เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ การชก
  • แม่ไม้ : หมายถึง การใช้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย 4 ส่วน เพื่อทำการต่อสู้ คือ หมัด ศอก เข่า และ เท้า
  • ลูกไม้ : หมายถึง การพลิกแพลงแม่ไม้ เพื่อใช้ในการต่อสู้ ในรูปแบบลักษณะต่าง ๆ
  • ไม้ตาย : หมายถึง การออกอาวุธ โดยการโจมตีด้วยท่าเด็ดประจำตัวใส่คู่ต่อสู้ นั่นเอง
  • เดินมวย : หมายถึง การย่องเท้า เหมือนม้าในการบุก หรือ ใช้ตั้งรับคู่ต่อสู้ ในระหว่างการแข่งขัน
  • สืบเท้า : หมายถึง การเคลื่อนตัว เพื่อไปโจมตีคู่ต่อสู้
  • วงนอก : หมายถึง การออกอาวุธ แบบห่างตัว หรือ แบบเหวี่ยง
  • วงใน : หมายถึง การออกอาวุธ แบบประชิดตัว ที่เรียกกันว่า คลุกวงใน
  • เหลี่ยม : หมายถึง การเบนตัว เพื่อหาจังหวะ ใช้ลูกไม้กับคู่ต่อสู้ การมีจังหวะในการออกอาวุธที่ดีกว่า
  • อัด : หมายถึง ลักษณะการดัน หรือ กด ด้วยไม้มวย
  • ตะแคง : หมายถึง อาการเอียงตัวไปทางขวา หรือ ทางซ้าย
  • เฉียง : หมายถึง มุมเฉียงของเหลี่ยมตัว
  • ที่หมาย : หมายถึง จุดหมาย หรือ เป้าหมาย ที่จะใช้ไม้มวยกับคู่ต่อสู้ ที่จะทำให้เป็นฝ่ายชนะ
  • ศอกหลัง : หมายถึง ลักษณะอาการการใช้ศอก ตีกระทุ้งออกไปทางด้านหลัง
  • เปิดว่าง : หมายถึง ช่องว่างของคู่ต่อสู้ ที่เราสามารถโจมตีใส่ได้โดยง่าย
  • ควง : หมายถึง อาการใช้มือหมุนควง
  • จังหวะ : หมายถึง โอกาสที่เหมาะสม ในการออกอาวุธใส่คู่ต่อสู้
  • เตะ : หมายถึง การเหวี่ยงเท้า ด้วยแรงหมุนใส่คู่ต่อสู้
  • ดีด : หมายถึง การสะบัดเท้าออกไปใส่คู่ต่อสู้
  • ฟัน : หมายถึง การใช้แรงเหวี่ยงตามอวัยวะ ไปกระแทกคู่ต่อสู้ เช่น ฟันศอก ฟันเข่า เป็นต้น
  • เฉือน : หมายถึง การใช้แรงเสียดสีกับคู่ต่อสู้
  • การ์ด : หมายถึง การยกมือ และ แขน ทั้งสองข้างขึ้นมา บดบังอวัยวะต่าง ๆ เพื่อป้องกันโจมตีจากคู่ต่อสู้
  • การเปิด : หมายถึง การใช้มือตวัดขึ้น หรือ ลงไปที่การ์ดของคู่ต่อสู้ เพื่อให้เปิดออก
  • ลอยตัว : หมายถึง การดีดตัวให้สูงขึ้นจากพื้น เพื่อหวังผลในการออกไม้มวย
  • พุ่งตัว : หมายถึง การเคลื่อนตัว เข้าใส่คู่ต่อสู้ในลักษณะพุ่งอย่างแรง

 

นี่ก็เป็น คำศัพท์ ที่ถูกใช้ในวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงต้องเคยดู เคยพบเห็นกันมาบ้าง ซึ่งคำศัพท์มวยไทย เหล่านี้ ก็มีมาอย่างยาวนาน และ มีวิวัฒนาการ มีรากฐานคำศัพท์ จากภูมิปัญหา วัฒนธรรม ภาษา ที่เกิดจากคนไทยเอง

 

ซึ่งสามารถค้นหา ศึกษารายละเอียดประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับวงการ มวยไทย ( Muay Thai ) ได้จาก ข้อมูลประวัติศาสตร์ของมวยไทย และ คิดว่าในอนาคตข้างหน้า ก็อาจจะมีคำศัพท์อื่น ๆ ที่เกิดจากกระบวนท่าอื่น ๆ ท่าใหม่ ๆ หรือ อาจะเกิดจากวิวัฒนาการ ในการใช้ภาษาไทย ของคนรุ่นใหม่ ที่อาจจะทำให้มีการเรียกชื่อ ใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับวงการกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) มากเพิ่มขึ้น และ มีการเปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างแน่นอน

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

ข้ามขีดจำกัดตัวเองด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

ข้ามขีดจำกัดตัวเองด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

มวยไทย ( Muay Thai ) หรือ กีฬาต่อยมวยนั้น ถือเป็นกีฬาที่ใช้พละกำลังมากเลยทีเดียว เพราะการ ต่อยมวย เราต้องขยับทุกส่วนของร่างกาย และถ้าเราซ้อมทุกวัน เราก็จะสามารถ ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเราเองได้

 

ข้ามขีดจำกัดตัวเองด้วย มวยไทย ( Muay Thai )

     กีฬามวยนั้น ถือ ว่าเป็นกีฬา ที่ เป็นกิจกรรม ใช้พลังงานค่อยข้างมาก เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการซ้อม การต่อย หรือว่าการแข่งขัน ก็เป็นการใช้ พลังงาน ที่มาก และ ใช้พละกำลังค่อยข้างสูง ทำไมถึง การต่อยมวยนั้น ใช้พลังงานสูง เพราะว่า การ ทำกิจกรรม ต่อยมวยนั้น เรา ต้องออกพละกำลัง ทั้งร่างกาย การออกท่าทาง ของ การต่อยมวยนั้น เราต้องใช้ ทุกส่วน ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น บริเวณ ศีรษะ ไปจน ถึงเท้าของเรา เพราะในแต่ละ ท่าของการ ต่อยมวย นั้น เราจำเป็นต้องออก ท่าทาง ที่ แรง และ รวมเร็ว ในแต่ละท่า ท่าการ ต่อยมวย นั้น จะมี ท่าที่ออกท่าทางง่าย ไปจนถึง ท่า ที่ออกท่าทางยาก ยกตัวอย่าง ท่าที่ง่าย และ ท่าที่ยาก เช่น ท่า วิรุฬหกกลับ เป็นท่า แม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ไว้ใช้โต้กลับ และเป็นท่าที่ป้องกันตัว ในขณะเดียวกัน การใช้ศอกขวา เหวี่ยง กลับ เข้าใส่คู่ต่อสู้ ใส่หน้าผาก เป็นการตอบโต้ เป็นท่าที่ไม่ยากนัก ในการฝึก ท่า พระเจ้าตากนั่งแทน เป็นถ้าที่ ใช้ในการป้องกัน เมื่อคู่ต่อสู้ เตะต่ำ ตรงบริเวณ ต้นขา เป็นท่าที่ ต้อง ป้องกันบริเวณ ขา ของเรา เพื่อที่จะหาจังหวะส่วนกลับ ไต่เขาพระสุเมรุ เป็นท่าแม่ไม้ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่สามารถ ใช้ป้องกัน และ ตอบโต้ ได้รุนแรง เป็นการใช้ ศอกขวา ปัก ไปลงบนศีรษะ ของ ฝ่ายตรงข้าม และนี้คือ ท่า มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เรา ยกตัวอย่างมา ให้สังเกต แต่ละท่า การต่อสู้ของ มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น ไม่ว่าจะเป็น การขยับ ร่างกายแบบไหน เราจำเป็นต้องใช้ทุกส่วนของร่างกายเราจริง ๆ ท่าเรา ฝึกซ้อม หรือ ทำกิจกรรม การต่อยมวย หรือ มวยไทย ( Muay Thai ) ไปทุกวันๆ จะทำให้เรา สามารถ ก้าวข้าม ขีดจำกัด ร่างกาย ของเราเองได้ เพราะ ท่าแต่ละท่า หรือ การต่อยมวย นั้น จำเป็นต้องใช้ ความเร็ว ใช้พลังในการ ออกท่า แต่ละท่า นั้นทำให้ ร่างกายของเรา ต้องมีความ สามารถ ในระดับหนึ่ง ทำให้เรานั้นมี มีความเร็ว เพิ่มขึ้น สมาธิที่ดี และ ไหวพริบในการทำกิจกรรมต่างๆ มากยิ่งขึ้น

 

     การที่เราจะ ก้ามขีดจำกัด ของตัวเราเองนั้น ขึ้นอยู่ กับการ ฝึกซ้อม หรือ ความขยันในการ ซ้อม เพราะ ถ้ายิ่งเรา ฝึก หรือ เราทำกิจกรรม นั้นมากขึ้นเท่าไร ยิ่งจะทำให้เรา มีความสามารถ และ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ ได้ ไม่ใช่แค่กีฬามวย กิจกรรม หรือ กีฬาอื่น ๆ ก็จะช่วยให้เราสามารถเก่ง หรือ ก้าวข้ามขีดจำกัดของเราได้เช่น กัน เช่น การวิ่ง จากที่เราวิ่งไม่เร็ว หรือ เหนื่อยง่าย ถ้าเราซ้อมทุกวัน หรือ ขยันในการฝึกซ้อม สักวันเราจะสามารถวิ่งได้เร็วขึ้น เก่งขึ้น ดังนั้น การฝึกซ้อม จึงสำคัญในการที่เรา จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง การต่อยมวยนั้น จะช่วยให้เรา ก้าวข้ามขีดจำกัดได้หลายอย่าง เช่น ไหวพริบ สมาธิ ความแข็งแกร่ง ความอึดทน ความเร็ว เพราะ การฝึกการซ้อมมวยนั้น จะช่วยให้เราสามารถทำอะไร ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เราจะมีสมาธิ ไหวพริบ มากกว่าคนปกติทั่วไป และ ยิ่งไปกว่านั้น เราจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย

 

     ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการออกำลังกาย หรือ การทำกิจกรรมอะไร ไม่ใช่แค่การต่อยมวย เราก็สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเราเองได้ เพราะถ้าเรา ตั้งใจ หรือ ขยันฝึกซ้อมแล้ว อะไรที่เราเคยทำไม่ได้ เราก็จะสามารถทำได้ หรือ เก่งขึ้นนั้นเอง ดังนั้น สิ่งแรกที่เราจะต้องทำคือ การชนะใจตัวเอง อย่าพึ่งคิดว่า เราทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลองทำ ตั้งใจ และ วันที่เรา เก่งขึ้นจะตามมาในไม่ช้า อย่างแน่นอน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศาสตราวุธ มวยไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ท่าออกอาวุธ มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับ ผู้เริ่มต้น

รำไหว้ครู สำคัญขนาดไหนของกีฬา มวยไทย

รำไหว้ครู สำคัญขนาดไหนของกีฬา มวยไทย

สำหรับ มวยไทย ใคร ๆ คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะมันเนกีฬา ประจำชาติไทยของเรา แต่เคยสังเกตไหมว่า การ รำไหว้ครู ก่อนการชกนั้น มันมีขึ้นมาเพื่ออะไรและสำคัญขนาดไหนต่อ มวยไทย วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน

 

            อย่างแรกเลย เรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่า ไหว้ครู นั้นมันคืออะไรแล้ว มันมีประวัติ ความเป็นมาอย่างไร วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง พร้อมอธิบาย กันให้เข้าใจ 

 

            การไหว้ครูคือ หรือ จะให้ พูดง่าย ๆ ว่าเป็นการ ฝากตัวเอง ให่เป็นศิษย์ อยู่ในโอวาทย์ ของครูบาอาจารย์ เพื่อ ที่จะแสดงถึงความ นอบน้อม ถ่อมตน และมันยังเป็นการ ยอมรับเพื่อ ที่จะเรียนรู้ ความกล้าหาญ และ รวมไปถึง การเตรียมพร้อม ในการที่จะฝึกฝนไปใน ขั้นต่าง ๆ สำหรับ นักมวยจะต้องมีครู ที่ต้องเคารพ และ ต้องเทิดทูนครู เพราะว่าการที่ ครู ยินยอมที่จะรับผู้ใด มา เป็นศิษย์ แล้วนั้น ในอดีตกาลนั้น มันถือว่า เป็นเรื่องที่ยาก อย่างมาก พราะ ในสมัยนั้นครู ที่เป็นมวย ย้อม มีฝีมือไม่ได้มีอยู่มากมาย และ ในการสอน ไม่ได้คิดค่าบริการสอน แต่อย่างใด แต่หากใครที่ต้องการ จะเรียน หรือ อยากฝึกแม่ไม้มวยไทย นั้น จะต้องฝาก เนื้อฝากตัว กับครู คอยปรนนิบัติอยู่ เป็นเวลานาน และ จนกว่าจะได้รับ การถ่ายทอด วิชาจนครบถ้วน เพราะ สาเหตุนี้ทำให้ ครูมวย กับศิษย์ นั้น  ในสมัยก่อนนั้น จึงมีความสนิทใจ รักใคร่กลมเกลียวกัน ราวกับพ่อกับลูก เลยนั่นเอง ถือว่าเป็น สิ่งที่มีค่าอย่างมาก ใน มวยไทย และ การไหว้ครู ก่อนที่จะมีการ แข่งขัน ในกีฬา มวยไทย นั้น ถือว่า เป็นข้อแตกต่าง จากกีฬาอื่น ๆ และโดยเฉพาะ คิกบ็อกซิง ( kick boxing ) ที่ได้มีการ ลอกเลียนแบบ การชกมวย ของไทย เรานั้น แทบจะเหมือนกันทุกอย่างเพียงแต่ ไม่ให้ใช้ศอก หรือ ไม่ให้ใช้เท้า ในการชกบนสนาม และแถมยัง ไม่มีการไหว้ครูก่อนเริ่ม ดังนั้น ในการรำไหว้ครู จึงถือเป็นจุดเด่น และเอกลักษณ์ของ กีฬา มวยไทย อย่างแท้จริง ที่กีฬา ประเภท อื่น ๆ ไม่มีนั่นเอง

 

            และสำหรับ ท่าแต่ละ ในการ รำไหว้ครู ของมวยไทย นั้นแน่นอนว่า ต้องมีความหมาย ที่แตกต่างกัน ออกไป และ ยศ เรืองสา ได้กล่าวถึง ข้อควรปฏิบัติ ของผู้ ฝึกมวยไทย ในหนังสือ ตำรามวยไทย ที่เป็น ตำรับพระเจ้าเสือว่า นักมวยมีข้อพึงปฏิบัติดังนี้

 

  • จงทำตนเป็นประโยชน์ ต่อสาธารณชน     
  • จงสุภาพ ต่อคนทั่วไป     
  • จงเป็นผู้มีสันติธรรม ไม่พาลเกเร     
  • จงเป็นผู้ซื่อสัตย์ ต่อตัวเอง และผู้อื่น     
  • ต้องเป็นผู้มีมานะบากบั่น ไม่ย่อท้อต่อทุกสิ่ง     
  • จงเป็นผู้เสียสละต่อหมู่ชน เมื่อประเทศชาติต้องการ     
  • จงสร้างแก่นแท้ของจิตใจ ให้แกร่งกร้าว เยี่ยงเหล็กเพชร     
  • จงเป็นผู้เห็นธรรม ในหลักพระพุทธศาสนา และมีศีลธรรมประจำใจ    
  • ต้องเป็นคนตรงต่อเวลา รักชื่อเสียง และค่ายคณะของตน     
  • ต้องออกกำลังกาย อยู่เสมอเป็นประจำ     
  • ต้องไม่เอาเปรียบคู่ต่อสู้ ในทางผิดกติกา และศีลธรรม     
  • ต้องเคารพกฎหมาย ของบ้านเมือง

 

และ เราต้องบอกเลยว่า สำหรับ นอกเหนือจากการขึ้นครู ก็จะมีการ ครอบครู นั้น มันจะหมายถึง การที่ศิษย์ได้ศึกษา เกี่ยวกับ ศิลปะมวยไทย จนหมดสิ้นแล้ว และ แถมยัง สามารถถ่ายทอด วิชาให้แก่ผู้อื่นได้ ก็จะทำพิธีครอบครูให้   นั่นเอง

 

เราคงจะเห็นกันแล้วใช่ไหมว่า กีฬา มวยไทย สำหรับ การ รำไหว้ครู นั้น สำคัญขนาดไหน และ ทำไมถึง ต้อง รำไหว้ครู และแถมยังเป็นเอกลัก ในกีฬา ประจำชาติไทย ที่ไม่มีกีฬา ชนิดไหนสามารถหลอกเลียนแบบได้ และสำคัญไปกว่า นั้น การ รำไหว้ครู นั้นยังเป็นศิลปะ ที่สวยงาม และถือเป็นการเครพ ครูอาจาร์ ที่ได้ฝึกซ้อน เพื่อเป็นการ ให้เกียรติ แก่อาจาร ที่ได้สอนศิลปะ การต่อสู้ มวยไทย นั่นเอง

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศาสตราวุธ มวยไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ท่าออกอาวุธ มวยไทย ( Muay Thai ) สำหรับ ผู้เริ่มต้น

หุ่นสวยด้วยมวยไทย

หุ่นสวยด้วยมวยไทย

เราต่างทราบกันดีว่า มวยไทย เป็นกีฬาที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน นอกจะเป็นกีฬาประจำชาติแล้ว ยังมีประโยชน์อีกหลายด้านทั้ง ได้ประโยชน์ในด้านร่างกาย ประโยขน์ด้านศิลปะการต่อสู้

 

ในปัจจุบันกีฬามวยไทยไม่ใช่กีฬาที่เล่นได้เฉพาะผู้ชายอีกต่อไป ผู้หญิงก็สามารถเล่นกีฬานี้ได้เช่นกัน เนื่องจากกีฬามวยเป็นกระแสและเป็นที่นิยมในวงกว้าง ทั้งในหมู่ของดารา คนดัง รวมไปถึงเซเลป และในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องที่เราเคยเห็น การชกมวยไทย 1 ชม. เบิร์นแคลอรี่ได้ 500 – 1000 แคล

 

การใช้มวยไทยมาออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายฟิต และ เฟิร์ม เพราะกีฬามวยไทยนั้นต้องใช้ทุกส่วนของร่างกาย ทั้ง มือ เท้า เข่า ศอก แขน ขา นอกจากนี้กีฬามวยต้องมีการบิดตัว การเคลื่อนที่ที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลา คนที่ใช้กีฬามวยในการลดความอ้วนนั้นสามารถทำได้จริง และ คนที่ต้องการเฟิร์มหุ่นก็สามารถใช้มวยไทยช่วยได้ เช่นกัน

 

วิธีลดความอ้วนแบบมวยไทย

 

1. พัฒนาและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

            การพัฒนาและเสริมสร้างกล้ามเนื้อสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ง่าย ๆ เริ่มจากการชกลม ศอกลม เตะลม เพื่อให้พัฒนากล้ามเนื้อก่อนที่จะไปชกกระสอบทรายจริง ๆ สิ่งสำคัญที่ต้องมีก็คือ ครู หรือ โค้ชผู้คอยดูแล เพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการชกมวย ในการพัฒนากล้ามเนื้อควรทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กล้ามเนื้อจดจำ และเกิดการพัฒนา

 

2. เพิ่มขีดจำกัดให้กับตัวเองตลอดเวลา

            การลดความอ้วนนั้นต้องมีการเพิ่มขีดจำกัดให้กับตัวเองอยู่เรื่อย ๆ การที่เราออกกำลังกายไปสักระยะแล้ว ทำให้การลดคงที่ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มขีดจำกัด เนื่องจากการชกมวยเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาสั้น ๆ และมีความต่อเนื่อง เรียกได้ว่า เป็นการคาดิโอแบบ HIT (Hight-intensive interval training) ในขณะที่เตะ ต่อย เป็นการใช้กล้ามทั้งร่างกายทำให้มีการใช้พลังงานอย่างมาก จึงช่วยบดความอ้วนได้ดี

 

3. ควบคุมอาหาร

            นอกเหนือจากการออกกลังกายแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องนั่นก็คือ การคุมอาหาร การคุมอาหารไม่ใช่แค่การเลือกอาหารที่ดี มีประโยชน์เพียงเท่านั้น แต่การคุมอาหารยังส่งผลไปถึงพฤติกรรมในการเลือกทานอาหารอีกด้วย นั่นเอง

การเลือกทานอาหารในช่วงก่อนออกกำลังกายนั้นจำเป็นอย่างมากที่ต้องทานคาร์โบไฮเดรต เพื่อใช้เป็นพลังงานในการออกกำลังกายเพราะถ้าเราไม่ทานคาร์โบไฮเดรตก่อน ออกกำลังจะทำให้ไม่มีแรงในการออกกำลังกาย และเห็นผลได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ข้อควรระวังก็คือ ก่อนออกกำลังกายไม่ควรทานคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาหารจุกได้ ในการออกกำลังกายนั้นสามารถทานของทอดได้ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเลี่ยง หรือถ้าไม่สามรถเลี่ยงได้ก็ให้ทานแต่น้อย

 

4. การพักผ่อน

            การพักผ่อนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งในช่วงลดน้ำหนักนั้น การพักผ่อนให้เพียงพอสำคัญอย่างมาก เพราะการนอนหลับนั้น นอกจากจะได้พักจากเหนื่อยล้าแล้ว ในขณะที่หลับร่างกายจะนำสารอาหารที่เราได้รับในแต่ละวันมาซ่อมแซม และ สร้างกล้ามเนื้อ อีกการนอนหลับยังส่งผล ในเรื่องของระบบเผาผลาญในร่างกาย ดังนั้นคนที่ออกกำลังกาย หรือ ลดความอ้วนนั้นต้องมีการพักผ่อนที่เพียงพอ

 

การลดน้ำหนักด้วยมวยไทยสามารถทำได้จริง และจำเป็นต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ และต้องมีวินัยในการฝึกซ้อม

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เข่า อาวุธวงในแห่งชัยชนะ

ก้าวสู่สากล กับ นโยบาย สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ

เพิ่มความสมดุลให้ร่างกาย ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

เพิ่มความสมดุลให้ร่างกาย ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่า มวยไทย ( Muay thai ) ที่ในสมัยนี้นิยม นำมาเป็นท่า ออกกำลังกาย นั้นนอกจากจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่แล้ว ยังช่วยในเรื่อง เพิ่มความสมดุลให้ร่างกาย อีกด้วย มาดูกันดีกว่าค่ะว่ามันเป็นอย่างไร ?

 

มวยไทย ( Muay thai ) นั้น เป็นกีฬา ที่ได้รับความนิยม อยากมากมาย และ เป็นที่นิยมของเพื่อน ๆ หลาย ๆ คน เป็นอย่างดี ในการทำกิจกรรม ออกกำลังกาย เพราะการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) เป็นการ ที่เราต้องใช้ อวัยวะของร่างกาย แทบจะทุกส่วนเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ศีรษะ ไปจนถึง เท้า ไม่ใช่แค่อวัยวะเพียงอย่างเดียว เราต้องมีร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย มวยไทย ( Muay thai ) ต้องใช้ทั้ง ความเร็ว ความอดทน ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ เพราะกีฬา มวยไทย ( Muay thai ) คือ การที่เราต้องออกไปต่อสู้ กับคู่ต่อสู้ ซึ่งสามารถทำให้เรา ได้รับบาดเจ็บ ได้นั้นเอง แต่ถ้าเรายิ่งฝึกซ้อมร่างกาย มาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าร่างกายของเรา จะมีความทนทาน แข็งแรง และ ยังไปช่วย สร้างสมดุลร่างกาย ได้ดี และ มีประสิทธ์ภาพอย่างมาก เราไปดูดีกว่า กีฬา มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะสามารถสร้างสมดุล ให้กับร่างกาย ของเราได้อย่างไร

 

 

เพิ่มความสมดุลให้ร่างกาย  ด้วย มวยไทย ( Muay thai )

การฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้น เป็นที่รู้กันดีว่า มวยไทย ( Muay thai ) เป็นกีฬา ที่ต้องใช้ ความอดทนของร่างกาย แทบจะทุกส่วนเลย ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว สมาธิ ความว่องไว และ ปัญญา การที่เราฝึก หรือ ซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ทุกวันนั้น ไม่ใช้แค่จะทำให้ร่างกายของเรา แข็งแรง ยังไปทำให้ร่างกายของเรา มีความสมดุลอีกด้วย อีกทั้งยังไปช่วยสร้าง กล้ามเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี รับลองได้เลย ใครที่กำลังฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อยู่นั้นคุณจะได้ ทั้งความว่องไว สมาธิ ไหวพริบ เพิ่มมากขึ้นแน่นอน

 

 

 มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดความเครียด

ในแต่ละวันนั้น แน่นอนว่าเราต้องพบ ต้องเจอกับ อะไรหลาย ๆ อย่างที่เข้ามาหาเรา ในแต่ละวัน ความเครียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด จากการทำงาน ความเครียด จากเรื่องเรียน เรื่องแฟน เรื่องเพื่อน หรือ เรื่องครอบครัว เรามักจะมีความเครียดสะสม อยู่ในตัวกันทั้งนั้น ถ้าเราอยากระบายความเครียด แถมยังได้ประโยชน์ ให้แก่ร่างกายของเรา เราขอแนะนำลองไปซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูสิ เผื่อช่วยให้คุณ หายเครียดได้นะ เพราะการฝึก หรือ การซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) นั้นเป็นการ ออกกำลังกาย ที่ได้ทั้ง ความสนุก ได้ใส่อารมณ์ได้เต็มที่ ยิ่งเราได้ ปล่อยหมัด หรือ ปล่อยลูกเตะ ใส่กระสอบทราย แล้วละก็อาจทำให้ เราได้ระบายอารม ได้อย่างเต็มที่ เพราะถ้ายิ่งเรา ออกกำลังกาย มากเท่าไหร่ ร่างกายของเราก็ จะหลั่ง ฮอร์โมนเอนโดรฟีน ที่ทำให้เรามีความสุข ได้นั้นเอง ดังนั้นการชก มวยไทย ( Muay thai ) จะทำให้ ร่างกาย หลั่งฮอร์โมนประเภทนี้ออกมา ได้อย่างเต็มทีอีกด้วย

 

 

มวยไทย ( Muay thai ) ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

สำหรับการ ออกกำลังกาย ในการซ้อม หรือ การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) นั้น จะสามารถช่วยให้เรา เผาผลาญแคลอรี่ ในร่างกายของเราได้อย่างรวดเร็ว สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่กำลังมองหาวิธี ลดความอ้วนอยู่ เราขอแนะนำลองมาฝึก มาซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) ดูสิ เราจะได้ทั้ง หุ่นที่ดี กล้ามเนื้อที่แข็งแรง และ รับลองได้เลย ว่า จะช่วยคุณลดความอ้วน ได้เป็นอย่างดี แน่นอน

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

ก้าวสู่สากล กับ นโยบาย สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ

ก้าวสู่สากล กับ นโยบาย สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ

เพื่อน ๆ คนไหนที่ได้ยินข่าว นโยบาย ของ สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ เมื่อสิ้นปี 2564 ที่ผ่านมาบ้างคะ วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลเกี่ยวกับ นโยบาย ของ สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ ที่กำลัง ก้าวสู่สากล มาให้อ่านกันค่ะ

 

ก้าวสู่ความเป็นสากล บังมาด นายสามารถ มะลูลีม นายกสมาคม กีฬามวยไทยนานาชาติ และ ที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่ ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะนายทะเบียน สมาคมกีฬา ประจำกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามในหนังสือ

 

การจดทะเบียน การแต่งตั้ง กรรมการสมาคม กีฬามวยไทยนานาชาติ ขึ้นใหม่ทั้งชุด พร้อมออกใบสำคัญ แสดงการจดทะเบียน การแต่งตั้งกรรมการ สมาคมกีฬาขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบถึงวัตถุประสงค์ ในการจัดตั้ง สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ

 

และ เปิดตัวคณะกรรมการบริหาร อย่างเป็นทางการ บังมาด จึงกำหนดจัดงานแถลงข่าวขึ้น ในวันที่ 16 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 -12.00 น. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว

 

นายกสมาคม กีฬามวยไทยนานาชาติ กล่าวอีกว่า การที่ตนเองเลือกการ เปิดตัวคณะกรรมการบริหาร และ แถลงนโยบาย การทำงานในวันที่ 16 ธันวาคม 2564 เนื่องจากเป็นวันสำคัญ ของประวัติศาสตร์ วงการกีฬาไทย เป็นวันที่ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ( ในหลวงรัชกาลที่ 9 ) ทรงเรือใบชนะเลิศ ได้เหรียญทอง ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2510 และ รัฐบาล ได้กำหนดให้วันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปีเป็น วันกีฬาห่างชาติ รวมทั้งยังเป็น วันนักกีฬายอดเยี่ยม ของการกีฬาแห่งประเทศไทย อีกด้วย

 

บังมาด กล่าวอีกว่า สำหรับวัตถุประสงค์ ในการจัดตั้ง สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ มีดังต่อไปนี้

1. เพื่อเชิดชู อนุรักษ์ สืบสาน พัฒนา ส่งเสริม และ เผยแพร่ศิลปะมวยไทย ไปสู่ระดับนานาชาติ

2. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และ พัฒนาการจัดการแข่งขัน กีฬามวยไทย ไปสู่ระดับนานาชาติ

3. เพื่อดำเนินการจัดอันดับ นักมวย และ จัดการแข่งขัน ชิงแชมป์มวยไทยอาชีพ เพื่อความเป็นเลิศ

4. เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ศิลปะมวยไทย ในสถานศึกษา ปลูกฝังให้เยาวชนไทย มีความภาคภูมิใจ ในความเป็นไทย ผ่านกีฬามวยไทย อันเป็นกีฬาประจำชาติ

5. เพื่อประสานงาน สนับสนุน และ ให้ความร่วมมือ กับทุกองค์กร เพื่อเชิดชู อนุรักษ์ สืบสาน พัฒนา ส่งเสริม และ เผยแพร่ศิลปะมวยไทย ไปสู่ระดับนานาชาติ

6. เพื่อให้การสนับสนุน งบประมาณ อุปกรณ์ฝึกซ้อม และ อื่น ๆ กับค่ายมวยไทย หรือ หน่วยงาน/องค์กร สาธารณประโยชน์ เพื่อดำเนินกิจกรรม ทางด้านกีฬามวยไทย

7. เพื่อดูแล ส่งเสริมสวัสดิการ และ สวัสดิภาพ ให้กับบุคคลในวงการมวย อันได้แก่ นักมวย ผู้จัดการรายการแข่งขันมวย ผู้จัดการนักมวย หัวหน้าค่ายมวย

8. ร่วมกับองค์กร ทุกองค์กร ในการทําสาธารณประโยชน์ เพื่อสังคม และ ไม่ยุ่งเกี่ยว กับการเมือง

 

โดยกิจกรรมของ สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ ที่วางไว้ รวมถึงแนวนโยบายว่า เรื่องแรก และ เรื่องสำคัญ ของสมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ คือ การดูแลให้สวัสดิการ แก่นักมวย ซึ่งถือว่าอาชีพมวย เป็นอีกอาชีพหนึ่ง ที่ควรต้องมีการดูแล หลังจากเกษียณแล้ว ซึ่งนักมวยเหล่านี้มีอยู่มาก ที่เคยสร้างชื่อเสียง ให้ประเทศชาติ เราต้องดูแล สำหรับกิจกรรม ที่จะหางบประมาณ เราก็จะมีการจัดมวยขึ้นมา เพื่อหารายได้ ซึ่งสมาชิกของเรา มีอยู่มากมายในแต่ละประเทศ

 

ส่วนทาง พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวบ้างว่า กทม. สามารถจะเปิดลานคนเมือง ให้กับการจัดมวยได้ เพื่อเป็นการส่งเสริม เชิดชู ศิลปะ - วัฒนธรรมไทย ที่เป็นที่ชื่นชอบ ของชาวต่างชาติ นับว่าเป็นสิ่งที่ดี และ อยากจะให้มี การถ่ายทอดสด ให้คนดูทางบ้านได้ด้วย

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เมนูช่วยเพิ่ม การเผาผลาญ สำหรับ นักชก มวยไทย

ออกกำลังกาย เรียวขา ให้แข็งแรง ดั่ง นักชก มวยไทย

 

เทคนิคฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างถูกต้อง

เทคนิคฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างถูกต้อง

เพื่อน ๆ คนไหนที่จะเริ่มฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ยังไม่รู้ว่าจะฝึกแบบไหนดี และ ฝึกอย่างไรถึงจะถูกต้อง วันนี้เราจึงได้รวบรวมเทคนิคดี ๆ ในการ ฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างถูกต้อง ให้เพื่อน ๆ อ่านกันค่ะ

 

1. การตั้งท่าจดมวยใน มวยไทย ( Muay Thai )

การตั้งท่าจดมวย คือ การวางเข่า การวางมือ ให้ถูกต้องตามหลักการฝึก โดยการจดมวยจะต้องทราบเหลี่ยมมวย หรือ การแสดงการใช้มือ และเท้าที่ถนัดออกมาให้เห็น นั่นเอง มี 2 เหลี่ยม ได้แก่ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา

 

2. การวางตำแหน่งอวัยวะ

การวางตำแหน่ง ของอวัยวะที่ได้จดมวย คือ การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว ซึ่งการกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือ ให้นิ้วมือทั้ง 4 เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง 4 นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือ ลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้ และ นิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง

 

3. การใช้หมัดใน มวยไทย ( Muay Thai )

  1. หมัดตรง ใน มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การใช้หมัดที่ถนัดมุ่งไปยังเป้าหมาย อาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว เอว และเท้ายันพื้น ให้ทุกส่วนประสานกัน
  2. หมัดตัด ใน มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การใช้หมัดเหวี่ยงในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม โดยเล็งไปที่บริเวณลำตัว ใบหน้า  หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ มีทั้งหมัดเหวี่ยงสั้น หรือการเหวี่ยงวงแคบ และหมัดเหวี่ยงยาว หรือการเหวี่ยงวงกว้าง
  3. หมัดตวัด ใน มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การใช้สันหมัดกดลง บริเวณอวัยวะสำคัญ ของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขนออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ และหมัดสุดท้าย หมัดเสย คือ การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัด แล้วยกขึ้นสู่เป้าหมาย เช่น ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้

 

4. การใช้เท้าใน มวยไทย ( Muay Thai )

การใช้เท้า ใน มวยไทย ( Muay Thai ) จะแบ่งออกเป็น 2 ไม้ คือ การเตะ และการถีบ ซึ่ง การเตะ คือ การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้า แต่การแตะของ มวยไทย ( Muay Thai ) นิยมใช้หน้าแข้งเตะ เพราะเป็นส่วนที่แข็งเปรียบเสมือนการหวดด้วยไม้ การเตะแบกแยกย่อยได้อีกเป็น เตะตรง เตะตัด เตะตวัด หรือเตะเฉียง  และกลับหลังเตะ ส่วนการถีบ คือ การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือ ส้นเท้า ปะทะคู่ต่อสู้ แบ่งย่อยได้เป็น ถีบตรง ถีบข้าง กลับหลังถีบ กระโดดถีบ  ถีบจิก

 

5. การใช้เข่าใน มวยไทย ( Muay Thai )

การใช้เข่าใน มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การใช้อวัยวะส่วนที่เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกขาส่วนบนกับกระดูกขาส่วนล่าง แล้วงอพับขา กระทุ้งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้ โดยการใช้เข่าของใน มวยไทย ( Muay Thai ) นิยมพับปลายเท้าลงให้เกือบขนานกับลำแข้ง เพื่อความเร็ว และความคล่องตัว มีทั้งเข่าตรง เข่าเฉียง เข่าโค้ง เข่าโยน เข่าลอย

 

6. การใช้ศอกใน มวยไทย ( Muay Thai )

 มาถึงอาว