อาวุธมวยไทยส่วนไหนแรงกว่ากัน

Share :

อาวุธมวยไทยส่วนไหนแรงกว่ากัน



อาวุธมวยไทยส่วนไหนแรงกว่ากัน

ถ้าพูดถึง มวยไทย ( muaythai ) ทุกคนก็คน ต่างเคยรู้จัก หมัด เท่า เข่า ศอก ซึ่งเป็นอาวุธมวยไทยที่มีความอันตราย แต่ใครจะรู้ละว่าอวัยวะส่วนไหนที่อันตรายที่สุด วันนี้เราจะไขข้อข้องใจกันด้วยหลักการฟิสิกส์ ( Physics )

 

หมัด

หมัดเป็นอาวุธโจมตีระยะกลาง ของมวยไทย ที่ใช้แรงส่งจาก หัวไหล่ สะโพก และ ขา มายังกำปั้น โดยใช้ได้ผลหวังในการโจมตีระยะกลาง หมัดจัดเป็นอาวุธที่สำคัญมาก เพราะหมัด ต้องอาศัยกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก น้ำหนักความแรง จึงอาจไม่เทียบเท่ากับส่วนอื่น 

นักมวยไทย มักเน้นโจมตีทั้งระยะไกล ( ภาษามวยเรียกว่า วงนอก ) ด้วยการเตะ และถีบ กับ การโจมตีในระยะใกล้ ( ภาษามวยเรียกว่า วงใน ) ด้วยการใช้เข่าและศอก รวมถึงการกอดคอ ไล่แขน เพื่อชิงเหลี่ยมกันมากกว่าจะยืนแลกหมัดแบบมวยสากล ซึ่งถ้าไม่ใช่เป็นมวยหมัดหนักจริงๆ ส่วนมากจะใช้หมัด ไว้เพื่อทำลายจังหวะคู่แข่ง

การปล่อยหมัด ที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือ การใช้หมัดตรงหมัดหลัง ที่นักมวยจะใช้การบิดไหล่ข้างถนัด โน้มไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อทำให้เกิดแรงส่งจากสะโพก ลำตัว หัวไหล่ ที่มากกว่าหมัดตรงธรรมดา ออกไปยังเป้าหมาย แล้วดึงหมัดกลับมาในท่าจดมวยเดิม ซึ่งจะได้ผลดีมาก หากทำได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ การปล่อยหมัดแบบเสยขึ้น หรือหมัดอัปเปอร์คัด หากเข้าบริเวณคาง ก็มีโอกาสที่คู่ต่อสู้จะเกิดอาการมึน ไปจนถึงขั้นน็อคเอาท์

แต่ถึงอย่างนั้น หมัด ก็เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพในมวยไทยเสมอไป เพราะนักมวยไทยบางคนก็เอาชนะคู่ชกได้ ด้วยการชกที่หนักหน่วง จนคู่ต่อสู้เสียอาการ หรืออย่าง กำปั้นบางคนใช้หมัดได้ดี สมัยชกมวยไทย จนถูกดึงตัวไปชกมวยสากลสมัครเล่นกับทีมชาติไทย หรือมวยสากลอาชีพ เช่น เขาทราย แกแล็คซี่, แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์, ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เป็นต้น

 

 

เข่า

เข่า ถือว่าเป็นอาวุธแห่งชัยชนะโดยแท้จริง ตามหลักฟิสิกส์แล้ว การใช้เข่า มีความหนักหน่วงมาก เนื่องจากเป็นการใช้แรงส่งจากสะโพกมาใช้ โดยใช้ส่วนของหัวเข่าด้านหน้า หรือด้านข้างหัวเข่า ที่เป็นมุมและแข็งแรง เข้าปะทะในส่วนที่อ่อนของร่างกาย เช่น ท้อง ต้นขา ลำตัว ชายโครง หน้าอก หรือแม้แต่ปลายคาง

ในการตีเข่าเป็นอาวุธในระยะกลาง ด้วยท่าเข่าลอย แต่ในชกท่าดังกล่าวไม่นิยมถูกนำมาใช้ ในปัจจุบันนัก เนื่องจากมีโอกาสผิดพลาดได้สูง และเสียทรงมวยไป (ซึ่งสำคัญต่อราคาต่อรองของการพนัน) ดังนั้นลักษณะของการตีเข่าในมวยไทยอาชีพ ยุคนี้ จึงเน้น นักมวยเข่า ที่ต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเพื่อเข้าไปคลุกวงใน โจมตีระยะประชิดตัว ผ่านกอดลำตัว รัดคอ ปล้ำ เหนี่ยวรั้งให้ลำตัวของคู่ต่อสู้ โน้มลงมา ในจังหวะที่ตนเอง งอเข่าให้เป็นมุมแหลม พุ่งเข้าปะทะบริเวณลิ้นปี่ ท้องน้อย หรือหน้าขา

ในยุคปัจจุบันหลังมานี้ เข่า กลายเป็นตัวแปรสำคัญของการตัดสินของกรรมการ ที่ดูว่านักมวยคนไหนทำได้ดีกว่ากัน จากการออกอาวุธเข่าวงใน นักมวยไทยส่วนมาก จึงถูกฝึกมาให้ตีเข่าแข็งแรง เพื่อหวังชัยชนะ ทั้ง ในสนาม และนอกสนาม

มวยไทยฝีมือ เป็นสไตล์ที่ต้องการใช้พื้นที่โจมตีระยะกลางและไม่ไกล ไม่ชอบเล่นวงใน อาศัยการตั้งรับ ป้องกัน โดยใช้ ดักต่อย ดักเตะที่แม่นยำ จะแพ้ทางมวยประเภทวงใน ทำให้ยุคปัจจุบันนี้ มวยเข่าจึงมีโอกาสชนะมากกว่า แม้ไม่ใช่อาวุธที่อันตรายสุดที่สามารถทำให้ถึงขั้นทำให้น็อคเอาท์ก็ตาม แต่การแทงเข้าจุดสำคัญที่ทำให้จุกเสียด ในจังหวะที่คู่ต่อสู้ไม่ได้เกร็งท้อง หรือเป็นจอมเสียบเข่า ที่ชำนาญเรื่องการใช้เข่าจริงๆ

 

เท้า

เท้า อาวุธโจมตีระยะไกล เป็นอวัยวะสำคัญสำหรับการชกมวยไทย ทั้งในจังหวะรุก และรับ แถมยังมีพลังมากพอที่จะส่งให้ คู่ต่อสู้ น็อกเอาท์ได้ในชั่วพริบตา ด้วยการเตะเพียงครั้งเดียวเข้าที่ก้านคอ หากอธิบายตามหลักฟิสิกส์ อาวุธเท้าในมวยไทย มีความแรงของการเตะมาจาก ทอร์ค (Torque) ซึ่งเกิดจากแรงขาและการหมุนของสะโพก และเมื่อแรงที่ออกจากขา เดินทางมาด้วยระยะไกล ตั้งแต่จังหวะบิดตัวยก ง้างเท้าขึ้นมาจา่กพื้น แรงนั้นจะถูกเปลียนเป็น พลังงานจลน์ ทำให้มีอัตราความเร็วที่สูง

หลีกเลี้ยงการเตะเข้าที่ก้านคอ เพราะถือว่าเป็นจุดสำคัญ ที่สามารถน็อกคู่ต่อสู้ได้ทันที เนื่องจากบริเวณของต้นคอ เป็นศูนย์รวมระบบประสาทที่เป็นส่วนที่สำคัญ ประกอบด้วย กระดูกสันหลังส่วนคอ, ไขสันหลัง และ หลอดเลือดใหญ่ที่ลำเรียงเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมอง หากถูกกระแทกอย่างแรงแบบฉับพลัน สมองจะถูกชัตดาวน์ชั่วคราว จนสลบไป

ในการเตะก้านคอ ถ้าใช้ส่วนเท้าแรงที่ออกไปอาจจะไม่แรงเท่า การโยนแข้งขึ้นไปกระแทกกับคอคู่ต่อสู้ ซึ่งจะมีความน้ำหนักและความรุนแรงกว่ามาก เปรียบเหมือนถูกท่อนไม้ตีเข้าบริเวณต้นคอ แม้นักมวยจะมีการฟิตกล้ามเนื้อต้นคออย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ มีความยืดหยุ่น แข็งแรง ก็คงยากที่ต้านทานแรงกระแทกนี้ได้ หากโดนจังๆ

ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว การที่เด็กไทยฝึกมวยมาตั้งแต่เด็ก จะทำให้กระดูกตรงหัวเข่ามีความแข็งแรงมาก เกิดการคลื่อนไหวบ่อย แคลเซียมก็จะแตกต่างไปตามส่วนต่างๆ ส่งผลให้หน้าแข้งนักมวยไทย มีความแข็งแรง ทนต่ออาการบาดเจ็บได้ อย่างบางครั้งถ้าเตะมาโดนแข้งอีกฝ่ายที่บล็อก ฝ่ายที่เตะ เจ็บมากกว่าคนโดนนะ พีรภัทร์ ศิริเรือง นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่ดูแลนักมวยให้ค่าย เพชรยินดี กล่าว

 

ศอก

ศอก คือ อาวุธที่อันตรายมากสุดของมวยไทย ถึงแม้ว่าหมัดและศอกจะอยู่บนแขนของมนุษย์เหมือนกัน แต่อาวุธทั้งสองอย่างมีแรงทำลายที่ต่างกัน ทั้งศอกมีส่วนที่แหลมคม และมีความแข็งของกระดูก เมื่อแรงจากปลายศอก ส่งเข้าไปกระทบผิวหนังใบหน้า ความดันนั้นจะมีค่าที่สูงมาก ส่งผลให้เกิดแผลแตกได้ง่าย และทำให้สมองมึนงง ไปจนถึงขั้นสลบได้เลย

การใช้ศอกโจมตีในจุดสำคัญไม่ว่าจะ ตัด งัด เข้าไปจุดอันตราย เช่น ปลายคาง, ทัดดอกไม้ (ส่วนที่บางสุดของกะโหลก) ก็สามารถทำให้ชนะน็อคเอาท์ได้เหมือนกัน

 

บริเวณปลายคาง ถือว่าเป็นจุดที่อันตรายมาก เพราะมีโอกาสที่แรงเหวี่ยงของศีรษะที่ถูกกระแทกจะช่วยเพิ่มความรุนแรง จนกระดูกสันหลังที่ห่อหุ้มก้านสมองแตกและเคลื่อนได้ หรือส่วนช่วงของขมับศีรษะหรือทัดดอกไม้เนื่องจากเป็นช่วงบริเวณกะโหลกศีรษะที่มีความหนาน้อยที่สุด เวลาที่มีการกระทบจึงมีโอกาสที่ได้รับแรงกระแทกเต็มที่ นายแพทย์ ภัทร โฆสานันท์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี กล่าว

 

นอกจากนี้ ศอก ยังเป็นอาวุธที่มีความรุนแรง สามารถทำให้เกิดแผลบริเวณใบหน้าได้ง่ายกว่าอาวุธทุกชนิด ยิ่งถ้าเป็นแผลแตกเหนือเบ้าตา จะส่งผลต่อการมองเห็นนักมวย ถึงแม้ศอกจะเต็มไปด้วยข้อดี และความรุนแรงเหนืออาวุธ  แต่การใช้ศอกให้ได้ประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะศอก ใช้ได้แค่ในระยะประชิดตัว ภายใต้เงื่อนไขที่ จังหวะ ความเร็ว ความแม่นยำ ทุกอย่างต้องลงตัว และมีโอกาสศอกผิดพลาดสูง จนถูกโต้กลับด้วยอาวุธอื่นของคู่ชก

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศาสตร์อาวุธทั้ง 8 ของมวยไทย

รำไหว้ครู มารยาทอันดีงามก่อนการชก

 

 

Created : 24-03-2021


บทความที่น่าสนใจ

กระสอบทรายอุปกรณ์ ชกมวย เพิ่มกำลัง
ทำความรู้จัก ลูกไม้มวยไทย