การต่อสู้ เชิงรุกและรับ ฉบับ มวยไทย ( Muay Thai )

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

การต่อสู้ เชิงรุกและรับ ฉบับ มวยไทย ( Muay Thai ) | เจริญทองมวยไทยข้าวสาร



รูปแบบ ศิลปะการต่อสู้ ย่อมมีจังหวะในการต่อสู้ทั้ง เชิงรุกและรับ ด้วยกันทั้งนั้น รวมไปถึง มวยไทย ( Muay Thai ) ก็เช่นกัน ที่มี แม้ไม้มวยไทย และลูกไม้มวยไทย ทั้งในเชิงรุกและรับด้วย

 

การออกอาวุธ สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) อันประกอบไปด้วย ได้แก่ หมัด เท้า เข่า และศอก โดยการออกอาวุธไปยัง คู่ต่อสู้ จะถูกเรียก “ไม้มวยไทย” ตามรูปแบบของ การใช้ อวัยวะเหล่านั้น อย่างการออกหมัด หาคู่ต่อสู้ เรียกว่า “ไม้หมัด” การใช้เท้า ออกอาวุธ เรียกว่า “ไม้เตะ” และ “ไม้ถีบ” ตามรูปแบบ การใช้เท้า การใช้เข่า ออกอาวุธ เรียกว่า “ไม้เข่า” และการออกอาวุธด้วยศอก เรียกว่า “ไม้ศอก” โดยการออกอาวุธเหล่านี้ แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ การรุก และการรับ

 

การต่อสู้ มวยไทย เชิงรุก

 

     ไม้รุก คือ การใช้ไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบกัน เพื่อการโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไปไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความรวดเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง และสามารถใช้ไม้อื่นต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีหรือไม่ จึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือ ซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือ ส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข  โดยทั่วไปไม้รุก มีตั้งแต่ 1 จังหวะจนไม่จำกัดจำนวน แต่ที่นิยมใช้และได้ผลดี รวมทั้งฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

 

- ไม้รุก 1 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้ว ใช้ไม้มวย เพียงอย่างเดียว เช่น การชกหมัดตรงขวา เตะขวา โยนเข่าขวาหรือด้านที่ถนัดที่สุด

 

- ไม้รุก 2 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้ว ใช้ไม้มวย 2 จังหวะ โดยจังหวะที่ 1 เป็นไม้หลอก เพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก แล้วตามด้วยใช้ไม้จริงในจังหวะที่ 2 แต่ต้องตามกันไป อย่างรวดเร็ว

 

- ไม้รุก 3 จังหวะ : การรุกเข้าไปแล้ว ใช้ไม้มวยจังหวะที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกัน เช่น ต่อยหมัดนำ หมัดตรง แล้วเตะตาม หากฝึกจนเกิดความชำนาญ จะสามารถใช้ ไม้สั้น เช่น ศอก เข่า หมัดตวัด หมัดงัด เป็นไม้นำ ได้เช่นกัน

 

การต่อสู้ มวยไทย เชิงรับ

 

      ไม้รับ คือ การนำเอาไม้มวยต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไข การจู่โจมของ คู่ต่อสู้ฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของ ไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย แก้การเตะ แก้การถีบ แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริง ๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด จึงต้องทำทุกอย่าง เพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออก ให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้ การหลบหลีก การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีทั้งการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

 

1. การหลอกล่อ คือ การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิด หรือเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางได้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหว อวัยวะต่าง ๆ โดยไม่เคลื่อนที่ ไปจากที่เดิม แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ การหลอกด้วยสายตา การหลอกด้วยศีรษะ และการหลอกล่อด้วยการเคลื่อนไหวลำตัว

 

2. การถอยให้พ้นระยะ คือ การถอยให้ห่างจากคู่ต่อสู้ อาจกระโดดเคลื่อนเท้าถอยหลัง หรือก้าวถอยหลัง แต่ต้องให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ ในการถอยเมื่อพ้นระยะแล้ว จะต้องอยู่ในท่าที่พร้อมจะตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

 

3. การโยกตัว หรือการเอนตัวให้พ้นระยะ คือ การโยกตัวหรือเอนตัวออกให้พ้นระยะคู่ต่อสู้

 

4. การหลบหลีก คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีก ไม้มวยเชิงรุกของคู่ต่อสู้ อาจใช้วิธีก้มตัวหลบ ด้านซ้าย และขวา

 

5. การปัดให้เบี่ยงเบนออกไป คือ การใช้มือ หรือแขนปัด ไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

 

6. การบังเกาะจับ คือ การบังไม่ให้ไม้มวยคู่ต่อสู้ ปะทะกับตัวเรา การบังนั้น จะต้องอาศัยการผ่อนแรงถูกจังหวะ และเหมาะสมจึงจะได้ผลดี เมื่อบังเกาะจับได้แล้ว ก็สามารถใช้ ไม้มวยตอบโต้ได้ทันที

 

7. การปัดป้อง คือ การใช้ส่วนต่าง ๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปัดป้องอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย เช่น การใช้เข่าปัดป้องท้อง รวมถึงบริเวณลำตัว การใช้ศอกและเข่าบริเวณหน้าอก

 

8. การทำให้ล้ม มีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้อง ตามกติกา คือ ใช้วิธีการบังเกาะจับแล้วผลักให้ล้ม หรือการกอดรัด แล้วเหวี่ยงให้ล้ม

 

     และทั้งหมด นี่คือ รูปแบบของ ไม้รุก และ ไม้รับ ที่น่าสนใจของ มวยไทย ( Muay Thai ) ที่เหล่านักมวย ต้องฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ เพื่อให้เลือกใช้ไม้ มวยไทย ( Muay Thai )  และกลวิธีต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการต่อสู้ได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึก การเตะ ใน มวยไทย ( Muay Thai )

ฝึกมวยไทย ไขมันส่วนเกิน ได้ง่าย ๆไปดูกัน

Created : 18-03-2022


บทความที่น่าสนใจ

ทำความรู้จัก สังเวียนมวยไทย
มวยไทย ( Muaythai ) ต่อยอย่างไรให้ถูกวิธี